MENTAL LIGHT คนจิต ชำแหละใจ ในต่างโลก

    32. ผู้สงสัย (จบ)

            ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน

            ณ สนามฝึกฤดูหนาว

            “เปลวไฟเอ๋ย จงลุกไหม้แผดเผาเป็นเถ้าถ่าน ดั่งเพลิงผลาญร้อนแรงทำลายสิ้น จงกล้ำกลายศัตรูให้ดาวดิ้น มิอาจยินเสียงได้จากธุลี ‘เบลซ’”

            ปรากฏไฟร้อนแรง ลุกโชติช่วงบนฝ่ามือของโยฮัน แล้วก็ดับไป

            จากนั้นโยฮันก็เริ่มท่องบทคาถาอีกรอบ

            วนเวียนแบบนี้มาเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมงแล้ว

            ห่างออกไปเล็กน้อย

            อีวาน ไรลีย์

            ครูประจำวิชาเวทมนตร์ของชั้นปีที่ 1 ถึง 3 และเป็นครูประจำห้อง C ของชั้นปีที่ 1

            ห้อง 1-C ของโยฮัน

            กำลังนั่งเหม่อมองภาพโยฮันร่ายเวทอยู่ แววตาเลื่อนลอย แก้มตอบ ขอบตาดำ ใบหน้าอิดโรยที่ถ้ามีผมก็คงเห็นภาพผมหลุดร่วงให้ดูเป็นแน่แท้

            ไม่ทราบว่าโยฮันจะรู้ไหม แต่คิดว่าคงรู้อยู่แล้ว

            อีวานคนนี้ พักนี้มีปัญหานอนไม่หลับ

            เพราะตอนกลางคืนจะฝันร้าย และสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเสมอ

            ส่วนสาเหตุนั้น เจ้าตัวทราบแล้ว รู้มาตั้งแต่แรก

            เพราะสิ่งที่ทำให้เจ้าตัวต้องตกใจกลัวในความฝันจนตื่นขึ้น บัดนี้กำลังยืนอยู่ในสายตาของตนเอง กำลังยืนร่ายเวท ‘เบลซ’ อยู่

            ใช่ เด็กหนุ่มโยฮัน ที่อยู่เบื้องหน้าตนเองในตอนนี้นั่นเอง

            ซิกมุนด์ ฟรอยด์ นักจิตวิทยาชื่อดังในอดีต เคยอธิบายเอาไว้ว่า

            มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วยแรงปรารถนาและอารมณ์ ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่อาจตอบสนองหรือระบายออกมาได้ในชีวิตประจำวัน มันจะถูกกดทับเอาไว้ในระดับจิตใต้สำนึก แล้วเอาไปเติมเต็มหรือระบายออกในความฝันแทน

            ทุกๆวัน อีวานจะพยายามหนีโยฮัน แต่ก็ถูกตามเจอตลอด ซึ่งไม่รู้ว่าทำได้อย่างไร

            แถมไม่ว่าจะขัดขืน ไม่พอใจแค่ไหน จะวิตกกังวลแค่ไหน หรือแม้แต่พักหลังๆเริ่มหวาดกลัวมากแค่ไหน

            พอหนุ่มน้อยเอ่ยปากว่า “ไม่ต้องห่วงครับคุณครู ทุกอย่างจะเรียบร้อยดี ผมให้สัญญา ไว้ใจผมนะครับ” เมื่อพูดมาแบบนี้ น่าแปลกที่อารมณ์ขุ่นมัวของอีวานจางหายไปหมด ราวกับฟ้ามืดครึ้ม ที่โดนลมกรรโชกขนาดใหญ่พัดหมู่เมฆให้กระจายหายไป เหลือไว้แต่เพียงผืนฟ้าสีครามสดใส ใจของอีวานสงบลง และยอมคล้อยตามคำพูดของเด็กหนุ่มคนนี้แต่โดยดี โดยไร้ข้อกังขา เจ้าตัวจึงเพียงตอบรับเหมือนทุกครั้งว่า “อะ อืม”

            นั่นแหละ ทั้งอารมณ์ไม่พอใจ วิตกกังวล หวาดกลัว และการที่ไม่สามารถหนีไปได้ ทั้งหมดนั่น จึงเอาออกมาตีแผ่ระบายในความฝัน เป็นสถานการณ์ที่เจ้าตัว สามารถวิ่งหนีได้ แต่ก็เต็มไปด้วยอารมณ์หวาดกังวลและขวัญผวา อารมณ์ที่ตนเองโดนข่มเอาไว้ ไม่อาจแสดงออกมาได้ โดยคำพูดของเด็กหนุ่มคนนั้น

            และผลลัพธ์ของมัน จึงทำให้เจ้าตัวต้องฝันร้ายทุกคืนเสียจน ข่มตาให้หลับยาวไปถึงเช้าได้ลำบาก

            ตาตี่ๆของตนเองมีรอยคล้ำใต้ตา ทำให้ดูเหมือนตัวเองตาโตขึ้นมาหน่อย จนมักโดนเพื่อนร่วมงานทักในช่วงหลังมานี้ รู้ว่ามันเป็นมุก แต่ก็ขำไม่ค่อยออกเท่าไหร่

            [ปฏิเสธก็ไม่ได้ ไม่งั้นได้ถึงหูผู้อำนวยการและมีหวังโดนไล่ออกแหง]

            [แอบหนีก็ไม่ได้ เพราะไม่เคยหนีพ้นเลย ทำได้ยังไงนะ กำชับเพื่อนร่วมงานไว้แล้วแท้ๆว่าห้ามบอก ถึงขนาดหลอกเพื่อนร่วมงานด้วยก็แล้ว ก็ยังโดนตามเจอจนได้]

            [แถมพอเราทำท่าเบื่อๆเริ่มง่วง เวทของเด็กนี่จะลุกโชนขนาดใหญ่ จนไฟเผาสนามทดสอบอีกต่างหาก เด็กนี่บอกว่าเสียการควบคุม แต่เหมือนว่ามันจงใจแกล้งเพื่อเรียกสติเราซะมากกว่า สนามที่ไหม้ถึงจะดับได้ แต่รอยไหม้ที่เหลือเอาไว้มันเป็นความรับผิดชอบของเรา ที่พอเอาไปบอกผู้อำนวยการ เค้าก็ตำหนิว่า เป็นความผิดของเราเองที่กำกับการสอนไม่ดี]

            [พอถามว่า ทำไมถึงไม่ใช้เวทเสริมพลังในการฝึก มันก็บอกว่า เวท ‘เบลซ’ สามารถอิงจากประสบการณ์ท่อง 30,000 รอบของเราได้ และเราก็ชำนาญเวทนี้ด้วย...เถียงไม่ออกเลย]

            [ร่ายวันละ 1,000 รอบ ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ถ้าจะให้ครบ 30,000 รอบ คำนวณแล้วต่อให้ร่ายทุกวันก็ต้อง 1 เดือน นี่เราต้องเจอแบบนี้ตั้งเดือนนึงเลยเหรอ ทั้งที่ผ่านมาแค่สัปดาห์เดียวเองนะ]

            [หนีก็ไม่ได้ เผลอเหม่อก็ไม่ได้ เลิกก็ไม่ได้ แถมหลับก็ไม่ได้อีก...นรกชัดๆ อ้า การฝึกเวทไฟนี่ ทำให้อากาศร้อนขึ้นด้วย อยู่ในนรกจริงๆเลยแฮะ]

            อีวาน ไรลีย์ นั่งจ้องภาพการฝึกของเด็กหนุ่มต่อไป พร้อมกับเหงื่อเม็ดโตที่ไหลย้อยลงมาข้างหน้าผาก เค้าหัวเราะเบาๆในลำคอ

            กลับมาที่โยฮัน…

            “...จากธุลี ‘เบลซ’”

            พรึ่บ!

            ไฟลุกโชน ที่ร้อนแรง และโชติช่วง ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ

            แล้วก็ดับไป

            ไม่เกิดอะไรขึ้นเลย

            ไม่มีความรู้สึก ประมาณคำย่อผุดขึ้นมาในหัวเองเลย

            1 สัปดาห์ก็แล้วนะ

            [แม้ตัวเราจะบกพร่องทางอารมณ์และความรู้สึก แต่เราเองก็เบื่อเป็น ถ้าต้องให้ทำแบบนี้ซ้ำๆเป็นเดือนล่ะก็...ขอทีเถอะ และเพราะเป็นเรื่องเชิงความรู้สึกแบบนี้ด้วย ตัวตนที่คำว่าเหตุผลลำเลียงอยู่ในเลือดไม่ต่างจากออกซิเจนอย่างเรา คงไม่อาจเอื้อมถึงได้ง่ายๆแน่]

            “เฮ้อ...” ผมหยุดพักถอนหายใจชั่วครู่ แต่ยังไม่ล้มเลิกการฝึก

            [อันที่จริง เราเองก็ใช้ ‘ไฮเปอร์อินเทลลิเจนท์’ แอบร่ายคาถาในใจแยกควบคู่ไปด้วยระหว่างฝึกอีกที ความรวดเร็วไม่ต้องพูดถึง มั่นใจว่าถ้ารวมกับที่เอ่ยปากท่อง คงครบ 30,000 รอบไปแล้ว...ถึงแบบนั้นก็ยังไม่มีอะไรผุดขึ้นมา]

            [การชำนาญเวทแค่บทเดียว มันลำบากขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ชักเริ่มนับถือพวกที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘จอมเวท’ ซะแล้วสิ ยอมใจในความพยายามเลย]

            ผมเกิดความรู้สึกยกย่องเล็กๆขึ้นมาในจิตใจ

            แต่แล้วก็เกิดเป็นความสงสัย เป็นแค่ความสงสัยที่ผุดขึ้นมาชั่ววูบ

            [จะจริงเหรอ ที่ว่าบทย่อมันจะผุดขึ้นมาเองเหมือนอย่างที่ครูว่า ไม่ได้จะบอกว่าคำพูดของครูเชื่อไม่ได้หรอกนะ แต่ว่าจะโลกนี้หรือจะโลกไหน มันก็ไม่เคยมีกฎเกณฑ์อะไรที่ตายตัว ทุกๆทฤษฎีที่มนุษย์คิดค้นขึ้น ในไม่ช้ามันก็จะมีทฤษฎีใหม่มาโต้แย้ง แล้วก็หักล้างของเดิมไปเสมอ มนุษย์ยังไม่เคยค้นพบความเป็นจริงที่เยี่ยงแท้เลยซักครั้ง...แล้วหลักการย่อเวทนี่ ที่เป็นแค่ความรู้สึกจะเชื่อถือได้ยังไง แม้แต่หลักเหตุและผลยังต้องปรับปรุงแก้ไขอยู่ตลอด]

            ผมที่เต็มไปด้วยความรู้สึกสงสัยอยู่นั้น

            จึงลองร่ายคาถาบทย่อขึ้นมาดู เป็นแค่การทดสอบเล่นๆ โดยไม่ได้คาดหวังอะไรมาก

            “ไฟเอ๋ย จงลุกไหม้ ‘เบลซ’”

            พรึ่บ!

            “!?”

            ผมตกใจให้กับไฟที่ลุกโชนบนฝ่ามือ

            มันคือเวท ‘เบลซ’ แน่ๆ เวทเพลิงไหม้ ที่เราร่ายมาตลอด 1 สัปดาห์ ด้วยคาถาร่ายบทเต็ม

            แต่พอเราร่ายบทย่อโดยอิงจากที่จำได้ ร่ายคาถาขึ้นมาโดยไม่คิดมาก ไม่มีแม้ความรู้สึกผุดขึ้นมาในหัว

            ตัวเวทก็สำแดงเดชได้ซะงั้น

            และดูเหมือนครูอีวานเองก็ตกใจ จึงรีบพุ่งมาดูผลลัพธ์นี้ใกล้ๆผม ตัวเค้าแลมีสีหน้าเบิกบานใจมาก

            “เธอทำได้แล้ว!?”

            “ดูเหมือนจะใช่นะครับ”

            “ไชโย!!”

            เค้าตะโกนโห่ร้องดีใจออกมาเสียงดัง

            ทำไมครูฝึกถึงดีใจมากกว่านักเรียนไปได้กันล่ะเนี่ย

            “มันทำได้ยังไงกัน ผมยังไม่มีความรู้สึกผุดขึ้นมาในหัวเลยนะครับ”

            ผมบ่นให้ครูฟัง

            “ช่างมันเถอะน่า! เธอทำได้ก็ดีแล้วนี่ ใช่แล้ว พรสวรรค์ไง! แถมเธอก็มีทาเลนท์ด้วย คงเพราะงั้นแหละ ไม่ต้องใส่ใจๆ”

            ครูอีวานตอบแบบขอไปที บอกปัดเหมือนอยากรีบจบการฝึกไวๆแล้ว

            “...ถ้างั้นลองเวทต่อไปกันเลยดีกว่าครับ เวทเสริมพลังละกัน”

            ผมหันมาจดจ่อกับตนเอง แล้วพูดบอกครูไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับเป็นเรื่องปกติ

            “ห้ะ!! ยังมีต่ออีกเหรอ!?”

            เค้าถามผมด้วยเสียงแหบพร่า ต่างกับที่เพิ่งร้องตะโกนสุดเสียงเต็มที่เมื่อกี้ลิบลับ

            “อืม แต่ว่า...ผมรู้สึกเอะใจแปลกๆ...นั่นสิ ลองดูเลยละกัน”

            “ลอง?”

            “แรงกายเอ๋ย จงส่งเสริมพลังให้เหนือกว่าศัตรูข้า ‘รีเอนฟอร์สเมนท์’”

            ปรากฏร่างของผมเรืองแสงขึ้น เวทเสริมพลังสำแดงเดช

            “เอ๋!? เธอย่อเวทเสริมพลังได้ทันทีเลยเหรอ ทั้งที่ยังไม่ได้ลองท่องบทคาถาซ้ำๆเนี่ยนะ!?”

            [หรือว่าเรา ขอแค่จำบทคาถาย่อได้ ก็ใช้บทย่อนั้นได้เลยเหรอ...จะใช่จริงเหรอ]

            ผมจึงลองทดสอบดู ด้วยการลองร่ายเวทบทอื่นๆ อิงจากบทย่อในความทรงจำ...ก็ใช้เวทได้

            ลองตัดบางประโยคออก...ก็ใช้เวทได้

            ลองต่อเติมเข้าไปเพิ่ม...ก็ใช้เวทได้

            หรือแม้แต่เปลี่ยนบทคาถาเป็นคาถาอื่นเลย...ก็ยังใช้เวทได้

            แต่พอเปลี่ยนแค่ ‘ชื่อ’ ของเวทเท่านั้นแหละ ที่เวทจะเปลี่ยนไปด้วย

            ผมจึงลองร่ายคาถาแบบย่ออีกครั้ง แต่คราวนี้สั้นที่สุด

            ย่อโดยการ

            “ ‘เบลซ’ ”

            เหลือแค่ชื่อ

            พรึ่บ!

            และผลลัพธ์คือเวทก็ยังสำแดงเดชได้

            [ดูเหมือนหลักการย่อเวทที่ว่า บทย่อมันจะผุดขึ้นมาเองจากในความรู้สึก จะถูกหักล้างแล้วนะ]

            “บะ บ้าน่า! ย่อโดยการเรียกแค่ชื่อเหรอ?”

            “ทำไมเหรอครับ” ผมหันไปถามครู

            “ร่ายเวทโดยท่องแค่ชื่อ มันมีแต่จอมเวทระดับสูงสุดในศาสนจักรอย่างระดับ อาร์คบิชอป ไม่ก็จอมเวทระดับตำนานในประวัติศาสตร์ ไม่สิ มีแต่ระดับนักบุญเท่านั้นแหละที่ทำได้!”

            “เห งั้นเหรอครับ”

            ผมหันกลับมาจ้องไฟในมือ

            “แค่มานาปริมาณมหาศาลก็ว่าหายากแล้ว คุณสมบัติธาตุศักดิ์สิทธิ์ยิ่งหายากกว่ามาก และการย่อเวทโดยแค่ท่องชื่อ มันมีแต่พรสวรรค์ในพรสวรรค์เท่านั้นที่จะมีคนแบบนี้ได้...”

            ครูอีวานหยุดพูดไปพักหนึ่ง เค้ากลืนน้ำลายดังอึก

            ก่อนจะพูดโดยยังหันมามองผมอยู่ว่า

            “โยฮัน นี่เธอ...เป็นใครกันแน่?”

            ผมยิ้มให้กับคำถามของเค้า

            และหันหน้าไปบอกเค้า

            คำตอบสำหรับคำถามนั้นว่า

            “ผมคือ ‘ความสงสัย’ ครับ”

            และ ‘ความสงสัย’ นำมาสู่ ‘การเรียนรู้’…

             

            บทเรียนพิเศษของ ‘การย่อเวท’ ก็จบลงแต่เพียงเท่านี้

            คุณครูอีวานได้รับการปลดปล่อย

            เป็น 1 สัปดาห์ สำหรับการฝึกที่หฤโหดมาก (รึเปล่า)

            เปิดเรียนมาได้ 3 สัปดาห์

            และ...2 สัปดาห์ ที่เด็กสาวนามว่า ซาราห์ ยังไม่มาโรงเรียน ตั้งแต่โดนโยฮันปฏิเสธคำสารภาพครั้งนั้นไป...

    คล้ายกับเรื่องMENTAL LIGHT คนจิต ชำแหละใจ ในต่างโลก ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    จอมหมัดราชันย์

    จอมหมัดราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    123K 157
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179