เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 96 นักฆ่าเวทย์โลหิต

    ณ บ้านเด็กกำพร้า เมืองเฉิงซาน

    “องค์ชายรัชทายาทมีคำสั่ง ฆ่าคนมาอีกแล้ว คนนั้นคือ จ้าวอี้ ศิษย์อันดับสี่ของสำนักเหยาซาน”  พ่อบ้านผู้ดูแล้ บ้านเด็กกำพร้า เอ่ยกับ ชายหนุ่มอีก สิบกว่าคนที่ยังอายุไม่มาก ไม่เกินยี่สิบสักคน แต่ว่าแววตาของทุกคนนั้น มิใช่แววตาธรรมดาสามัญชนทั่วไป ทุกคนมีแววตาเพชฌฆาตทั้งหมด  ทุกคนเติบโตมาพร้อมกับการถูกฝึก มาเพื่อฆ่า และ ล่าสังหาร คนที่เห็นต่างกับราชสำนักทั้งหมด ไม่มีคำถามว่าเหตุใด ทำไม ถึงต้องฆ่าคน  พวกเขามีหน้าทีเพียงอย่างเดียว คือทำตามคำสั่งเท่านั้น

    “ ครั้งนี้ เป็นห้วงความเป็นความตายของบ้านเด็กกำพร้าทุกคน หากไม่สำเร็จ พวกเราทุกคน และเด็กที่อยู่ด้านนอก ต้องตายกันหมด เพราะฉะนั้น งานนี้ต่อให้ตัวเองต้องตาย ก็ต้องกำจัดเป้าหมายนี้ให้ได้”

    พ่อบ้านผู้ดูแล ถอนหายใจอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก เพราะหากพวกเขาตายก็ยังพอทน แต่ว่า เด็กที่ถูกทอดทิ้งนับร้อยชีวิต ต้องมาตายตามไปด้วย เช่นนี้ไม่ยุติธรรมกับพวกเขาเลย

    “ ท่านอาจารย์ พวกเราทำงานให้องค์รัชทายาท ด้วยความภักดีมาตลอด ทำไมครั้งนี้ ท่านถึงได้ออกคำสั่งเช่นนี้มาล่ะขอรับ”

    เด็กหนุ่มชื่อว่า เจี้ยนเหอ เอ่ยด้วยความน้อยใจ

    “ เงินที่ได้จากการบริจาค มันไม่เพียงพอมาหลายสิบปีแล้ว หากพวกเราไม่ทำเช่นนี้  พวกเราก็ต้องมีคนอดตายกันทั้งหมด คนเป็นเจ้านาย เขามามองจากเบื้องบนส่วนเรานั้นมองจากเบื้องล่าง องศามันก็ต่างกัน  ความคิดก็ยิ่งไม่เหมือนกันอยู่แล้ว หากไม่ได้ท่านสนับสนุน พวกเราก็ต้องอดตายอยู่ดี ดังนั้นงานนี้ต้องสำเร็จห้ามพลาดเด็ดขาด” พ่อบ้านเจี้ยนคังเอ่ยกำชับอย่างหนักแน่น

    “ แต่ว่าชายคนนี้เป็นคนของสำนักเหยาซาน คงไม่ออกมาภายในเจ็ดวันนี้ พวกเราต้องบุกไปฆ่ามันภายในสำนัก เช่นนี้พวกเราต้องเสี่ยงเป็นสองเท่าเลยนะท่านอาจารย์”  เจี้ยนอี้เอ่ยอย่าง ไม่สบายใจ

    “ พวกเราต้องปลอมตัวเข้าไปเป็นคนส่งอาหาร แล้วก็ยังไม่ต้องลงจากเขา แล้วพวกเราจะบุกขึ้นไปบ้านพักของมัน แล้วจู่โจมสายฟ้าแลบ สังหารมันให้เร็วที่สุด แล้วรีบกลับลงมา นี่คือแผนที่ข้าได้วางเอาไว้อยู่แล้ว” หัวหน้าเจี้ยนคังมอบอาวุธปืนสั้น

    ให้ทุกคนพกติดตัว แล้วปืนกลอีกคนละกระบอก แล้ว  มีดพกลงอักระยันต์ 

    แล้วทุกคนยังสวมเสื้อเกราะอ่อนที่มียันต์เวทย์ เรียกว่ายันต์เวทย์โลหิต สามารถหายตัวกลายเป็นหยดเลือดเข้าโจมตี หรือ หลบหนีได้ตลอด

    “หลังจากฆ่าเป้าหมายแล้ว พวกเจ้าก็ใช้ ยันต์เวทย์โลหิตพรางตัวหนีลงมา จำเอาไว้ ตัดหัวมันมาให้ได้ แล้วรีบกลับลงมาทันที” พ่อบ้านเจี้ยนคังเอ่ยด้วยเสียงอันมั่นคง แต่ในใจเขารู้สึกหวั่นใจอย่างมาก เพราะรู้มาว่า จ้าวอี้ผู้นี้เคยทำร้ายเซียนจอมเวทย์ มาแล้วอย่างง่ายดาย

    เช้าเสี่ยวเทียนต้องพาสองสาวออกมาแนะนำให้ซุนหมิงรู้จัก  แล้วบอกให้พาไปซื้อของที่ตลาดในเมือง เพราะพี่สะใภ้ทั้งสองอยากซื้อของเตรียมเอาไว้ ให้กับ เด็กน้อยทั้งสองคน  ซุนหมิงเห็นหน้าพี่สะใภ้ทั้งสองที่สวยงามปานนางฟ้า ก็อดตะลึงลานไม่ได้ 

    “ ข้าเข้าใจพี่ใหญ่แล้ว ทำไมถึงปฏิเสธ แม่นางไป๋เซียงอย่างไม่ลังเลที่พี่สะใภ้ทั้งสองงานปานนางฟ้านี่เอง”

    “ ไม่ต้องพูดแล้วรีบ พาไปร้านที่ขายของเกี่ยวกับเด็กแรกเกิดตามใจพวกนางเถอะ”

    เสี่ยวเทียนไม่อยากให้สองสาวรู้เรื่องของแม่นางไป๋เซียง

    “ แต่ว่า ปกติการเตรียมของให้เด็กแรกเกิดเอาไว้ก่อน มันจะเป็นลางไม่ดีนะพี่ใหญ่”  ซุนหมิงเอ่ยกระซิบเตือน

    “ นั่นมันเป็นความคิดของมนุษย์ทั่วไป อย่าเอามาใช้กับข้า”  เสี่ยวเทียนไม่ใส่ใจ เขาตามใจ ภรรยาของเขาทั้งสองมากกว่า แล้วทั้งสี่คนก็มาเดินตลาด เลือกซื้อของตามที่ต้องการทุกอย่าง  จนสาสมใจ แล้ว หน้าร้านก็มีเด็กน้อย มายืนขอรับบริจาค เข้าบ้านเด็กกำพร้าของเมืองเฉิงอาน  วาวากับเจินเจิน อยากไปบริจาคให้เด็กๆ ที่บ้านเด็กกำพร้า เพราะอยากช่วยเหลือมากกว่านี้ เด็กๆ เลยจูงมือวาวา กับเจินเจิน ไปอีกไม่กีก้าว ก็พบกับ บ้านเด็กกำพร้า ที่เสื่อมโทรมตั้งอยู่

    “ สามี บริจาคให้พวกเขาหน่อย”  วาวากับเจินเจิน บอกกับเสี่ยวเทียน

    เสี่ยวเทียนมีเงินอยู่เวลานี้ประมาณสองหมื่นล้านเหรียญทอง ถือว่าเยอะมาก เลยควักออกมา หนึ่งพันล้านเหรียญทอง เพื่อเป็นสิริมงคลต่อลูกของเขาในอนาคต พ่อบ้านที่ดูแลเด็กก็เข้ามาขอบคุณเสี่ยวเทียนทันที เพราะเงินขนาดนี้ ต่อไปพวกเขาไม่ต้องกลัวอดตายอีกต่อไป เด็กๆ จะได้เลิกเป็นนักฆ่าเสียที ขณะที่จะเอ่ยถามชื่อของเสี่ยวเทียน แต่ก็ไม่ทันแล้ว เสี่ยวเทียนพาภรรยาทั้งสองเดินกลับไปแล้ว

    ส่วนนักฆ่าวัยรุ่นทั้งสิบคน บัดนี้ส่งของเสร็จแล้ว ก็ได้แต่เฝ้ารอถึงกลางคืน เพื่อจะปฏิบัติการลอบสังหารในครั้งนี้ให้สำเร็จ ต่างก็ซุ่มหมอบ ที่รอบๆ บ้านของเสี่ยวเทียนเอาไว้ หลังจากเสี่ยวเทียนกลับมาแล้ว ก็พา ภรรยาทั้งสองเข้าไปในมิติฟ้าคราม ทิ้งให้ ซุนหมิง เฝ้าบ้านเพียงคนเดียว  กลางดึกคืนนั้น เหล่านักฆ่าจากบ้านเด็กกำพร้า ก็เริ่มปฏิบัติการ แต่ว่าเสี่ยวเทียนได้ตั้งค่ายกลป้องกันเอาไว้  หากใครเข้ามา จะต้องเจอกับค่ายกล สี่ธาตุ นักฆ่าเวทย์โลหิต ที่กลายเป็นเม็ดโลหิตเข้ามาในค่ายกลไม่ได้ ถูกกระแทกออกมา บาดเจ็บกันเป็นแถว

    เสี่ยวเทียนปรากฏร่างขึ้นมาต่อหน้า นักฆ่าทั้งสิบคน

    “ พวกเจ้ายังเด็กอยู่แท้ๆ ริอ่านเป็นนักฆ่า ขืนปล่อยเอาไว้ คงไปทำร้ายผู้คนอีกแน่ๆ

    ตายๆ ไปซะ”  เสี่ยวเทียนทำท่าจะสะบัดมือ แต่อาจารย์ลู่เอินบอกว่า

    “ปล่อยพวกมันไป”  สร้างความงุนงง ให้กับเสี่ยวเทียนยิ่ง 

    ในขณะที่ยังยืนงง เด็กวัยรุ่นทั้งสิบ ก็สาดกระสุนปืนกล เข้าใส่เสี่ยวเทียนอย่างเผาขน  เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!!!  แต่กระสุนไม่เข้าตัวเสี่ยวเทียนเลยแม้แต่น้อย กลับกระดอนเข้าใส่คนยิ่งบาดเจ็บสาหัสร่อแร่ อาการปางตายกันแทบทั้งหมด

    “ หนีไป ไปบอกอาจารย์ พวกเราฆ่ามันไม่ได้ พาพวกเราหนีไปให้ไกลที่สุด” เจียงอี้พี่ใหญ่ สั่งให้คนอีกสามคนที่ไม่เป็นอะไรรีบหนีไป แต่เสี่ยวเทียนไม่ปล่อยให้หนี

    ใช้เชือกสายฟ้ารัดเอาไว้ แล้วเข้าไปช่วยชีวิตเด็กทั้งหมด ตามที่อาจารย์ลู่เอินสั่งเอาไว้

    “ ช่วยพวกเราไว้ทำไม อย่าหวังเลย ว่าพวกเราจะบอกว่าใครสั่งมา” เจียงอี้หายดีแล้ว แม้ตกใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะว่าตนบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ คิดว่าไม่รอด กลับ กินน้ำทิพย์แล้วก็หายดีเป็นปลิดทิ้ง แต่ยังไม่ยอมสยบ ทุกคนถูกมัดด้วยเชือกสายฟ้าจนขยับตัวไม่ได้

    “ อาจารย์แววตา คนพวกนี้มันเพชฌฆาตชัดๆ ปล่อยมันไว้ทำไม?”

    “ เด็กพวกนี้ เป็นคนจากบ้านเด็กกำพร้า เฉิงซาน เมื่อกลางวันเจ้าทำบุญให้กับพวกมัน ตอนกลางคืน เจ้าจะฆ่าพวกมันลงรึ?” อาจารย์ลู่เอินบอกออกมา เช่นนี้ ทำเอาเสี่ยวเทียนพูดไม่ออกเลย อะไรกัน เด็กวัยรุ่นพวกนี้เป็นนักฆ่าจากบ้านเด็กกำพร้าหรือหรือนี่ เฮ้อ....

    “ พวกเจ้าทุกคนคงถูกว่าจ้างให้มาสังหารข้า เพื่อนำเงินไปช่วยน้องๆ พวกเจ้าที่อยู่บ้านเด็กกำพร้ากันใช่ไหม?”

    เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมาเช่นนี้ก็ทำให้ทุกคนถึงกับตะลึง ไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะล่วงรู้ตัวตนของพวกเขา

    “ พวกเจ้ากลับไปเถอะ กลับไปหาพ่อบ้านของพวกเจ้า วันนี้ที่บ้านเด็กกำพร้า มีคนมาบริจาคเงินให้ หนึ่งพันล้านเหรียญทองแล้ว เพียงพอให้พวกเจ้า มีกินมีใช้กันไปตลอดชาติ ไม่ต้องมารับจ้างฆ่าคน อีกต่อไป” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็ปลดเชือกอัสนีสายฟ้า แล้วไล่พวกนักฆ่ากลับไป ทั้งหมดพอหายตะลึง ก็รีบกลับไปหา อาจารย์ของพวกเขาทันที

    “ ชั่วช้าจริงๆ รัชทายาทคนนี้ รออีกหน่อยเถอะ ให้เจ้าศิลานักปราชญ์หลอกกินทองมันจนหนำใจแล้ว เจ้าได้เจอกับข้าแน่” ที่แท้เสี่ยวเทียนสามารถติดต่อกับศิลานักปราชญ์ได้ตลอดเวลา แล้วสั่งให้มันหลอกกิน ทองคำของรัชทายาทไปเรื่อยๆ อีกระยะ ตามที่อาจารย์ลู่เอินบอก

    เสี่ยวเทียนกลับเข้าไปนอนกับภรรยาทั้งสอง แล้วถ่ายทอดน้ำอสุจิศักดิ์สิทธิ์ที่อาจารย์ลู่เอินกล่าวไว้ ให้ทั้งสองภรรยา เพื่อเพิ่มพลังให้กับลูกๆ ของเขาทั้งสอง

    รุ่งเช้าเสี่ยวเทียนมานอนแช่ในสระเทพเจ้า ก็เริ่มอยากรู้ว่าอาจารย์รู้ได้อย่างไรว่าน้ำอสุจิของเราเป็นน้ำอสุจิศักดิ์สิทธิ์

    “ เด็กโง่ เจ้ารับพลังมาจากหยกมังกรฟ้าชิ้นแรก เจ้าสัมผัสไม่ได้เลยหรือไง มันทำมาจากสิ่งใด?”

    “ ก็ทำมาจากหยกมิใช่หรือ?”

    “ ทำมาจากน้ำอสุจิมังกรฟ้าที่แห้งแล้วต่างหากเล่า”

    “ ฮ้า ! จริงซิ.. โอ้..?” เสี่ยวเทียนไม่กล้าถามต่อว่าเป็นของใคร แล้วไม่กล้าพูดเรื่องนี้อีกเลย

    พอผ่านไปสามวันเสี่ยวเทียนก็พุ่งตัวขึ้นไปบนฟ้าเหนือบรรยากาศโลกอีกครั้งคราวนี้ เสี่ยวเทียนดูดพลังจักรวาลเข้ามาในร่างกาย เพื่อจะปลุกจุดชีพจรจุดที่สี่ที่อยู่ตรงเหนือสะดือ ด้วยพลังธาตุจากจักรวาลที่เข้ามามากล้น พลังเซียนที่เข้าไปที่จุดตันเถียน ก็เริ่มเต็ม แต่เสี่ยวเทียนระงับเอาไว้ ไม่อยากระเบิดขั้นพลังเซียนออกมา แต่ว่า พลังจิตวิญญาณที่เปี่ยมล้น กลับทะลวงจุดชีพจรจุดที่สี่ จนระเบิดออกมา จนวงแหวนที่สีส้มหายไปทั้งหมด แล้วกำเนิดวงแหวนสีเหลืองขึ้นมาแทนทีละวงจนครบสามวง กลายเป็นพลังจักรพรรดิจอมเวทย์ ระดับสูง เสี่ยวเทียนเริ่มเขียนเวทย์บนอวกาศเป็นเวทย์ทำลายล้าง แล้วปล่อยเป็นวงแหวนสีเหลือง พุ่งออกไปชนก้อนอุกาบาตที่กำลังลอยอยู่เต็มไปหมด ตูม ๆๆๆๆๆ !!! ระเบิดกลายเป็นฝุ่นไม่มีเหลือ

    แล้วยังฝึกเขียน เวทย์ป้องกันอุกาบาตโดยรอบ พุ่งเข้ามาชน ก็ระเบิดกลายเป็นฝุ่นเช่นกัน ไม่พอยังฝึกเขียน เวทย์กักขัง เป็นรูปกรงขัง คุกสี่เหลี่ยม จนชำนาญ 

    บัดนี้กลับกลายเป็นว่าเสี่ยวเทียนกลับชอบฝึกตนบนนอกบรรยากาศโลก ทำให้ฝึกพลังเวทย์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรบนโลกเลย หลังจากฝึกเสร็จเสี่ยวเทียนก็กลายร่างเป็นธาตุลม พุ่งลงจากท้องฟ้ากลับสำนักเหยาซานตามปกติ

    เช้านี้เสี่ยวเทียนถูกอาจารย์ เมี่ยวคง เรียกเข้าไปพบ 

    “ นี่ยังถึง 15 วัน เจ้าสามารถผลักดันตัวเองกลายเป็น จักรพรรดิจอมเวทย์ระดับสูงได้แล้วหรือนี่ ช่างน่ามหัศจรรย์จริงๆ”

    “ เป็นเพราะศิษย์ทำตาม หยกเวทย์ของท่านอาจารย์ทุกอย่าง ศิษย์เลยประสบผลสำเร็จเช่นนี้”

    “ ฮ่า ฮ่า ไม่ต้องมายอข้าเลย  ตามข้ามา ข้าจะพาเจ้าไปพบกับ ท่านบรรพบุรุษที่ของสำนักเหยาซาน”

    เสี่ยวเทียนเดินตาม อาจารย์เมี่ยงคง ตามทางเดิน จากห้องโถงของสำนัก ทะลุผ่านถ้ำ ที่อยู่ทางด้านหลัง ผ่านกลไก ค่ายกลหลายจุด เสี่ยวเทียนสงสัย ทำไม

    ต้องลึกลับขนาดนี้กันด้วยนะ บรรพบุรุษน่าจะอัญเชิญเอาไว้ด้านหน้า ไม่ใช่หรือ ทำไมอยู่ลึกลับขนาดนี้  พอมาถึง ที่เป็นแท่นบูชาแห่งหนึ่ง มีรูปปั้นคล้ายมนุษย์แต่มองดูอีกทีก็ไม่น่าใช่ หัวโตออกอย่างนี้ นิ้วมือนิ้วเท้านี่มัน มนุษย์ต่างดาวชัดๆ

    “ เจ้าไม่ต้องตกใจ นี่คือบรรพบุรุษของสำนักเรา ท่านมาจากดาวดวงอื่น ท่านมาสอนให้ปรมาจารย์ของสำนักทุกรุ่น เกี่ยวกับเวทมนตร์ทั้งหมด ความจริงแล้ว เวทมนตร์คาถาที่พวกเราเรียนรู้กันนั้น เกิดจากการพูดคำซ้ำๆ แล้วพูดจนผู้สวดนั้นมีสมาธิที่แน่วแน่

    ทำให้สิ่งที่พูดนั้นกลายเป็นความจริง ดังนั้น ในความเป็นจริง ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากสมาธิในจิตใจ หากแน่วแน่ ก็จะสามารถคิดแล้วส่งจิตออกไปก็สามารถทำให้มันเป็นจริงได้ คนที่เข้ามาในที่นี้ คือเจ้าสำนักคนต่อไป 

    แต่ข้ารู้ว่า ชีวิตของเจ้า คงไม่หยุดอยู่แค่ ดินแดนแห่งนี้ สักวันหนึ่งเจ้าต้องจากไป ข้าได้แต่เพียงหวังว่า อย่างน้อย ข้าจะเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนช่วยสนับสนุนให้เจ้าบรรลุถึงเป้าหมายในการดำเนินชีวิต เอาล่ะ    เจ้าเปิดกล่องโลหะที่ด้านหน้าเจ้าดู”

    เสี่ยวเทียนเปิดกล่องโลหะเหล็กออกมา ก็พบว่า มันคือหัวกระโหลกที่ใหญ่โตกว่าคนทั่วไป มองแล้วคล้ายผลึกเพชรสีฟ้า

    “ นั่นคือกะโหลก บรรพบุรุษ  เจ้าสำนักทุกคน ต้องมาสัมผัส เพื่อเรียนสรรพวิชาทั้งหมด แล้วแต่ว่าใครจะรับรู้ได้มากเท่าใด ส่วนใหญ่ไม่มีใครรับพลังแห่งความรู้ได้เกิน 10 ลมหายใจมีผู้เดียวที่สัมผัสถึงสามสิบลมหายใจ เจ้าลองทายดูซิ”

    “ ใครหรือขอรับ”  เสี่ยวเทียนจะไปรู้ได้อย่างไรเรื่องนี้

    “ จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ ในอดีตกาล เซียนบรรพกาลจอมเวทย์เมอร์ลิน”

    “ จอมเวทย์เมอร์ลิน?”

    “ ใช่แล้ว ทุกตำนานที่เล่าขาน ล้วนจริงบ้างเท็จบ้าง แต่ความเป็นจริงที่สุดคือสิ่งที่อยู่ต่อหน้าเจ้านี่แหละ ท่านเมอร์ลิน บอกกับทุกคนในตำรา หรือ คำสอนของเขา ว่า เขาสัมผัส เพชรจอมปราชญ์ใน ป่าเชอร์วู้ด ที่แท้จริงแล้ว เป็นกระดูกของท่านผู้หยั่งรู้ บรรพบุรุษของสำนักเหยาซานผู้นี้ต่างหาก

    ท่านปรมาจารย์ยุคแรก เห็นว่าท่าน เมอร์ลินจะต้องกลายเป็นเจ้าชายแห่งฟ้า เป็นพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ ดังนั้นท่านจึงพาเขามาสัมผัส กับกระโหลกของ ท่านบรรบุรุษ แล้วขอให้เขาสาบาน ว่าจะไม่เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังว่า ได้รับความรู้และพลังมาจากที่ใด ”  เสี่ยวเทียนได้ฟังก็เข้าใจเรื่องทุกอย่างเป็นอย่างดี

    “ ถึงเวลาแล้ว เจ้าสัมผัสพลังและความรู้ของท่านบรรบุรุษได้เลย ข้าจะไปรอที่นอกห้อง” เสี่ยวเทียนมองมาที่กระโหลกที่มีลักษณะคล้ายเพชรสีฟ้า จริงๆ แล้วเริ่มใช้ฝ่ามือสัมผัสอย่างแผ่วเบา  กระโหลกสีฟ้า เปล่งประกายส่องแสงออกมาสว่างจ้าไปทั่วห้อง เสี่ยวเทียนหลับตาทำสมาธิ ความรู้อันหลากหลายพุ่งเข้ามาจาก กระโหลกสีฟ้า พุ่งผ่านมือของเสี่ยวเทียนทั้งสองข้าง เข้าไปสู่สมอง ห้วงจิตสำนึกที่เป็นดั่งมหาสมุทร ผ่านขบวนการจัดการ เก็บอย่างเรียบร้อย โดยอาจารย์ลู่เอินเป็นคนช่วยจัดการ ทำให้เสี่ยวเทียนรับความรู้เข้ามาได้อย่างไม่จำกัด พร้อมทั้งพลังแห่งบรรพบุรุษหัวกระโหลกยังได้ช่วยเปิดจุดชีพจรวิญญาณที่กลางอกจุดที่5 วงแหวนสีเหลืองหายไป กลายเป็นวงแหวนสีเขียวปรากฏบนศรีษะแทนที่พร้อมกันสามวงทำให้เสี่ยวเทียนมี พลังขั้น เซียนจอมเวทย์ ระดับสูง แล้ว  ซึ่งพลังที่ปล่อยเข้ามานั้นยังมีอีกมากมายมหาศาลถูกอาจารย์ลู่เอิน บีบอัดเข้ามาไว้ในไข่มุกวิญญาณแล้วก็ส่งบางส่วนของห้วงจิตของเสี่ยวเทียนจนหมด   

    เสี่ยวเทียนใช้เวลาซึมซับความรู้และพลังจิตของบรรพบุรุษ จนหมดใช้เวลาไปหนึ่งชั่วยาม เสร็จแล้วก็ลืมตาขึ้นมา อาจารย์เมี่ยวคง เข้ามามองเสี่ยวเทียนด้วยความตกใจไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะใช้เวลา ถึงหนึ่งชั่วยาม เพราะเขาเองไม่ถึงสิบลมหายใจก็ทนไม่ได้แล้ว

    “ เจ้าทำได้ยังไงเนี่ย?”

    “ ความรู้ของบรรพบุรุษนั้นเยอะเกินไป ข้าเลยรับเฉพาะที่จำเป็นต่อข้าเท่านั้น”

    “ นี่เจ้าคัดความรู้ออกไปได้ด้วยหรือ?”

    “ ขอรับ” .......

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน