รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    หลักการของปรมัตถ์

            ในฐานบัญชาการของกองกำลังพิเศษเหยี่ยวดำหลิวเยี่ยนเฟยกำลั่งนั่งอยู่ในห้องทำงานคนเดียวสายตาของเขาเหม่อมองไปยังรูปเก่าๆใบหนึ่งที่ตั้งอยู่บนโต๊ะมันเป็นรูปของหญิงสาวที่สายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักอย่างยิ่งในยามที่เธอกำลังมองลูกสาวในอ้อมกอด

             

            “แค่กๆ”

             

            ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปเท่าใดแต่เมื่ออากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงร่างกายของเขาก็แสดงอาการออกมาและทรุดลงอย่างรวดเร็ว

             

            หลิวเยี่ยนเฟยหยิบเอายาจากในลิ้นชักขึ้นมามันเป็นยาเม็ดสีขาวที่อยู่ในขวดกระเบื้องเคลือบ แต่ละเม็ดอัดแน่นด้วยแรงกดดันของโอสถระดับ4 และเมื่อยาเม็ดหนึ่งถูกเขาดีดเข้าปาก สักพักอาการบาดเจ็บของเขาก็ทุเลาลง

             

            ชายหนุ่มถอนหายใจเขามองเม็ดยาในขวดที่เหลือไม่ถึงสิบเม็ด ยาเหล่านี้คือผลงานของปรมาจารย์ลู่ชิงซึ่งตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าเขาไปอยู่ ณ ส่วนไหนของโลกแล้ว

             

            ในตอนนั้นเอง หลินจิ้งก็เปิดประตูเข้ามาอย่างหน้าตาตื่นจนหลิวเยี่ยนเฟยยังแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นลูกน้องของตนคนนี้รีบร้อนขนาดนี้มาก่อน

             

            “ท่านพลเอกแย่แล้วครับ!”

             

            “เกิดอะไรขึ้น?”

             

            ชายหนุ่มจิบน้ำชาเบาๆเพื่อช่วยให้ร่างกายอบอุ่นแต่ประโยคถัดมาของหลินจิ้งทำให้ตัวตนเช่นหลิวเยี่ยนเฟยเกือบจะพ่นชาทิ้งออกจากปาก

             

            “มีรายงานว่าปรมาจารย์หานจุนโป๋ยกพวกไปหาเรื่องปรมาจารย์ไป่ที่บ้านพักครับ...”

             

            “ทำไมมันเหมือนนักเลงตีกันเลยนะ?”หลิวเยี่ยนเฟยถอนหายใจแล้วกุมขมับทำไมตัวตนสูงสุดของยุคนี้ถึงไปหาเรื่องตัวตนสูงสุดอีกคนถึงบ้านราวกับยกพวกตีกันแบบนี้ได้

             

            “ทางปรามาจารย์หานจุนโป๋ได้พาผู้ฝึกตนระดับจอมยุทธ์ในสังกัดไปด้วยนั่นรวมถึงหานหลงยี่ด้วยครับ”

            “เจ้าหนุ่มที่เป็นจอมยุทธ์ขั้น9 นั่นสินะ?”

            “ครับ...”

             

            หลินจิ้งตอบรับเรื่องคราวนี้ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดปัญหาระดับภูมิภาคได้เลย พลังต่อสู้ของปรมาจารย์หนึ่งคนมันคือกองทัพขนาดย่อมๆหากทั้งสองคนสู้กันมันย่อมสามารถเปลี่ยนพื้นที่นั้นให้กลายเป็นสนามรบที่อันตรายต่อคนธรรมดาอย่างยิ่ง

             

            “ติดต่อท่านจอมพลไว้ก่อนทำการปิดพื้นที่ในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรไว้ให้หมดตามสมาชิกหน่วยเหยี่ยวดำที่อยู่ในเมืองกลับมา เราจะออกปฏิบัติการยับยั้งกัน”

             

            หลิวเยี่ยนเฟยลุกขึ้นพร้อมทั้งสั่งการอย่างเฉียบขาดเรื่องนี้จำเป็นต้องเตรียมตัวอย่างดี  ไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดร้ายแรงขึ้น

             

            “ครับ!”

             

            หลินจิ้งรับคำสั่งและในอีกไม่กี่วินาทีต่อมาก็บังเกิดความวุ่นวายไปทั้งหน่วยเหยี่ยวดำทันที...

             

             

             

             

             

             

             

             

             

            หลิวเยี่ยนเฟยหลังจากสั่งการแล้วตัวเขาก็รีบมุ่งหน้าไปที่เกิดเหตุพลังปราณของผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์แผ่พุ่งไปทั้งกองทัพ ร่างของหลิวเยี่ยนเฟยกระโดดเหยียบอากาศแล้วพุ่งไปในทิศทางเป้าหมายด้วยความเร็วสูงสุด

             

            ไม่นานหลิวเยี่ยนเฟยก็สามารถมองเห็นชายทะเลเขาลดความเร็วลงเพราะรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น

             

            มันจะเงียบเกินไปหน่อยหรือไม่?

             

            การต่อสู้กันของปรมาจารย์ไม่มีทางที่มันจะสงบแบบนี้

             

            ทั้งยังเป็นการปะทะกันอย่างกะทันหันขนาดการประลองที่มีการเตรียมพร้อมไว้อย่างดีของราชันย์บูรพาหม่าฟู่เฟิงกับจอมดาบเจิ้งเหรินอี้ยังทำให้พื้นที่โดยรอบพังเป็นแถบ

             

            หลิวเยี่ยนเฟยสังเกตว่าด้านข้างของบ้านของไป่ฟานเซียนมีคนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันอยู่เขาไม่ลังเลที่จะพุ่งไปหา

             

            “เกิดอะไรขึ้น?”

             

            หลิวเยี่ยนเฟยมองคนกลุ่มนั้นอย่างงุนงงเพราะพวกเขาไม่ใช่แม้แต่ผู้ฝึกตนแต่การที่เห็นเขาแล้วเพียงแปลกใจเล็กน้อยแปลว่าพวกเขาต้องรู้เรื่องของยุทธภพอยู่บ้าง

             

            ทั้งชุดที่พวกเขาสวมอยู่ยังแปลก

             

            นี่มันเหมือนกับ...

             

            ...ชุดคนงานก่อสร้าง?

             

            ไม่แปลกที่หลิวเยี่ยนเฟยจะคิดแบบนั้นเพราะพวกเขาแต่ละคนสวมยูนิฟอร์มทำงานที่ทั้งรัดกุมและเคลื่อนไหวสะดวกทั้งยังมีเสื้อนอกสีส้มแสบตาและหมวกนิรภัยที่สวมกันทุกคนอย่างเพียบพร้อม

             

            ไม่ไกลจากจุดนั้นเขาพบกับคนที่คุ้นเคย เป็นหวงจื่อหานที่สัมผัสถึงตัวตนของเขาได้และรีบเข้ามาหา

             

            “ท่านพลเอก? สวัสดีครับ”

             

            “สวัสดีครับ  พ่อบ้านหวง”หลิวเยี่ยนเฟยมองสภาพหวงจื่อหานอย่างแปลกใจสัมผัสสวรรค์ของเขาสามารถสัมผัสถึงพลังปราณที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมากตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่เจอกันแต่ว่าร่างกายของชายชรากลับปรากฏร่องรอยของการต่อสู้ที่น่าจะพึ่งเกิดขึ้นไม่นานอยู่ด้วย

             

            “ท่านพลเอกมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”ลุงหวงหลังจากที่รู้เรื่องราวของท่านพลเอกคนนี้ก็ค่อนข้างจะเห็นใจจึงปฏิบัติตัวด้วยอย่างดี

             

            “มีรายงานว่าปรมาจารย์หานมาที่นี่น่ะครับ”หลิวเยี่ยนเฟยหันไปสำรวจรอบๆ

             

            “หรือรายงานจะผิดพลาด?”

             

            ลุงหวงเข้าใจทันทีเขาหัวเราะเบาๆอย่างมีเลศนัย “ปรมาจารย์หานมาที่นี่จริงๆนั่นแหละครับ”

             

            “แต่ว่าโดนท่านปรมาจารย์ไป่เล่นงานกลับไปแล้วล่ะครับ”

             

             

             

             

             

             

             

             

            ด้านในของบ้านไป่ฟานเซียนค่อนข้างจะยุ่งยากใจสักหน่อย เพราะตั้งแต่กลับมา พอถังเย่เย่ที่กำลังฝึกตนและย่อยโอสถของวันนี้โดยไม่รู้เรื่องราวได้รู้ความจริงเด็กน้อยก็เอาแต่ร้องไห้ขณะที่เข้าไปกอดฮุ่ยเอ๋อแน่นไม่ยอมปล่อย

             

            จนแม้แต่เจ้าตัวฮุ่ยเอ๋อเองก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกัน

             

            “เย่เย่ ปล่อยพี่ก่อนนะ?”

             

            ฮุ่ยเอ๋อพยายามแกะมือที่เหนียวหนึบของถังเย่เย่ออกจากหลังแต่ถังเย่เย่ไม่ยอม เธอเงยหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาขึ้นมามอง ตาของเธอแดงก่ำที่หางตายังปรากฏหยดน้ำตาน้อยๆไหลออกมาเรื่อยๆ

             

            “พี่ฮุ่ยเอ๋อ...จะฝึกตนไม่ได้แล้วจริงเหรอ?”

             

            ถังเย่เย่ถามด้วยน้ำเสียงเศร้าโศก

             

            และเป็นไป่ฟานเซียนที่ตอบคำถามนั้นแทนเด็กน้อยทั้งสอง

             

            “มันก็ยังไม่แน่หรอก...บางทีอาจจะต้องอาศัยเวลาหาสาเหตุมากกว่านี้เสียหน่อย”

             

            หญิงสาวที่งดงามมองเด็กหญิงสองคนที่กอดกันกลมด้วยความรู้สึกที่อดจะเอ็นดูขึ้นมาไม่ได้

             

            “งั้น...งั้นหนูก็จะยังไม่ฝึกหนูจะรอฝึกพร้อมพี่ฮุ่ยเอ๋อ” ถังเย่เย่ส่ายหัวไปมา ไป่ฟานเซียนมองความสัมพันธ์ของเด็กสองคนนี้ด้วยความประหลาดใจ

             

            แต่ฮุ่ยเอ๋อกลับนิ่วหน้าทันทีที่ได้ยินแบบนั้นเธอแกะมือของถังเย่เย่ออกจนสำเร็จ แล้วจ้องไปยังดวงตากลมโตของน้องสาวอย่างจริงจัง

             

            “ไม่ได้ เย่เย่ต้องฝึกตนต่อไป”

             

            “ตะ...แต่พี่ฮุ่ยเอ๋อ...”

             

            “นายหญิงบอกว่าจะสอนกระบวนท่าให้พี่แทนเพราะฉะนั้นพี่ก็จะแข็งแกร่งขึ้นเหมือนกันถ้าเย่เย่ไม่ขยันจะถูกพี่ทิ้งไว้ข้างหลังนะ” ฮุ่ยเอ๋อพูดจาด้วยเหตุผลเธอไม่อยากให้น้องสาวที่พึ่งเจอกันไม่นานแต่สนิทกันอย่างยิ่งนี้ต้องมาสูญเสียโอกาสในชีวิตไปเพราะเธอเป็นสาเหตุ

             

            ถังเย่เย่หยุดสะอื้นเด็กน้อยหันไปมองนายหญิงซึ่งพยักหน้ารับให้เบาๆ ทำให้เธอสามารถยอมรับได้ในที่สุด

             

            “ฮึก...งั้นจนกว่าจนกว่าพี่ฮุ่ยเอ๋อจะเก่งขึ้น เย่เย่จะปกป้องพี่ฮุ่ยเอ๋อเอง!”

             

             

            ทั้งฮุ่ยเอ๋อและไป่ฟานเซียนต่างอดยิ้มขึ้นมาด้วยความเอ็นดูไม่ได้เมื่อได้ฟังประโยคนี้  นิสัยของถังเย่เย่ก็เป็นเสียแบบนี้เป็นเด็กที่เวลารักและเชื่อใจใครก็จะรักคนๆนั้นอย่างยิ่งทั้งยังแสดงอารมณ์ออกมาอย่างซื่อตรงที่สุด

             

            “ได้สิ...เพราะฉะนั้นเย่เย่ต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องพี่ด้วยนะ?”

             

            เด็กน้อยทั้งสองกลับไปกอดกันกลมอีกครั้งเรื่องราวที่วุ่นวายในวันนี้ทำให้นายหญิงของบ้านเริ่มมีความคิดอะไรบางอย่างเกิดขึ้นมาในหัว

             

             

            เช้าวันต่อมาหลังจากเมื่อวานลุงหวงเข้ามารายงานว่าพลเอกพลิวเยี่ยนเฟยแวะมาครู่หนึ่งแล้วกลับไปก็ไม่มีอะไรพิเศษอีกไป่ฟานเซียนกำลังยืนอยู่ที่สนามหน้าบ้านที่เมื่อวานนี้ถูกบริษัทที่ตระกูลถังจ้างมาช่วยซ่อมแซมให้จนกลับเป็นเหมือนเดิมเรียบร้อยแล้ว

             

            เธอหันไปมองฮุ่ยเอ๋อที่ดวงตาเป็นประกายเธอรู้ว่าเด็กนี่ตื่นมาเสียเช้าตรู่แล้วมานั่งรอที่หน้าประตูด้วยความตื่นเต้น

             

            เพราะวันนี้เป็นวันแรกที่เธอจะสอน“ปรมัตถ์หมัดมวย” ให้กับฮุ่ยเอ๋อ

             

            ลุงหวงเองก็มองอยู่ด้านข้างด้วยความสนใจเช่นกันยกเว้นก็แต่ถังเย่เย่ที่ถูกจับแยกไปฝึกฝนลมปราณอยู่ที่ชายหาดตอนนี้ทุกคนในบ้านมารวมกันที่ตรงนี้ทั้งหมด

             

            ความจริงวิชานี้ไม่ใช่วิชาของนาง

             

            ไป่ฟานเซียนซึ่งเป็นตัวตนสูงสุดในยุคนั้นด้วยวัยเพียง25 ปี คงไม่มีเวลาว่างมาสร้างวิชาการเคลื่อนไหวและต่อสู้ขึ้นมาหรอกกระมัง?

            แค่นางใช้เวลาไปกับการปรุงโอสถทดลองโอสถ และฝึกตนก็แทบจะกินเวลาชีวิตของนางไปจนหมดสิ้นแล้วในแต่ละวัน

             

            วิชา“ปรมัตถ์หมัดมวย” นี้เป็นวิชาที่นางได้รับมาเป็นการตอบแทนจากการช่วยรักษาตัวตนที่สูงส่งคนหนึ่งความที่เขาคนนั้นไม่มีผู้สืบทอดจึงมอบมันให้กับไป่ฟานเซียนอย่างยินดี

             

            ตัวตันสูงส่งคนนั้นถูกเรียกว่า“หนึ่งหมัดเหนือเทพ”

             

            เพราะเพียงการเคลื่อนไหวเดียวของเขาสามารถสยบผู้ฝึกตนระดับเหนือมนุษย์หรือที่บางคนเรียกว่าระดับเทพเจ้าลงได้

             

            เรื่องราวของพวกเขาบางครั้งก็ถูกเล่าขายใหม่เป็นตำนาน ตำนานเทพเจ้าของตะวันตกและตะวันออกล้วนแต่มีรากฐานมาจากตัวตนระดับเหนือมนุษย์(เทพเจ้า)ในยุคสมัยเก่าทั้งสิ้น

             

            หนึ่งหมัดเหนือเทพเป็นตัวตนที่อยู่เหนือคนในระดับเดียวกันไปอย่างเทียบไม่ติด

             

            เขาเข้าไปท้าทายตัวตนระดับเหนือมนุษย์คนแล้วคนเล่าและสร้างชื่อด้วยการเอาชนะพวกเขาเหล่านั้นด้วยการเคลื่อนไหวเพียงไม่กี่กระบวนท่า

             

            และแม้จะแข็งแกร่งขนาดนั้นแต่เขากลับมาแพ้ให้กับเด็กสาวที่ตอนนั้นมีอายุเพียง 22 ปีทั้งยังเป็นการพ่ายแพ้อย่างราบคาบเสียด้วย

             

            นั่นทำให้ทั้งสองคนเริ่มคบหากันเป็นสหายต่างวัยไป่ฟานเซียนที่ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้ชายชราหนึ่งหมัดเหนือเทพจึงไม่รังเกียจที่จะสอนวิชาหมัดมวยของเขาให้ไป่ฟานเซียน

             

            อาจจะเป็นเพราะตอนนั้นเขาแค่อยากจะรู้ว่าถ้าเด็กสาวที่เอาชนะเขาลงได้ได้รับวิชาที่ถูกยกย่องว่าเป็น”ที่สุดของวิชาสายกระบวนท่า” ไปนางจะแข็งแกร่งขึ้นถึงเพียงไหน?

             

            และเพราะประกอบกับการกระทำของเขานี่เองที่ทำให้ “ตัวตนกึ่งอมตะ”  ถือกำเนิดขึ้นมาไป่ฟานเซียนซึ่งอยู่จุดสูงสุดของระดับเหนือมนุษย์กลายเป็นแข็งแกร่งไร้เทียมทานหลักการบางอย่างของวิชาปรมัตถ์หมัดมวยทำให้นางสามารถก้าวไปถึงระดับที่ไม่เคยมีใครไปถึงได้

             

             

            “หวงจื่อหานเจ้ามานี่สิ”

             

            ไป่ฟานเซียนหันไปเรียกพ่อบ้านชราซึ่งเขาก็รีบเข้าไปหาทันทีด้วยความประหลาดใจ

             

            “โจมตีเข้ามาด้วยพลังสูงสุดของเจ้า”

             

            ไป่ฟานเซียนเพียงยืนนิ่งๆแล้วกวักมือ หวงจื่อหานก็รับรู้ได้ว่านางจะให้เขาเป็นคู่ฝึกซ้อมให้ฮุ่ยเอ๋อดู

            ชายชราเริ่มโคจรลมปราณเขารวมพลังปราณไปที่หมัดทั้งสองข้างจนคล้ายกับเปลวไฟกำลังลุกอยู่บนมือเขามองนายหญิงอย่างตั้งใจ เพราะถึงเขาจะสัมผัสถึงพลังปราณของนางไม่ได้แต่ความแข็งแกร่งของนางนั้นเป็นของจริงแน่นอน

             

            “ข้าจะไม่ใช้ลมปราณ”

             

            ไป่ฟานเซียนไม่ได้ตั้งท่านางเพียงรอคอยให้หวงจื่อหานโจมตีเข้าไปอย่างใจเย็นเท่านั้น

             

            “ผมจะเริ่มแล้วนะครับ”

             

            ลุงหวงให้สัญญาณร่างกายของเขาพุ่งเข้าใส่ไป่ฟานเซียนด้วยความเร็วราวกับลูกกระสุนหลังจากมาอยู่กับไป่ฟานเซียนได้ไม่กี่อาทิตย์พื้นฐานพลังของเขาก็สูงขึ้นราวติดจรวดหมัดของเขาเงื้อแล้วซัดเปรี้ยงเข้าไปตรงๆ

             

            “เอ๋?”

             

            ลุงหวงมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมึนงง

             

            เพราะเพียงพริบตาที่เขาไม่รู้สึกตัวร่างของเขาก็กระเด็นไปกองทางด้านหลังเสียแล้ว!

             

            สายตาของจอมยุทธ์ขั้นห้าไม่สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของไป่ฟานเซียนได้เลยแม้แต่นิดเดียว!

             

            “ปรมัตถ์คือใจความสำคัญเจ้าจงตัดการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นทิ้งไปให้หมด”

             

            ไป่ฟานเซียนหันไปหาฮุ่ยเอ๋อแล้วอธิบาย

             

            “ทุกการเคลื่อนไหวต้องมีความหมายการถ่ายเทพลังและน้ำหนักคือแก่นแท้ของทุกการกระทำ การเริ่มขยับร่างกายแค่ส่วนเล็กๆต้องส่งผลกระทบไปถึงพลังที่ยิ่งใหญ่ไม่เพียงเข้าใจร่างกายตัวเอง แต่จงเข้าใจร่างกายของคู่ต่อสู้”

             

            “หลักการของปรมัตถ์มีเพียงเท่านั้นเพราะเป็นความจริงอันเป็นที่สุด หากเจ้าเข้าใจถึงปรมัตถ์ก็จะมีเพียงปรมัตถ์เช่นเดียวกันที่จะสามารถต่อสู้กับเจ้าด้วยกระบวนท่าได้”

             

            “เจ้าจะเข้าใจได้หรือไม่...นั่นล้วนขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วฮุ่ยเอ๋อ...”

             

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139