ตอนที่163 มันฝรั่งรสต้มยำกุ้ง
จากนั้นเสิ่นลี่อิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพวิดีโอภายในโกดังพร้อมกับร่างหมดสติของชายทั้งห้าคนโดยเธอจงใจเตะร่างพวกมันให้นอนหงายเพื่อบันทึกใบหน้าอย่างชัดเจน
เสิ่นลี่หยางและองครักษ์อีกสี่คนวิ่งเข้ามาสมทบในโกดังเด็กหนุ่มเข้าใจการกระทำของพี่สาวเป็นอย่างดีเขายกมือส่งสัญญาณให้องครักษ์เงียบเสียงเพื่อไม่ให้มีเสียงเล็ดลอดเข้าไปในการบันทึกหลักฐานอันสำคัญของพี่สาวได้
กระทั่งเสิ่นลี่อิงบันทึกวิดีโอเสร็จสิ้นเธอส่งไฟล์การบันทึกไปหาน้องชายโดยตรงเพื่อให้เขาประสานแจ้งไปยังทีมมังกรขาวเนื่องจากน้องชายคุ้นเคยกับฝ่ายนั้นดีกว่า
ประการสำคัญเธอไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับพี่ชายของหยวนมี่โดยไม่จำเป็นจึงไม่คิดที่จะเข้าไปยุ่งวุ่นวายด้วย
“พี่ส่งไฟล์วิดีโอให้แล้วนะเสี่ยวหยางส่งต่อกับทีมมังกรขาวให้ที หากรอบนี้หยานจวินหรือคนบงการยังรอดไปได้อีกก็แสดงว่าเส้นสายพวกมันคงใหญ่โตคับฟ้า”
เสิ่นลี่อิงอดไมได้ที่จะเอ่ยแขวะอดีตสามีขึ้นมาเธอจดจำใบหน้าของหยานจวินได้เป็นอย่างดีแต่ไม่คิดว่าเขาจะรอดคุกออกมาอยู่ภายนอกเพื่อทำสิ่งผิดกฎหมายได้
“เข้าใจแล้วครับ”เสิ่นลี่หยางพยักหน้าเข้าใจคำสั่งพี่สาว
เขาหยิบโทรศัพท์แล้วประสานงานกับทางทีมมังกรขาวในเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวางสายเขาส่งไฟล์วิดีโอไปให้อีกฝ่ายตามหลังทันที
“นายท่านไม่ให้พวกมันกินยาพิษสลายซากหรือครับ?” โด๊สสอบถามเจ้านายด้วยความสงสัย
องครักษ์ต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วยในคำถามของโด๊สพวกเขาแปลกใจที่เจ้านายละเว้นโทษตายให้กับชายฉกรรจ์ทั้งห้าคนไว้
ในขณะที่ภายนอกโกดังพวกเขาต่างกำจัดร่างของเหล่าผู้คุ้มกันไปจนหมดสิ้น จึงอยากรู้เหตุผลของเจ้านาย
“ปล่อยพวกมันไว้ก็เหมือนกับตายทั้งเป็นนั่นแหละอย่างน้อยทางการจะได้รู้ว่าคนที่ดูแลสารเสพติดเหล่านี้คือใครหากพวกเรากำจัดไปเสียหมด ทางการจะสาวถึงตัวการใหญ่ได้ยังไงละ?”
เสิ่นลี่อิงตอบกลับองครักษ์ด้วยภาษาสเปนอย่างผ่อนคลายเธอผิดหวังเพียงเรื่องเดียวที่อดีตสามีไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วยซึ่งพลาดโอกาสในการแก้แค้นเขาเป็นอย่างยิ่ง
‘หวังว่าฉันจะมีโอกาสแก้แค้นคุณเร็วกว่านี้’เสิ่นลี่อิงคิดอย่างมีความหวัง
จากนั้นเธอส่งสัญญาณกับทุกคนให้รีบออกจากที่เกิดเหตุเนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายกับพวกตำรวจที่จะเข้ามาตรวจสอบสถานที่
ประการสำคัญเธอต้องการไปถึงบ้านให้เร็วที่สุดเพื่อทำการลบภาพที่ไม่ควรมีในกล้องวงจรปิดของโรงงานแอดวานซ์ถึงแม้ว่าเธอกับน้องชายและเหล่าองครักษ์จะพยายามระมัดระวังตัวแล้วแต่ไม่ต้องการให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาได้
..........
รุ่งเช้าเสิ่นลี่อิงและเสิ่นลี่หยางไปโรงเรียนตามปกติสองพี่น้องมองสบตากันด้วยความแปลกใจเนื่องจากไม่พบข่าวคราวของเหตุในโรงงานแอดวานซ์ออกมาสักนิดจึงส่งสัญญาณที่จะพูดคุยกันเมื่อไปถึงโรงเรียนแล้ว
เสิ่นลี่คุนมาส่งลูกสองคนไปโรงเรียนตามปกติโดยมีโด๊สทำหน้าที่เป็นคนขับรถ เขาเอ่ยขึ้นมาในผลตอบรับการผลิตมันฝรั่ง
ล็อตแรกอย่างภาคภูมิใจว่า
“อิงเอ๋อร์เสี่ยวหยางรู้ไหม?มันฝรั่งรสต้มยำกุ้งที่ลูกคิดค้นขึ้นมา ตอนนี้ผลตอบรับจากทางตลาดดีทีเดียวขนาดว่าราคาแพงหูฉี่เชียวนะ แต่ยอดสั่งจองมียาวถึงข้ามปีเชียวละ สงสัยว่าอีกไม่นานอาจมีบริษัทอื่นคิดที่จะลอกเลียนแบบแน่ ๆ”
เสิ่นลี่คุนคาดเดาทิศทางการค้าในตลาดได้ไม่ยากเย็นโดยคิดว่าสินค้าจากโรงงานที่มียอดจำหน่ายหมดเร็วในเวลาเพียงหนึ่งวันย่อมจะมีบริษัทหรือโรงงานอื่นคิดลอกเลียนแบบทำตามแน่นอน
“เป็นธรรมดาค่ะพ่ออย่ากังวลไปเลย เราต้องพยายามรักษามาตรฐานไว้ให้ดี ว่าแต่สูตรที่หนูให้ไปมีคนเข้าถึงได้กี่คน ทุกคนไว้ใจได้ไหมคะ?”
เสิ่นลี่อิงพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจพลางแสดงความคิดเห็นอย่างกังวลใจในลูกน้องที่พ่อรับเพิ่มเข้ามาทำงานในโรงงานซึ่งอาจมีคนขายความลับเรื่องสูตรรสต้มยำกุ้งออกไป หรืออาจจะมีสายลับของโรงงานอื่นส่งเข้ามาสอดแนม
“ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องสูตรหรอกตอนนี้มีแค่แม่กับเสี่ยวปิงช่วยกันดูแลเป็นหลักคนอื่นแค่ช่วยนิดหน่อยแต่ไม่ได้รู้สูตรจริง แม่เขาทำผงปรุงรสเตรียมจากที่บ้านไปเองเขาไม่กล้าไปทำต่อหน้าลูกน้องในโรงงานหรอก”
เสิ่นลี่คุนตอบกลับลูกสาวอย่างผ่อนคลายซึ่งเขาคิดที่จะให้กลุ่มลูกน้องต่างชาติเข้ามาช่วยดูแลที่บ้านเพื่อความปลอดภัยของภรรยาด้วยโดยรู้สึกไว้วางใจคนงานต่างชาติทั้งสี่คนอย่างไม่มีเหตุผล
“ก็ดีแล้วค่ะให้พวกอูโน่มาช่วยแม่ด้วยก็ได้นะคะ” เสิ่นลี่อิงกล่าวตอบรับด้วยความเข้าใจในความคิดของพ่อ
เธอเอ่ยถึงองครักษ์ทั้งสี่คนเพื่อหวังให้พวกเขาช่วยพ่อแม่ทำงานด้วยอย่างไว้วางใจ
“พ่อก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันไว้กลับไปถึงบ้าน ค่อยเรียกพวกเขามาคุยอีกที”
เสิ่นลี่คุนเห็นด้วยในความคิดที่ลูกสาวเสนอแนะออกมาเนื่องจากการจับกุมตัวคนร้ายลอบเข้ามาในฟาร์มรวมถึงการรักษาความปลอดภัยอื่นในฟาร์มล้วนเป็นผลงานจากชายหนุ่มต่างชาติทั้งสี่คนซึ่งพากันตั้งใจทำงานเป็นอย่างดี จึงคิดจะสนทนาเพิ่มงานและเพิ่มเงินเดือนให้กับพวกเขาไปด้วย
เสิ่นลี่อิงยิ้มน้อยๆ เมื่อเหลือบมองเห็นท่าทางของโด๊สที่ดูเหมือนจะเข้าใจคำพูดระหว่างเธอกับพ่อได้หลายคำจึงคิดว่าองครักษ์ต่างพยายามปรับตัวและเรียนรู้ที่จะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถซึ่งเธอรู้สึกพึงพอใจพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อรถจอดส่งหน้าโรงเรียนเสิ่นลี่อิงและเสิ่นลี่หยางเดินทอดน่องเข้าโรงเรียนอย่างเชื่องช้าเนื่องจากยังเป็นเวลาเช้าอยู่และทั้งสองคนต่างต้องการสนทนาในเหตุการณ์เมื่อคืนด้วยความแปลกใจ
เสิ่นลี่หยางเอ่ยกับพี่สาวเมื่อเดินเข้าประตูโรงเรียนมาได้สักพักเขารู้สึกโมโหในเรื่องราวที่เงียบเกินไปว่า
“เจี่ยเจียว่ามันแปลกเกินไปไหมครับ? ทำไมไม่มีข่าวของโรงงานนั่นออกมาเลยหรือว่าพวกนั้นมันจะรอดอีก ขนาดพวกเรามีวิดีโอบันทึกไว้เป็นหลักฐานเชียวนะ”
“เดี๋ยวพี่จะลองตรวจสอบดูก่อนเสี่ยวหยางก็ลองถามทีมมังกรขาวอีกทีนะ พี่ก็สงสัยเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น?”
เสิ่นลี่อิงขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเช่นกันเธอไม่คาดคิดว่าเรื่องร้ายแรงขนาดนี้ หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะยังปิดข่าวหรือแม้แต่ให้ความช่วยเหลือคนผิดอย่างอดีตสามีจากตระกูลหลินของเมืองหลวงได้อีก
“โอเคครับเที่ยงค่อยแจ้งข่าวกันอีกที” เสิ่นลี่หยางพยักหน้ารับอย่างเคร่งเครียด
เขานัดหมายสนทนากับพี่สาวอีกครั้งในช่วงพักกินอาหารกลางวันจากนั้นเดินเข้าห้องเรียนชั้นล่างสุดในทันที
เสิ่นลี่อิงกำลังเดินเข้าห้องห้าบนชั้นสามแต่ต้องหยุดชะงักทันใด เนื่องจากพบเข้ากับสายตาเจ้าเล่ห์จากเพื่อนห้องห้าซึ่งแต่ละคนต่างจ้องมองเธอเป็นจุดเดียว
กงเจียหลิงปราดเข้ามากอดแขนเสิ่นลี่อิงเป็นการเอาใจพร้อมร้องขออย่างมีความหวังแทนเพื่อนคนอื่นในห้องว่า
“อิงเอ๋อร์ พวกเรารู้นะว่าที่บ้านเธอทำมันฝรั่งรสต้มยำกุ้งออกมาขายแต่มันราคาแพงเกินไป พวกเราสู้ราคาไม่ไหวหรอก สำนักข่าวท้องถิ่นรายงานว่ามันฝรั่งที่บ้านเธอน่ะ ขายหมดภายในวันเดียวเชียวนะพวกเราก็เลยอยากลองชิมสักคนละแผ่นสองแผ่นบ้างนั่นซี”
กงเจียหลิงช้อนตาขึ้นมองเพื่อนสนิทด้วยท่าทางออดอ้อนอย่างมีความหวังทำให้เสิ่นลี่อิงยิ้มอย่างเข้าใจปฏิกิริยาที่เพื่อนห้องห้ามีต่อตนเองจึงพยักหน้ารับอย่างผ่อนคลายพลางเอ่ยเสนอความคิดเพื่อปรุงให้เพื่อนได้กินอย่างเต็มที่ว่า
“เรื่องนั้นไม่ยากเลยแต่ถ้าทุกคนอยากกินอย่างไม่อั้นละก็ ฉันจะลงมือปรุงให้เองด้วยสูตรเดียวกับโรงงานแต่จะต้องมีคนเอามันฝรั่งมาจากบ้านเองนะ พวกเราไปขอใช้พื้นที่ในโรงครัวก็น่าจะได้”
เสิ่นลี่อิงไม่สามารถนำมันฝรั่งที่มีอยู่อย่างจำกัดจากโรงงานมาปรุงให้เพื่อนกินได้เนื่องจากมีปริมาณจำกัดจากฟาร์มต่าง ๆ ที่เข้าร่วมทำสัญญาส่งขายให้กับพ่อแม่ฉะนั้นจึงไม่อยากไปเบียดเบียนมันฝรั่งจากทางโรงงาน
ทันใดนั้นเพื่อนในห้องห้าเกือบครึ่งหนึ่งต่างพากันยกมือแสดงความประสงค์ในการที่จะนำมันฝรั่งมาจากบ้านเพื่อหวังให้เสิ่นลี่อิงปรุงให้กิน
หูเฉาเหว่ยหัวหน้าห้องยกมือพร้อมตะโกนบอกเสิ่นลี่อิงก่อนคนอื่นอย่างมีความหวังว่า
“เพื่อนนักเรียนเสิ่นฉันไม่มีฟาร์มแต่ฉันจะซื้อมาให้เธอปรุงได้ ขอให้บอกจำนวนมาได้เลย”
จากนั้นเพื่อนห้องห้าต่างเอ่ยเสียงดังเซ็งแซ่ในการแสดงเจตนานำมันฝรั่งมาสมทบเพื่อรับโอกาสในการได้ชิมมันฝรั่งรสต้มยำกุ้งซึ่งขายดิบขายดีจนหมดภายในหนึ่งวัน
“เอาละ! เงียบเสียงก่อน!งั้นก็เอามากันทุกคน แค่คนละหัวสองหัวก็พอ คงได้แบ่งปันให้เพื่อนได้กินทุกคน”
เสิ่นลี่อิงตะโกนแข่งกับเพื่อนเพื่อให้พวกเขาเงียบเสียงลงแล้วเอ่ยให้ทุกคนนำมาอย่างเท่าเทียมกันเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อไม่ให้เพื่อนคนใดคนหนึ่งน้อยใจได้
“ตกลง!”เพื่อนห้องห้าต่างขานรับพร้อมกับอย่างมีความสุข
ทุกคนต่างนัดหมายที่จะนำมันฝรั่งมาจากบ้านในวันพรุ่งนี้โดยหัวหน้าห้องอาสาไปเจรจากับแม่ครัวในการขอยืมใช้สถานที่และอุปกรณ์
เสิ่นลี่อิงเหลือบมองเห็นหัวหน้าห้องเรียกเก็บเงินคนละหนึ่งหยวนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับน้ำมันทอดและเครื่องปรุงรสอื่นแก่แม่ครัวซึ่งเพื่อนห้องห้าต่างควักเงินจ่ายอย่างว่องไวและเต็มใจ
เธอนั่งเรียนกับเพื่อนๆ อย่างสบายใจ ทว่าแอบใช้โทรศัพท์เพื่อสืบค้นข้อมูลหาคำตอบไปพูดคุยกับน้องชายในตอนพักกินอาหารกลางวันพลางพึมพำด้วยความแปลกใจและตั้งใจทำบางอย่างเป็นการแก้แค้นว่า
“หากทีมมังกรขาวยังจัดการพวกเขาไม่ได้เห็นทีฉันคงต้องใช้ศาลเตี้ยเองละมั้ง”