บทที่ 60
เช้าวันหนึ่ง โอ๊ตตื่นนอนในเวลาเดิมเหมือนเช่นทุกๆวัน แต่ในเช้าวันนี้เขาก็ต้องยิ้มต้อนรับให้กับสิ่งที่เขารอคอยมานานถึง 2 สองวัน ใช่แล้วมันเป็นระบบการสุ่มกาชาอาชีพนั่นเอง หน้าจอที่แสดงวงล้อ เตรียมให้เขาหมุนเพื่อได้รับทักษะอาชีพลอยเด่นอยู่ตรงหน้า แน่นอนว่าเขาไม่รีรออะไรอีกแล้ว เขาทำการกดหมุนสุ่มในทันที ‘ยินดีด้วย.. คุณได้รับอาชีพ ‘คนทอดไข่ดาว’ ระดับสีฟ้า..’ ข้อความจากระบบแสดงผล ซึ่งโอ๊ตก็ได้แต่ขยี้ตาตัวเอง และมองมันให้ชัดๆว่ามันเป็นอาชีพนี้จริงๆหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะมองยังไงมันก็ยังแสดงผลเป็น ‘คนทอดไข่ดาว’ อยู่ดี ในหัวของโอ๊ตแทบจะร้อง ‘ว๊อททท’ แบบยาวๆสักที ทักษะอาชีพมีตั้งเยอะแยะมากมาย แล้วทำไมเขาถึงได้แค่ไอ้ ‘คนทอดไข่ดาว’ ล่ะเนี่ย มันช่างเป็นตลกร้ายจริงๆ“ช่างมันเถอะ.. ได้..ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลยล่ะนะ..” โอ๊ตกล่าวก่อนจะลุกไปล้างหน้าแปรงฟันทำกิจวัตรประจำวันของตัวเอง ในระหว่างที่เขากำลังแปรงฟันฟองเต็มปากอยู่นั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นมา ท่ามกลางความสงสัยของโอ๊ตที่ว่าใครนั้นมาหาเขาตั้งแต่เช้าขนาดนี้“ครับๆ รอสักครู่ครับ..” โอ๊ตตอบกลับ ก่อนจะรีบล้างปากของตัวเอง และเดินไปที่ประตูเพื่อดูว่าใครมาหา และเขาก็ต้องพบว่าเป็นลุงเกษมนั่นเอง“อ่าวลุงเกษม.. มีอะไรแต่เช้าเหรอครับ ผมกำลังจะออกไปทำแพนเค้กให้ลุงอยู่พอดีเลย” โอ๊ตกล่าว“ห่าววว! ดีแล้วที่มาทัน.. ลุงก็จะบอกกับแกนั่นแหละว่าวันนี้ไม่ต้องทำแพนเค้กของลุงนะ วันนี้ลุงตั้งใจว่าจะหยุดพักสักหนึ่งวัน.. อีกอย่างเมื่อวานก็เกิดเรื่องยุ่งวุ่นวายไปหมด ลุงเองก็เลยลืม ไม่ได้เตรียมไอศกรีมเอาไว้ไปขายน่ะ..” ลุงเกษมหาวปากกว้างก่อนจะกล่าวธุระที่มาหาเช้าวันนี้“อย่างนั้นเหรอครับ หยุดบ้างก็ดีเหมือนกันลุง.. ลุงเองก็แก่แล้ว อย่าฝืนตัวเองให้มากนะครับ” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่ได้เอ่ยแกล้งลุงเกษมแกไป แน่นอนว่าแกก็ทำหน้าบึ้งตึงกลับมาใส่โอ๊ตในทันที“แกว่าใครเป็นคนแก่กัน นี่ลุงยังมีแรงเหมือนเด็กวัยรุ่นอยู่เลยนะเว้ยยย.. แต่จะว่าไปยาที่แกให้ลุงมา แกไปได้มันมาจากที่ไหนกันล่ะ ลุงอยากไปซื้อมาไว้ติดห้องบ้าง..” ลุงเกษมกล่าวถาม“เป็นร้านแผงลอยหาบเร่ทั่วไปนั่นแหละลุง ผมเพิ่งไปซื้อที่ตลาดเมื่อวันก่อนนี่เอง..” โอ๊ตกล่าวตอบไปอย่างมั่วๆ อย่างน้อยมันก็น่าจะฟังขึ้นอยู่บ้าง และลุงจะได้ไม่ต้องถามอะไรให้น่าสงสัยกันไปใหญ่ ซึ่งลุงเกษมก็พยักหน้ารับคำตอบ และวันนี้แกจะลองไปตามหาร้านที่ว่ามาบ้าง โดยที่โอ๊ตกล่าวสรรพคุณของตัวยาที่พ่อค้าคนนั้นขาย และรูปร่างหน้าตาของชายคนนั้นไป โอ๊ตพูดคุยอยู่กับลุงเกษมสักพัก ทั้งสองก็แยกย้ายกันไปทำอะไรของใครของมันต่อ โดยที่โอ๊ตตื่นเช้ามาแล้ว แต่มันยังไม่ถึงเวลาที่ต้องไปเรียน เพราะนี่มันยังไม่ทัน 7 โมงเช้าเลยด้วยซ้ำ เขาก็กลับมานั่งวิเคราะห์ให้ความสนใจกับระบบการสุ่มอาชีพต่อหลังจากที่สงสัยเงื่อนไขการได้รับสิทธิ์สุ่มมัน“อาชีพแรกเป็นแบบบังคับคือ ‘คนทำขนมแพนเค้ก’ ระดับสีส้มละมั้ง น่าจะใช่.. วันต่อมาก็ได้สุ่มอีกได้รับเป็นทักษะ ‘นักวาดรูปการ์ตูน’ ระดับสีเขียว.. แล้ววันต่อมาก็ได้ ‘แพทย์เทวะ’ ระดับสีขาว.. อื้มมม”โอ๊ตกล่าวพร้อมกับวิเคราะห์ด้วยความสนใจ มันเป็นไปได้หลายกรณีมากๆกับการที่จะรับสิทธิ์ในการสุ่มทักษะใหม่ หนึ่งคือเรื่องของระดับสีของทักษะ ทักษะสีขาวอาจจะต้องใช้เวลาในการที่จะได้รับมันใหม่อีกครั้ง แต่เมื่อเทียบกับทักษะสีส้มการทำแพนเค้กเป็นทักษะสีที่ค่อนข้างสูง ก็ได้สิทธิ์สุ่มในเช้าวันถัดไป ดังนั้นก็ควรตัดเรื่องนี้ออกไปก่อน“หรือว่ามันจะเกี่ยวกับความเชี่ยวชาญทักษะ.. ประมาณว่ายิ่งทำบ่อยก็ยิ่งได้รับสิทธิ์อะไรอย่างนั้น... แล้วถ้ามันเป็นอย่างนั้นจะต้องทำแพนเค้กมากขนาดไหนกันกว่าจะได้สุ่มอีกครั้งหนึ่ง.. ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวแฮะ”โอ๊ตกล่าวก่อนจะหันไปมองนาฬิกาบนหัวนอน เขาพบว่ามันเป็นเวลา 07.25 น. แล้ว เขาจึงเข้าห้องน้ำอาบน้ำแต่งตัว และเดินออกมาจากห้องเพื่อที่จะได้ไปเรียนตอน 08.00 น. ได้ทันเวลา เมื่อเขาเดินมาที่รถสปอร์ตคันงามก็พบกับบอดี้การ์ดที่ยืนเฝ้ารถเขาเอาไว้ถึง 2 คนด้วยกัน“อรุณสวัสดิ์ขอรับคุณชาย..” พวกเขาทั้งสองที่เห็นโอ๊ตก็รีบก้มหัวให้ในทันที โอ๊ตที่เห็นความเวอร์วังอลังการกับการเฝ้ารถของเหล่าบอดี้การ์ดแล้ว ก็นึกปวดหัวไม่น้อย บางทีกิตติก็ทำอะไรเกินไปจริงๆ แต่ก็ไม่เป็นไรแล้ว เพราะว่าในวันนี้รถสปอร์ตคันนี้มันจะไปอยู่ในที่ที่มันควรอยู่“อรุณสวัสดิ์.. ฉันหวังว่าจะไม่ได้เจอพวกนายอีกนะ ฮ่าๆ” โอ๊ตกล่าวอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะขึ้นรถสปอร์ตคันงาม และมุ่งตรงออกจากหอพัก ท่ามกลางความสงสัยของบอดี้การ์ดทั้งสองคน“วันนี้คุณชายดูแปลกๆไปหรือเปล่าวะ หรือว่ามีเรื่องอะไรดีๆเกิดขึ้นกับคุณชายกัน..” บอดี้การ์ดคนหนึ่งอดที่จะถามกับเพื่อนที่คุ้มกันเมื่อคืนพร้อมกันไม่ได้ บอดี้การ์ดอีกคนที่ได้ยินก็ยักไหล่ตัวเองเล็กน้อย“ข้าก็ไม่รู้ว่ะ แต่จะยังไงก็ช่าง มันไม่ใช่เรื่องที่เราต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับเรื่องของเจ้านายนี่” บอดี้การ์ดคนนั้นกล่าว และทั้งสองก็เลิกสนใจไปในที่สุด ก่อนจะพากันไปหาอะไรทาน เพราะตลอดคืนที่ผ่านมา พวกเขาไม่ได้ทานอะไรต่อเลยนอกจากแพนเค้กของคุณชาย โอ๊ตขับรถออกมาอย่างอารมณ์ดี อย่างน้อยๆวันนี้ก็มีเรื่องให้ยินดีกับมันหน่อย แต่แล้วความรู้สึกนั้นก็ต้องพังทลายลงอีกครั้ง เพราะว่าเขาดันลืมไปว่าคลาสที่เขากำลังจะเข้าเรียนนั้น มันจบคลาสไปตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาแล้ว เล่นเอาโอ๊ตแทบจะตบหน้าผากตัวเองที่ลืมไปเสียสนิท“ไอ้บ้าเอ้ย! นี่ฉันตื่นเช้ามาทำอะไรเนี่ย แพนเค้กก็ไม่ต้องทำ เรียนอาจารย์ก็ปิดคลาสไปแล้ว เฮ้ออ” โอ๊ตกล่าวกับตัวเอง สงสัยว่าเขาจะต้องรีบูทสมองของตัวเองสักหน่อยแล้ว มัวแต่ขายของจนไม่ได้คิดหรือทำเรื่องอื่นเลย แต่เมื่อพูดถึงเรื่องอื่นแล้ว เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าเขาจะต้องไปรับคอนโดที่ซื้อเอาไว้เมื่อวาน..“..ที่จอดรถ เฮ้! ที่จอดรถล่ะ เฮ้!..” จากหน้าที่บูดเบี้ยวกลับกลายมาเป็นรอยยิ้มอันแสนหวานดังเดิม ก่อนที่เขาจะกู่ร้องด้วยประโยคที่ดูปัญญาอ่อนนั้น และกระโดดโลดเต้นจนถึงที่รถ BMW ของเขาอย่างอารมณ์ดี นาโน คอนโด สถานที่ที่กำลังได้รับความนิยม การออกแบบรูปทรงอาคารแปลกตา และดูทันสมัย นอกจากนี้ยังมีสภาพแวดล้อมรายล้อมสวยงาม มันเป็นที่หมายปองของบรรดาเศรษฐีน้อยใหญ่จากทั่วทุกมุมเมืองแห่งนี้ ห้องของคอนโดแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ห้องคิง ห้องกลาง และห้องมาตรฐาน“นี่แกกำลังจะบอกว่าห้องคิงถูกขายออกไปหมดแล้ว?..” ชายคนหนึ่งกล่าวออกมาพร้อมกับโวยวายยกใหญ่ และเขาคนนี้มีชื่อว่าอดัม เขาตั้งใจที่จะมาซื้อห้องคิง แต่ทว่าพนักงานสาวตรงหน้าของเขากลับบอกว่ามันถูกขายหมดไปแล้ว“ค่ะคุณลูกค้า.. ตอนนี้เราเหลือเพียงแค่ห้องขนาดกลาง และขนาดมาตรฐานเท่านั้นค่ะ ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายสนใจรับชมห้องตัวอย่างขนาดอื่นก่อนไหมคะ ห้องขนาดกลางก็ดูไม่เลวเลยทีเดียวนะคะ” พนักงานกล่าวถามอย่างสุภาพกับอดัม แต่ละตึกนั้นจะมีห้องคิงเพียงแค่ 3 ห้องเท่านั้น และตึกทั้งหมดมี 4 ตึกเรียง A B C D ตามลำดับ ด้วยจำนวนที่มันมีห้องน้อยขนาดนี้ การซื้อ-ขายห้องคิงจึงจบลงทั้งที่มันยังผ่านไปไม่ถึง 1 อาทิตย์“..คนระดับฉันจะใช้แค่ห้องขนาดกลาง หรือขนาดดักแด้นั้น แกคิดว่ามันเหมาะสมอย่างนั้นเหรอ เห่อ..” อดัมกล่าวพร้อมกับทำหน้าเหยียดอย่างรังเกียจออกมาอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าพนักงานอยากจะเดินเข้าไปตบคนอย่างนี้สักทีสองที แต่ในหน้าที่การงานของเธอที่เป็นรูปแบบบริการแล้ว เธอก็ต้องอดทนเอาไว้ก่อน“ต้องขอประทานอภัยคุณลูกค้าจริงๆนะคะ” เธอกล่าวพร้อมกับก้มหัวให้กับลูกค้านิสัยเสียอย่างจนใจ“เห่อ! คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องง้อคอนโดซังกะบ๊วยนี่หรอก.. ถ้าคอนโดนี้ไม่มีห้องคิง ฉันก็ไปซื้อที่อื่นก็ได้..” อดัมกล่าวก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปอีกทางอย่างไม่สบอารมณ์ แน่นอนว่าเรื่องนี้มันทำให้พนักงานสาวถึงกับถอนหายใจยาวเลยทีเดียว ถึงมันจะเป็นเรื่องที่น่ารำคาญ แต่ก็เป็นเรื่องดีเหมือนกันที่คอนโดจะไม่มีลูกบ้านที่นิสัยไม่ดีอย่างนี้มาอยู่อาศัย ไม่อย่างนั้นคอนโดคงจะวุ่นวายน่าดู“เกิดอะไรขึ้น!.. โอ้..นั่นมันคุณอดัมไม่ใช่เหรอครับ สวัสดีครับ ผมอาทิตย์เป็นผู้จัดการคอนโดแห่งนี้ครับผม ยินดีที่ได้รู้จักครับ..” ผู้จัดการที่ได้ยินเสียงโวยวายก็เดินออกมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเขาก็พบกับคุณอดัม กรรมการบริหาร ‘คิง เเดรี่ฟูดส์’ ที่มีผลกำไรต่อปีมากกว่า 2,000 ล้านบาท มันนับว่าเป็นเกียรติมากที่เขาสนใจนาโน คอนโดแห่งนี้“แกเป็นผู้จัดการอย่างนั้นเหรอ.. ดี! งั้นฉันมีคำถามจะถามกับแก .. แกคิดว่าคนระดับฉันจะต้องได้ห้องขนาดไหนที่คอนโดแห่งนี้..” อดัมกล่าวถามพร้อมกับแอคมาดที่คิดว่าตัวเองดูดีที่สุด แต่ในสายตาของคนอื่นที่มองเข้ามานั้น ต่างก็รังเกียจไม่น้อยเลยทีเดียว“โอ้.. ระดับคุณชายใหญ่แดรี่ฟูดส์ จะต้องเป็นห้องคิงอยู่แล้วขอรับ.” อาทิตย์กล่าวอย่างเลียแข่งเลียขาของคุณชายอดัม แน่นอนว่าอดัมก็ยิ่งได้หน้าเข้าไปใหญ่“แล้วทำไมแกไม่มีห้องคิงที่ว่ามานั้นขายให้กับฉันล่ะ.. พนักงานคนนี้บอกว่ามันถูกซื้อขายไปหมดแล้ว แกคงจะมีคำตอบที่ดีให้กับฉันได้อย่างนั้นสินะ..” อดัมกล่าวถาม และมันเล่นเอาผู้จัดการถึงกับหน้าเสียไปเลยทีเดียว เขาเองก็ลืมไปเลยว่าห้องคิงนั้นถูกขายหมดไปแล้ว เมื่อวานเป็นห้องสุดท้าย แต่ทว่าจังหวะซิทคอมก็เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันพอดิบพอดี“สวัสดีครับ.. ผมมารับคอนโด ห้องคิงตึก A แล้วก็ห้องมาตรฐานอีก 3 ห้องตึกเดียวกันครับ”