ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

เล่มที่ 12 บทที่ 353 ดินแดนพลังปราณกำลังจะเปิด!

        หลังจากฆ่าจักรพรรดิซีเฉิน เย่เทียนก็ออกจากโลกเซียนปฐพี

        จักรพรรดิซีเฉินเป็นจักรพรรดิ 8 ดาราแห่งหอคอยเกียรติยศ แน่นอนว่าย่อมมีตะเกียงวิญญาณในหอคอยเกียรติยศ เมื่อจักรพรรดิซีเฉินจบชีวิตลง ตะเกียงวิญญาณของจักรพรรดิซีเฉินจะดับลง เป็นธรรมดาที่หอคอยเกียรติยศจะรู้ได้ทันทีว่าจักรพรรดิซีเฉินได้ตายไปแล้ว

        เพียงไม่นานจักรพรรดิแห่งหอคอยเกียรติยศต่างก็มุ่งหน้าไปยังวิหารซึ่งเป็นที่พำนักของจักรพรรดิซีเฉิน

        เมื่อพวกเขาเข้าไปในวิหารของจักรพรรดิซีเฉิน พวกเขาก็พบศพของจักรพรรดิซีเฉินอยู่ด้านใน

        “นี่...จักรพรรดิซีเฉินตายแล้วจริงๆ?”

        ในเวลานี้จักรพรรดิทั้งหมดของหอคอยเกียรติยศล้วนเต็มไปด้วยโทสะ

        จักรพรรดิซีเฉินเป็นจักรพรรดิ 8 ดาราที่สำคัญมากของหอคอยเกียรติยศ นอกจากนี้ยังเป็นจักรพรรดิระดับ 8 ดาราที่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

        ตอนนี้จักรพรรดิซีเฉินถูกลอบสังหาร นี่เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับหอคอยเกียรติยศ

        ที่สำคัญจักรพรรดิซีเฉินถูกฆ่าตายภายในวิหารของเขาเอง ด้วยเหตุการณ์นี้เสมือนการตบหน้าหอคอยเกียรติยศโดยตรง

        “รีบไปตรวจสอบ!”

        ระดับจักรพรรดิเริ่มตรวจสอบสิ่งต่างๆ ภายในวิหาร แต่หลังจากผ่านไปเป็นเวลานานไม่มีใครพบเบาะแสใดๆ แม้แต่น้อย

        ในท้ายที่สุดพวกเขาก็หันความสนใจไปยังเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือเผ่ามังกร ในมุมมองของพวกเขามีเพียงเผ่ามังกรที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นที่จะทำเช่นนี้ได้

        ทันใดนั้นความสัมพันธ์ระหว่างกองกำลังจากภายนอกและเผ่ามังกรก็เริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ

        ในขณะเดียวกันเย่เทียนก็มาถึงเทือกเขาคุนหลุนแล้วเช่นกัน

        เขายังคงอยู่ในสภาวะล่องหน การมายังเทือกเขาคุนหลุนครั้งนี้ เขายังไม่คิดที่จะเปิดเผยตัวตน

        ทันทีที่มาถึงเย่เทียนพบว่ามีจักรพรรดิของกองกำลังจากภายนอกจำนวนมากซ่อนตัวอยู่รอบๆ เทือกเขาคุนหลุน

        นอกจากระดับจักรพรรดิแล้ว ยังมีตัวตนระดับกึ่งเทพซ่อนตัวหลายคนอยู่ด้วยเช่นกัน

        เห็นได้ชัดว่ากองกำลังภายนอกเหล่านั้นให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อเทือกเขาคุนหลุน พวกเขาส่งผู้แข็งแกร่งมามากมายเพื่อเฝ้าระวังทางเข้าของดินแดนพลังปราณ

        เย่เทียนไม่ได้เข้าไปตรวจสอบค่ายกลที่ถูกจัดวางไว้ภายในของเทือกเขาคุนหลุนโดยตรง เพราะจะอย่างไรแล้วตอนนี้ก็ยังไม่ถึงเวลาที่ดินแดนพลังปราณจะเปิดขึ้น เขาแค่ต้องการมาตรวจสอบตำแหน่งที่แน่ชัด

        หลังจากยืนยันแล้วว่าดินแดนพลังปราณอยู่ในเทือกเขาคุนหลุนจริงๆ เย่เทียนก็หันหลังจากไป

        ต่อมาเย่เทียนก็กลับมาถึงฐานทัพจงไห่และมุ่งหน้าไปหาจักรพรรดิจันทราเพื่อเก็บซ่อนเรื่องราว การที่เขาสังหารจักรพรรดิซีเฉินเช่นนี้อาจดึงดูดความสนใจของกองกำลังภายนอกทั้งหมดได้

        ดังนั้นเขาจึงต้องปกปิดเรื่องนี้เล็กน้อย เพื่อไม่ให้กองกำลังจากภายนอกเหล่านั้นหวาดกลัวและมีความคิดที่จะเผยแพร่ความลับเรื่องดินแดนพลังปราณออกไป

        แม้ว่าเขาจะมีความแข็งแกร่งและมีพรสวรรค์มากพอที่จะขับไล่เผ่ามังกรและกองกำลังต่างดาวออกจากโลกได้ แต่หากเขาทำเช่นนั้น ความลับเรื่องดินแดนพลังปราณจะต้องรั่วไหลและแพร่กระจายไปทั่วกาแล็กซีทางช้างเผือกอย่างแน่นอน

        นี่ไม่ใช่สิ่งที่เย่เทียนต้องการ เขาจึงไม่คิดที่จะเร่งรีบขับไล่เผ่ามังกรและกองกำลังจากภายนอกในตอนนี้

        เมื่อดินแดนพลังปราณเปิดออก และเขาขับไล่พวกมันออกไปจากโลกทั้งหมดได้แล้ว ถึงตอนนั้นหากความลับเรื่องดินแดนพลังปราณถูกเปิดเผย มันก็สายเกินไปที่กองกำลังต่างๆ ในกาแล็กซีทางช้างเผือกจะส่งคนมาได้ทัน

        ดินแดนพลังปราณนี้เป็นดินแดนพลังปราณที่เกิดจากการกระตุ้น มันสามารถเข้าไปได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อโควตาเต็มแล้วจะไม่มีใครเข้าไปได้อีก เย่เทียนจึงไม่มีอะไรที่ต้องกังวล

        หลังจากเย่เทียนนำทรัพยากรมากมายมอบให้แก่หอสวรรค์ หอสวรรค์ก็ให้กำเนิดผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์และระดับจักรพรรดิขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

        ในเวลาเพียงสามเดือนหอสวรรค์ได้ให้กำเนิดระดับจักรพรรดิถึง 6 คน

        และน้องสาวของเขาเย่หยูก็ทำลายขีดจำกัดของร่างกายถึงครั้งที่ 2 ภรรยาของเขาจักรพรรดิจันทราได้ทำลายขีดจำกัดของร่างกายถึงครั้งที่ 9 แล้ว ด้วยตอนนี้พรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเธอได้ยกระดับขึ้นเป็นพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับบรรพกาล ภายใต้ทรัพยากรจำนวนมากที่เย่เทียนจัดหาให้ เธออยู่ไม่ไกลจากการทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 10

        ส่วนตัวเย่เทียนเองนั้นไม่ได้มีความก้าวหน้าใดๆ มากนัก ความแข็งแกร่งของเขามาถึงบุตรแห่งสวรรค์ไร้เทียมทานระดับ 6 ดารา มันไม่ง่ายเลยที่จะแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้

        เขาจึงฝากความหวังของเขาทั้งหมดกับดินแดนพลังปราณ เมื่อเขาทะลวงขีดจำกัดของร่างกายได้อีกครั้ง เขาจะสามารถกลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์ระดับ 7 ดาราได้อย่างแน่นอน หรือแม้แต่บุตรแห่งสวรรค์ 8 ดารา

        วันเวลาค่อยๆ ล่วงเลยผ่านไป วันที่ดินแดนพลังปราณเปิดออกใกล้เข้ามาทุกที

        และในวันนี้

        เย่เทียนสัมผัสได้ว่าพลังปราณบนโลกค่อยๆ เริ่มลดลง ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนเริ่มตื่นตระหนก

        พลังปราณเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการฝึกฝนบ่มเพาะของพวกเขา เมื่อพลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินเริ่มลดลง มันจะส่งผลกับความเร็วในการบ่มเพาะของพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

        หากพลังปราณลดลงเพียงเล็กน้อย พวกเขาจะไม่ตื่นตระหนกมากนัก อย่างไรก็ตามตอนนี้อัตราการลดลงของพลังปราณธรรมชาติกลับเร็วขึ้นเรื่อยๆ

        ภายในเวลาเพียง 10 วัน พลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินกลับลดน้อยลงกว่าเดิมถึง 3 เท่า ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดตื่นตัวและพยายามคาดเดาถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

        บางคนถึงกับคิดว่านี่คือหายนะวันสิ้นโลก

        หากเป็นเช่นนั้นจริง เราผู้ฝึกยุทธ์จะทำเช่นไรต่อ?

        เมื่อไม่มีพลังปราณปฐมแห่งฟ้าดิน เหล่าผู้ฝึกยุทธ์จะฝึกฝนบ่มเพาะต่อไปได้อย่างไร?

        สำนักงานใหญ่ของหอสวรรค์

        เย่หยูเดินทางมาพบเย่เทียน

        “พี่ชาย เมื่อไม่นานมานี้พลังปราณธรรมชาติลดลงอย่างมาก พี่รู้หรือไม่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น?”

        เย่หยูรู้ดีว่าพี่ชายของเธอแข็งแกร่งมาก ดังนั้นเธอจึงคิดว่าเย่เทียนอาจจะรู้บางอย่าง

        เมื่อเห็นถึงความกังวลในสายตาของน้องสาว เย่เทียนก็มองไปยังเย่หยูและกล่าวออกมา

        “เสี่ยวหยู น้องไม่ต้องกังวล พี่รู้สาเหตุที่พลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินค่อยๆ หายไป นี่เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น มันจะฟื้นคืนกลับมาในภายหลัง!”

        เย่เทียนรู้สาเหตุอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ พลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินลดลงอย่างมหาศาลเช่นนี้ มันหมายความว่าดินแดนพลังปราณกำลังจะเปิดขึ้น

        เมื่อถึงเวลาที่ดินแดนพลังปราณเปิดออก มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะดูดซับพลังปราณธรรมชาติภายในโลกอย่างมหาศาล

        ถ้ามันเป็นดินแดนพลังปราณที่เติบโตขึ้นโดยธรรมชาติ ในช่วงเวลาที่มันกำลังจะสุกงอมมันย่อมดูดซับพลังปราณทั้งหมดบนดาวเคราะห์ดวงนั้นอย่างแน่นอน

        โชคดีที่ดินแดนพลังปราณบนโลกนี้เป็นดินแดนพลังปราณที่เกิดจากการกระตุ้น ศักยภาพของมันจึงเทียบไม่ได้กับดินแดนพลังปราณที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ดังนั้นมันจึงไม่ได้ดูดซับพลังปราณทั้งหมดของโลกไป

        มิฉะนั้นโลกจะต้องเข้าสู่วันสิ้นโลกอย่างที่หลายคนคาดเดาจริงๆ

        ดินแดนพลังปราณที่เกิดจากการกระตุ้นเช่นนี้ย่อมเป็นผลดีกับผู้ฝึกยุทธ์บนโลก เพราะพลังปราณธรรมชาติที่สูญเสียลดลงไปนั้นจะฟื้นคืนกลับมาในอนาคต

        เนื่องจากดินแดนพลังปราณประเภทนี้สามารถคงอยู่ได้แค่ในช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อมันหมดกำลังลง ดินแดนพลังปราณจะแหลกสลาย และพลังปราณธรรมชาติบนโลกจะหนาแน่นขึ้นอีกครั้ง

        “พี่ ตกลงแล้วนี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่” เย่หยูถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

        เย่เทียนมองไปยังสายตาของเย่หยู เขาตอบโดยไม่คิดซ่อนมันไว้อีก

        “เหตุผลหลักที่ทำให้พลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินลดลงเพราะดินแดนพลังปราณ”

        “ดินแดนพลังปราณ?” เย่หยูไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

        มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธอจะไม่เข้าใจ

        ไม่นานเย่เทียนก็อธิบายเรื่องราวพื้นฐานเกี่ยวกับดินแดนพลังปราณ และเย่หยูก็กระจ่างในทันทีหลังจากได้ฟังมัน

        ปรากฏว่าบนโลกกลับมีความลับที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ซ่อนอยู่ด้วย ไม่น่าแปลกใจที่เผ่ามังกรและกองกำลังจากภายนอกถึงได้หมายตาโลกใบนี้

        ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอคิดว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของกองกำลังจากภายนอกเหล่านั้นคือสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นบนโลก

        ตอนนี้เธอได้เข้าใจแล้วว่าสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงฉากบังหน้าเท่านั้น จุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกเขาคือดินแดนพลังปราณ

        “พี่ต้องการจะสู้กับกองกำลังเหล่านั้นเพื่อดินแดนพลังปราณอย่างนั้นเหรอ?” เย่หยูเอ่ยถาม

        “ใช่ ดินแดนพลังปราณเป็นโอกาสที่สวรรค์มอบให้เรา ดังนั้นพวกเราจึงต้องได้รับมันมา!” เย่เทียนพยักหน้าและตอบ

        “พี่คะ ถ้าพี่ต้องการดินแดนพลังปราณ พี่ย่อมต้องเผชิญหน้ากับเผ่ามังกรและกองกำลังจากภายนอกพร้อมกัน มันไม่อันตรายเกินไปหรอกเหรอ?” เย่หยูกล่าวออกมาด้วยความกังวล

        กองกำลังจากภายนอกและเผ่ามังกรแข็งแกร่งเพียงใด พวกมันมีจักรพรรดิ 8 ดาราและ 9 ดาราอยู่เป็นจำนวนมาก

        มีแม้กระทั่งตัวตนระดับกึ่งเทพที่แข็งแกร่ง แต่เย่เทียนนั้นตัวคนเดียว แล้วเขาจะเผชิญหน้ากับกองกำลังจากภายนอกและเผ่ามังกรพร้อมกันได้อย่างไร?

        สิ่งที่เย่หยูไม่รู้ก็คือความแข็งแกร่งของเย่เทียนนั้นสูงเกินกว่าเธอจะจินตนาการ แม้แต่จักรพรรดิ 9 ดาราและตัวตนระดับกึ่งเทพเหล่านั้นก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เทียน

        เพียงแต่ว่าเย่เทียนยังไม่ได้เปิดเผยความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาเองแม้เขาจะอยู่กับเย่หยูมาตลอดก็ตาม เย่หยูเพียงคิดแค่ว่าความแข็งแกร่งของเย่เทียนเป็นเพียงระดับจักรพรรดิ 9 ดาราเท่านั้น

        “เสี่ยวหยู น้องไม่ต้องกังวล พี่ชายของน้องแข็งแกร่งมาก เผ่ามังกรและกองกำลังจากภายนอกเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในสายตาพี่!” เย่เทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

        เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เทียน เย่หยูรู้สึกวางใจมากขึ้น ความกังวลในใจของเธอลดลงอย่างกะทันหัน

        เมื่อคุยกับเย่หยูจบ เย่เทียนก็มุ่งหน้าไปหาจักรพรรดิจันทรา

        นิกายเทพจันทรา

        “เยว่เอ๋อร์ ถึงเวลาที่ผมต้องไปเทือกเขาคุนหลุนแล้ว” เย่เทียนเอ่ยขึ้น

        “ท่านพี่ คุณพร้อมแล้วหรือ? คุณจะทำอย่างไรกับเผ่ามังกรและกองกำลังจากภายนอกเหล่านั้น?” จักรพรรดิจันทราเอ่ยถาม

        เย่เทียนพยักหน้า “ผมพร้อมแล้ว ทันทีที่ดินแดนพลังปราณเปิดออก ผมจะขับไล่ระดับจักรพรรดิของเผ่ามังกรและกองกำลังจากภายนอกเหล่านั้น ส่วนเรื่องดินแดนพลังปราณ ผมจะพาคุณและระดับจักรพรรดิของหอสวรรค์ รวมไปถึงระดับจักรพรรดิของโลกเข้าสู่ดินแดนพลังปราณเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่กองกำลังของโลกเรา!”

        “เช่นนั้นท่านพี่โปรดระวังตัวด้วย!” จักรพรรดิจันทรากล่าวกำชับอีกครั้ง

        แม้ว่าเธอจะรู้ว่าความแข็งแกร่งของเย่เทียนเป็นถึงบุตรแห่งสวรรค์ เธอก็ยังคงเป็นห่วง

        “เข้าใจแล้ว ผมจะระวัง!”

        เย่เทียนสัมผัสใบหน้าของจักรพรรดิจันทราก่อนดึงร่างจักรพรรดิจันทราเข้ามาในอ้อมแขน จากนั้นก็หันหลังจากไป

คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน