ก่อนที่ผมและดารินจะออกจากร้านอาหาร ผมได้บอกกับดารินว่า ผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนสักครู่ แต่เธอก็ตอบกลับผมว่า เธอเองก็ต้องการที่จะเข้าห้องน้ำเช่นเดียวกัน
จากนั้นพวกเราเลยเดินอ้อมไปเข้าห้องน้ำที่หลังร้าน
ระหว่างที่ผมกำลังทำธุระส่วนตัวอยู่ในห้องน้ำ จู่ ๆ จอโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า พร้อมกับข้อความแจ้งเตือน
[ระดับความสนิทของคุณดาริน: เพิ่มขึ้น → ระดับ 2]
[หากมีกิจกรรมร่วมกัน คุณจะได้รับค่าตอบแทนจากเธอคูณ 4]
[สกิลไว้วางใจหมดเวลา คูลดาวน์ 12 ชั่วโมง]
“โอ้...ขึ้นเร็วดีแฮะ...” ผมพึมพำออกมาเบา ๆ จากนั้นก็มีอีกข้อความตามมา
[คำร้องขอแห่งสวรรค์ ได้รับ 10,000 บาท]
[เนื่องจากความสนิทระดับ 2 ค่าตอบแทน X 4 =40,000]
“รางวัลนี้คงได้มาจากตอนที่เธอขอให้ฉันจุ๊บเธอสินะ” ผมหัวเราะออกมาเบา ๆ ในใจคิดว่า แค่จุ๊บเล็กๆน้อยๆก็ได้เงินมาใช้แล้ว
ขณะที่ผมเดินออกจากห้องน้ำ และกำลังคิดว่าจะเดินไปรอดาริน ผมก็เห็นเธอยืนอยู่หน้าห้องน้ำสายตาทอดยาวออกไปมองดูวิวยามค่ำคืนของกรุงเทพ
ทว่าเธอไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว ด้านหลังของเธอมีชายอีกคน ยืนขวางอยู่ และทันทีที่เห็นหน้า ผมก็รู้ทันทีว่าชายคนนั้นเป็นใคร
เขาคือจอนนี่ แฟนเก่าของดารินนั่นเอง
ผมยืนดูปฏิกิริยาของดารินอยู่สักพัก เพื่อดูว่าเธอจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไรต่อไป ผมคิดว่า การเดินหลีกออกมาจากจุดนั้นเป็นเรื่องที่ควรทำที่สุด และดารินก็ทำเช่นนั้นจริง ๆ
แต่ก่อนที่เธอจะเดินผ่านเขาไปได้ จอนนี่กลับคว้าแขนของดารินเอาไว้ก่อน ทำให้เธอต้องหยุดชะงัก
ผมรอให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ขาของผม ก้าวฉับ ๆ เข้าไปหาดารินทันที พร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"คุณมีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้กับแฟนของผม"
ผมพูดจบก็ ดึงแขนของดารินออกจากมือจอนนี่ทันที และยืนบังเธอไว้ครึ่งหนึ่ง สีหน้าของผมตอนนี้จริงจังและเด็ดขาด
จอนนี่ ยิ้มมุมปากอย่างเหยียดหยาม ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "แกเนี่ยนะ แฟนของดาริน?"
จากนั้นเขาก็มองลอดผ่านไหล่ผมไป จ้องดารินที่อยู่ด้านหลังอย่างท้าทาย "ดาริน... ไอ้หน้าละอ่อนนี่เป็นแฟนของคุณจริง ๆ น่ะเหรอ? ผมดูยังไงก็ไม่มีทางใช่"
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วเสริมด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้ผมได้ยิน "คุณเคยบอกกับผมนี่ ว่าไม่ชอบคนที่อายุน้อยกว่าไม่ใช่เหรอ"
ดารินยังคงยืนเงียบ ไม่ตอบกลับใด ๆ ทำให้จอนนี่ได้ใจ เขารีบเสริมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงและดูจริงจังขึ้นทันที
"ดาริน... ผมอธิบายเรื่องทั้งหมดได้นะ" เขาพยายามโน้มน้าว "มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณได้ยินอะไรมาจากปากใคร แต่คุณจะเชื่อคนพวกนั้นมากกว่าผมที่เป็นคนรักคุณจริง ๆ งั้นเหรอ?"
ผมที่ทนฟังไม่ได้อีกต่อไป ก็หันหลังกลับ เอื้อมมือไปกอดไหล่ของดาริน แล้วพาเธอเดินจากไปทันที
แต่ทว่า มือของจอนนี่ก็ดึงมือของผมออกจากไหล่ของดารินอย่างแรง จนผมเสียหลักเซไปเล็กน้อย
ผมสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับอารมณ์ ก่อนจะ ผลักไปที่หน้าอกของจอนนี่อย่างแรง เพื่อให้เขาล่าถอยไป
แต่ทันใดนั้น หมัดของจอนนี่ก็สวนกลับมาเข้าเต็ม ๆ ที่ใบหน้าของผม
หมัดนั้นทำให้ผมถอยหลังไปหนึ่งก้าว ความเจ็บแล่นแปลบไปทั่วใบหน้า ดารินเห็นภาพที่ผมถูกต่อยก็ กรี๊ดออกมาเสียงดัง เพื่อเรียกให้คนเข้ามาช่วย
แต่จังหวะนั้นเอง... เหมือนเวลาได้หยุดลง ทุกอย่างรอบตัวช้าลงจนเกือบจะหยุดนิ่ง
หน้าจอโปร่งแสงปรากฏขึ้นพร้อมกับข้อความจากระบบ
[คุณได้รับทักษะ การต่อสู้ระยะประชิด]
[เอฟเฟกต์: คุณจะมีทักษะการต่อสู้ในระยะประชิด]
“ระบบแกไม่มาให้เร็วกว่านี้ล่ะวะ” ผมพึมพำในใจ
หลังจากได้รับทักษะใหม่ มันก็ทำให้ผมตั้งหลักได้อย่างรวดเร็ว
จอนนี่ที่ต่อยผมได้สำเร็จ เขาก็ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ แต่ความสุขของเขาก็อยู่ได้ไม่นาน
ผมโต้กลับไปในทันที ชกเข้าที่ท้องเขาเต็มแรง และตามด้วย ชกที่ใบหน้าไปอีกสองหมัดติด ๆ กัน
จอนนี่ ล้มลงไปกองกับพื้น เลือดไหลซึมออกมาจากปากของเขา
ดารินที่ยืนอยู่ได้แต่ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตรงหน้า
ผมก้มลงไป ดึงคอเสื้อของเขาขึ้นมา จากพื้น ก่อนจะ กระซิบเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่เดือดดาล
"ดารินเห็นแกออกจากโรงแรมกับผู้หญิงคนอื่น...ด้วยตาของเธอเอง แกจำใส่สมอง บื้อ ๆ ของแกไว้ ไอ้กระจอก"
จากนั้น ผมก็ปล่อยเขาลง ทันใดนั้นเอง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก็รีบเข้ามาคว้าตัวผมไว้
เขาจับล็อกแขนของผมไว้ทั้งสองข้าง ราวกับว่าผมเป็นฝ่ายเริ่มก่อเรื่องก่อน
ทันใดนั้น ดารินก็รีบเข้ามาอธิบายกับเจ้าหน้าที่ทันที ว่า "ฝ่ายนั้นเป็นคนเริ่มค่ะ! เขาเข้ามาทำร้ายร่างกายแฟนของฉันก่อน"
โชคดีที่มี พยานที่เห็นเหตุการณ์ อยู่ด้วย พวกเขาจึงรีบเข้ามาให้การ และพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จอนนี่ ซึ่งเป็นบาร์เทนเดอร์ที่นี่ คือคนที่เริ่มทำร้ายร่างกายก่อนจริง ๆ
ไม่นานหลังจากเรื่องจบลง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ รีบเข้ามาขอโทษผม และให้จอนนี่กลับไปพร้อมกับบอกว่า จะมีการลงโทษเขาอย่างเหมาะสม แน่นอน
พวกเขาเสนอที่จะให้ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับผม แต่ผมปฏิเสธที่จะรับไว้ และไม่ต้องการให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้
ดารินก้าวเข้ามาอยู่ข้างผมทันทีที่เจ้าหน้าที่ปล่อยแขนผม เธอใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมองมาที่ผม ขณะที่เรากำลังจะเดินออกจากร้านอาหารในที่สุด
ระหว่างที่เดินออกจากโรงแรม ดารินก็เอาแต่ถาม ด้วยความเป็นห่วงไม่หยุด "เป็นอะไรมากไหม?" "เจ็บมากหรือเปล่า?" เธอมองบาดแผลที่ ริมฝีปากของผมด้วยสายตาที่กังวลอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อมาถึงรถที่จอดนิ่งอยู่ลานจอด เธอเปิดประตูหลังแล้วโยนกระเป๋าของตัวเองเข้าไป จากนั้นเธอก็หันมาหาผมและเอ่ยย้ำอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง "พี่ขอดูแผลหน่อยสิ"
ผมหันไป ยิ้มให้เธอ และเลียริมฝีปากตรงบริเวณที่ถูกต่อย พร้อมกับพูดอย่างใจเย็นว่า "ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ พี่ไม่ต้องห่วง"
ทว่าเธอก็เอื้อมมือขึ้นมาที่ใบหน้าของผม ผมเอนตัวออกเล็กน้อยอย่างไม่ทันตั้งตัว จังหวะนั้นเธอก็บอกว่า "น้องวายุ อยู่นิ่ง ๆ"
เธอมองดูแผลของผมพลางพึมพำ "ดีแล้วที่ไม่เป็นอะไรมาก... พี่ขอโทษนะวายุ"
พูดจบ เธอก็ดึงมือลงไปปิดหน้าตัวเองก่อนจะก้มลง จากนั้นก็มี เสียงร้องไห้เบา ๆ เล็ดลอดออกมาจากฝ่ามือที่ปิดบังใบหน้าไว้
"พี่ขอโทษที่ทำให้ต้องเจอเรื่องแบบนี้" เธอกล่าวทั้งน้ำตา ร้องไห้ออกมาราวกับอดกลั้นมานาน
ผมไม่รอช้า เข้าไปโอบกอดเธอเบา ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้
"พี่ครับ ไม่ต้องร้องไห้นะ" ผมปลอบ "แผลเล็กแค่นี้เอง ไกลหัวใจ... อีกอย่างผมก็ต่อยเขาไปตั้งเยอะแล้วนี่ ผมไม่เจ็บเลยสักนิด เชื่อผมสิ"
เธอหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา เสียงสะอื้นยังไม่หายไปดี "น้องนี่เก่งจังเลยนะ พี่ตกใจแทบแย่ นึกว่าน้องจะโดนพี่เขาทำร้ายมากกว่านี้ซะอีก"
เธอดันตัวออกจากอ้อมกอดเล็กน้อย แต่ยังคงจับมือผมไว้แน่น สายตาของเธอเต็มไปด้วยความโล่งใจและซาบซึ้งใจ