[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    92 ทำให้เป็นเรื่องใหญ่

    “ เดี๋ยวนะ นั่นเจ้าหน้าที่กำลังทำบ้าอะไรกันอยู่ ”


    “ ใช่ ทำไมถึงไม่บุกเข้าไปสักที ”


    เหล่าฝูงชนที่กำลังมุงดูการลงมือของตำรวจจากส่วนกลางแสดงใบหน้าสงสัย ตำรวจส่วนกลางทั้ง 20 นายกำลังช่วยกันทุบทำลายหน้าต่างและบานประตูด้านข้างตึกและด้านหลังตึกโดยไม่ให้คนร้ายรู้ตัวว่าจะมีการบุกจากด้านข้าง


    แต่สิ่งที่เห็นเป็นเวลา 30 นาทีมานี้กลับสร้างความประหลาดเพราะตำรวจส่วนกลางยังไม่สามารถบุกเข้าไปได้


    เจ้าหน้าที่ของเขต X ยังคงประกาศขอเจรจากับผู้ร้ายเพื่อดึงความสนใจ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจากส่วนกลางกลับไม่สามารถทำอะไรได้เลยทั้งๆที่เลเวลของพวกเขามากถึง 150


     “ โหสุดยอดเลย ไม่คิดว่าแค่เจ้าหน้าที่ 10 คนจะทำให้เลเวล 150 เคลื่อนไหวได้ ”


    “ แสดงว่าส่วนกลางคงให้ความสำคัญกับคนของพวกเขามาก ว่าแต่พวกเขาเห็นชาวเมืองเขต X ไม่สำคัญเท่าเจ้าหน้าที่ 10 คนเหรอ ทำไมสงครามพวกเขาไม่ส่งเลเวล 150 มาสักคน อย่างน้อยแค่ 1 คนก็น่าจะจบสงครามได้แล้ว ”


    “ นั่นน่ะสิ ”


    ฮันเตอร์เริ่มเปลี่ยนประเด็นในการพูดคุย ยิ่งเห็นการลงมือของตำรวจเลเวล 150 ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกต่ำต้อยเพราะส่วนกลางไม่เห็นค่าพวกเขาเลย สงครามที่พึ่งจบลงได้เดือนกว่าๆถ้าหากส่วนกลางส่งเลเวล 150 มาช่วยเหลือสักคนคงเป็นเรื่องง่ายที่จะจัดการกับราชาแล้วจบสงคราม


    เลเวล 150 ไม่จำเป็นต้องสังหารมอนสเตอร์ทั้งหมดก็ได้ ขอเพียงแค่เขาสังหารราชาของสงคราม ส่วนที่เหลือเหล่าพันโทคงจัดการกันเอง โดยรวมแล้วสงครามไม่น่าจะกินเวลาเกิน 1 อาทิตย์


    “ ลูกพี่ แน่ใจใช่ไหมว่าเราจะไม่ถูกฆ่า ”


    บนใบหน้าของคนที่ถูกเรียกว่าผู้ร้ายแสดงความกังวล เจ้าหน้าที่ทั้ง 10 คนถูกพวกเขาตบจนใบหน้าต่างไปจากเดิมจนจำไม่ได้ ดวงตาทั้งสองปิดลงไปราวกับพึ่งผ่านการชกมวยมาอย่างหนัก ถึงอย่างนั้นพวกเขากลับไม่หยุดพักพยายามตบหน้าเจ้าหน้าที่ไปเรื่อยๆทั้งๆที่ตำรวจจากส่วนกลางเดินทางมาถึงแล้ว


    “ ฉันก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วสิ ”


    อ้ายเสินเริ่มรู้สึกกลัวเพราะคนที่พยายามจะบุกเข้ามาในตึกคือเลเวล 150  แค่เพียงเป่าลมปากเบาๆก็สามารถสังหารพวกเขาได้แล้ว  การที่เจ้าหน้าที่จากส่วนกลางเดินทางมาที่ร้านทำให้อ้ายเสินเริ่มไม่มั่นใจและไม่รู้ด้วยว่าเรื่องจะจบลงอย่างไร


    ขณะที่กำลังกังวลเขากลับได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังภายในหัว มันถูกส่งลงมาจากชั้น 3 บอกให้พวกเขาลงมือต่อไปอย่าได้หยุดเพราะภายในร้านไม่มีใครสามารถเข้ามาได้


    “ คุณเฟยหลงครับ แล้วเรื่องมันจะจบยังไง ” อ้ายเสินอยากรู้วิธีจบเรื่องจึงสอบถามเฟยหลงบนชั้นสาม


    “ อีก 1 ชั่วโมงให้พวกแกเริ่มใช้มีดแทงไปตามร่างกายของเจ้าหน้าที่ ”


    “ มันจะดีเหรอครับคุณเฟยหลง ” การแทงมีดเข้าใส่ร่างเจ้าหน้าที่เป็นการตอกย้ำว่าเรื่องที่เกิดในวันนี้จะรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม เขากลัวว่าตนเองจะไม่รอดแต่เมื่อรู้ว่าที่นี่ป้องกันการโจมตีของเลเวล 50 ได้จึงรับฟัง


    กระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปอีก 1 ชั่วโมงอ้ายเสินก็เริ่มนำมีดสั้นออกมาถือในมือแสดงให้คนที่อยู่ข้างนอกเห็นว่าเขาจะทำอะไรต่อจากนี้


    “ ฉันบอกแล้วว่าให้เรียกส่วนกลางมาคุย พวกแกยังไม่เรียกมางั้นก็ค่อยๆรับศพพวกมันทีละคนก็แล้วกัน ”


    ชาวบ้านเริ่มกรีดร้องทนเห็นการทรมานไม่ได้ ฮันเตอร์เริ่มกลืนน้ำลายเพราะต่อจากนี้ไปเรื่องจะเริ่มรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ


    ผู้กองพยายามร้องตะโกนห้ามไม่ให้ทำอะไรมากเกินไปกว่านี้อีก ทางฝังพันโทพยายามเดินเข้าไปคุยใกล้ๆเพื่อไม่ทำให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้ ผู้ร้ายทั้ง 10 คนกลับแทงมีดไปที่ต้นขาของเจ้าหน้าที่จนมีเสียงกรีดร้องดังออกมา


    “ อีก 5 นาทีถ้าเจ้าหน้าที่หน่วยเดียวกันยังไม่มาอีกฉันจะแทงไปที่ขาอีกข้าง หาก 5 นาทีต่อจากนั้นยังไม่มาอีกฉันจะแทงไปเรื่อยๆจนกว่ามันจะตาย! ”


    ไม่มีการเจรจาใดๆกับตำรวจและทหารเขต X ทั้งสิ้น ผู้ร้ายต้องการคุยกับหน่วยตรวจสอบกิจการของทางส่วนกลาง หลังจากผ่านไปอีก 5 นาทีมีดสั้นก็ได้ปักไปที่ขาอีกข้างของเจ้าหน้าที่ทั้ง 10 จนทำให้เกิดเสียงร้องทรมานดังก้องไปทั่ว


    “ ไปเรียกพวกมันมา! ”


    อ้ายเสินมองดูเวลาหากครบ 5 นาทีเขาก็เปลี่ยนตำแหน่งในการแทงใหม่ แต่แล้วก็ได้มีรถคันหนึ่งวิ่งเข้ามาจอดโดยมีเจ้าหน้าที่มากมายเปิดทางให้ ชายที่ลงมาสวมใส่เสื้อผ้าเช่นเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ทั้ง 10 คน


    เมื่อเจ้าหน้าที่หน้าใหม่เดินมาหยุดหน้าทางเข้าตึก เขาก็ได้แสดงบัตรประจำตัวของตนพร้อมกับขอเข้าไปเจรจาข้างใน


    อ้ายเสินไม่มีสิทธิในการระบุว่าใครจะเข้าหรือออกจากตึก แต่แล้วม่านพลังหน้าประตูทางเข้าก็เปิดออกเผยให้เห็นทางเดินเข้าสู่ตึกที่พวกเขายืน


    เจ้าหน้าที่หน้าใหม่จึงก้าวเท้าผ่านเข้าไปง่ายๆแต่แล้วเขากลับเรียกอาวุธออกมาจากแหวนเก็บของ


    อ้ายเสินรู้สึกตกใจเพราะอีกฝ่ายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนกลางปลอมตัวมา ทว่าอาวุธที่ควรจะฆ่าพวกเขากลับไร้พลัง เลเวล 150 ที่ปะทุออกมาจากร่างเมื่อครู่หายไปกระทันหัน อ้ายเสินจึงใช้โอกาสนี้สั่งให้ลูกทีมเข้าไปจับตัวแล้วต่อยหน้าตำรวจซ้ำๆที่กล้าใช้แผนหลอกพวกเขาให้ตายใจ


    “ นั่นมันเลเวล 150 เลยนะ! ”


    ฮันเตอร์ที่อยู่ด้านนอกแสดงใบหน้าตกใจเมื่อเห็นว่าเลเวล 150 ถูกเล่นงานเช่นไร


    ทันทีที่เขาเปิดตัวกลับถูกผู้ร้ายต่อยตีอย่างกับเด็กน้อย ทำให้รู้ว่าผู้ร้ายไม่ใช่คนธรรมดาเช่นเดียวกัน


    การตบตีเจ้าหน้าที่ตำรวจจบลงก่อนที่เขาจะถูกมีดแทงขาไม่ต่างจากคนอื่นๆ ตัวประกันที่เคยมีอยู่ 10 คนเพิ่มเป็น 11 คนเพราะเจ้าหน้าที่ด้านนอกเล่นไม่ซื่อ


    กลุ่มของอ้ายเสินที่เห็นพลังของตัวตึก จากเดิมรู้สึกกังวลพวกเขาก็เริ่มยิ้มด้วยท่าทางเริงร่าตราบใดที่พวกเขาอยู่ข้างในนี้แม้แต่เลเวล 150 ก็ไม่สามารถสังหารพวกเขาได้


    เวลาผ่านไปเรื่อยๆ บาดแผลบนร่างเจ้าหน้าที่ก็เริ่มเพิ่มขึ้น จนกระทั่งผ่านมา 3 ชั่วโมงยานลำหนึ่งติดสัญลักษณ์ของหน่วยตรวจสอบกิจการก็ได้เดินทางมาถึงหน้าตึกเขต X ก่อนจะปล่อยเจ้าหน้าที่ 10 คนลงมาจากยาน


    “ พวกแกของจริงหรือเปล่า โชว์เอกสารยืนยันตัวมาเลยนะ ”


    เจ้าหน้าที่ทั้ง 10 แสดงเอกสารยืนยันตัวตน ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มพูดเข้าประเด็นที่คนในหน่วยถูกจับเป็นตัวประกัน


    “ ทางเราขอให้พวกคุณปล่อยตัวคนในหน่วยของเราได้หรือไม่ รวมไปถึงตำรวจนายนั้น ”


    “ ได้สิ เรื่องนั้นมันง่ายนิดเดียว ”


    “ เราต้องทำยังไง ”


    ผู้คนให้ความสนใจการสนทนา เพียงแต่ว่าพื้นที่ด้านหน้าประตูทางเข้าถูกปิดเอาไว้ด้วยพลังทำให้ไม่มีใครได้ยินเสียงพูดคุยกัน


    “ ยกเลิกพลังที่คลุมทับที่นี่ออกไปซะ เราต้องการให้คนอื่นๆได้ยินว่าเราคุยอะไรกัน ”


    เจ้าหน้าที่ต้องยอมทำตามส่งผลให้ผู้คนที่อยู่ห่างออกไปได้ยินเกี่ยวกับสิ่งที่คุยกัน


    “ อย่างต่อไปล่ะ ”


    “ ลงโทษพวกนี้ซะ พวกมันกล้ารับจ้างมาปิดร้านคนอื่นโดยใช้หลักฐานปลอม ”


    “ เรื่องนั้นเราต้องได้รับการตรวจสอบที่แน่ชัดกว่านี้ก่อน ”


    “ งั้นฉันจะส่งหัวหน้าพวกแกเข้ามาตรวจสอบร้าน ถ้าหากมันสกปรกจริงให้แกพูดออกมาตรงๆ ”


    บนข้อมือของหญิงมัดผมหางม้าปรากฎตัวอักษรบางอย่าง มันคือกุญแจที่ทำให้ก้าวเข้ามาในตึกได้ เธอจึงรับอุปกรณ์ตรวจสอบจากคนในหน่วยแล้วเข้าสู่ร้าน จากนั้นก็เริ่มตรวจสอบร้านแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง


    อย่างไรก็ตามผู้ร้ายคนหนึ่งได้ขอโทรศัพท์จำนวน 10 เครื่องจากฮันเตอร์ที่กำลังไลฟ์สดเพื่อนำมาถ่ายขั้นตอนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่  ตำรวจด้านนอกจึงให้ความร่วมมือขอโทรศัพท์ของฮันเตอร์ 10 คน


    “ ฉันไม่ได้อยากให้แกเปลี่ยนดำให้กลายเป็นขาว แค่อยากเห็นตัวเลขที่เป็นจริง ”


    เจ้าหน้าที่พยักหน้าพลางลอบสำรวจพลังของตนเองพบว่ามันหายไป เธอรู้สึกกังวลใจเพราะตอนนี้เข้ามาอยู่ในตึกแล้วโดยมีคนเดินตามมา 2 - 3 คน


    “ ถ้าผลการตรวจมันเป็นเหมือนเดิมคงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น ”


    เสียงของไลฟ์สดถูกปิดชั่วขณะหนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นปกติหลังจากข่มขู่เจ้าหน้าที่สำเร็จ


    เหล่าคนจากทางบ้านที่คอยเฝ้าดูต่างก็ตามหาช่องทั้ง 10 ที่กำลังไลฟ์สดจนสามารถตามติดเข้าไปดูข้างในตึกได้ชัดๆ


    เจ้าหน้าที่ถูกตามตัวเป็นเงาพยายามตรวจสอบทุกอย่างให้ตรงตามที่หน่วยงานระบุมา


    สิ่งแรกที่เธอตรวจสอบคืออากาศปรากฎว่าภายในตึกแห่งนี้อากาศบริสุทธิ์เป็นอย่างมาก แทบไม่ต่างจากห้องที่ติดตั้งอุปกรณ์ฟอกอากาศราคาหลายหมื่นล้านเข้าไปด้านใน


    เมื่อตรวจสอบฝุ่นตามพื้นดินปรากฎว่าที่นี่มีค่าฝุ่นน้อยกว่า 0.01 % เสียด้วยซ้ำ หลังจากลองตรวจสอบแบคทีเรียตามซอกมุมต่างๆเธอกลับตกใจเพราะที่นี่ไม่มีสิ่งเหล่านั้นอยู่เลย ต่อให้จะเป็นใต้แผ่นปูที่เหมือนจะไม่ได้เปิดมานานก็ตาม มันไม่มีร่องรอยของเชื้อโรคและฝุ่น เธอรู้สึกตกใจมากราวกับว่าที่นี่เป็นห้องปลอดเชื้อของห้องผ่าตัด


    “ ตรวจสอบต่อไปเลย ”


    อ้ายเสินบอกให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอุปกรณ์แต่ละอย่าง ของทุกชิ้นไม่สามารถแกะออกได้เพราะเจ้าของร้านบอกว่ามันคือสิ่งที่ได้จากการสังหารมอนสเตอร์ โดยไม่ยอมบอกว่าพบพวกมันจากที่ไหน


    เจ้าหน้าที่หญิงไม่พบความผิดปกติใดจึงหันไปมองกล้องด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล


    เธอเดินทางมาที่นี่เพื่อพาคนของเธอกลับหน่วย ระหว่างทางมาที่เขต X เธอได้รับการติดต่อจากหน่วยงานที่อยู่สูงกว่าให้หาทางออกของเรื่องนี้โดยที่องค์กรของพวกเขาไม่ได้รับผลกระทบ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถทำตามคำสั่งได้เพราะตอนนี้กลายเป็นหนึ่งในคนที่ติดภายในตึก มีทางเดียวที่จะทำให้รอดออกไปได้คือบอกความจริง


    “ จากการตรวจสอบอุปกรณ์ภายในชั้น 1 ทุกอย่างที่นี่ได้มาตรฐานทั้งหมด ”


    “ ดี ไปชั้นอื่นๆเลย ”


    อ้ายเสินพาเจ้าหน้าที่หญิงเดินขึ้นไปยังชั้นบน ทุกห้องที่มีอุปกรณ์ติดตั้งล้วนแล้วได้รับการตรวจสอบทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่หญิงยืนยันคำเดิมว่าทุกอย่างได้รับมาตรฐาน


    หลังจากที่เดินมายังหน้าตึกหวังว่าตนเองจะได้ออกไปเพราะจบงาน ผู้ร้ายกลับไม่ยอมปล่อยเจ้าหน้าที่ทั้ง 11 คนออกไป


    “ เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ ”


    “ ใช่  เราดีใจมากที่เจ้าของร้านได้รับความเป็นธรรม แต่เราไม่พอใจเจ้าหน้าที่ที่ใส่ร้ายร้านแห่งนี้ เราอยากให้พวกเขาบอกว่าใครสั่งมา ”


    อ้ายเสินชักมีดออกมาข่มขู่ สายตาของเขาบอกว่าเอาจริง เจ้าหน้าที่หญิงที่ถูกส่งออกไปนอกตึกพยายามติดต่อหน่วยที่อยู่สูงกว่า เพียงแต่ว่าอีกฝ่ายไม่สามารถให้คำตอบใดได้เช่นเดียวกัน


    “ ตอบมาซะว่าใครจ้างพวกแก ถ้าไม่ฉันจะสังหารพวกแกซะ คงไม่เป็นไรหรอกที่เจ้าหน้าที่เลวๆอย่างพวกแกจะถูกฆ่าตาย ”


    จากเดิมเหล่าฮันเตอร์รู้สึกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่แล้วพวกมันกลับรู้สึกสงสัยเช่นกันว่าใครจ้างเจ้าหน้าที่ทั้ง 10 คนมาใส่ร้าย


    “ ไม่มีใครจ้างมา พวกเราแค่อยากได้เงินเพิ่มเท่านั้น ”


    “ เหลวไหล ตอบมาซะไม่งั้นพวกแกจะต้องตาย ”


    อ้ายเสินแทงไปที่หัวเข่าเจ้าหน้าที่จนกรีดร้องจนถึงที่สุด ครั้งนี้เขาแทงย้ำๆหลายจุดราวกับว่าจะฆ่าให้ตาย


    เจ้าหน้าที่ที่ถูกทรมานทนไม่ไหวกลัวว่าตนเองจะตายก่อนจึงยอมปริปากแต่งเรื่องหลอกอีกครั้ง


    “ ฉันไม่รู้จริงๆ มีคนจ้างฉันมาที่นี่ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร! ”


    อ้ายเสินได้ยินเสียงเฟยหลงกระซิบข้างหู เขาจึงเข้าไปหักคอเจ้าหน้าที่ทิ้งจนทำให้อีก 9 คนหวาดกลัว


    ผู้คนที่อยู่ข้างนอกเมื่อรู้ตัวว่ามีการสังหารเกิดขึ้นต่างก็แสดงใบหน้ากังวลมากยิ่งขึ้นเพราะไม่รู้ว่าเรื่องจะจบยังไง



    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน