หยาง อู๋เสินเดินเข้าไปในห้องของอวี้หลันมองนางกำลังตั้งอกตั้งใจนำกระดาษเข้าแปะติดกันอยู่ก็เฝ้ามองนางจากข้างหลังเช่นนั้นจนอวี้หลันทำเสร็จออกมา โคมถือรูปต่างๆ ถูกทำออกมาอย่างประณีตรอยหมึกที่เลอะกลายเป็ลวดลายที่ดูสวยงาม
“เ้านี่เก่งหลายด้านเหมือนกันนะ” หยาง อู๋เสินจู่ๆ ก็กล่าวขึ้น
อวี้หลันที่กำลังถือโคมอันหนึ่งที่จุดไฟแล้วอยู่ในมือก็ใจนโดนไฟจากโคมลวกเข้าที่มือ หยาง อู๋เสินรีบเข้าไปดูก่อนวิ่งออกไปนำยามาให้นาง
“ยื่นมือให้ข้าดู”
“คุณชายข้าทำเองก็ได้เ้าค่ะ”
“ยื่นมือมา” เขาเอ่ยพลางเอื้อมจับมือนางขึ้นดู
“โชคดีที่แผลเพียงนิดเดียวทำไมเ้าไม่ระวัง”
อวี้หลันมองคุณชายอย่างตำหนิก่อนบ่นอุบอิบอยู่คนเดียว
“ไม่ใช่คุณชายที่เข้ามาเงียบๆ หรือ”
“เ้าว่าอะไรนะ” หยาง อู๋เสินถามขึ้นให้นางพูดให้ชัดเจน
“ข้า…ข้าว่าข้าไม่ระวังเ้าค่ะ” นางกล่าวพลางยิ้มพลาง
หยาง อู๋เสินแท้จริงได้ยินชัดเจนว่านางกล่าวสิ่งใดแต่ก็รู้ว่านางไม่กล้าเอ่ยออกมาดังๆ จึงได้แกล้งนางเล่นเท่านั้น
“เ้าหมั่นทายานี้ทุกวันจะได้ไม่เป็แผลเป็” เขาเอ่ยเสร็จก็ก้มลงเป่าที่แผลของนางอย่างเบาๆ
อวี้หลันมองคุณชายของตนไม่วางตาท่าทางอ่อนโยนของเขาเช่นนี้นางรู้สึกชอบจริงๆ ผิดจากท่าทางกะล่อนเ่าั้ราวกับคนละคน หยาง อู๋เสินที่รู้ว่านางมองอยู่ก็ยิ้มออกมาก่อนกล่าวหยอกล้อนาง
“หลงรักข้าแล้วงั้นหรือเห็นมองข้าไม่วางตา”
อวี้หลันรีบเก็บยิ้มเมื่อครู่ไปทั้งดึงแขนตัวเองกลับมา
“เปล่านะเ้าคะ คุณชายเลิกพูดเล่นเช่นนี้เถอะเ้าค่ะหากคนอื่นได้ยินเข้าจะเข้าใจผิดได้”
“เข้าใจผิดแล้วอย่างไรเ้าเป็สาวใช้ข้ามีภรรยาตั้งเท่าไหร่ในเมืองนี้ที่มาจากสาวใช้เ้ารู้หรือไม่” เขายังไม่หยุดกล่าวเล่นเช่นนั้น
อวี้หลันเพียงส่ายหน้าต่อคำพูดเขาแล้วลุกเดินหนีไปเท่านั้น
“อวี้หลันน้อยเอ๋ยเ้าตกหลุมรักข้าแล้ว” หยาง อู๋เสินกล่าวกับตนเองทั้งหัวเราะออกมาอย่างพอใจ
อวี้หลันเองเดินออกมาอยู่หน้าประตูก็ยิ้มออกมาอย่างเขินอาย
เมื่อวันเทศกาลซ่างหยวนมาถึงในตอนเช้าฮูหยินได้คะยั้นคะยอให้หยาง อู๋เสินนั้นไปวัดเป็เพื่อนหวัง หนี่เหลียนถ้าหากไม่ยอมไปนางนั้นจะไล่อวี้หลันให้พ้นเรือนไปเขาจึงได้ไปอย่างไม่เต็มใจนัก
“อวี้หลันยามโหย่วสี่เค่อมารอข้าหน้าจวนข้าจะมารับเข้าใจหรือไม่”
อวี้หลันยิ้มรับทั้งส่งคุณชายขึ้นรถม้าไป
เมื่อยามโหย่วมาถึงอวี้หลันนำชุดที่หยาง อู๋เสินให้มาเพื่อใส่ในวันเทศกาลออกมาแต่งอย่างยินดีชุดขาวแกมแดงปักด้วยไข่มุกมองแล้วสะดุดตายิ่งนางออกไปรอคุณชายอยู่นานจนเลยเวลานัดแล้วเขาก็ยังไม่มา อวี้หลันไม่กล้าเข้าเรือนด้วยเกรงว่าหยาง อู๋เสินนั้นมาแล้วจะไม่พบนางจึงได้แต่นั่งรอจนเผลอหลับไป เสียงรถม้าวิ่งมาแต่ไกลมุ่งหน้ามายังคฤหาสน์ทำให้นางสะดุ้งตัวตื่นอย่างดีใจว่าเป็คุณชายตน แต่เมื่อม้าถึงถึงได้เห็นว่าเป็รถม้าของคุณชายฟงรอยยิ้มที่เคยมีก็จางไปเล็กน้อย
“อวี้หลันเ้าทำอะไรตรงนี้ข้ารอที่งานอยู่นานไม่พบแม้แต่เงาเ้า”
“ข้ารอคุณชายอยู่เ้าค่ะนัดกันไว้ยามโหย่วสี่เค่ออีกเดี๋ยวคงมาเ้าค่ะ” อวี้หลันกล่าวแล้วชะโงกหน้ามองหาหยาง อู๋เสิน
“อวี้หลันตอนนี้ยาวยามซวีหกเค่อแล้วคุณชายเ้าไปที่ใดเสีย”
“ไม่รู้เ้าค่ะออกไปแต่เช้าแล้ว” อวี้หลันกล่าวไปส่ายหน้าไปสายตาดูผิดหวังขึ้นมาเล็กน้อย
ฟงอี้เห็นท่าทางของนางก็พอรู้ได้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองนั้นคงรุดหน้าไปมาก
“เทศกาลกำลังรื่นเริงเ้าไปกับข้าดีหรือไม่ เรือล่องแม่น้ำหน้าจะยังมีอยู่”
“เรือล่องแม่น้ำหรือเ้าคะ” อวี้หลันกล่าวขึ้นอย่างสนใจ
ฟงอี้เห็นท่าทางสนใจของนางจึงรีบกล่าวชักชวนต่อ
“ใช่เรือล่องแม่น้ำดูโคมยามค่ำคืนทั้งยังมีสุราให้ดื่มจนสุดสายเพลิดเพลินไม่น้อยทีเดียว”
อวี้หลันไม่เคยเที่ยวเทศกาลเช่นนี้ใจนั้นอยากไปเหลือเกินแต่ก็ยังเกรงในใจว่าหากไปแล้วหยาง อู๋เสินอาจกลับมาไม่พบนาง อวี้หลันชั่งใจอยู่นานว่าควรไปหรือไม่
“เทศกาลซ่างหยวนมีเพียงปีละครั้งเ้าจะไม่เสียดายหรือ” โย่วเผยเอ่ยเชื้อเชิญ
“อวี้หลันยังอยู่ที่นี่อีกหรือ” พ่อบ้านหวงออกมาเห็นนางยืนอยู่จึงเอ่ยขึ้น
พ่อบ้านหวงเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่กับนางเป็คุณชายจวนสกุลฟงก็ได้โค้งคารวะไปทั้งสองเพียงยิ้มให้กันตามมารยาทเท่านั้นแต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อกัน
“รอคุณชายเ้าค่ะ”
“คุณชายคงไม่มาแล้วเมื่อเช้าไปเป็เพื่อนคุณหนูหวังตอนนี้เองก็คงเป็เพื่อนนางเที่ยวเทศกาล”
อวี้หลันพอทราบว่าแท้จริงแล้วเขาไปกับสตรีอื่นจึงได้ยิ้มขอบคุณพ่อบ้านหวงไป
อวี้หลันคิดในใจอย่างไรผู้นัดไม่มาก็มิควรไปเวลาไปเปล่าเทศกาลมีเพียงครั้งต่อปีหากไม่ไปคงเสียดายจึงได้ตัดสินใจไปกับฟงอี้
ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งอยู่ในรถม้าฟงอี้ไม่เห็นนางใส่ชุดของตนจึงได้เอ่ยถาม
“เ้าไม่ชอบชุดที่ข้าให้หรือ”
“เปล่าเ้าค่ะ เพียงแต่คุณชายอยากให้ข้าใส่ชุดนี้” อวี้หลันรีบเอ่ยขึ้น
“เ้าเชื่อฟังคุณชายเ้าจริงๆ”
“ข้าเป็สาวใช้ไม่เชื่อฟังป่านนี้คงถูกไล่จากคฤหาสน์ตระกูลหยางไปแล้วเ้าค่ะ” นางกล่าวพลางหัวเราะกลบความผิดหวังในใจ
“หากตระกูลหยางไม่้าก็มาหาข้าได้ทุกเมื่อจวนสกุลฟงข้าก็ไม่ได้น้อยหน้าเขาอย่างใด” ฟงอี้เอ่ยขึ้นอย่างตรงไปตรงมาทั้งมองนางอย่างจริงจัง
อวี้หลันเองก็รู้สึกได้ว่าคำพูดเขานั้นมาจากใจจริงๆ แต่เมื่อกล่าวติดตามแล้วจะให้ไปง่ายๆ คงไม่ได้
“ขอบคุณเ้าค่ะคุณชายฟงไม่ได้น้อยหน้ากว่าเ้าค่ะเพียงแต่ตอนนั้นอวี้หลันได้กล่าวติดตามคุณชายหยางไปแล้วอีกอย่างคุณชายดีต่อข้าเสมอมาไม่ได้มีสิ่งใดให้อยากจากไปเ้าค่ะ”
“เ้าติดตามเขาด้วยเื่บิดาหรือ”
“เปล่าเ้าค่ะตอนนั้นข้าถูกนักล่าเด็กสาวไล่ตามได้คุณชายหยางช่วยชีวิตเอาไว้ทั้ง้าเดินทางมาเมืองหลวงจึงได้ขอติดตามมา”
ฟงอี้เมื่อได้ฟังจึงกระจ่างว่าทำไมนางถึงยอมติดตามหยาง อู๋เสินทั้งรู้สึกเสียดายที่ตอนนั้นเขาควรอยู่ต่ออีกนิดเช่นนั้นคนที่นางติดตามอาจเป็ตนเอง
ฟงอี้ถอนหายใจออกมาทั้งกล่าวออกมาเบาๆ อย่างเสียดาย
“เพียงก้าวเดียวจริงๆ”
“อะไรหรือเ้าคะ” อวี้หลันที่ได้ยินไม่ชัดจึงได้เอ่ยคิดว่าเขานั้นคุยกับนาง
ฟงอี้มองหน้าที่ใส่ซื่อของนางแล้วยิ้มออกมา
“ข้าว่าแค่การตัดสินใจผิดเพียงครั้งเดียวอาจเปลี่ยนชะตาตนได้ไปตลอดกาล”
อวี้หลันนิ่งฟังพยายามเข้าใจในความหมายของเขา
“บางครั้งนั้นอาจเป็ชะตานะเ้าคะ”
“เ้าเชื่อในชะตาหรือ”
“ท่านแม่ว่าเมื่อชะตาถูกกำหนดวาสนาจะนำพาเ้าค่ะ ไม่ว่าสิ่งใดที่เกิดขึ้นล้วนถูกกำหนดมาแล้วยากเปลี่ยนแปลง”
เขาพยักหน้าฟังอย่างเข้าใจ
“แต่ถ้าบางครั้งเราไม่ยอมรับในชะตาเช่นนั้นจะเป็อย่างไร”
“ชะตายากเปลี่ยนแปลงแต่ใช่ว่าจะเปลี่ยนไม่ได้ขอเพียงใจมีศรัทธาไม่ว่าสิ่งใดก็อาจเป็ไปได้”
“ขอเพียงใจมีศรัทธา” เขาเอ่ยพลางมองหน้าอวี้หลันอยู่ตลอดการเดินทาง
ด้านหยาง อู๋เสินเมื่อได้ออกมาแล้วก็ยากได้กลับไปหวัง หนี่เหลียนนั้นร้องขอให้เขามาเป็เพื่อนนางเที่ยวงานเทศกาล เขาเองอยากปฏิเสธเหลือทนทั้งห่วงว่าอวี้หลันนั้นจะนั่งรอเขาอยู่ข้างนอก
“อากาศหนาวเช่นนี้เ้าเข้าเรือนหรือยัง” เอ่ยพำพึมออกมา
“อะไรหรือเ้าคะ” หวัง หนี่เหลียนเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
หยาง อู๋เสินเพียงส่ายหน้าทั้งเผยยิ้มจางๆ ให้นางเท่านั้น