จินหู่ (ทะเลสาบจิน) เป็นเขตสลัมที่มีชื่อเสียงในเมืองตงชวน สิ่งก่อสร้างที่ชำรุดในเขตนี้ถูกปักป้ายด้วยคำว่าอันตรายมานานแล้ว แต่เพราะว่าเป็นพื้นที่อยู่อาศัย รัฐบาลจึงไม่สามารถก่อสร้างใหม่ได้
เพราะว่าผู้อาศัยในสิ่งก่อสร้างเหล่านี้เป็นผู้คนที่ระดับต่ำที่สุดในเมืองตงชวน เหล่าผู้อาศัยต่างยุ่งอยู่กับการเอาชีวิตรอดในแต่ละวัน บางคนถึงกับทำงานสองอย่าง เช่นขอทานและเก็บขยะ นี่เป็นงานที่ผู้อาศัยส่วนมากในที่นี้ทำ
ทุกวัน ในเขตจินหู่ ผู้คนระดับต่ำเข้ามาและออกไปในชุดผ้าขี้ริ้ว และหน้าเหลืองด้วยความหิว แต่วันนี้ เมอร์ซิเดสเรียงแถวกันขับเข้ามาในเขตอย่างกับน้ำหลาก ทั่วทั้งเขตจินหู่พากันตะลึง ทุกคนพากันยื่นหัวออกมานอกหน้าต่างเพื่อส่องดูคนรวยที่กำลังเข้ามา
“อู๋ซิ่น นี่เป็นที่ที่เธออยู่เหรอ?” เหลียวชาชาเอามือปิดจมูกและถามอู๋ซิ่น ที่นั่งถัดจากเธอในรถ
วัวน้อยพยักหน้าและตอบอย่างมั่นคง “ใช่ นี่คือบ้านของฉัน เมื่อพ่อแม่ฉันตายไป ฉันอาศัยอยู่ที่นี่กับย่า”
“ลู่ลู่ ชาชาน้อย” ฉินเฉาพูดกับสองสาวงาม “ให้ฉันไปเป็นเพื่อนอู๋ซิ่นเอง พวกเธอทั้งคู่รออยู่ในรถนี้ละกัน”
“ไม่!” สองสาวสวย หนึ่งเด็กสาว และหนึ่งหญิงสาว ตะโกนออกมาเสียงดังในเวลาเดียวกัน พวกเธอทั้งคู่ต่างมองกันและกัน และหน้าของทั้งคู่แดงเล็กน้อย
“แฮ่ม ไม่ นายมันตัวลามก ถ้าให้นายไปกับอู๋ซิ่นแค่สองคน ใครจะรู้ ว่านายจะใช้โอกาสนี้ลงมือกับอู๋ซิ่น” หยูลู่ไอแห้งๆ ออกมา และจ้องไปที่ฉินเฉา
“หือ จะเป็นไปได้ยังไง...” ฉินเฉาลูบจมูกอายๆ เมื่อกี้ในห้องน้ำ ฉันแทบจะทำมันแล้ว
“ไม่อย่างแน่นอน!” เหลียวชาชากลายเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของหยูลู่ “นอกจากนี้ ฉันอยากจะเห็นย่าของอู๋ซิ่น ดังนั้น ฉันต้องไปกับนายอย่างแน่นอน!”
“งั้นเราไปด้วยกันเถอะ” สาวน้อยนางนี้ อู๋ซิ่นใจอ่อน เมื่อเห็นว่าสองสาวต่อต้าน อยากจะไปด้วยกันกับพวกเขา เธอพยักหน้า
“เยี่ยม เราจะไปด้วยกัน” เมื่อเห็นอู๋ซิ่น สาวงามพูด ฉินเฉาก็ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ เขาค่อยๆ จอดรถอยู่ตรงบันได และจากนั้นก็ออกจากรถ เปิดประตูให้สาวงามทั้งสาม
สาวงามทั้งสาม ต่างก็มีสไตล์ของแต่ละคน เมื่อพวกเธอยืนด้วยกัน พวกเธอยิ่งกลายเป็นที่โดดเด่น ฉินเฉาแอบคิด ถ้าฉันสามารถแต่งกับสามสาวงามนี้ และพาเธอกลับบ้าน หึหึ ฉันคงตายอย่างมีความสุข!
หยูลู่สุภาพอ่อนโยน อู๋ซิ่นหน้าอกใหญ่ และเหลียวชาชาซึนหน่อยๆ ...โอ้ สวรรค์! นี่สิถึงจะเรียกว่าสวรรค์
โอ้ พระเจ้า ยังมีจุดกระทบสองจุดบนหน้าอกอู๋ซิ่น...พระเจ้า นี่มันหนักเกินไปแล้ว คุณฆ่าฉันเถอะ....
“นายกำลังมองอะไร!” เมื่อเห็นสายตาของฉินเฉากวาดมองไปที่หน้าอกของอู๋ซิ่น หยูลู่ทันใดนั้นก็จ้องเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ยื่นมือออกมาและบิดหูเขา
“โอ๊ย โอ๊ย!” ฉินเฉาแยกเขี้ยวด้วยความเจ็บ “หยูลู่ ทำไมเธอกลายเป็นคนชอบใช้กำลังแล้วล่ะ!”
“ฮึ่ม!” จู่ๆ เธอก็ตระหนักได้ว่าเธอเริ่มใช้กำลัง หน้าหยูลู่แดงก่ำ ปล่อยมือของเธอ และพูด “นี่เป็นการลงโทษคนลามกอย่างนาย ฉันจะบอกให้ นายไม่ได้รับอนุญาตให้คิดอะไรกับอู๋ซิ่น เธอเป็นแค่เด็กมัธยมเท่านั้น! เธอต้องดูแลย่าของเธอ ชีวิตของเธอไม่ง่าย ถ้านายรังแกเธอล่ะก็ ฮึ่ม นายตาย!”
“ใช่แล้ว!” เหลียวชาชารีบสมทบ “ถ้านายกล้ามีความคิดอะไรกับอู๋ซิ่น สาวน้อยคนนี้จะเล่นกับไข่นายเอง!”
เหงื่อไหลอาบร่างฉินเฉาราวกับน้ำตก เมื่อเขาคิดว่า สองสาวนี้จะทำอะไรได้ เขาจู่ๆ ก็กลายเป็นหมดหนทาง
“พี่ฉินเฉาไม่ได้รังแกฉัน...” ในระเบียงมืดๆ ใบหน้าเล็กๆ ของอู๋ซิ่นแดงก่ำด้วยความอาย และพูด “เขาดี ดีกับฉันมาก...เมื่อฉันรู้สึกไม่ดี เขาก็กอดฉันอย่างอ่อนโยน....”
“อะไรนะ?” เมื่อได้ยินคำนี้ เหลียวชาชา และหยูลู่ ทั้งสองคน อารมณ์ก็พลุ่งพล่าน ในระเบียงนี้ พวกเธอหวังว่าจะสามารถฉีกฉินเฉาเป็นสองส่วนได้
“แฮ่ม หึหึ...” ฉินเฉาลูบจมูก “นี่เป็นเพราะว่าฉันเป็นห่วง เป็นห่วงน่ะ...”
“หึหึ...” หยูลู่ยิ้มอย่างคลุมเครือ และจากนั้นก็ขยับปากไปใกล้หูฉินเฉา และกระซิบบางอย่างที่เขาได้ยินคนเดียว
“คืนนี้กาแฟ...งด...”
“ม่ายยยยยย...” ฉินเฉาทำหน้ายื่นทันที ท่าทางขมขื่นมาก
“ฮึ!” หยูลู่หันหน้าหนี และหยุดสนใจเขาอีก ในเวลานี้ อู๋ซิ่นและเหลียวชาชาเดินจูงมือกันนำหน้า ขณะที่หยูลู่และฉินเฉาตามหลัง
ฉินเฉาเลิกคิ้วขึ้น และคิดอะไรบางอย่าง ล่วงเกินในสภาพแวดล้อมมืดๆ เขาแอบยื่นมือมารไปที่หยูลู่
วันนี้ หยูลู่ใช่ชุดเดรสยาว พร้อมกับสวมทับด้วยโค้ต ท่อนล่างของเธอใส่กางเกงเลกกิ้งสีดำพร้อมรองเท้าบู๊ต เธอดูเป็นผู้ใหญ่มาก และกระจายออร่าของพี่ใหญ่หยูออกมา
แม้ว่ารอบๆ จะมืด แต่ฉินเฉาสามารถเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนด้วยพลังสายตาของเขา มือของเขายื่นเข้าไปใต้กระโปรงหยูลู่ และจับหนั่นเนื้อนุ่มๆ ของเธอ
หยูลู่ผู้ที่เดินอยู่ดีๆ อยู่ๆ ก็สั่น และร้องออกมา
“พี่ลู่ลู่ พี่เป็นอะไร?” เหลียวชาชาสะดุ้ง และรีบหันกลับไปถาม
“ไม่เป็นไร...” หยูลู่บิดเอวไปมา แต่ไม่สามารถหนีจากมือมารของฉินเฉา และหน้าแดง หลังจากบังคับตัวเองให้สงบลง เธอพูด “ที่นี่มืดมาก และฉันเพิ่งก้าวพลาด เลยทำให้ฉันตกใจ”
“อืม ฉินเฉา นายพยุงพี่ลู่ลู่ด้วย อย่าปล่อยให้เธอสะดุดล้มล่ะ!” เหลียวชาชา ไม่รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นในความมืด พูดกับฉินเฉา
“หึหึ อย่าห่วง ฉันจะช่วยพี่ลู่ลู่เอง” ฉินเฉาลูบจมูกด้วยมืออีกข้าง และยิ้ม มือมารอีกข้างของเขาใต้กระโปรงหยูลู่ ทำให้ร่างของหยูลู่ร้อน และแทบทรุดลงที่บันได
ฉินเฉารีบพยุงเธอด้วยไหล่ของเขา ขณะที่เขาถูนิ้วของเขาต่อไป
“ไม่!” หยูลู่จู่ๆ ก็จับมือฉินเฉา และขอร้องด้วยเสียงเบา “ไม่ใช่ที่นี่ ได้โปรด...”
“แฮ่ม...แล้วเรื่องคืนนี้ล่ะ...” ฉินเฉางอนิ้วสองนิ้วสอดเข้าไป ทำให้ร่างเธอสั่น เธอตกใจกับกระแสไฟฟ้าที่แล่นผ่านร่างเธอ
“คืนนี้...ฉันจะเอากาแฟไปให้...”
“อืม ก็แค่นี้แหละ” หลังจากขยับนิ้วสักพัก เขาก็ถอนมือกลับ ในสภาพแวดล้อมมืดๆ แบบนี้ หยูลู่หายใจเข้าออกหนักๆ สองที และจากนั้น หลังจากจ้องเขาด้วยดวงตาที่ทรงเสน่ห์แล้ว เธอวิ่งขึ้นบันไดไปขณะที่เกาะราวบันไดไปด้วย
“ชาชา อู๋ซิ่น รอฉันด้วย”
บ้านของอู๋ซิ่นอยู่ที่ส่วนบนของตึก หลังจากปีนขึ้นไปที่ชั้น 7 เหลียวชาชาที่เริ่มเหนื่อย และหายใจหอบแล้ว พวกเขาในที่สุดก็มาถึงบ้านของอู๋ซิ่น
“กรุณาเบาเสียงลงด้วย” ข้างนอกหน้าประตู อู๋ซิ่นเตือนพวกเขาทั้งสามคน “ย่าของฉันเป็นโรคปอด และตอนนี้ต้องอยู่ติดเตียง ฉันกลัวว่าเสียงดังจะรบกวนเธอ”
“ไม่ต้องห่วง” หยูลู่ยิ้มอย่างอ่อนโยน “เราจะไม่รบกวนย่าของเธอ”
พร้อมกันนั้น อู๋ซิ่นเปิดประตู ทั้งสี่คนก้าวเบาๆ เข้าไป
บ้านอู๋ซิ่นไม่ใหญ่ มันมีพื้นที่แค่ 30 ตารางเมตร แต่การจัดการบ้านของอู่ซิ่นทำให้มันดูอบอุ่นและสบาย ยิ่งกว่านั้น บ้านหลังนี้สะอาดมาก และมีเพียงแค่กลิ่นยาสมุนไพรจีนเท่านั้นที่ลอยมาแตะจมูกของทุกคน
“คุณหมอบอกว่า ยาสมุนไพรจีน สามารถบรรเทาอาการของเธอได้” อู๋ซิ่นยิ้มผิดปกติ หันหน้าไปหน้าห้องนอน และร้องไห้ออกมาเบาๆ
“ย่าคะ หนูกลับมาแล้ว”
“ซินซิน...?” น้ำเสียงอ่อนแอดังออกมาจากห้องนอน “หลานรักของย่า...แค่ก แค่ก หลานรักกลับมาแล้ว...”
“ย่าคะ! หนูบอกว่าอย่าพูดเยอะไง!” อู๋ซิ่นเป็นห่วง และตำหนิเธอ เธอพุ่งเข้าไปในห้องนอน ไปที่เตียงที่ย่าเธอนอนอยู่ พยุงเธอขึ้น และลูบหลังให้เธออย่างอ่อนโยน
“ย่าลืม...เหอเหอ...” หญิงชราหัวเราะออกมา เหมือนไม่สนใจสภาพของตัวเอง
ในเวลานี้ ฉินเฉาและคนอื่นๆ เดินเข้าไปในห้องนอน พวกเขาเห็นหญิงชราบนเตียง
หญิงชราคนนี้ต้องเป็นสาวงามอย่างแน่นอนเมื่อเธอยังสาว แต่โรคที่เป็นอยู่หลายปีพรากเอามันไป พวกเขาเห็นได้เพียงอดีตความงามจากหน้าผากของเธอ
ร่างของเธอผอมแห้งราวกับฟืน สีหน้าของเธอเหลืองราวคนตาย รูปลักษณ์เธอเหมือนคนป่วยระยะสุดท้าย
แต่ท่าทางของหญิงชราสงบและผ่อนคลายอย่างมากราวกับเธอไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวด
“ซินซิน...คน...แค่ก แค่ก พวกนี้เป็นเพื่อนหลานเหรอ?”
“อืม ย่าคะ นี่เป็นเพื่อนหนูค่ะ” อู๋ซิ่นรีบพูด “พวกเขามาที่นี่เพื่อเยี่ยมย่า”
“ดี ดี...” หญิงชรารีบพูด “กินอะไรมาหรือยัง? เรามากิน....”
“ย่าครับ พวกเรากินมาแล้ว!” ฉินเฉารีบเดินมาข้างหน้า นั่งอยู่ข้างเตียง และกุมมือแห้งๆ ของหญิงชรา และจากนั้นก็พูดอย่างสนิทสนม “ย่าครับ ย่าไม่ต้องห่วงพวกเราหรอก เรามาที่นี่เพื่อเยี่ยมย่า ย่าทำใจให้สบายเถอะครับ ย่าไม่ต้องห่วงเรื่องค่ายาด้วย!”
พร้อมกันนั้น ฉินเฉาจู่ๆ ก็ชี้มือไปที่เหลียวชาชาที่อยู่ใกล้ๆ และพูดว่า “ย่าครับเห็นยัยแห้งนี่มั้ยครับ? ครอบครัวของเธอเป็นเจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่ ด้วยความช่วยเหลือของเธอ ค่ายาของย่าไม่ต้องใส่ใจ!”
“ฉัน....” เมื่อได้ยินคำว่ายัยแห้ง เหลียวชาชากระทืบพื้นด้วยความโกรธ แต่เพราะว่าเธอถูกฉินเฉาวางยา เธอจึงพูดไม่ออก
และไม่นานฉินเฉาก็มองเพื่อยับยั้งเธอ หยูลู่ก็แอบกระตุกมือเธอ สาวน้อยรู้สึกตัว และพูดว่า
“ใช่แล้วค่ะ คุณย่า ย่าไม่ต้องเป็นห่วง หนูจะดูแลค่ายาเล็กๆ น้อยๆ นี้ให้เอง ย่าแค่สนใจไปที่การดูแลตัวเองก็พอค่ะ!”
“เด็กดี เด็กดี...” หญิงชราเหมือนจะร้องไห้ และพยักหน้าสั่นๆ หญิงชรากุมมือฉินเฉาและพึมพำ “เด็กๆ พวกเธอเป็นคนดี...ซินซินของเราก็เป็นเด็กดี...แม้ว่า แม้ว่าเธอจะไม่พูดอะไร แต่ฉันรู้ดีว่าเธอรู้สึกขมขื่น...”
พร้อมกันนั้น เธอเริ่มร้องไห้
ด้านข้าง อู๋ซิ่นแอบเช็ดน้ำตาของเธอ “ย่า หนูไม่ได้รู้สึกขมขื่น จริงๆ นะ!”
“เด็กโง่...” หญิงชรากอดหลานสาวของเธอ พวกเธอทั้งคู่ร้องไห้
เหลียวชาชาและหยูลู่ ก็อดไม่ได้ร้องไห้ออกมาเหมือนกัน ฉินเฉาก็รู้สึกฝาดในใจ แต่เขารีบหัวเราะ
“โอ้ ทำไมทุกคนร้องไห้ล่ะ! เกิดอะไรขึ้น อู๋ซิ่น หรือว่าเธอไม่ต้อนรับเรา?”
“ต้อนรับ! แน่นอน ว่าฉันต้อนรับพวกเธอ!” หญิงชรามีจิตวิญญาณสูงส่ง จับมือฉินเฉา และรีบพูด “อย่างที่เด็กคนนี้พูด...เมื่อพวกเธอมาที่นี่ ย่าก็ แน่นอน เต็มใจต้อนรับพวกเธอทุกคน...”
ตาหม่นๆ ของหญิงชราทันใดนั้นก็กวาดผ่านเสื้อผ้าฉินเฉา และถอนหายใจออกมา
“หลานชาย วันนี้ต้องเป็นวันที่ยากสำหรับหลานแน่ๆ ดูสิ เสื้อผ้าของหลานขาดหมดแล้ว...ซินซินรีบไปเอาเข็มมาซ่อมเสื้อผ้าให้เขาหน่อย....”
จบตอน