ทางด้านนักรบ—
เมื่อเห็นว่าจอมทัพกลับบ้านดึก เขาก็ร้อนใจ โทรหาจอมทัพอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีการรับสายสักสายเดียว วันนี้เขานั้นมีการที่ต้องสะสางอยู่มาก ทำให้เลิกงานดึก จึงให้คนขับรถไปรับแทนแต่มารู้ตอนหลังว่าจอมทัพจะกลับเอง เพราะจะไปติวหนังสือกับพวกแทนไทกับกีต้าร์ต่อ
เขาเดินไปเดินมาอยู่ในห้องโถงของบ้าน ตาก็จ้องมองนาฬิกาที่บอกเวลาว่าเลยสี่ทุ่มไปแล้ว
‘ไปไหนของเขานะ’
ขณะที่นักรบกำลังเป็ห่วงและกังวลอยู่นั้น ก็มีสายโทรเข้ามา เขานึกว่าเป็จอมทัพจึงรีบกดรับทันทีเลยไม่ได้ดูเลยว่าเป็เบอร์ใคร
“ฮัลโหล”
[คุณนักรบครับ...นี่ผมเองนะครับ]
นักรบรู้สึกผิดหวังนิดหน่อยที่คนโทรมาไม่ใช่หลานของเขาอย่างที่คาดเอาไว้ แต่เป็เสียงของชายคนหนึ่งที่เขาส่งไปสังเกตการณ์ปารมี แทนชุดเดิมที่ถูกจับได้
“ว่าไง”
เขาถามเสียงแข็ง ในใจก็ว้าวุ่นอยู่กับจอมทัพ
[คือว่า.......]
ทันทีที่เขาได้ยินสิ่งที่ปลายสายรายงาน เขาก็เบิกตากว้างใแล้วรีบหันไปคว้ากุญแจรถขับออกไปทันที ด้วยความรู้สึกที่มันร้อนรุ่มข้างใน ซึ่งเขาแยกไม่ออกว่ามันเป็อาการที่เกิดขึ้นเพราะเขาห่วงจอมทัพหรือว่าอะไรกันแน่ เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าตอนนี้เขารู้สึกมันอึดอัดบอกไม่ถูก
ขณะที่เขากำลังขับรถไปยังจุดหมายอย่างร้อนรนนั้น ก็พลันนึกไปถึงสิ่งที่เพิ่งได้รับรายงานมาเมื่อครู่ พร้อมกับสีหน้าเคร่งเครียด
‘ผมเห็นคุณจอมทัพที่คอนโดคุณปารมีครับ’
------------------------
ขณะเดียวกันที่คอนโดปารมี—
“แล้วไปทำอีท่าไหนถึงมีเื่กันได้ละฮึ— ....”
ปารมีถามจอมทัพขณะที่กำลังเอาสำลีที่จุ่มน้ำเกลือจนชุ่มซับเืที่แห้งเกรอะกรังอยู่ที่หัวคิ้วด้วยความตั้งใจ
จอมทัพที่กำลังใจเต้นไม่เป็ส่ำเพราะตื่นเต้นนั่งตัวแข็งทื่อให้ปารมีทำแผล เพราะความใกล้ชิดที่ไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งยังได้กลิ่นสบู่อ่อน ๆ ลอยมาเตะจมูกเขาอีก แม้จะมีกลิ่นเหงื่อปนมาบ้าง แต่กลิ่นสบู่นั้นมันเด่นขึ้นมา จนทำให้เขานั้นแอบสูดดมไปนิด ๆ
มันทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
“ว่าไง...”
เมื่อเห็นว่าจอมทัพไม่ตอบ เธอจึงหยุดแล้วถอยมามองหน้าเขาอย่างคาดคั้น ทางด้านจอมทัพเมื่อปารมีถอยห่างออกไปแล้ว เขาก็โล่งอก แต่ก็เกิดความกลัวนิด ๆ ราวกับเด็กที่แอบไปทำผิดมาแล้วแม่จับได้ จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ เอ่ยตอบไป
“ก็— พวกผมกำลังจะไปติวหนังสือกันที่บ้านไอแทน แต่ว่าไอต้าร์ดันเดินไปชนพวกนั้นเข้า เลยมีเื่กันอย่างที่เห็นครับ”
ปารมีที่ได้ยินเื่ราวทั้งหมดแล้ว เธอก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วขยับเข้าไปทำแผลให้เขาต่อ และจอมทัพก็นั่งนิ่งตัวแข็งอีกครั้ง
“คราวหลังละก็ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงนะ...ไม่ใช่ไปทะเลาะต่อยตีกันแบบนี้...”
ลมหายใจปารมีที่รินรดหน้าผาก น้ำเสียงที่อ่อนโยน กับอุณหภูมิอุ่น ๆ ที่แผ่ออกมาจากกายของปารมี ทำให้เขาเริ่มผ่อนคลายอย่างประหลาด
“คะ— ครับ...”
จากนั้นความเงียบก็เข้ามาปกคลุม ปารมีนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาทำแผลให้จอมทัพอย่างใจเย็น ส่วนจอมทัพนั้นก็ได้แต่นั่งนิ่ง ๆ ให้ปารมีทำแผลให้อย่างเชื่อฟัง บรรยากาศภายในห้องทำให้จอมทัพนั้นรู้สึกราวกับเขานั้นได้ย้อนเวลากลับไปตอนเด็ก ๆ อีกครั้ง ในตอนที่พ่อกับแม่เขานั้นยังมีชีวิตอยู่
ก๊อก— ก๊อก—
เสียงเคาะประตูทำให้ปารมีหยุดชะงักมือ แล้วเดินไปเปิดประตู เนื่องจากคอนโดของเธอนั้นเป็คอนโดที่เก่าแล้ว จึงไม่มีตาแมวไว้ส่องและไม่มีโซ่คล้องกุญแจ เธอจึงจำเป็ต้องเปิดประตูแต่ก็เปิดแค่แง้ม ๆ เพื่อดูว่าเป็ใคร
เมื่อเธอแง้มประตูเพื่อดูว่าเป็ใคร เธอก็ต้องผงะ ใ เมื่อเห็นสีหน้าทะมึนของนักรบยืนจังก้าอยู่ตรงหน้าประตู
“อาจารย์ครับ— ใครเหรอครับ”
จอมทัพเห็นปารมียืนตัวแข็งเขาก็สงสัยว่าแขกยามดึกของปารมีตอนนี้เป็ใคร และเมื่อเห็นว่าเป็ใครเขาก็มีอาการไม่ต่างจากปารมีมากนัก
“น้า....”
และนั่นก็เป็พยางค์เดียวที่เขาพอจะพูดได้ ก่อนที่จะถูกเสียงเย็นเยียบของนักรบพูดสวนขึ้นมา จนเขาต้องรีบทำตามที่นักรบพูดทันที
“ไป— รอ— ที่— รถ”
เมื่อจอมทัพออกไปแล้ว ปารมีก็รีบปิดประตูทันที แต่ทว่าก็ไม่ทันเพราะนักรบนั้นอาศัยความเร็วแทรกตัวเข้ามาในห้องของเธอพร้อมกับประตูปิดดังปัง
-----------------
“คุณเข้ามาทำไม!!!”
ปารมีร้องถามออกไปอย่างใ และหวาดกลัวในใจลึก ๆ จนกำหมัดแน่น เมื่อระลึกได้ว่าคนตรงหน้าอาจจะเป็คนที่ส่งคนมาทำร้าย และจับตาดูเธอในหลายสัปดาห์มานี้
นักรบนั้นไม่ตอบเขาค่อย ๆ ย่างเท้าเข้าหาปารมีอย่างช้า ๆ ต่างกับความรู้สึกข้างในที่มันร้อนเดือดปุด ๆ ซึ่งเขานั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ทันทีที่เห็นจอมทัพอยู่ในห้องของเธอเขานั้นก็เหมือนจะขาดสติไปพักหนึ่งก่อนจะรีบแทรกตัวเข้ามาในห้องของเธอ
เขาไม่เคยเสียการควบคุมแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต
“อย่าเข้ามานะ!!”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นเดินเข้ามาหาเธอใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เธอก็ร้องออกไปพร้อมกับสอดสายตาหาทางหนีทีไล่ แต่ทว่าก็ถูกนักรบบังทางหนีจนหมด
นักรบเห็นท่าทีลุกลี้ลุกลนของปารมีที่อยู่ห่างจากเขาไม่เกินสามก้าว เขาก็รู้สึกอารมณ์ค่อย ๆ เย็นลง และยิ่งเห็นปารมีที่ทำท่าทางราวกับหนูแฮมเตอร์ที่วิ่งหนีจนจนมุมแล้วหาทางหนี เขาก็รู้สึกว่ามันน่ามองอย่างบอกไม่ถูก
นี่เขาเป็อะไรไปเนี่ย!!!
แต่เมื่อภาพของจอมทัพที่อยู่ในห้องกับปารมีสองคน เขาก็ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น เขามองไปที่ปารมีและรู้สึกอยากจะจับเธอไม่ให้ดิ้นหนีไปได้ จากนั้นเขาจะ....
พอคิดมาถึงตรงนี้เขาก็ชะงักความคิดเขาทันที
นั่นสิ— เขาจะทำอะไรต่อดีล่ะ.........
โปรดติดตามตอนต่อไป