ลำธารอยู่ข้างหลักกระท่อมของตาเฒ่าเหมิงจื่อหมิง มีขนาดความกว้างประมาณ3เมตร
น้ำไม่ลึกมากนักประมาณช่วงเอว น้ำในลำธารเย็นมากจางเฟิงมุดผลุบๆโผล่ๆในลำธาร
ใช้มือมาถูหน้าถูตา ถูตามร่างกาย เพื่อที่จะชะล้างสิ่งสกปรก ออก
"น้ำช่างเย้นซะเหลือเกินข้าขึ้นดีกว่า กรอบ เเกรบ เสียงหนึ่งเดินมาทางลำธาร
เขาคือตาเฒ่าเหมิงนั่นเอง เขาส่งยิ้มให้จางเฟิง ฮ่าๆ เจ้าหนูน้ำเย็นดีไหมละ
"ท่านผุ้อวุโสเย้นจนข้าจะเกิดใหม่ได้เเล้วเนี่ย
'เจ้าขึ้นมาสิข้ามีชุดจะให้เจ้าใหม่ ชุดที่เจ้านำมาด้วยขาดวิ่นน่าสงสารจริงๆ
เฒ่าเหมิงหยิบชุดตัวหนึ่งสีขาวสะอาดสะอ้านไม่มีรอยขาด เเม้เเต่น้อยราคาคงเเพงอย่างมาก
มาวางไว้โขดหิน ตรงที่จางเฟิงวางกระบี่เอาไว้ เจ้าหนูว่าเเต่เจ้าได้กระบี่สนิมเขรอะนี่มาเเต่ไหนหรือ
อ้อกระบี่เล่มนั้นข้าได้มาจากกลางป่าขอรับผู้อวุโส ท่าสถามทำไมหรือ
เ"จ้าอยากเป็นเซียนกระบี่
เซียน..กระบี่ที่ผุ้ฝึกตนใช้กระบี่เป็นอาวุธ เเต่การที่ใช้กระบี่ ไม่ใช่ว่าเจ้าจะเป็น เซียนกระบี่ได้
อย่างน้อยๆ เเกว่งดาบตัดอากาศ สามารถตัดภูเขาลุกหนึ่งขาดครึ่งลงได้
จะถือว่าเป็นเซียนกระบี่ ข้าว่าเจ้าทิ้งกระบี่้สนิมเขรอะ คร่ำครึนี่ดีกว่า ข้าจะให้กระบี่เจ้าหนึ่งเล่ม
"เอาไหมมเจ้าหนู
"เอ่อ ข้า..... ขอบคุณผู้อวุโส เเต่ว่าข้ามีกระบี่อยู่เเล้วมันคือเพื่อนตายของข้าเเล้วเพราะมันไม่ทิ้งข้ายามที่ข้าอยู่ตัวคนเดียว
ข้าคงไม่ต้องการกระบี่ขอบคุณผู้อวุโสมากขอรับ
"นี่...เจ้าบ้าไปเเล่วเรอะ กระบี่สนิมเขรอะนี่ ข้าใช้นิ้วบิดยังหักได้เลย
เจ้าจะเอาไปสู้กับใครได้ เอาไว้ทำกับข้าวหรอ เด็กน้อยเอ้ย
เอาเถอะข้าจะไม่ยุ่งดีกว่าเอานี่ สายกระบี่
ตาเฒ่าเหมิงหยิบสายหนึ่งออกมา มันมีขนาด เท่ายางน่าจะสองศอก
นี่คือสายกระสะพายกระบี่ เจ้าเอาเถาวัลย์ บ้าบอของเจ้าออกซะ เเล้ว
เอาสายนี่ไป สลักใส่ฝักของกระบี่ สายนี่ราคา2000เหรียญ ปราณ มีมูลค่าเทียบเท่า
กับหินวิญญาณ 6000ก้อน
"ข้าจะวางไว้โขดหินนะ เจ้าอาบน้ำเสร็จก้ใส่เสื้อผ้าเเล้วเอาเถาวัลย์ออก เเล้วมาหา ข้า
ตาเฒ่เหมิงหันหลังกลับ ตาเฒ่าเหมิงผู้นี้ไม่น่าใช่คนธรรมดา
จางเฟิงมองไปข้างหลัง อยุ่ชั่วครู่เเล้วก็มุดน้ำต่อไป เห้ออข้าในที่สุดก็ได้สงบสักที
ทั้งชีวิตมานี้ข้าทำงานตั้งเเต่ อายุ7ขวด ตักน้ำให้วัว เอาหญ้าให้วัว หาเกี่ยวหญ้าให้วัว
ทั้งชีวิตของข้าไม่เคยมีความสุขเลย
เอาเถอะพอเท่านี่เเหละ ร่างกายของข้าสะอาด เเล้ว
เมื่อเขาเดินขึ้นมาจากลำธาร ถ้าหญิงใดได้มาเจอ คงจะทำให้หวั่นไหวเป็นเเน่
ผิวของเขาขาวเนียน เเก้มทั้งสองข้า
เเดงชมพู ผมที่ยาวมาถึงหลัง หน้าตาที่สะอาดสะอ้าน เมื่อเขาเดิน มาถึง
โขดหินเอานำเสื้อมาสวมใส่
"มันพอเหมาะกับตัวเขาพอดี เลยเเล้วก็เหลือบไปมองสายสะพายกระบี่ เหอะ2000เหรียญปราณ หรือ ข้าไม่เชื่อ อย่า่งน้อยๆต้อง1หมื่นเหรียญ
เขามองไปที่สายสีสลักลวดลาย ไว้ เเต่เขายังไม่ได้ นำสายสะพายสลักใส่กระบี่ เเต่นำสายสะพายมาเป็นเข็มขลัด เเล้วถือกระบี่เดิน ตรงมุ่งหน้าไปกระท่อม
เวลานี่น่าจะประมาณ9โมงเศษๆ เเสงเเดดที่สาดส่องเข้ามาในป่าเสียงของสัตว์
อสูรเเละสัตว์เล้กสัตว์น้อย นาๆชนิด อากาศก็เย็นร่มรื่นจางเฟิงเดินมุ่งหน้าไป ตรงหน้ากระท่อม ที่จะมีลานไม่กว้างนักพอฝังศพ ได้สัก20ศพ รวมกัน
เมื่อเขาเดินไปถึงก้พบเจอกับ ผู้เฒ่าเหมิงที่กำลังนั่ง สมาธิอยุ่
เเต่เขาไม่ได้นั่งอยู่พื้นที่เเต่ นั่งบนอากาศ กำลังนั่งเข้าฌาน
อยู่นั่นเอง ผู้เฒ่าเหมิงนั่งอยุ่บนอากาศ รอบตัวของเขามีรัศมีสีฟ้ากระจายไปทั่วตัว จางเฟิงจ้องมองด้วยความฉงน
"นี่ผู้เฒ่าคนนี้ระดับเท่าไหร่กันเเน่!!
ตาเฒ่าเหมิงค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา
"เจ้าชื่อว่าอะไรนะข้าลืม คนเเก่ก็งี้ลืมไปหมด
ห๊ะท่านลืมชื่อข้าหรือ
"ข้าน้อยชื่อว่าจางเฟิงขอรับผุ้อวุโส
อืมมชื่อที่ดี จางเฟิง..หึๆ
เจ้ามีจุดหมายที่จะไปที่ไหนหรือ
ข้าน้อยคิดว่าจะตามหาพ่อเเม่ขอรับท่านผู้อวุโสหมุ่บ้านของข้า โดนสำนัก1ดาว หานชิงฆ่าล้างหมู่
บ้านเด็กก็ไม่เหลือเเม้ชีวิต ข้าน้อยฝึกวิชาในป่าจึงรอดมาได้ ข้าน้อยเดินผ่านป่าหลังหมู่บ้านจึง
เดินทางเข้าป่า คิดว่าจะไปทวีปหลิงข่านเพื่อหาทางรอด เพราะข้าน้อยอยุ่ทวีปเทียนซางนี้
คงตายเเน่ๆ
พอเดินไปเรื่อยๆก็มาเจอกับป่าดำมืด เเล้วข้าน้อยหิวข้าว เพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องถึง3วัน
จึงนอนด้วยความหิวโหย ตื่นมาอีกทีก็พบว่า เจอผู้อวุโสช่วยเอาไว้เเล้วถ้าาไม่มีผู้อวุข้าน้อยคงตายเเน่ๆ
"ข้าน้อยนั้นตามหาพ่อเเม่ ซึ่งผู้ที่เก็บข้าน้อยมาเลี้ยงเขาบอกข้าน้อยว่าพบ
ข้าน้อยอยุ่โลกศูญย์กลาง ในป่าเอาจึงนำข้าน้่อยมาเลี้ยง เเละมีเเค่สร่้อย
ที่ติดตัวมา
"อืมมมสร้อยที่อยู่คอเจ้ามันไม่ใข่ ของโลกนี้หรอก เเต่น่าจะเป็นของโลก ส่วนกลางโลก ฉินหยาง
ส่วนโลกที่เราอยู่นี่มีชื่อว่าซานเหิน โลกที่ต่ำที่สุด
ส่วนโลกที่อยุ่สุงสุดคือโลก ของเทวะอนันต์ โลกของเหล่าเทพ
เเต่มีตำนานนะโลกที่สุงสุดจริงๆคือโลกของ พระเจ้า เเดนศักดิ์สิทธิ์
ของเหล่าพระเจ้าอาศัยอยู่ โลกทั้ง3ดลกก็เหมือนกระดาษ3เเผ่นทับกันเอาไว้
เเต่ก็ไม่มีใครเจอ
ถ้าเจ้าอยากจะไปโลก ฉินหยาง
เมื่อตาเฒ่าเหมิงพูดจบก้ชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้า
นั่นคือโลกฉินหยาง เเม้เเต่ระดับเซียน7ดาวยังยากขึ้นไปเลยเจ้าหนู
เจ้าล้มเลิกเถอะ
"เเต่ถ้่าาเจ้าไปถึงระดับอนันต์เซียนเมื่อใดข้าอาจจะพอช่วยเจ้าได้นะฮ่าๆ
ขั้นที่สามารรถ ทะลวงผ่านเเรงดึงดูดของโลกนี้ได้ อย่างน้อยๆ ต้องมีตบะอยู่ที่
อนันต์เซียน
เขาพูดจบก็เบ๊ปาก
"ท่านผู้อวุโสเเล้วโลก ฉินหยางเป็นอย่างไรหรือ
"อ้อโลกฉินหยางโลกฉินหยางมีสิ่งที่เรียกว่านิกายคือ มีอำนาจมากกว่าสำนัก5ดาว1สำนักถึง10เท่า
เป็นอย่างน้อย
ในโลกนั้อาจจะมีคนรุ้จักเเค่ว่าอนันต์เซียน เป็นระดับในตำนาน
เเต่ในโลกฉินหยางกลับเป็น ระดับที่พอมีให้เห็น
เเต่ เคยมีคนผู้หนึ่งที่ฝ่าไประดับเจ้าชั้นฟ้าได้ คือโม่หยางเค่อ ด้วยการใช้
ดาบต้าเหวิน รวมเป้นค่ายกล ป้องกัน การโจมตีของพระอาทิตย์ พอเขาฝ่าตบะได้
เเต่ด้วยเหล่าเผ่าเทพ เกรงกลัวว่ามนุษย์ จะเหนือกว่าตนเอง จึงได้ผนึกกำลังเทพทั้่ง
5ตนที่มีระดับเจ้าชั้นฟ้า สังหาร โม่หยางเค่อ
เเละได้ทำลายกระบี่ต้าเหวินของงเขา เเต่กระบี่กลับไม่มีท่าทีว่าจะพังหรือเเตกหัก
เหล่าเทพอยากจะได้มันเเต่กระบี่ไม่ยินยอม เหล่าเทพจึงได้ผนึกมัน
กระบี่ต้าเหวินเป็นกระบี่มี ชีวิต ไม่อาจจะรุ้ได้ว่าเป็นกระบี่ต้าเหวิน หากมันไม่สำเเดงพลังที่เเท้จริออกม
เเม้เเต่โม่หยางเค่อยังดึงพลังมันออกมาได้เเค่ 5ใน1000 ส่วนเท่านั้น
เหล่าเทพอยากจะได้มันเเต่กระบี่ไม่ยินยอม เรื่องก้ผ่านมาเเสนปีละฮ่าๆ
เเต่พอมาวันหนึ่งกระบี่กลับหายไป เหล่าเทพจึงสงสัยว่า น่าจะมาอยู่โลก ฉินหยาง
เเต่ไม่สามารถพบได้ว่ากระบี่อยู่ที่ไหน เรื่องนี้เลยเงียบไป
ข้าอ่านเจอมันในหนังสือ
เก่าเฉยๆนะข้าไม่รุ้เรื่องหรอก ฮ่าๆ
เห้ออข้าเล่าจนเหนื่อยปากละ พอท่านี่ละกัน
........................................................................