Born to be Barbarian เกิดใหม่เป็นบาบาเรี่ยน

    ตอนที่เก้าสิบเอ็ด Blood of The Martyr

    ตอนที่เก้าสิบเอ็ด Blood of The Martyr

    คนที่อ่าน Overlord 0คิดว่าการกระทืบพวกพาลาดีนนั้นคือเรื่องธรรมดา

    แต่กับคนที่รู้ระบบของเกมส์นั้นความตั้งใจของผู้เขียนนั้นแสดงความต่างชั้นกว่านั้น

    ว่าพาลาดีนนั้นคืออาชีพที่ต้องทอยเต๋าเป็นกำมือในการทำความเสียหายหากมีเลเวลสูงมากพอและแทบจะเอาชนะทางกับพวกสายอันเดทต่างๆได้

    การที่แสดงว่าปีศาจเอาชนะสายพาลาดีนต่างๆได้นั้นแสดงถึงความต่างชั้นอย่างสิ้นเชิงในอีกระดับหนึ่ง

    ว่ามีแต่ระดับโคตรเทพตัวละครที่ว่งผลต่อเซ็ตติ้งหรือทั้งจักรวาลเท่านั้นที่จะมีความสามารถพิเศษในการป้องกันค่าพลังศักดิ์สิทธ์หรือสายศรัทธาในการสร้างความเสียหาย

    มันคือความแตกต่างระหว่างแวมไพร์ทั่วไปกับอัลเควดแห่งไทป์มูน

    หรือแฮกแม่มดแก่หง่อมทั่วไปกับบาบายาก้า

    แต่หากเราไม่ใช่ตัวละครระดับสะท้านฟ้าดินเช่นนั้น

    สนามรบที่โกลาหลตรงนี้คือคำตอบ

    ซึ่งคัลก็ยอมรับว่าตนเองไม่ค่อยเคยชินกับสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจด้วยความรวดเร็วเช่นนี้

    เพราะในช่วงเล่นเกมส์นั้นพวกเรามักจะเถียงกันเป็นชั่วดมงกว่าจะเสร็จไปในแต่ละเทิร์น

    โดยเฉพาะสถานการณ์ที่มีคนมากอย่างนี้ยิ่งสับสนว่ามีใครบ้างหรือใครแต่ละคนทำอะไรได้บ้างนั่นเอง

    ความพยายามในการกอบกู้สถานการณ์ของคัลโดยการเจรจากับผู้ถือคบเพลิงก็ท่าทางจะไร้ผล

    ท่ามกลางการต่อสู้ของที่แต่ละคนไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหนแต่ที่รู้แน่ๆคือฝ่ายที่ไม่ใช่พวกดรายแอดแวมไพร์หรือผู้ถือคบเพลิงที่ไม่ยอมมาหลบหลังกำแพงน้ำแข็งของท่านราชินีออโรร่านั้นท่าทางจะรอดไปยากจากสนามรบที่วุ่นวายมีกรงเล็บรยางค์และอาวุธปืน หอก ดาบ ระเบิดมือฯลฯ

    ลอยไปมาในการต่อสู้ที่สับสนเช่นนี้

    บรรดาดรายแอดและแวมไพร์ยังคงคิดว่าจะฆ่าพวกผู้ถือคบเพลิงได้เพราะพวกเขาอ่อนแอกว่าตนเอง

    พวกดรายแอดและแวมไพร์นั้นคิดถูก

    แต่นี่คือโลกของ World of Wonder ที่ Action Economy นั้นแข็งแกร่งที่สุด

    เพราะบางครั้งแผนการที่ทำให้พวกเราชนะคือการที่คนคนนั้นตาย

    หากไม่เสียสละตนจะเรียกว่าเป็นผู้พลีชีพเพื่อศาสนาได้อย่างไร?

    Witness Me

    จงดูข้า

    ผู้ถือคบเพลิงคนหนึ่งที่ใบหูหายไปหนึ่งข้างดวงตาบอดหนึ่งข้าง หน้าอกเป็นรูตรงแขนมีรายกรงเล็บตะโกนขึ้นมาให้พวกทั้งกลุ่มจับตาดูเขาที่

    จุดระเบิดที่อยู่ข้างเอวและกระโดดไปกลางวงของดรายแอดและแวมไพร์ที่สุ้กันอยู่

    Witness

    Witness

    ตู้ม

    ร่างกายของผู้ถือคบเพลิงกลายเป็นเสียงๆไปพร้อมกับดรายแอดบ่างส่วนและแวมไพร์ที่แพ้ระเบิดศักดิ์สิทธิ์

    ผู้ถือคบเพลิงที่เห็นการตายของพวกเดียวกันทำกำปั้นเป็นวงกลมที่ตรงหัวใจของตนเองสัญลักษณ์แห่งโซลอินวิคตัส

    Blood of The  Martyr

    เลือดของผู้สละตน

    มีผลแค่เพิ่มพลังโจมตีกับค่าขวัญกำลังใจให้กับผู้พบเห็นเพียงเล็กน้อย

    แต่ปัญหาคือ

    ย่า

    เสียงตะโกนก้องของผู้ถือคบเพลิงดังขึ้นอีกครั้ง

    ยิ่งมีคนเสียชีวิตมากขึ้น

    ผู้ถือคบเพลิงที่เหลือก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น

    วินาทีนั้นคัลได้เริ่มเข้าใจแล้ว

    ว่านี่หากเป็นมุกของ GM คือต้องเล่นมุกให้เขาลดจำนวนผู้ถือคบเพลิงให้จำนวนน้อยลงเพื่อไม่ให้พวกเขามีจำนวนมากไปจนไม่สามารถเอาชนะได้อย่างแน่นอน

    อาจจะเป็นภารกิจในการจับกุมหรือกำจัดพวกคลั่งศาสนาให้ขังคุกหรือสู้กันมาก่อนหน้านี้ในการลดจำนวนลงไม่ให้ผู้ถือคบเพลิงยังมีจำนวนมากเท่าเดิม

    นี่ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เขาพลาดในการป้องกันไม่ให้สถานการณ์ตอนนี้เกิดขึ้นเพราะรีบเคลียร์ภารกิจราชสำนักเร็วเกินไป

    “พวกเจ้าจะได้ไปอยู่กับโซลอินวิคตัสบนสรวงสวรรค์”

    หัวหน้าของผู้ถือคบเพลิงตะโกนให้กำลังใจที่ทำให้พวกผู้ถือคบเพลิงต่อสู้อย่างบ้าคลั่งมากขึ้นแม้จำนวนจะลดน้อยลงก็ตาม

    คล้ายกับเรื่องBorn to be Barbarian เกิดใหม่เป็นบาบาเรี่ยน ที่คุณอ่าน