ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 39 : ไม่ใช่คนกลัวตาย

    เจียตัว เหอหมิ่นและคณะนักรบยืนขึ้น


    เซี่ยซีหานยืนขึ้นหลังสุดอย่างจำใจ แต่ถึงอย่างนั้นมันยังถือโอกาส หักขาส่วนน่องของหมาป่าที่ถูกย่างกำลังจะได้ที่ขึ้นมาเอาไว้ในมือ ในใจมันได้แต่คิด หากเกิดอะไรขึ้นมันจะวิ่งหนีไปพร้อมเนื้อย่างส่วนน่องหมาป่านี้ให้จงได้!!!


    !!!ปูนนนนนนนนนนนน ตุบ ตุบ พวกนั้น


    ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เสียงแตรดังยาว แต่ยังมีเสียงกลองรบดังมาแต่ไกล กลุ่มนักรบแนวหน้าที่ควบขี่หมีขาววิ่งฝุ่นตลบมาแต่ไกล


    ด้วยนัยน์ตาวงเวทย์แห่ง 'วิหครุ่งอรุณ' เซี่ยซีหานมองเห็นนักรบแนวหน้า และเก็บรายละเอียดได้อย่างชัดเจน


    'อกซ้ายของพวกเขาต่างมีรูปดาบสามดาบตราอยู่หลายคนเลย และนั้น คนหน้าสุดมันมีสี่ดาบตราอยู่ที่อกซ้าย แม่เจ้า พวกเขาเป็นใคร แต่จากชุดและตราสัญลักษณ์ที่อยู่หน้าเกราะอ่อน นั่นมัน คนของอาณาจักรทั้งหมด'


    ในขณะกลุ่มนักรบที่ยังควบขี่หมีขาวยักษ์ยังมาไม่ถึง เซี่ยซีหานก็ร้องเตือนเจียตัวและอาวุโสเหอหมิ่น


    "ท่านลุงเจียท่านลุงเหอ คนพวกนั้นคือคนของอาณาจักร ข้ามองเห็นสัญลักษณ์ของอาณาจักรบนเกราะอ่อนของพวกเขา นอกจากนั้นที่หน้าอกซ้ายของพวกเขา ยังมีรูปดาบสามถึงสี่ดาบตราอยู่ด้วยขอรับ"


    ใบหน้าของเจียตัวและเหอหมิ่นมืดครึ้ม แต่นั่นก็เพียงครู่สั้นๆ ดวงตาของเจียตัวและเหอหมิ่นนักรบอาวุโส ปรากฏจิตสังหารอันเข้มข้น


    "ไอ้พวกบัดซบนักรบหลังเขา จงแจ้งแก่ข้า 'จางเซินสี่' ผู้มีเกียรติ แม่ทัพแห่งอาณาจักรหมีขาวแดนเหนือแห่งนี้ว่า พวกเจ้าเป็นใครและมาอยู่ที่แห่งนี้ได้อย่างไร..." แม่ทัพผู้เป็นนักรบสี่ดาบพูดพร้อมจับปลายดาบใหญ่ชี้ไปทางพวกเซี่ยซีหานและคณะ


    และนั่นทำให้เหอหมิ่นนักรบอาวุโสหัวเราะ เขามองตัวเองและเหล่าสหายนักรบรอบหนึ่ง และเข้าใจได้ว่า ทำไมจางเซินสี่ผู้นี้ถึงจำตัวเขาไม่ได้ สภาพของเหอหมิ่นและคณะนับว่าดูแล้วบัดซบมาก ตัวของพวกเขาเต็มไปด้วยคราบเลือดที่แห้งแข็ง เส้นผมของหลายๆ คน ที่มีสีน้ำตาลและแดง กลายเป็นก้อนแข็งที่ดูดำ มันคือสภาพของเลือดที่แห้งและแข็งตัว พวกเขาไม่ได้อาบน้ำ ชุดเกราะของพวกเขาส่วนใหญ่พังเสียหายจากปีศาจค้างคาวนับหมื่นตัว


    และทั้งหมดเป็นเพราะอาณาจักรหลอกพวกเขามาที่นี่


    "ข้าคิดว่าท่านแม่ทัพเซินสี่ผู้มีเกียรติควรจำพวกข้าได้" เหอหมิ่นนักรบอาวุโสพูดอย่างไม่สบอารมณ์


    ในระยะสั้นๆ จางเซินสี่นักรบสี่ดาบไม่มีทางจำได้ว่า เหอหมิ่นและพวกคือใคร แต่น้ำเสียงที่มั่นใจและคุ้นเคย ทำให้เขานึกออกได้เมื่อเวลาผ่านไปเล็กน้อย ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวคือผู้สร้างอาวุธหลักให้อาณาจักร เป็นไปไม่ได้ที่จางเซินสี่จะไม่รู้จักกับบุคคลระดับบนๆ ของป้อมปราการเช่น เหอหมิ่นนักรบอาวุโสและเจียตัวผู้เป็นนายช่างหลอมยุทธภัณฑ์อันดับหนึ่ง


    "พวกเราคือนักรบจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว นักรบที่ถูกพวกท่าน อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ ที่เรียกตัวว่าผู้มีเกียรติ หลอกให้พวกเรามาตาย แต่พวกเราไม่ตาย" ดวงตาของจางเซินสี่หรี่เล็กทันที หัวใจของมันเต้นระทึก คล้ายถูกบีบรัดทันทีที่เสียงของเจียตัวแผดดังออกมา


    เรื่องบางอย่างมันไม่สามารถให้หลุดรอดไปได้ โดยเฉพาะ ณ ตอนนี้ ที่ด้านหลังของมันในขบวนทัพ มีผู้วิเศษผู้ทรงอำนาจจากอาณาจักรเบื้องสูงอยู่!!! นักบุญหญิงหลิวจื่อซิ่ว


    ตอนนี้ความอยู่รอดของอาณาจักรชั้นหนึ่ง อย่างอาณาจักรหมีขาวแดนเหนือคล้ายอยู่ในมือของจางเซินสี่


    ใช่แล้วจางเซินสี่เป็นผู้ที่รู้ทุกอย่าง ว่าอาณาจักรต้องการทำอะไร


    และเพราะแบบนั้น ในมือของมันตอนนี้ จึงกำศาสตราแน่น พวกเดนตายจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวทุกคนต้องตาย ลึกๆ ในใจของจางเซินสี่ได้แต่สบถด่าพ่อมดขาว และกลุ่มนักรบสามดาบลูกน้องของตัวเองที่ส่งไป ทำไมถึงได้ทิ้งร่องรอยขนาดใหญ่โตไว้แบบนี้ ทำไมไอ้พวกนี้ถึงไม่ตาย และเป็นเครื่องเซ่นสังเวยของของสิ่งนั้น


    ตอนนี้จางเซินสี่ไม่มีเวลาคิดแล้ว ว่าทำไมนักรบกลุ่มนี้ถึงไม่ตายที่เหมืองอัญมณี และคนของมันนั้นไปไหนกันหมด มันมีอยู่เพียงความคิดเดียวในหัว


    กลุ่มนักรบตรงหน้ามันทั้งหมดต้องตาย


    และต้องตายในตอนนี้ทั้งหมด


    ร่างกายของจางเซินสี่มีไอสีฟ้าระอุ มัดกล้ามมันใหญ่ขึ้นเร็ว หมียักษ์ที่มันนั่งอยู่ อยู่ๆ แขนขาของมันก็สั่น ก่อนร่างจมลง และไม่ใช่เพียงแค่จางเซินสี่แม่ทัพผู้เป็นถึงนักรบสี่ดาบที่เป็นเช่นนี้


    แต่รอบตัวของจางเซินสี่มีนักรบสามดาบ และนักรบสองดาบจำนวนมาก พวกเขาใช้ปราณพลังในวิถีนักรบของตัวเอง ผลักดันพลังของตัวเองให้ร่างแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องให้จางเซินสี่สั่ง


    ดวงตาของทุกคนมีจิตสังหารแฝง


    เจียตัวที่ตาบอดแสยะยิ้ม "ก็ดี อย่าน้อยก็มาทำให้มันจบๆ ไป เหอหมิ่นเจ้าคิดว่ายังไง"


    "เกียรติของนักรบคือการได้ตายบนสนามรบ แม้ข้าจะถอนตัวออกจากกองทัพและเกษียณ แต่เกียรติของนักรบก็คือสิ่งที่ข้าปรารถนา คนของข้า ลูกชายของข้า ศิษย์ของข้า คนเหล่านั้นที่ตายเรียกข้าว่าพ่อและอาจารย์ แต่พวกเขาต้องตาย ตายโดยที่ถูกอาณาจักรหลอกลวง ข้าคือชายที่แก่ชรา แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ยังมีจิตใจที่รุ่มร้อน เพราะอยากได้เลือดและดวงวิญญาณของไอ้สวะทั้งหลายที่หลอกลวง เด็กๆ เหล่านั้นของข้าไปตาย" พูดจบร่างของเหอหมิ่นนักรบอาวุโสมีไอสีฟ้าระอุเช่นเดียวกับจางเซินสี่


    ต่างกันตรงที่ดาบของเหอหมิ่น อยู่ๆ ก็มีน้ำแข็งเกาะเป็นผลึกขนาดใหญ่ มันกลายเป็นดาบน้ำแข็งขนาดยักษ์ ดาบที่สามารถสังหารปีศาจได้  เมื่อเทียบกับตัวของเหอหมิ่นนักรบอาวุโสกับดาบที่เขาถือทำเขาดูตัวเล็กไปเลย


    ร่างเจียตัวระอุเป็นเหล็กและไฟ เจียตัวแสยะยิ้ม จำนวนไม่ใช่ปัญหา เพียงแต่จุดอ่อนที่ยิ่งใหญ่ของเจียตัวคือ เขาไม่ใช่นักรบห้าดาบที่แท้จริง พลังของเจียตัวเพิ่มมากขึ้นได้เพียงระยะหนึ่ง แต่เจียตัวไม่สนใจ จำนวนกองทัพนักรบที่อยู่ด้านหลังนับพัน ทำให้เจียตัวและเหอหมิ่นไม่คิดหนี แต่ถ้าได้ฆ่าให้มากที่สุดกับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง


    ราวกับว่าทุกคนสื่อใจถึงกัน นักรบป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวไม่มีคนขี้ขลาด แม้แต่นักรบที่มาจากหมู่บ้านอื่นและร่วมเดินทางกับเซี่ยซีหานและคณะ พวกเขาราวกับมีหัวใจเดียวกัน ทุกคนมีความแค้นและผิดหวังต่ออาณาจักร


    แต่ในบรรดาทุกคน มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่จับน่องกระดูกเนื้อย่างหมาป่ากลิ่นหอมอย่างมือสั่นระริก


    'เจียตัว ท่านผู้อาวุโสเหอหมิ่น ทำไมพวกเอ็งถึงไม่ชวนเขามานั่งกินน่องหมาป่าย่างกลิ่นหอมกรุ่น จากนั้นก็นั่งคุยกันดีๆ อย่างแย่ที่สุด ทำไมพวกเอ็งไม่เก็บความแค้นไว้ในใจ พวกเอ็งไม่เคยเรียกหนังสือเหรอ หรือที่นี่ไม่มีคนสอนพวกเอ็งว่า สิบปีแก้แค้นก็ยังไม่สาย ทำไมต้องสู้กันด้วย พวกเอ็งไม่เห็นเหรอ ด้านหลังพวกแมร่งมีเป็นพัน และพวกแมร่งทั้งหมดที่อกต่างมีรูปดาบตราอยู่' เซี่ยซีหานน้ำตาแทบจะไหล มือจับเนื้อน่องสั่นไม่หยุด มันได้แต่คิดว่า มันควรจะวิ่งหนีเป็นตัวอย่างให้คนอื่นเห็นดีรึเปล่า คนอื่นจะได้คิดได้และทำตามมัน


    แต่ในระหว่างที่มันคิด เสียงเจียตัวก็แผดดังพร้อมร่างที่พุ่งเร็ว


    "!!!ข้าเจียตัวและคนของข้า สหายของข้า ลูกชายของข้าไม่ใช่คนกลัวตาย"

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน