ภายในห้องส่วนตัวอีกห้องหนึ่ง จู่ๆ มีคนเอ่ยปาก ทำให้ราคาของหญ้าหนวดัสูงขึ้นหนึ่งเท่าตัว ทันใดนั้นภายในห้องโถงของโรงประมูลเงียบสงัด ทุกคนต่างหันไปมองห้องส่วนตัวห้องนั้นด้วยความใ
เยี่ยเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ส่วนหลี่เสี้ยวกลับเอ่ยขึ้นด้วยความโมโห
“พับผ่าสิ เ้าหวังป้ารู้ได้ยังไงว่าพวกเราจะประมูลหญ้าหนวดั เขาถึงกับทำให้ราคาสูงขึ้นไปหนึ่งเท่าตัวเลยหรือ”
เยี่ยเฟิงส่ายหน้า “เขาไม่มีทางรู้ว่าพวกเรา้าประมูลหญ้าหนวดั ข้าไม่เคยบอกเื่นี้แก่ผู้อื่น!”
เื่นี้เขาเพิ่งบอกหลี่เสี้ยวไปเมื่อสักครู่ ก่อนหน้านี้ไม่เคยบอกกับผู้ใดมาก่อน ดังนั้นหวังป้าไม่มีทางรู้เื่นี้แน่นอน นี่น่าจะเป็แค่เื่บังเอิญ
“ข้ารู้แล้ว ได้ยินว่าก่อนหน้านี้เ้าหมอนั่นไปตามตอแยจางเสี่ยวเฉียวลูกสาวของเ้าหน้าที่จาง แต่จางเสี่ยวเฉียวไม่สนใจเขา เมื่อสักครู่ได้ยินตาแก่โรงประมูลบอกว่าหญ้าหนวดัสามารถคงความงามไว้ได้ คาดว่าเขาคงจะเอาไปเอาใจจางเสี่ยวเฉียวเป็แน่!” หลี่เสี้ยวเอ่ยปากหลังจากครุ่นคิด
เยี่ยเฟิงพึมพำอยู่สักครู่ จากนั้นพยักหน้า การคาดคะเนเช่นนี้ใช่ว่าจะไร้เหตุผล เพราะถึงอย่างไรพวกลูกหลานคนรวยในเมืองอวิ๋นอู่ล้วนมีนิสัยเหมือนกัน พวกเขาช่ำชองเื่กินดื่มเที่ยวเล่น ในยามปกติก็รังแกคนไปทั่ว เพราะคิดว่าตระกูลตัวเองมีเส้นสายอำนาจจึงไม่เกรงกลัวใคร
“คุณชายเยี่ย ตอนนี้ราคาขึ้นไปที่สองพันตำลึงแล้ว พวกเรายังประมูลต่อหรือไม่?” หลี่เสี้ยวเอ่ยปากถาม เพราะสำหรับสมุนไพรทั่วไปไม่กี่ต้นพวกนี้ ราคานี้ถือว่าสูงมากแล้ว
เยี่ยเฟิงเห็นทุกคนไม่มีทีท่าจะเพิ่มราคาแต่อย่างใด เขาจึงเอ่ยปากบอก
“แน่นอนสิ ท่านเพิ่มราคาเข้าไปอีกหนึ่งพันตำลึง ให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่สามพันตำลึง”
“อะไรนะ เพิ่มอีกหนึ่งพันตำลึงหรือ?”
หลี่เสี้ยวชะงัก เขานึกว่าตัวเองฟังผิดไป จึงมองเยี่ยเฟิงด้วยความสงสัย เพิ่มอีกหนึ่งพันตำลึงหรือ...? ต่อให้อยากได้มาก็ไม่จำเป็ต้องเพิ่มเงินมากขนาดนี้
สีหน้าเยี่ยเฟิงอึมครึมขึ้นเรื่อยๆ
“พวกเขาลอบทำร้ายข้าที่หอวั่งชุน เกือบทำให้ตระกูลเยี่ยของข้าต้องจบสิ้นไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด เื่เวทีประลองเป็ตายแค่เริ่มต้นเท่านั้น จากนี้ข้าจะคืนให้พวกเขาอย่างสาสม!”
“เ้าชั่วหวังป้ากับซือถูคงชอบทำร้ายผู้อื่น ต่อไปพวกเราต้องระวังตัวให้มากขึ้น เื่ในครั้งที่แล้ว พวกมันวางแผนมานานแล้ว โชคดีที่ข้าเจอเข้าพอดี ไม่เช่นนั้นเื่ราวอาจร้ายแรงกว่านี้!” จิตใจของหลี่เสี้ยวเองก็โกรธแค้น แม้พวกเขาจะเสเพล แต่ก็รู้ว่าเื่บางอย่างจะส่งผลที่ตามมาอย่างไร
“มีคนให้ราคาถึงสองพันตำลึงเงินแล้ว ยังมีคนให้ราคามากกว่านี้อีกหรือไม่ พลาดโอกาสนี้ไปคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว หญ้าหนวดัสามารถคงความงาม ทำให้อายุยืน...”
ผู้เฒ่าบนเวทีประมูลขยันมากเป็พิเศษ แม้ปากจะเอ่ยถึงเื่สรรพคุณของหญ้าหนวดั แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มจนเผยให้เห็นริ้วรอย
“สองพันตำลึงครั้งที่หนึ่ง!”
“สองพันตำลึงครั้งที่สอง!”
ในมือของผู้เฒ่าถือค้อนไม้เอาไว้ เมื่อเห็นว่ากำลังจะเคาะลงไป หลี่เสี้ยวจึงเอ่ยปากในเวลานี้
“ข้าให้ราคาสามพันตำลึง!”
เมื่อสิ้นเสียงของเขา ทุกคนต่างหันมองพร้อมกัน มีคนไม่น้อยที่สูดหายใจเข้าลึกๆ คนพวกนั้นแอบก่นด่าอยู่ในใจ ให้ตายสิ ต่อให้ร่ำรวยมาจากไหนก็ไม่เห็นต้องใช้เงินมากขนาดนี้ คงจะมาอวดรวยเป็แน่ เอ่ยปากครั้งหนึ่งก็เพิ่มมาหนึ่งพันตำลึง เมืองอวิ๋นอู่เต็มไปด้วยพวกผลาญเงินผลาญทองจริงๆ
ห้องส่วนตัวที่หวังป้าอยู่มีเสียงก่นด่าดังขึ้น คนที่ถูกด่าคือหลี่เสี้ยว เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายจำเสียงได้ว่าคนที่มาปาดหน้าแย่งไปนี้ คือเสียงของคุณชายหลี่
“ไม่ต้องสนใจเขา” เยี่ยเฟิงขมวดคิ้วพร้อมเอ่ยขึ้น
จากนั้นไม่มีใครเสนอราคามากกว่านั้น หญ้าหนวดัจึงตกอยู่ในมือเยี่ยเฟิงที่ราคาสามพันตำลึงเงิน
“หึ เ้าสารเลวนั่งคงจะเก็บเงินไว้ประมูลหนังสือปลุกอารมณ์เล่มนั้นแน่ คุณชายเยี่ย จากนี้กรงเล็บภูตเหม่ยเหรินยังจะประมูลอยู่หรือไม่ ได้ยินมาว่าหนังสือปลุกอารมณ์ที่จะประมูลใน่ท้ายเป็ของดีของเด็ด คราวก่อนหวังป้ากับซือถูคงชวดไป ครั้งนี้คงจะสู้ราคากับพวกเราจนถึงที่สุด ทำให้ราคาอาจสูงถึงหนึ่งแสนตำลึงเงิน”
เพียงแค่ประมูลหญ้าหนวดัก็ใช้ไปสามพันตำลึงแล้ว หากหลังจากนี้ประมูลกรงเล็บภูตเหม่ยเหรินพวกนั้นอีก ราคาคงไม่ใช่น้อยๆ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดในสายตาหลี่เสี้ยวคือ หนังสือปลุกอารมณ์ที่ประมูลใน่ท้ายมากกว่า
มุมปากเยี่ยเฟิงเผยให้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็น
“ไม่เพียงเท่านี้ จากนี้ยังมีสมุนไพรอีกหลายชนิด ท่านฟังนะ ขอเพียงเป็สิ่งที่หวังป้ากับซือถูคง้า พวกเราต้องร่วมประมูลด้วย ต่อให้ไม่้า พวกเราก็ต้องทำให้ราคาสูงขึ้น จะให้พวกเขาได้ไปง่ายๆ ได้อย่างไร!”
เมื่อหลี่เสี้ยวได้ยิน เขาก็หัวเราะอย่างชั่วร้าย ดวงตาลุกวาว จากนั้นยกนิ้วหัวแม่มือให้เยี่ยเฟิง
“คุณชายเยี่ยช่างหลักแหลมยิ่งนัก ทำไมข้าถึงนึกไม่ได้นะ ทำให้พวกมันโกรธด้วยการทำให้ราคาสูงขึ้น จากนั้นพวกเราก็หยุดทันที หึหึ”
เดิมทีหลี่เสี้ยวก็ไม่ใช่คนดีอะไรอยู่แล้ว เมื่อได้ยินเยี่ยเฟิงพูดแบบนั้น ก็ทำให้เขาเข้าใจได้ทันที
“ทุกท่าน สิ่งที่จะประมูลต่อจากนี้คือดอกน้ำค้างหิมะสองดอก ทุกคนอาจไม่เคยได้ยิน ดอกน้ำค้างหิมะจะพบได้เฉพาะบนยอดเขาสูงสุดของูเาหิมะเท่านั้น สรรพคุณของมันเหมือนกับหญ้าหนวดั การคงความงามของมันเหนือกว่าหญ้าหนวดั เหมาะกับสตรียิ่งนัก” ผู้เฒ่าบนเวทีประมูลยิ้มหน้าบาน และเริ่มคุยโวอีกครั้ง
ดอกน้ำค้างหิมะมีสรรพคุณเื่ความงามจริง ทว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ฤทธิ์ยาของมันธรรมดามาก เยี่ยเฟิงรู้สึกหมดคำจะพูดแล้วจริงๆ คนในโรงประมูลนี้หลอกลวงกันเกินไปแล้ว แม้แต่สรรพคุณที่ไม่มีอยู่ก็สามารถยกมาอ้างได้
ในห้องส่วนตัวอีกห้องหนึ่ง หวังป้าที่เดิมทีโมโหอย่างมาก เมื่อได้ยินว่าดอกน้ำค้างหิมะมีสรรพคุณโดดเด่นกว่าหญ้าหนวดัที่ถูกหลี่เสี้ยวแย่งไป เขาก็กลับมาสนใจการประมูลอีกครั้ง คิดในใจว่าครั้งนี้ต้องประมูลมาให้ได้ ยังไม่ทันที่ผู้เฒ่าโรงประมูลจะแจ้งราคาเริ่มต้น เขาก็รีบเอ่ยปาก
“ข้าให้หนึ่งพันห้าร้อยตำลึง”
ผู้คนในโรงประมูลต่างชะงักไป ให้ตายสิ ต้องทำขนาดนี้เลยหรือ เหตุใดจึงรีบร้อนนัก จะรีบไปเกิดใหม่หรืออย่างไรกัน
แต่คนส่วนใหญ่รู้ว่าผู้ที่อยู่ในห้องนั้นคือคุณชายตระกูลหวัง พวกเขาจึงได้แต่ก่นด่าในใจ ภายนอกกลับไม่มีใครกล้าพูดสิ่งใด
เยี่ยเฟิงแค่นหัวเราะ หันไปเอ่ยกับหลี่เสี้ยว
“พวกเขาให้หนึ่งพันห้าร้อยตำลึง เช่นนั้นพวกเราให้สองพันตำลึง”
หลี่เสี้ยวชะงักไปสักครู่ ก่อนจะลังเล “หากพวกเขาไม่เพิ่มราคาอีก เช่นนั้นพวกเราก็ต้องซื้อไว้นะสิ นี่คงไม่ดีเท่าไรมั้ง+”
เยี่ยเฟิงส่ายหน้า
“วางใจเถอะ เขาได้ยินว่าดอกน้ำค้างหิมะสรรพคุณโดดเด่นกว่าหญ้าหนวดั เขาไม่รามือง่ายๆ แน่ อีกอย่างหญ้าหนวดัก่อนหน้านี้ถูกพวกเราแย่งมาได้ ครั้งนี้พวกเขาต้องสู้ตายแน่!”
ในขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน ห้องส่วนตัวที่หวังป้าอยู่ก็มีเสียงดังขึ้น
“ทุกท่าน ดอกน้ำค้างหิมะข้าหวังป้าต้องให้ได้ ขอให้ทุกท่านโปรดให้เกียรติตระกูลหวังด้วย”
ภายในห้องโถงมีคนไม่พอใจมากหลังจากได้ฟัง เห็นได้ชัดว่าหวังป้าใช้อำนาจของตระกูลหวังกดดันผู้อื่น แต่ก็มีคนส่วนมากที่ไม่มีทางเลือก เพราะตระกูลหวังคือตระกูลขุนศึกที่มีชื่อเสียงในเมืองอวิ๋นอู่ เขาไม่้าล่วงเกินอีกฝ่ายเพราะดอกน้ำค้างหิมะเพียงสองดอกเท่านั้น
หลี่เสี้ยวไม่พอใจทันที จึงก่นด่าเสียงต่ำ
“ไอ้สารเลวนี่มันหน้าด้านเสียจริง กล้าเอาชื่อตระกูลมาอ้างเชียวหรือ ปู่ของมันชื่อหวังซ่างเทียน หรือว่าตระกูลหวังจะขึ้น์แล้วจริงๆ คนอื่นกลัวมัน แต่ข้าไม่กลัว!” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เขากลับะโเสียงดัง “ข้าให้สองพันตำลึง!”
ห้องโถงตกอยู่ในความสงบ คนหนึ่งเป็หลานตระกูลหวัง คนหนึ่งเป็ลูกโทนตระกูลหลี่ ทั้งสองคนกำลังจะปะทะกันหรือ?
“หลี่เสี้ยว เ้าแย่งหญ้าหนวดัไปแล้ว ทำไมต้องมาแย่งดอกน้ำค้างหิมะกับข้าอีก?”
ฟังจากน้ำเสียงก็รู้ว่าหวังป้าโมโหมาก
หลี่เสี้ยวกลับหัวเราะ
“แย่งอะไรกัน ที่นี่คือโรงประมูลนะ ใครมีเงินคนนั้นก็ได้ไป เงินแค่สองพันตำลึง เ้าเป็ถึงคุณชายตระกูลหวัง อย่าบอกนะว่าไม่มีปัญญาจ่าย? อีกอย่าง ดอกน้ำค้างหิมะดีกว่าหญ้าหนวดั เ้าอยากได้ ข้าเองก็ย่อมอยากได้!”
“เ้า... เ้าหาว่าข้าไม่มีปัญญาจ่ายหรือ หลี่เสี้ยว เ้าคอยดูให้ดี วันนี้ข้าต้องได้ดอกน้ำค้างหิมะ ข้าให้สองพันห้าร้อยตำลึง!”
เยี่ยเฟิงยิ้มอ่อนๆ “พวกเราเพิ่มอีกหนึ่งพันตำลึง ในเมื่อเขากล้าพูดขนาดนี้ ยังไงก็ต้องรักษาหน้าตระกูลหวังเอาไว้ เขาเป็ถึงคุณชายตระกูลหวัง ต่อให้ต้องประมูลด้วยน้ำตา เขาก็ต้องได้ดอกน้ำค้างหิมะไปครอง”
“สามพันห้าร้อยตำลึง!” หลี่เสี้ยวไม่ลังเล เขาเพิ่มราคาขึ้นไปอีกหนึ่งพันตำลึง
ผู้เฒ่าบนเวทียิ้มจนแก้มปริ เื่แบบนี้คือสิ่งที่เขาอยากเจอมากที่สุด การปะทะกันระหว่างลูกหลานคนรวยจอมผลาญแห่งสองตระกูล นี่เหมือนการมอบเงินให้พวกเขาเปล่าๆ โชคหล่นทับเช่นนี้ ใครจะไม่ดีใจ
“ข้าให้สี่พันตำลึง!” ห้องส่วนตัวที่หวังป้าอยู่ได้ยินเสียงกัดฟันกรอด
เยี่ยเฟิงสั่งให้หลี่เสี้ยวหยุด นี่เป็ราคาที่สูงลิบลิ่วแล้ว
ผู้คนในโรงประมูลอยากเห็นคุณชายทั้งสองสู้กันจนถึงที่สุด แต่ใครจะรู้ว่าจู่ๆ หลี่เสี้ยวกลับปิดปากเงียบ ทำให้หลายคนผิดหวังไม่น้อย เพราะพวกเขาอยากรู้ว่าทั้งสองคนจะสู้กันไปถึงขั้นไหน
หลี่เสี้ยวยอมรามือ หวังป้าได้ดอกน้ำค้างหิมะไปครองในราคาสูงลิ่วถึงสี่พันตำลึง ภายในห้องส่วนตัวของเขายังมีเสียงดังฮึดฮัดให้ได้ยิน
ต่อมาขณะที่ประมูลกรงเล็บภูตเหม่ยเหริน ห้องส่วนตัวอีกด้านมีคนสู้ราคากับหลี่เสี้ยว เื่นี้ทำให้เยี่ยเฟิงสงสัยไม่น้อย ในสายตาของเขา สรรพคุณของสมุนไพรชนิดนี้ไม่น่าจะมีคนรู้มากนัก อีกอย่างกรงเล็บภูตเหม่ยเหรินมีเพียงใช้กับจื่อซิงหลอและสมุนไพรอื่นอีกสองสามชนิด จึงจะให้ผลลัพธ์ที่ดีได้ หากใช้เดี่ยวๆ สรรพคุณของมันดีกว่าจื่อซิงหลอเล็กน้อยเท่านั้น
ราคาไต่ระดับขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง หลี่เสี้ยวลังเลอยู่ในใจ แต่เยี่ยเฟิงกลับไม่มีความเคลื่อนไหว จนกระทั่งราคาขึ้นไปแตะที่แปดพันตำลึง ทั้งสองฝ่ายถึงได้เงียบไป
ในใจของเยี่ยเฟิงโล่งอก ยาสมุนไพรที่เขา้าได้มาแล้ว
ห้องส่วนตัวที่เสนอราคาแข่งกับหลี่เสี้ยวมีคนนั่งอยู่สี่คน ผู้เฒ่าสองคน หญิงสาวหนึ่งคน ชายหนุ่มหนึ่งคน
ในขณะนั้น หนึ่งในผู้เฒ่าก็เอ่ยขึ้น
“กรงเล็บภูตเหม่ยเหรินมีสรรพคุณในการรักษาอาการาเ็ได้ผลชะงัด ด้วยสถานการณ์ของพวกเราในตอนนี้ต้องเอามันมาให้ได้ คุณหนู ครั้งนี้พวกเรามาเพื่อกรงเล็บภูตเหม่ยเหริน จะยอมให้คนอื่นเช่นนี้จริงหรือ?”
หญิงสาวที่นั่งนิ่งมีรูปโฉมงดงาม สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ ไม่มีจุดด่างพร้อยแม้แต่น้อย ความงามหยดย้อยเช่นนี้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดหรือเวลาใดก็เป็สาวงามล่มเมืองได้
ขณะนี้ขนตางอนยาวของนางกะพริบเล็กน้อย ดวงตาคู่งามสุกใสดูมีชีวิตชีวา ปากแดงระเรื่อขยับตอบ
“พวกเรามีเงินไม่มากแล้ว ดูจากท่าทางของคนผู้นั้น คง้าจะแข่งราคาไปเรื่อยๆ ไม่เป็ไร รอให้จบการประมูล แล้วค่อยคิดวิธีหาสิ่งของไปแลกเปลี่ยนกับพวกเขา!”
“คุณหนู คนพวกนี้เป็พวกลูกหลานคนรวย เกรงว่าพวกเขาคงไม่ยอมแลก!” ผู้เฒ่าพึมพำแล้วเอ่ยปากเสียงต่ำ
“ในสายตาของพวกเขา ชีวิตมีค่ากว่าสิ่งใด!” หญิงสาวเอ่ยเพียงประโยคเดียว
ผู้เฒ่าชะงักไป ก่อนจะพยักหน้า