D.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ

    ตัวหมากที่ถูกขยับ

     

     

    บทที่ 9

    ตัวหมากที่ถูกขยับ

                   

     

     

            “เซ็งชิบ...เล่นตัวจริงเว้ย!” เสียงหนึ่งดังขึ้น

            “อะไรกันนี่แกง้อเนตไม่สำเร็จรึไง บ่นอย่างกะหมีกินผึ้งแบบไม่ใส่ไม่โครเวฟ” เสียงเอ็ดเวิร์ดถามขึ้นในขณะนี้ทั้งสองคนอยู่ในสเฟียร์ร้านค้าที่กำลังจัดการตั้งขายของอยู่ทั้งหมดสามร้านติดกันร้านของแทน ร้านของเอ็ดเวิร์ด และร้านของลินส่วนบลานซ์มีหน้าที่ไปรับของที่ทากะและนิกกี้สร้างมาเพิ่มเติมตามแผนของแทนและเอ็ดเวิร์ด

            “ไม่ใช่เรื่องนั้นพี่ผมบ่นเจ้าราชานั่นน่ะ อุตส่าห์ให้ลินไปช่วยจัดการดันไม่สำเร็จอีก” แทนบ่นต่อไป

            “อ้อ...เรื่องตาลุงนั่นเองแต่แกก็ไม่ได้บอกว่าไม่ยอมมาเป็นให้ไม่ใช้รึไงแต่มันเป็นเงื่อนไขที่เกมตั้งขึ้นที่ต้องมีการ์ดในชุดแปดอนงค์ก่อนอย่างน้อย 4ใบถึงจะดึงตัวราชานั่นมาได้นี่”เอ็ดเวิร์ดซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่อยู่ในเหตุการณ์พูดออกมา

            “แต่ปัญหาคือเราไม่มีน่ะสิ...การ์ดบ้าอะไรฟะแปดอนงค์” แทนยังบ่นไม่เลิก

            “มันก็ไม่เชิงว่าจะไม่มีหรอกนะ” เอ็ดเวิร์ดว่า

            “พี่หมายความว่าไงน่ะ” แทนหันไปหาคนพูดพร้อมกับขมวดคิ้วตั้งคำถาม

            คนถูกถามทำท่าทางลำบากใจอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้านก็ตอบออกมา “แปดอนงค์เป็นชุดการ์ดที่รวมสาวงามในตำนานน่ะ เป็นการ์ดเควสชนิดหนึ่ง” เขาเริ่มอธิบาย

            “มาแนวนี้พี่รู้จักล่ะสิ” แทนหรี่ตาถาม

            “ฉันมีอยู่ 2ใบ” เอ็ดเวิร์ดตอบเสียงเรียบ

            “เฮ้ย!”

            “นี่ไง...”คนสวมเสื้อลายดอกพูดจบก็เรียกช่องเก็บของออกมา แล้วเลือกการ์ด 2 ใบออกมายื่นให้แทนดู

            และเมื่อแทนใช้เวลาอ่านคุณสมบัติของการ์ดทั้ง2 ใบนั้นเสร็จก็ต้องทำท่าตกใจ “พี่! การ์ดสองใบนี่มันเทพเลยนะพี่! แถมใบนี้มันยัง 15ดาวเลยนะพี่เอ็ด!” เขาทำสียงตื่นเพราะการ์ดที่เอ็ดเวิร์ดยื่นให้นั้นใบหนึ่งระดับ12 ดาวและอีกใบระดับ 15 ดาว

            “อืมใช่...เสียตังไปมากอยู่กว่าจะได้มา”

            “การ์ด 2 ใบนี่เก่งอย่างนี้แถมไม่มีจำกัดเลเวลคนเรียกใช้ทำไมพี่ไม่เคยใช้ให้เห็นสักที”แทนที่กำลังนั่งคอยลูกค้าเข้าร้านอยู่กับเอ็ดเวิร์ดหรี่ตามองหน้าชายสวมหมวกแก๊ป

            เอ็ดเวิร์ดถอนหายใจแล้วรับการ์ดที่แทนคืนมาให้ก่อนจะมองอย่างพิจารณา“พี่ทำใจให้สาวสวยขนาดนี้ต้องบาดเจ็บไม่ได้ว่ะ”

            “ห่ะ...” แทนหันมองหน้าคนพูดทันที “พี่...นั่นมันการ์ดนะ”

            “ผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นยังไงเราก็ต้องปกป้องนะ” เอ็ดเวิร์ดพูดขณะที่สายตายังไม่ละจากการ์ดในมือ “ปารีสดาร์กดีไซเนอร์...มายูมิเนโกะคอสเพลย์...ยังไงพี่ก็ไม่อยากให้พวกเธอต้องออกไปเสี่ยง” เขาพูดพร้อมกับค่อยๆ ใช้มือลูบไปบนผิวการ์ดอย่างทะนุทนอม

            แทนส่ายหัวเมื่อเห็นเอ็ดเวิร์ดทำท่าแบบนั้นแต่ผู้ชายคนนี้ก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร สุดท้ายแทนก็อดขำไม่ได้หลังจากนั้นก็พูดออกมา

            “เออนะ...เชื่อพี่เลยแฮะว่าแต่ว่านี่มันชุดการ์ดสำหรับพวกบ้าผู้หญิงอย่างพี่เลยนี่ สุดยอดปรารถนา” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับเหล่มองไปที่เจ้าของการ์ดทั้ง 2 ใบ

            “แทน...” เอ็ดเวิร์ดทำเสียงเข้มก่อนจะหันมองหน้าเพื่อนรุ่นน้องของตัวเองและเมื่อคนถูกเรียกรู้ตัว เขาก็หันมาหาเจ้าของเสียงนั้น “แปดอนงค์เป็นสุดยอดชุดการ์ดก็จริงแต่นั่นไม่ใช่ที่สุด การ์ดที่พี่ตามหาอยู่คือชุดการ์ดลวงตา...” คนพูดมีแววตามุ่งมั่นแบบที่แทนไม่เคยเห็นมาก่อน “มันคือชุดการ์ด...บิกินี่สิบสองราศี”

            “เวร...” เสียงพูดดังขึ้นทันทีที่อีกคนพูดจบ “ผมผิดเองพี่ที่ดันไปถามพี่เรื่องนี้ แต่เอาเป็นว่าเรามีการ์ดแปดอนงค์สองใบว่างั้นถ้าอย่างนั้นเกิดได้อีก 2 ใบมาเมื่อไหร่ค่อยไปตกลงกับราชาหวิวนั่นอีกทีก็แล้วกัน” แทนว่า

            เอ็ดเวิร์ดทำหน้าสงสัยก่อนจะถามออกไป“ทำไมอยากได้ราชานั่นมาอยู่ที่กิลด์เราจัง Npc คนอื่นก็เยอะแยะถ้าจะเอากวนๆ เจ้าคนที่เฝ้าป้อมปราสาทลอยฟ้านั่นก็ใช้ได้เลยนะ” เขาถามออกมา

            แทนแตะยิ้มก่อนจะตอบออกไป “มันมีเหตุผลสิพี่”

            “เหตุผล? เหตุผลอะไรกัน...” เอ็ดเวิร์ดถามอย่างสงสัย

            “ก็เหตุผลดีๆ แหละ” แทนตอบแบบไม่ได้ทำให้คนฟังได้ประโยชน์แม้แต่น้อย

            “หมายความว่าจะไม่บอก” เสียงถามต่อ

            “แค่ยังไม่บอกน่ะพี่” แทนตอบกลับ

            เอ็ดเวิร์ดถอนหายใจยาวเมื่อได้ยินคำพูดที่ว่า“งั้นเอาเป็นว่าขอเจือกเรื่องอื่นแทนก็แล้วกัน...”เขายิ้มหวานใส่แทน

            “ไรพี่...” คนถูกจ้องหันไปมองหน้าเยิ้มของเอ็ดเวิร์ดแล้วถามออกมา

            “แหมๆๆๆพ่อหนุ่มนักรัก...” เขาตบไปที่บ่าของแทนสองสามทีก่อนจะถามต่อไป“แล้วเมื่อวานไปเจอแม่ยอดยาหยีเป็นไงบ้างยังไม่ได้เล่าให้พี่ฟังเลยนะ เล่าดิๆๆ” เอ็ดเวิร์ดพยักหน้าหลายครั้งเชิญชวนให้แทนเล่าเรื่องระหว่างเขากับเนต

            “อ้อ...เรื่องแค่นี้เองพี่เล่าได้อยู่แล้ว” ชายหนุ่มพยักหน้ารับ

            “จัดม่ะ!” เอ็ดเวิร์ดตบมือฉาดใหญ่ ขณะที่แทนทำหน้าตาจริงจัง

            “ก็เจอกันตอนเช้าเธอไปนั่งรอผมก่อนเวลาตั้งนาน พอผมไปถึงก็แค่เรียกเธอไปกินข้าวที่ร้านอื่นเธออยากกินในกรุงเทพแต่ผมอยากไปต่างจังหวัด...”

            “เสม็ด...เสร็จทุกราย” เสียงเอ็ดเวิร์ดแทรกขึ้นมา และเมื่อสายตาของแทนจ้องเข้าใส่เขาก็รีบพูดต่อ“ถ้าเป็นพี่อยากไปเสม็ดน่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของนายเล๊ย! ไม่เกี๊ยว...ไม่เกี่ยว” เขาโบกมือปฏิเสธพัลวัน

            แทนส่ายหัวเมื่อเห็นพฤติกรรมของคู่สนทนาแต่หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเล่าต่อไป “ผมก็ขับไปพัทยาน่ะพี่ไปแบบชิลๆ หาไรกินแถวๆ จอมเทียน พอเริ่มคุยเรื่องความหลังเธอก็ร้องไห้น่ะกว่าผมจะปลอบเสร็จก็พักใหญ่ แล้วเราก็ดีกัน...ก็แค่นั้นล่ะพี่ ไม่ได้มีอะไรมาก”

            เอ็ดเวิร์ดขมวดคิ้วมาตั้งแต่แทนเล่าไปได้นิดหน่อยแล้วเขามองหน้าแทนก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัย “ฟังแล้วทำไมพี่รู้สึกว่ามันมีความจริงไม่ถึงครึ่งเลยฟะนี่แกแต่งแต้มแต่งเติมใช่ไหม”เขาจ้องหน้าแทนเพื่อคาดคั้นหาคำตอบ

            ชายหนุ่มที่กำลังถูกคาดคั้นเก็บอาการก่อนจะตอบออกไป“บางอย่างที่พี่ไม่เชื่อไม่ใช่ว่ามันไม่เป็นหรือบางอย่างที่มันไม่เป็นก็อาจต้องเชื่อ เชื่อทั้งที่บางทีมันก็เป็นหรือบางทีมันไม่เป็นเราก็ต้องคิดให้มันเป็น ให้มันทั้งเป็นและไม่เป็นและไม่เป็นทั้งที่บางครั้งมันก็ไม่เป็นอย่างที่มันเป็น”แทนพูดรัวก่อนจะตีหน้าขรึมแล้วเอื้อมมือไปตบไหล่เอ็ดเวิร์ดเบาๆ

            “เข้าใจนะพี่เจ๋งๆ สาวหลงๆ อย่างพี่ต้องเข้าใจเรื่องนี้อยู่แล้วล่ะ”แทนว่า แต่ดูเหมือนว่าเอ็ดเวิร์ดจะไม่เข้าใจประโยคก่อนหน้านั้นเลยสักนิด

            ไม่สิ...น่าจะต้องบอกว่าใครมาฟังก็ไม่น่าจะเข้าใจมากกว่าเพราะขนาดแทนซึ่งเป็นคนพูดเองยังไม่รู้เลยว่ามันหมายความว่าอย่างไรเขาแค่ต้องการเลี่ยงคำถามของเอ็ดเวิร์ดก็เท่านั้นและในขณะนั้นเองลูกค้ากลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาในร้านของพวกเขาร้านที่ตั้งเป็นเสฟียร์สามร้านติดต่อกัน ร้านของ แทน เอ็ดเวิร์ด และลินสามเทพแห่งการค้าขายในสไตล์ของตัวเอง โดยที่เอ็ดเวิร์ดขายการ์ดซัมมอนแทนขายการ์ดอาวุธที่ทากะสร้างมาเกินและลินขายอุปกรณ์เสริมที่นิกกี้สร้างขึ้นและพวกขยะที่ตกจากมอนสเตอร์

            “พี่ๆ ลูกค้ามาเราหยุดเรื่องนั้นไว้ก่อน ทำงานๆ”แทนรีบเปลี่ยนเรื่องในขณะเอ็ดเวิร์ดยังพยายามคิดตามคำพูดที่แทนว่าไม่เลิก

            “เอ้ย...พี่ต้องเข้าใจอยู่แล้วเรื่องแค่นี้เอง!” เอ็ดเวิร์ดพูดก่อนจะเดินกลับไปประจำร้านของตัวเองแต่ก็ยังมีสีหน้าครุ่นคิดแล้วส่ายหน้าไปมา “มันอะไรของมันนะ...ไม่ค่อยเข้าใจแฮะ” เขาพึมพัมกับตัวเอง

            ส่วนแทนหรี่ตามองตามเอ็ดเวิร์ดไปแล้วแสยะยิ้ม“พี่รู้ก็บอกผมด้วยนะว่าแปลว่าอะไร ผมยังไม่รู้เลยพี่” เขาพูดเบาๆ ก่อนจะยักคิ้วลับหลังชายที่เดินออกไป

             

            ชายหญิงกลุ่มหนึ่งเข้ามาในร้านของพวกเขาตอนนี้รายการของขายในร้านมีหลายชนิด แต่ตั้งขายไว้เพียงอย่างละชิ้นสองชิ้นเท่านั้นทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วการ์ดบางใบพวกเขามีอยู่นับร้อยๆ ใบ ยกตัวอย่างก็เช่นการ์ดสามชนิดนี้ลอร์สไพรด์การ์เดี้ยน ลอร์ไพรด์ฮาวด์และลอร์สไพรด์เมจิกเชี่ยนแต่ในร้านกลับมีการ์ดสามชนิดที่ว่าวางขายเพียงแค่อย่างละ 2 ใบ

            ในขณะที่ร้านอาวุธซึ่งมีแทนเป็นคนดูแลนั้นเป็นอาวุธที่สร้างขึ้นมาจากวัตถุดิบที่ได้มาจากปราสาทลาพิวต้าไอโวเลชั่นแทบทั้งสิ้นแทนใช้วิธีปาร์ตี้กับอายะและทากะแถวๆ ที่มีมอนสเตอร์เลเวลต่ำ พวกเขาเข้าสู้หลายๆครั้งเพื่อรอให้ทักษะอาชีพเริ่มทำงานทักษะที่จะทำให้เลเวลของตัวเขาเองสลับกับอายะและทากะ และเมื่อเกิดการสุ่มที่ว่าทากะก็จะจัดการสร้างอาวุธขึ้นตามใบสั่งของเอ็ดเวิร์ด

            เมื่อเสร็จจากการสร้างอาวุธแทนก็กลับมาเปลี่ยนทีมในเมืองคราวนี้เขาปาร์ตี้กับนิกกี้สองคนและรอให้เกิดการสุ่มสลับเลเวลตามด้วยให้นิกกี้สร้างของจำพวกอุปกรณ์เสริมชนิดต่างๆที่ขณะนี้ทักษะการสร้างของเธอเปลี่ยนจากครีเอชั่นนัมเบอร์ทรี (Creation Number3) เป็นครีเอชั่นนัมเบอร์ซิกส์ (Creation Number 6) เรียบร้อยแล้ว

            และเมื่อเสร็จจากเรื่องงานสร้างอุปกรณ์เสริมนิกกี้กับบลานซ์ก็เป็นคนไปจัดการเปลี่ยนการ์ดที่วิหารแห่งการเปลี่ยนแปลงเธอไม่ไว้ใจแทนสำหรับงานนี้

            จนถึงตอนนี้แทนยังไม่ได้เริ่มสร้างกิลด์เพราะนิกกี้ขอเวลาให้เธอศึกษาอีกสักพักว่ามีอะไรที่สามารถทำให้กิลด์มีความสามารถเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ถ้าไม่มีอะไรพิเศษช่วงเย็นๆ พวกเขาก็ตกลงว่าจะตั้งกิลด์ให้เรียบร้อย

            เมื่อจัดการเรื่องค้าขายและสร้างการ์ดต่างๆเสร็จสรรพ สมาชิกในทีมทั้ง 7 คนก็มีทั้ง อาวุธ การ์ดคาถาการ์ดซัมมอน และการ์ดอุปกรณ์เสริมเพิ่มขึ้นซึ่งของส่วนใหญ่มีปราสาทลอยฟ้าลาพิวต้าไอโซเลชั่นเป็นสถานที่อุปถัมภ์โดยที่ก่อนหน้านั้นแทนเล่าวิธีที่เขาใช้บนปราสาทลอยฟ้าให้นิกกี้ฟังเมื่อเธอฟังแล้วจึงเสนอว่าหลังจากจัดการขายของหรืออะไรเรียบร้อยแล้วให้แทนตั้งปาร์ตี้แล้วหาดันเจี้ยนที่มอนสเตอร์เลเวลสูงหน่อยแล้วจัดเตรียมการ์ดให้เหมาะสม ก่อนจะใช้วิธีเดิมเข้าเก็บเลเวล เพราะหากมีคนถึง 7คน เลเวลของแทนน่าจะพุ่งขึ้นไปถึงระดับเกินกว่า 300

            แต่นั่นเป็นการคาดเดาของนิกกี้เธอยังไม่รู้ว่าทักษะที่ว่าของแทนในตอนนี้นั้นมีข้อแม้เพิ่มขึ้นมาอีก มันคงให้ความรู้สึกคล้ายๆกับการที่ทักษะเลเวลเบรกเกอร์เปลี่ยนจากการใช้ 5 เลเวล มาเป็นใช้ 30เลเวลเหมือนกับเป็นการปรับสมดุลจากระบบเพื่อลดความสามารถของสกิลบางอย่างเมื่อผู้เล่นมีเลเวลสูงขึ้น

            “เก้าแสนนี่ไม่ได้แพงแล้วนะการ์ดใบนี้น่ะลอร์สไพรด์การ์เดี้ยนระดับ 9 ดาวเชียว”เอ็ดเวิร์ดพูดกับลูกค้าที่เข้ามาในร้าน

            “การ์ด9 ดาวใบอื่นยังแค่เจ็ดแสนกว่าเองนะพี่ ดูร้านอื่นที่ขายกันสิ” เสียงลูกค้าที่ว่ากำลังต่อราคา

            “มันก็ถูกนะที่ว่าการ์ด9 ดาวใบอื่นไม่ได้แพงเหมือนการ์ดใบนี้แต่ระดับดาวมันไม่ได้วัดความนิยมนะ แล้วอีกอย่าง...การ์ดใบอื่นที่ว่ามันไม่ใช่การ์ดที่ชื่อลอร์สไพรด์การ์เดี้ยนนี่นา” พ่อค้าใหญ่เริ่มใช้ทักษะค้าขายของเขาเข้าเจรจา

            “สองใบนี้ล้านห้าก็แล้วกันจ่ายเงินเลยเนี่ย” ลูกค้ายังพยายามต่อรองต่อไปส่วนเอ็ดเวิร์ดนั้นส่ายหัวไปมา

            “พี่อยากขายให้นะแต่ต้องขอโทษด้วยเพราะการ์ดใบนี้พี่กับเพื่อนไปหามาด้วยกัน พี่ลดให้ไม่ได้จริงๆเอางี้ดีกว่า น้องลองไปเดินดูก่อนก็ได้ว่ามีร้านอื่นขายไหมถ้ามีน้องก็ซื้อจากร้านอื่นก่อนเถอะ เพราะพี่เองก็รู้ว่าราคานี้มันค่อนข้างแพงแล้วถ้าน้องได้การ์ดใช้งานมาในราคาที่ไม่ได้แพงอย่างที่เพื่อนพี่มันตั้งราคาไว้พี่ก็ดีใจนะ” เอ็ดเวิร์ดพูดไปเรื่อยเขารู้อยู่แล้วว่าการ์ดชุดลอร์สไพร์ดตอนนี้ไม่มีใครมีตอนนี้ในตลาดเมืองคาลิปมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่มีการ์ดชนิดนี้อยู่แถมการ์ดชุดลอร์สไพรด์ทั้งสามชนิดยังมีประโยชน์กับผู้เล่นหลายอาชีพมากจากความชำนาญของเอ็ดเวิร์ดทำให้เขาคิดว่าการ์ดชุดนี้ถึงอย่างไรก็ต้องเป็นที่ต้องการของตลาดแน่นอน

            “น้องลองเดินดูร้านอื่นก่อนเถอะถ้ามันไม่มีจริงๆ ค่อยมาซื้อ 2 ใบนี้ไป จะได้ประหยัดอีกหน่อย” เอ็ดเวิร์ดพูดต่อไป

            ลูกค้าสามสี่คนของเขาหันมองหน้ากันก่อนจะกระซิบกระซาบกันครู่หนึ่งหลังจากนั้นชายคนเดิมที่เป็นคนต่อราคาเอ็ดเวิร์ดก็รับหน้าที่เป็นคนเจรจาต่อ

            “ถ้าอย่างนี้ลอร์สไพรด์การ์เดี้ยนนี่ไม่ต้องลดแต่ขอซื้อการ์ดลอร์สไพรด์ฮาวด์นั่นในราคาห้าแสนใบหนึ่งละกันพี่นี่ผมไม่ได้ขอลดการ์ดลอร์สไพรด์การ์เดี้ยนเลยนะ”

            ‘ชะ...ไอ้นี่มีฝีมือเหมือนกันนี่’ เอ็ดเวิร์ดคิดในใจ

            “เอางี้!ทีเดียวจบเลย”เอ็ดเวิร์ดตบมือเสียงดังเรียกความสนใจก่อนจะพูดต่อ “พี่ขอสองล้านสี่สำหรับ3 นี้ ลอร์สไพรด์การ์เดี้ยน 2 ใบลอร์สไพรด์ฮาวอีก 2 ใบ”

            กลุ่มลูกค้าต้องทำหน้าครุ่นคิดอีกครั้งแล้วสุดท้ายก็มีคำพูดหนึ่งถามออกมา “ลดอีกไม่ได้เหรอพี่...”

            เมื่อได้ยินคำพูดที่ว่าเอ็ดเวิร์ดก็ยิ้มในใจทันทีและไม่เพียงเอ็ดเวิร์ด แทนซึ่งอยู่ที่เคาน์เตอร์ขายอาวุธก็ยืนอมยิ้ม

            ‘ลดอีกไม่ได้เหรอลดอีกนิดนะ ลดให้อีกหน่อยละกัน’คำพูดที่ว่ามานี้ถ้ามีใครพูดออกมามันก็เหมือนกับว่าเขาตกลงใจซื้อในราคาที่ว่ามาแล้วกว่า70 เปอร์เซ็นต์ ถึงจะไม่ลดเพิ่มคนซื้อก็ต้องซื้อแน่นอนแต่ด้วยวามชำนาญของเอ็ดเวิร์ดที่ต้องการซื้อใจลูกค้าเอาไว้เขาจึงพูดออกมา

            “เอานี่ไปก่อนเลย...นามบัตรพี่” เอ็ดเวิร์ดยื่นนามบัตรจากในเกมในกับลูกค้า มันเป็นไอเทมราคาถูกมากๆไอเทมที่เอาไว้ให้ผู้รับใช้ติดต่อกับผู้มีชื่ออยู่ในนามบัตรนั้นได้โดยไม่ต้องเป็นเพื่อนกัน“พี่รู้อยู่แล้วว่าราคานี้ถึงพี่ไม่ลดให้น้องก็ต้องซื้อ...” พ่อค้าใหญ่พูดต่อมันทำให้คิ้วของชายหนุ่มที่เป็นตัวแทนของกลุ่มขยับเล็กน้อยแสดงอาการว่าคำพูดที่ได้ยินนั้นเป็นความจริง“แต่พี่ลดให้เองเลยดีกว่า สองล้านสามแต่ถ้ามีอะไรคราวหลังติดต่อมาเลยนะ พี่มีเพื่อนหาของเยอะ อยากได้อะไรก็ว่ามาเลย”

            “แอเรียล่ะพี่” ลูกค้าหนึ่งในสามคนที่ไม่เคยพูดอะไรออกมาถามขึ้น

            เอ็ดเวิร์ดถอนหายใจก่อนจะส่ายหัวไปมา“แอเรียหรอ...” เขาพูดก่อนจะหยิบการ์ดใบหนึ่งออกมา “ถ้าเงินถึงก็ได้อยู่แล้ว”การ์ดที่เอ็ดเวิร์ดถืออยู่คือบาร์ซ่าแห่งคัลเดีย การ์ดแอเรียของเขาเองการ์ดใบนี้ทำเอาสายตาของลูกค้าลุกวาว

            “อ่ะ...สองล้านสาม” พูดจบเอ็ดเวิร์ดก็หยิบการ์ดทั้ง 3 ใบที่เพิ่งตกลงกันออกมาลอร์สไพรด์การ์เดี้ยน 2 ใบ และลอร์สไพรด์ฮาวด์อีก 1 ใบ

            “ครั้งหน้าต้องราคาพิเศษนะพี่...” ลูกค้าจ่ายเงินให้เอ็ดเวิร์ดก่อนจะรับการ์ดไป

            “มันต้องพิเศษอยู่แล้ว!”คนขายพูดเสียงสูงเมื่อรับเงินมาเรียบร้อย “เฮ้ยแทน!”เขาหันไปเรียกแทนที่อยู่ร้านข้างๆ

            “อะไรพี่” เสียงตอบกลับมา

            “เฮ้ยการ์ดลอร์สไพรด์การ์เดี้ยนนายไม่ขายให้น้องมันไปก่อนล่ะเดี๋ยวรอเผื่อมีใครมาขายนายค่อยซื้อไปใช้ใหม่ก็ได้นี่”เอ็ดเวิร์ดตะโกนถามแทนซึ่งอยู่ร้านข้างๆและเมื่อเขาพูดถึงการ์ดใบที่สามขึ้นมาก็ทำให้กลุ่มลูกค้าทำตาโตแต่ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา

            “ผมมี3 ใบพอดีพี่...ไม่ขายอ่ะ”แทนพูดแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วหันกลับไปทำสำรวจการ์ดต่างๆ ที่เขามีอยู่ทำเป็นไม่สนใจเรื่องที่จะขายการ์ดที่เขาคุยกับเพื่อนของตัวเอง

            เอ็ดเวิร์ดทำปากจู๋ก่อนจะหันมาหากลุ่มลูกค้าของเขา“เจ้านั่นมันงี่เง่าน่ะ อย่าไปสนใจเลย สองใบนี้ก็น่าจะเจ๋งแล้วใช้การ์ดใบอื่นแทนไปก่อนก็โอเคแล้วล่ะ” ชายหนุ่มว่า

            “พี่ๆ” ดูเหมือนลูกค้าจะเริ่มติดกับดักของสองหนุ่ม “ผมอยากได้ให้ครบเซตน่ะชุดนี้ใช้ 3 ใบนี่เจ๋งกว่าเห็นๆ”

            เอ็ดเวิร์ดพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหันไปที่แทนอีกครั้ง“เฮ้ยแทน! พี่ขอวะ ให้น้องมันเอาไปใช้เหอะพวกเราเดี๋ยวค่อยหาเอาใหม่”เขาพูดเสียงขอร้อง

            “ผมมี3 ใบพอดี ขายไปก็ไม่ครบชุดดิพี่!” แทนส่งเสียงตอบกลับมา

            “เอางี้...ล้านนึงขายให้น้องมันไป แกเอากำไรไปแสนนึง!” เอ็ดเวิร์ดทำเป็นเจรจาให้

    คล้ายกับเรื่องD.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ ที่คุณอ่าน