หลังจากฆ่าจักรพรรดิซีเฉิน เย่เทียนก็ออกจากโลกเซียนปฐพี
จักรพรรดิซีเฉินเป็นจักรพรรดิ 8 ดาราแห่งหอคอยเกียรติยศ แน่นอนว่าย่อมมีตะเกียงวิญญาณในหอคอยเกียรติยศ เมื่อจักรพรรดิซีเฉินจบชีวิตลง ตะเกียงวิญญาณของจักรพรรดิซีเฉินจะดับลง เป็นธรรมดาที่หอคอยเกียรติยศจะรู้ได้ทันทีว่าจักรพรรดิซีเฉินได้ตายไปแล้ว
เพียงไม่นานจักรพรรดิแห่งหอคอยเกียรติยศต่างก็มุ่งหน้าไปยังวิหารซึ่งเป็นที่พำนักของจักรพรรดิซีเฉิน
เมื่อพวกเขาเข้าไปในวิหารของจักรพรรดิซีเฉิน พวกเขาก็พบศพของจักรพรรดิซีเฉินอยู่ด้านใน
“นี่...จักรพรรดิซีเฉินตายแล้วจริงๆ?”
ในเวลานี้จักรพรรดิทั้งหมดของหอคอยเกียรติยศล้วนเต็มไปด้วยโทสะ
จักรพรรดิซีเฉินเป็นจักรพรรดิ 8 ดาราที่สำคัญมากของหอคอยเกียรติยศ นอกจากนี้ยังเป็นจักรพรรดิระดับ 8 ดาราที่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
ตอนนี้จักรพรรดิซีเฉินถูกลอบสังหาร นี่เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับหอคอยเกียรติยศ
ที่สำคัญจักรพรรดิซีเฉินถูกฆ่าตายภายในวิหารของเขาเอง ด้วยเหตุการณ์นี้เสมือนการตบหน้าหอคอยเกียรติยศโดยตรง
“รีบไปตรวจสอบ!”
ระดับจักรพรรดิเริ่มตรวจสอบสิ่งต่างๆ ภายในวิหาร แต่หลังจากผ่านไปเป็นเวลานานไม่มีใครพบเบาะแสใดๆ แม้แต่น้อย
ในท้ายที่สุดพวกเขาก็หันความสนใจไปยังเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือเผ่ามังกร ในมุมมองของพวกเขามีเพียงเผ่ามังกรที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นที่จะทำเช่นนี้ได้
ทันใดนั้นความสัมพันธ์ระหว่างกองกำลังจากภายนอกและเผ่ามังกรก็เริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ
ในขณะเดียวกันเย่เทียนก็มาถึงเทือกเขาคุนหลุนแล้วเช่นกัน
เขายังคงอยู่ในสภาวะล่องหน การมายังเทือกเขาคุนหลุนครั้งนี้ เขายังไม่คิดที่จะเปิดเผยตัวตน
ทันทีที่มาถึงเย่เทียนพบว่ามีจักรพรรดิของกองกำลังจากภายนอกจำนวนมากซ่อนตัวอยู่รอบๆ เทือกเขาคุนหลุน
นอกจากระดับจักรพรรดิแล้ว ยังมีตัวตนระดับกึ่งเทพซ่อนตัวหลายคนอยู่ด้วยเช่นกัน
เห็นได้ชัดว่ากองกำลังภายนอกเหล่านั้นให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อเทือกเขาคุนหลุน พวกเขาส่งผู้แข็งแกร่งมามากมายเพื่อเฝ้าระวังทางเข้าของดินแดนพลังปราณ
เย่เทียนไม่ได้เข้าไปตรวจสอบค่ายกลที่ถูกจัดวางไว้ภายในของเทือกเขาคุนหลุนโดยตรง เพราะจะอย่างไรแล้วตอนนี้ก็ยังไม่ถึงเวลาที่ดินแดนพลังปราณจะเปิดขึ้น เขาแค่ต้องการมาตรวจสอบตำแหน่งที่แน่ชัด
หลังจากยืนยันแล้วว่าดินแดนพลังปราณอยู่ในเทือกเขาคุนหลุนจริงๆ เย่เทียนก็หันหลังจากไป
ต่อมาเย่เทียนก็กลับมาถึงฐานทัพจงไห่และมุ่งหน้าไปหาจักรพรรดิจันทราเพื่อเก็บซ่อนเรื่องราว การที่เขาสังหารจักรพรรดิซีเฉินเช่นนี้อาจดึงดูดความสนใจของกองกำลังภายนอกทั้งหมดได้
ดังนั้นเขาจึงต้องปกปิดเรื่องนี้เล็กน้อย เพื่อไม่ให้กองกำลังจากภายนอกเหล่านั้นหวาดกลัวและมีความคิดที่จะเผยแพร่ความลับเรื่องดินแดนพลังปราณออกไป
แม้ว่าเขาจะมีความแข็งแกร่งและมีพรสวรรค์มากพอที่จะขับไล่เผ่ามังกรและกองกำลังต่างดาวออกจากโลกได้ แต่หากเขาทำเช่นนั้น ความลับเรื่องดินแดนพลังปราณจะต้องรั่วไหลและแพร่กระจายไปทั่วกาแล็กซีทางช้างเผือกอย่างแน่นอน
นี่ไม่ใช่สิ่งที่เย่เทียนต้องการ เขาจึงไม่คิดที่จะเร่งรีบขับไล่เผ่ามังกรและกองกำลังจากภายนอกในตอนนี้
เมื่อดินแดนพลังปราณเปิดออก และเขาขับไล่พวกมันออกไปจากโลกทั้งหมดได้แล้ว ถึงตอนนั้นหากความลับเรื่องดินแดนพลังปราณถูกเปิดเผย มันก็สายเกินไปที่กองกำลังต่างๆ ในกาแล็กซีทางช้างเผือกจะส่งคนมาได้ทัน
ดินแดนพลังปราณนี้เป็นดินแดนพลังปราณที่เกิดจากการกระตุ้น มันสามารถเข้าไปได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อโควตาเต็มแล้วจะไม่มีใครเข้าไปได้อีก เย่เทียนจึงไม่มีอะไรที่ต้องกังวล
หลังจากเย่เทียนนำทรัพยากรมากมายมอบให้แก่หอสวรรค์ หอสวรรค์ก็ให้กำเนิดผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์และระดับจักรพรรดิขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ในเวลาเพียงสามเดือนหอสวรรค์ได้ให้กำเนิดระดับจักรพรรดิถึง 6 คน
และน้องสาวของเขาเย่หยูก็ทำลายขีดจำกัดของร่างกายถึงครั้งที่ 2 ภรรยาของเขาจักรพรรดิจันทราได้ทำลายขีดจำกัดของร่างกายถึงครั้งที่ 9 แล้ว ด้วยตอนนี้พรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเธอได้ยกระดับขึ้นเป็นพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับบรรพกาล ภายใต้ทรัพยากรจำนวนมากที่เย่เทียนจัดหาให้ เธออยู่ไม่ไกลจากการทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 10
ส่วนตัวเย่เทียนเองนั้นไม่ได้มีความก้าวหน้าใดๆ มากนัก ความแข็งแกร่งของเขามาถึงบุตรแห่งสวรรค์ไร้เทียมทานระดับ 6 ดารา มันไม่ง่ายเลยที่จะแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้
เขาจึงฝากความหวังของเขาทั้งหมดกับดินแดนพลังปราณ เมื่อเขาทะลวงขีดจำกัดของร่างกายได้อีกครั้ง เขาจะสามารถกลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์ระดับ 7 ดาราได้อย่างแน่นอน หรือแม้แต่บุตรแห่งสวรรค์ 8 ดารา
วันเวลาค่อยๆ ล่วงเลยผ่านไป วันที่ดินแดนพลังปราณเปิดออกใกล้เข้ามาทุกที
และในวันนี้
เย่เทียนสัมผัสได้ว่าพลังปราณบนโลกค่อยๆ เริ่มลดลง ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนเริ่มตื่นตระหนก
พลังปราณเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการฝึกฝนบ่มเพาะของพวกเขา เมื่อพลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินเริ่มลดลง มันจะส่งผลกับความเร็วในการบ่มเพาะของพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากพลังปราณลดลงเพียงเล็กน้อย พวกเขาจะไม่ตื่นตระหนกมากนัก อย่างไรก็ตามตอนนี้อัตราการลดลงของพลังปราณธรรมชาติกลับเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ภายในเวลาเพียง 10 วัน พลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินกลับลดน้อยลงกว่าเดิมถึง 3 เท่า ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดตื่นตัวและพยายามคาดเดาถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
บางคนถึงกับคิดว่านี่คือหายนะวันสิ้นโลก
หากเป็นเช่นนั้นจริง เราผู้ฝึกยุทธ์จะทำเช่นไรต่อ?
เมื่อไม่มีพลังปราณปฐมแห่งฟ้าดิน เหล่าผู้ฝึกยุทธ์จะฝึกฝนบ่มเพาะต่อไปได้อย่างไร?
สำนักงานใหญ่ของหอสวรรค์
เย่หยูเดินทางมาพบเย่เทียน
“พี่ชาย เมื่อไม่นานมานี้พลังปราณธรรมชาติลดลงอย่างมาก พี่รู้หรือไม่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น?”
เย่หยูรู้ดีว่าพี่ชายของเธอแข็งแกร่งมาก ดังนั้นเธอจึงคิดว่าเย่เทียนอาจจะรู้บางอย่าง
เมื่อเห็นถึงความกังวลในสายตาของน้องสาว เย่เทียนก็มองไปยังเย่หยูและกล่าวออกมา
“เสี่ยวหยู น้องไม่ต้องกังวล พี่รู้สาเหตุที่พลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินค่อยๆ หายไป นี่เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น มันจะฟื้นคืนกลับมาในภายหลัง!”
เย่เทียนรู้สาเหตุอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ พลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินลดลงอย่างมหาศาลเช่นนี้ มันหมายความว่าดินแดนพลังปราณกำลังจะเปิดขึ้น
เมื่อถึงเวลาที่ดินแดนพลังปราณเปิดออก มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะดูดซับพลังปราณธรรมชาติภายในโลกอย่างมหาศาล
ถ้ามันเป็นดินแดนพลังปราณที่เติบโตขึ้นโดยธรรมชาติ ในช่วงเวลาที่มันกำลังจะสุกงอมมันย่อมดูดซับพลังปราณทั้งหมดบนดาวเคราะห์ดวงนั้นอย่างแน่นอน
โชคดีที่ดินแดนพลังปราณบนโลกนี้เป็นดินแดนพลังปราณที่เกิดจากการกระตุ้น ศักยภาพของมันจึงเทียบไม่ได้กับดินแดนพลังปราณที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ดังนั้นมันจึงไม่ได้ดูดซับพลังปราณทั้งหมดของโลกไป
มิฉะนั้นโลกจะต้องเข้าสู่วันสิ้นโลกอย่างที่หลายคนคาดเดาจริงๆ
ดินแดนพลังปราณที่เกิดจากการกระตุ้นเช่นนี้ย่อมเป็นผลดีกับผู้ฝึกยุทธ์บนโลก เพราะพลังปราณธรรมชาติที่สูญเสียลดลงไปนั้นจะฟื้นคืนกลับมาในอนาคต
เนื่องจากดินแดนพลังปราณประเภทนี้สามารถคงอยู่ได้แค่ในช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อมันหมดกำลังลง ดินแดนพลังปราณจะแหลกสลาย และพลังปราณธรรมชาติบนโลกจะหนาแน่นขึ้นอีกครั้ง
“พี่ ตกลงแล้วนี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่” เย่หยูถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เย่เทียนมองไปยังสายตาของเย่หยู เขาตอบโดยไม่คิดซ่อนมันไว้อีก
“เหตุผลหลักที่ทำให้พลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินลดลงเพราะดินแดนพลังปราณ”
“ดินแดนพลังปราณ?” เย่หยูไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน
มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธอจะไม่เข้าใจ
ไม่นานเย่เทียนก็อธิบายเรื่องราวพื้นฐานเกี่ยวกับดินแดนพลังปราณ และเย่หยูก็กระจ่างในทันทีหลังจากได้ฟังมัน
ปรากฏว่าบนโลกกลับมีความลับที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ซ่อนอยู่ด้วย ไม่น่าแปลกใจที่เผ่ามังกรและกองกำลังจากภายนอกถึงได้หมายตาโลกใบนี้
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอคิดว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของกองกำลังจากภายนอกเหล่านั้นคือสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นบนโลก
ตอนนี้เธอได้เข้าใจแล้วว่าสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงฉากบังหน้าเท่านั้น จุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกเขาคือดินแดนพลังปราณ
“พี่ต้องการจะสู้กับกองกำลังเหล่านั้นเพื่อดินแดนพลังปราณอย่างนั้นเหรอ?” เย่หยูเอ่ยถาม
“ใช่ ดินแดนพลังปราณเป็นโอกาสที่สวรรค์มอบให้เรา ดังนั้นพวกเราจึงต้องได้รับมันมา!” เย่เทียนพยักหน้าและตอบ
“พี่คะ ถ้าพี่ต้องการดินแดนพลังปราณ พี่ย่อมต้องเผชิญหน้ากับเผ่ามังกรและกองกำลังจากภายนอกพร้อมกัน มันไม่อันตรายเกินไปหรอกเหรอ?” เย่หยูกล่าวออกมาด้วยความกังวล
กองกำลังจากภายนอกและเผ่ามังกรแข็งแกร่งเพียงใด พวกมันมีจักรพรรดิ 8 ดาราและ 9 ดาราอยู่เป็นจำนวนมาก
มีแม้กระทั่งตัวตนระดับกึ่งเทพที่แข็งแกร่ง แต่เย่เทียนนั้นตัวคนเดียว แล้วเขาจะเผชิญหน้ากับกองกำลังจากภายนอกและเผ่ามังกรพร้อมกันได้อย่างไร?
สิ่งที่เย่หยูไม่รู้ก็คือความแข็งแกร่งของเย่เทียนนั้นสูงเกินกว่าเธอจะจินตนาการ แม้แต่จักรพรรดิ 9 ดาราและตัวตนระดับกึ่งเทพเหล่านั้นก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เทียน
เพียงแต่ว่าเย่เทียนยังไม่ได้เปิดเผยความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาเองแม้เขาจะอยู่กับเย่หยูมาตลอดก็ตาม เย่หยูเพียงคิดแค่ว่าความแข็งแกร่งของเย่เทียนเป็นเพียงระดับจักรพรรดิ 9 ดาราเท่านั้น
“เสี่ยวหยู น้องไม่ต้องกังวล พี่ชายของน้องแข็งแกร่งมาก เผ่ามังกรและกองกำลังจากภายนอกเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในสายตาพี่!” เย่เทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เทียน เย่หยูรู้สึกวางใจมากขึ้น ความกังวลในใจของเธอลดลงอย่างกะทันหัน
เมื่อคุยกับเย่หยูจบ เย่เทียนก็มุ่งหน้าไปหาจักรพรรดิจันทรา
นิกายเทพจันทรา
“เยว่เอ๋อร์ ถึงเวลาที่ผมต้องไปเทือกเขาคุนหลุนแล้ว” เย่เทียนเอ่ยขึ้น
“ท่านพี่ คุณพร้อมแล้วหรือ? คุณจะทำอย่างไรกับเผ่ามังกรและกองกำลังจากภายนอกเหล่านั้น?” จักรพรรดิจันทราเอ่ยถาม
เย่เทียนพยักหน้า “ผมพร้อมแล้ว ทันทีที่ดินแดนพลังปราณเปิดออก ผมจะขับไล่ระดับจักรพรรดิของเผ่ามังกรและกองกำลังจากภายนอกเหล่านั้น ส่วนเรื่องดินแดนพลังปราณ ผมจะพาคุณและระดับจักรพรรดิของหอสวรรค์ รวมไปถึงระดับจักรพรรดิของโลกเข้าสู่ดินแดนพลังปราณเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่กองกำลังของโลกเรา!”
“เช่นนั้นท่านพี่โปรดระวังตัวด้วย!” จักรพรรดิจันทรากล่าวกำชับอีกครั้ง
แม้ว่าเธอจะรู้ว่าความแข็งแกร่งของเย่เทียนเป็นถึงบุตรแห่งสวรรค์ เธอก็ยังคงเป็นห่วง
“เข้าใจแล้ว ผมจะระวัง!”
เย่เทียนสัมผัสใบหน้าของจักรพรรดิจันทราก่อนดึงร่างจักรพรรดิจันทราเข้ามาในอ้อมแขน จากนั้นก็หันหลังจากไป