เมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์!

    เล่มที่ 2 บทที่ 37 หวังเฉินผู้นี้ ขอยกย่องให้เธอเป็นยอดอำมหิต!

            “จะทำยังไงดี?”

            หวังเฉินลูบจมูกมองแสงที่ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ แล้วขบคิดอยู่ในใจ

            ตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนที่พัก

            ฟ้ากำลังจะมืดสนิทแล้วการจะออกไปเดินเพ่นพ่านในเทือกเขาสรรพสัตว์ตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการเต้นรำบนคมดาบ

            แต่ถ้าไม่เปลี่ยนที่พักพวกคนที่อยู่ไกลๆ นั่นก็อาจก่อปัญหาได้

            เพราะในเทือกเขาสรรพสัตว์ผู้ฝึกอาชีพทุกคนเชื่อใจได้แต่เพียงอาวุธของตนเท่านั้น ส่วนคนอื่นๆรวมถึงเพื่อนร่วมทาง ก็ต้องระแวดระวังไว้ก่อน

            หวังเฉินครุ่นคิดในใจแล้วก็ตัดสินใจได้

            “รอดูสถานการณ์ไปก่อนถ้าพวกเขาเป็นผู้ฝึกอาชีพธรรมดาที่เข้ามาผจญภัยในเทือกเขาสรรพสัตว์เราก็จะไม่สนใจพวกเขา”

            “แต่ถ้าไม่ใช่ ก็เตรียมตัวสู้ได้เลย”

            เขาหันไปบอกซือถูอวี้

            ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าเล็กน้อย

            “แบบนี้คงไม่ดีแน่?”

            ซือถูอวี้พูดอย่างลังเล“ถึงแม้เทือกเขาสรรพสัตว์จะไม่มีกฎหมายแต่เราก็ฆ่าคนส่งเดชไม่ได้หรอกนะ”

            “…”

            หวังเฉินมองซือถูอวี้ด้วยสายตาแปลกๆใบหน้าของเขาดูไม่ค่อยปกติเท่าไร

            ฉันแค่พูดว่าต่อสู้แต่เธอนึกไปถึงเรื่องฆ่าคน?

            ฮึ่ม!

            แม่หนูเอ๊ย!

            มุมมองของเธอช่างกว้างขวางจริงๆ!

            หวังเฉินผู้นี้ขอยกย่องให้เธอเป็นยอดอำมหิต!

            “นายมีอะไรเหรอ?”

            เมื่อถูกหวังเฉินจ้องซือถูอวี้ก็รู้สึกงงเล็กน้อย

            “ไม่มีอะไร!”

            เห็นหญิงสาวไม่ได้รู้สึกว่าคำพูดของตัวเองไม่เหมาะสมหวังเฉินก็ส่ายหน้า แล้วหันกลับไปมองไกลๆ ไม่อยากจะพูดอะไรอีก

            ผู้หญิงคนนี้โหดร้ายเกินไปแล้วต่อไปต้องระวังไม่ให้ไปขัดใจเธอให้มากกว่านี้

            …

            ซ่าซ่า ซ่า!!

            กลุ่มไฮยีน่าทั้งสี่คนเคลื่อนกายอย่างเชื่องช้าในป่าลึก

            “หัวหน้าครับ มีคนอยู่บนต้นไม้ข้างหน้าครับ”

            ทันใดนั้นลูกน้องคนที่สามในกลุ่มก็หยุดเดิน

            เขาหลับตาลงรับรู้ชั่วครู่แล้วก็พูดอย่างตื่นเต้นว่า “มีทั้งหมดสองคนครับน่าจะเป็นแกะอ้วนสองตัวนั้นแหละ!”

            ได้ยินคำพูดของเขาอีกสองคนก็มองไปที่หัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าพร้อมกัน

            คำพูดของลูกน้องคนที่สามพวกเขาย่อมไม่เคยเคลือบแคลงสงสัย ด้วยพลังแห่งอาชีพดรูอิดเลเวล 40ทำให้พวกเขาสามารถสื่อสารกับพืชในป่าได้บ้างแล้ว

            “หัวหน้าครับ พวกเราจะทำยังไงดี? ให้บุกขึ้นไปเลยไหมครับ?”

            ลูกน้องคนที่สองที่เป็นนักฆ่าเลียริมฝีปากถามอย่างตื่นเต้น

            “ไม่!”

            ได้ยินดังนั้นหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าก็ส่ายหน้า ใบหน้าฉายแววเจ้าเล่ห์

            “เจ้าเด็กสองคนนี้เคยจัดการมารเฉินหลุนไปมากมาย คงมีอาวุธร้ายกาจอยู่ในมือไหนจะม้วนคัมภีร์เวทมนตร์อีก”

            “พวกเราจะเข้าไปหาพวกเขาก่อน แล้วลงมือโดยที่พวกเขาไม่ทันระวังตัว”

            “เจ้าสาม จงซ่อนตัวซะ แล้วรอคำสั่งจากฉันก่อนค่อยลงมือ”

            หัวหน้ากลุ่มไฮยีน่ามองเพื่อนร่วมทีมทั้งสามคนแล้วสั่งการ

            “ยอดเยี่ยม! สมแล้วที่เป็นหัวหน้า!”

            ทั้งสามคนรอบข้างพยักหน้าเห็นด้วยโดยเฉพาะลูกน้องคนที่สองที่มิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดร่างกายพลันสั่นไหวและเลือนหายไปในพริบตา

            ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นเงารางๆ ปรากฏขึ้นในเงามืดบนพื้นดิน

            “ลุย!”

            เห็นแบบนั้นหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าก็ไม่ลังเล แล้วก้าวเท้าเดินตรงไปยังเป้าหมาย

            ไม่นาน

            พวกเขาทั้งสามคนก็มาถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ที่หวังเฉินและซือถูอวี้อยู่

            เมื่อมาถึงตรงนี้หัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าก็โบกมือให้ทุกคนหยุด

            “สหายที่อยู่บนต้นไม้ ฟ้าใกล้จะมืดแล้วคงไม่รังเกียจที่จะให้พวกเราตั้งแคมป์อยู่ใกล้ๆ ใช่ไหม?”

            เขามองเงามืดบนต้นไม้แล้วตะโกนถามเสียงดัง

            บนต้นไม้

            เมื่อได้ยินดังนั้นแววตาของหวังเฉินก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

            คนพวกนี้รู้ว่าฉันกับซือถูอวี้อยู่บนนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน?

            เขาคิดในใจแล้วก็โผล่หัวออกมาจากต้นไม้อย่างระมัดระวัง มองสามคนที่อยู่ด้านล่าง“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ พวกเราไม่สะดวกเท่าไรพวกคุณไปหาที่อื่นดีกว่าครับ”

            ได้ยินคำพูดของเขาใบหน้าของน้องสามกับน้องสี่ก็ฉายแววโกรธเคือง กำลังจะอ้าปากโต้แย้ง

            แต่ในเวลานั้นเองมือใหญ่ข้างหนึ่งก็ตบลงบนบ่าของพวกเขา นั่นคือหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่า

            “เข้าใจได้ สถานที่แบบเทือกเขาสรรพสัตว์นี้ ยิ่งระมัดระวังมากเท่าไรก็ยิ่งมีโอกาสรอดมากขึ้นเท่านั้น”

            ขณะที่พูดสายตาของเขาก็กวาดมองไปที่ใบหน้าหล่อเหลาของหวังเฉินซ้ำแล้วซ้ำเล่าในแววตามีความโลภอันเข้มข้นฉายชัด

            หล่อเหลาสง่างาม...

            เป็นแบบที่ฉันชอบเลย!

            หัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าแลบลิ้นเลียริมฝีปาก

            พร้อมกันนั้นเขาก็กระดิกนิ้วเบาๆ เพื่อออกคำสั่งให้น้องรอง

            ฝั่งตรงข้าม

            เมื่อถูกจ้องมองด้วยสายตาแบบนั้นหวังเฉินก็รู้สึกหนาวสั่นตั้งแต่กระดูกก้นกบไปจนถึงสมอง

            ไอ้หยา!

            เจ้าหมอนี่มันไม่ปกติ!

            “ถ้าคุณเข้าใจก็ดีแล้ว เชิญตามสบายครับ!”

            แต่หวังเฉินก็ไม่ได้เป็นคนกระหายเลือดตอนนี้เขากำดาบยาวแน่น แล้วเอ่ยปากไล่

            ทว่าในเวลานั้นเองทันทีที่พูดจบ หัวใจของเขาก็พลันสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามอันรุนแรง

            ชิ้งๆ!

            ในชั่วพริบตาเสียงแหวกอากาศที่รุนแรงก็ดังขึ้นข้างหูเขา!

            …

            ในขณะที่หัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าออกคำสั่งให้ลงมือเงาดำสายหนึ่งก็พลันปรากฏขึ้นที่โคนต้นไม้มันเคลื่อนที่ราวกับงูเลื้อยขึ้นไปบนต้นไม้แล้วพุ่งเข้าใกล้หวังเฉินอย่างเงียบเชียบรวดเร็วดุจสายฟ้า

            “ไอ้เด็กนี่หน้าตาดีจริงๆดูท่าคงต้องเหลือร่างที่สมบูรณ์ครบถ้วนไว้ให้ซะแล้ว ไม่งั้นหัวหน้าคงลงโทษฉันแน่!”

            เงาดำนี้คือลูกน้องคนที่สองของกลุ่มไฮยีน่าเขากำมีดสั้นไว้ในมือ ดวงตาที่เย็นชามีแววเสียดายเล็กน้อย

            ทักษะที่เขาใช้ในตอนนี้คือทักษะเฉพาะของนักฆ่าผู้เปลี่ยนอาชีพครั้งแรกคือ‘เงามืดลอบสังหาร’

            มันทำให้เขาสามารถเข้าใกล้เป้าหมายได้อย่างเงียบเชียบผ่านเงามืดแล้วโจมตีสังหารศัตรูอย่างรวดเร็ว

            เพียงไม่กี่ลมหายใจน้องรองของกลุ่มไฮยีน่าก็เข้าใกล้หวังเฉินได้สำเร็จ

            เมื่อเห็นหวังเฉินอ้าปากพูดและจดจ่ออยู่กับหัวหน้ากลุ่ม แววตาเย็นชาของเขาก็ฉายแววเยือกเย็น

            “โอกาสนี้ล่ะ!”

            เขาไม่ลังเลพุ่งออกมาจากเงาอย่างรวดเร็วมีดสั้นในมือเหมือนงูพิษที่พุ่งเข้าใส่หน้าอกของหวังเฉิน

            หลังจากโจมตีใบหน้าของน้องรองของกลุ่มไฮยีน่าก็ฉายแววตื่นเต้นเล็กน้อย

            เขาแทบรอไม่ไหวที่จะสัมผัสความรู้สึกอันน่าพึงพอใจเมื่อมีดสั้นแทงทะลุเนื้อหนังของมนุษย์

            ทว่า

            ในขณะที่มีดสั้นในมือของเขากำลังจะฟาดฟันเป้าหมายม่านตาของเขาก็พลันหดตัวลง

            …

            ชิ้ง!

            เสียงแหวกอากาศเสียดแทงโสตประสาทอย่างรุนแรง

            หวังเฉินตกใจตอนนี้ไม่มีเวลาคิดมาก เขาเหวี่ยงดาบออกไปอย่างไม่รู้ตัว

            เพื่อเพิ่มพลังเขาถึงกับใช้ทักษะโดยตรง

            คมดาบพริบตา!!

            ซ่า!

            เสียงลมกระโชกหวีดหวิวดาบยาวในมือของหวังเฉินฟาดฟันออกไปราวกับหายตัวได้

            ลูกน้องคนที่สองของกลุ่มไฮยีน่าที่คิดว่าตัวเองกำลังจะสำเร็จถึงกับม่านตาหดตัวลง

            ดาบยาวที่ตกลงมาอย่างรวดเร็วปรากฏขึ้นในสายตาของเขา

            ในชั่วพริบตาถัดไป

            ฉึก!

            เสียงโลหะปะทะกันอย่างรุนแรงดังขึ้นประกายไฟที่เจิดจ้าเกิดขึ้นจากการปะทะกันของอาวุธทั้งสอง

            ด้วยแสงที่สว่างวาบขึ้นมาอย่างกะทันหันหวังเฉินก็มองเห็นรูปร่างหน้าตาของผู้บุกรุก

            ในพริบตานั้นแววตาของเขาฉายแววแปลกใจ

            ส่วนอีกฝ่าย

            “บ้าเอ๊ย!”

            “ไอ้หมอนี่ทำไมถึงได้เร็วขนาดนี้?”

            น้องสามเพิ่งจะรู้สึกประหลาดในใจก็รู้สึกได้ถึงพลังที่รุนแรงแผ่มาจากดาบยาวที่ตกลงมา

            ในขณะที่ลอยอยู่กลางอากาศเขาไม่สามารถปล่อยพลังออกมาได้เลย ร่างกายทั้งร่างก็ถูกฟันกระเด็นออกไปเสียแล้ว

             

    คล้ายกับเรื่องเมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์! ที่คุณอ่าน