(จบ) ตำนานจอมเวทย์วงแหวนที่หก

    บทที่ 145: เครื่องหมายสายเลือด

    บทที่145: เครื่องหมายสายเลือด

     

     

     

    “แจ้งเตือน:ตรวจพบเครื่องหมายพิเศษบริเวณทรวงอกของโฮสต์...เริ่มต้นการสแกนและเปรียบเทียบข้อมูลเชิงลึก”เสียงของ เชนหลาน ดังขัดจังหวะความเงียบในห้องใต้ดิน

     

    เฮรัคก้มลงมองหน้าอกของตนเองทันทีที่นั่นปรากฏรอยปาน สีดำสนิทดุจหมึก รูปร่างของมันคล้ายกับเงาของมนุษย์ที่มีปีกคู่มหึมากางสยายอยู่เบื้องหลังแม้ขอบเขตของลวดลายจะยังดูพร่าเลือนแต่กลับแฝงไปด้วยอำนาจลี้ลับที่ชวนให้สั่นสะท้าน

     

    “วิเคราะห์เสร็จสิ้น:ความเป็นไปได้ร้อยละ 97.7 ระบุว่านี่คือ‘เครื่องหมายสายเลือด’ สันนิษฐาน:กระบวนการกลืนกินได้ทำการปลุกเศษเสี้ยวของสายเลือดบรรพชนเทพสายฟ้าให้ตื่นขึ้นสู่ระดับบริสุทธิ์”เชนหลาน รายงานด้วยโทนเสียงหุ่นยนต์

     

    “สายเลือดบรรพชนเทพสายฟ้าที่แท้จริงอย่างนั้นหรือ...”

     

    เฮรัคพึมพำด้วยความตื่นเต้นนั่นหมายความว่าเขาไม่ได้เพียงแค่เลียนแบบพลังแต่นับจากนี้เขาคือผู้สืบทอดสายเลือดตรงของบรรพชนเทพจากห้วงอเวจี!

     

    เฮรัคเพ่งสมาธิพลางขยับจิตเพื่อกระตุ้นรอยตรานั้นทันทีทันใดนั้น แสงสีดำหม่นก็เรืองรองออกมาจากหน้าอกผิวหนังของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทลึกล้ำราวกับหลุมดำ

     

    ทว่าในพริบตาที่พลังกำลังจะปะทุออกมาเขากลับรู้สึกถึงแรงกดทับมหาศาลจากมวลอากาศรอบตัวมันบีบคั้นรุนแรงราวกับโลกใบนี้กำลังพยายามขับไล่สิ่งแปลกปลอมออกไปจนพลังสีดำถูกตีกลับเข้าสู่เครื่องหมายในทันที

     

    “เข้าใจแล้ว...เจตจำนงของโลกพ่อมดปฏิเสธพลังจากมิติอเวจีสินะ”

     

    เฮรัคพึมพำกับตัวเองเขาตระหนักได้ทันทีว่าไม่สามารถใช้ ร่างจำแลงบรรพชน ได้อย่างสมบูรณ์ในดินแดนแห่งนี้เพราะมันขัดต่อกฎธรรมชาติที่ดำรงอยู่

     

    เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนมาทดสอบการใช้พลังสายเลือดในระดับปกติแทน

     

    เปรี๊ยะ!

     

    ประกายสายฟ้าสีเงินเริ่มแล่นพล่านไปตามผิวหนังที่กลับมาเป็นปกติกระแสไฟฟ้าอ่อนๆทำให้เส้นผมของเขาสั่นไหวและชูชันขึ้นเล็กน้อยด้วยแรงดึงดูดของประจุไฟฟ้าที่อัดแน่นอยู่ภายในกาย

     

    “รายงานสถานะเสริมพลัง:พลังโจมตีลูกไฟเล็กเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 หน่วย...โล่สัมบูรณ์มีค่าความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเป็น 45 หน่วย...สรุป:โล่ของโฮสต์ในตอนนี้สามารถต้านทานคาถาควบคุมโลหิตของมัลคอล์มได้ถึงสองครั้งติดต่อกัน”

     

    เสียงสังเคราะห์ของเชนหลานประมวลผลข้อมูลการร่ายเวทอย่างรวดเร็วและส่งผ่านเข้าสู่ห้วงสำนึกเฮรัคปรายตามองตัวเลขเหล่านั้นด้วยสายตาเรียบเฉยแต่แฝงความพึงพอใจในระดับหนึ่ง

     

    มัลคอล์มนั้นเป็นถึงพ่อมดระดับหนึ่งขั้นผลึกและคาถาควบคุมโลหิตที่ฝ่ายนั้นอาจจะไม่ใช่คาถาที่ทรงพลังที่สุด แต่มันก็คือบรรทัดฐานที่สะท้อนให้เห็นความจริงอันโหดร้ายของลำดับชั้นจอมเวท

     

    ‘พลังโจมตีเฉลี่ยของคาถาระดับหนึ่งขั้นผลึกอยู่ที่ราว20 หน่วย...’

     

    เฮรัควิเคราะห์เทียบกับข้อมูลในระบบอย่างเยือกเย็น

     

    ‘ในขณะที่คาถาโจมตีระดับศูนย์ของข้ายังมีความแรงต่ำกว่า3 หน่วยเสียด้วยซ้ำ’

     

    ส่วนต่างของพลังที่มากกว่าเจ็ดเท่าตัวนี้คือเหวที่ยากจะข้ามผ่านสำหรับจอมเวททั่วไปทว่าสำหรับเฮรัค เขายังไม่คิดจะหยุดเพียงเท่านี้

     

    มือของเขาขยับวาดอักขระต่อสู้พลางกระตุ้นการทำงานของ‘ความพิโรธแห่งงูหลามโลหิต’ และร่ายคาถาเสริมทางกายภาพอื่นๆทับซ้อนลงไปอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับรีดเร้นพลังสายฟ้าออกมาจนถึงขีดสุดจนบรรยากาศโดยรอบเริ่มสั่นสะเทือน

     

    “ค่าสถานะปัจจุบันภายใต้สภาวะโอเวอร์โหลด:

     

    พละกำลัง 31.4

     

     ความว่องไว 30.2

     

    ความอดทน 30

     

    พลังจิต 42.2”

     

    ตัวเลขค่าสถานะที่พุ่งสูงขึ้นสูงทำให้เฮรัคมั่นใจว่าในตอนนี้แม้เขาจะต้องเผชิญหน้ากับ มัลคอล์ม อีกครั้ง เขาก็ไม่ใช่ ลูกไก่ในกำมือที่ใครจะมาบดขยี้ได้ง่ายๆ อีกต่อไป

     

    จริงอยู่ที่พลังโจมตีพื้นฐานของเขาอาจยังไม่รุนแรงเท่ากับพ่อมดในสภาวะผลึก แต่ด้วยความเร็วที่เหนือชั้นและพลังป้องกันที่สูงลิ่วเขาก็พร้อมจะเปลี่ยนการต่อสู้ให้กลายเป็นฝันร้ายของผู้ที่กล้ามาท้าทายพลังเวทมนตร์ของเขา

     

    “หินเวทสองพันก้อนที่เหลืออยู่...ข้าต้องรีบหาทางเปลี่ยนพวกมันให้เป็นคาถาระดับ 1 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ครบทุกด้านโดยเร็วที่สุด”

     

    เฮรัคพึมพำพลางจ้องมองประกายสายฟ้าที่เต้นอยู่บนปลายนิ้วด้วยสายตาที่เย็นเยียบแผนการขั้นต่อไปใน ตระกูลเชอร์ชิล กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วและครั้งนี้เขาจะเป็นผู้คุมเกมเอง