“ยินดีต้อนรับเศรษฐีกุ้ง” นายอำเภอที่นั่งอยู่ในเก้าอี้ฝ่ายเจ้าบ้านลุกขึ้นและลงมองต้อนรับอย่างยินดีส่วนเต่าเองก็ลุกขึ้นยืนอย่างให้เกียติมีเพียงฟ้าเท่านั้นที่ยังคงนั่งอยู่เฉยๆไม่ทำอะไร
กุ้งนั้นเป็นหนึ่งในสิบผู้มีอิทธิพลในเมืองนี้อย่างมาก มันผู้นี้มีญาติเป็นข้าราชกาลในเมืองหลวงและลูกชายก็ยังดำลงตำแหน่งทหารชั้นผู้น้อยในกองทัพอีกด้วย
ถึงแม้ว่าภายในเมืองนี้นายอำเภอจะใหญ่ที่สุดเปรียบเสมือนเจ้าเมืองอย่างกลายๆ แต่ทว่ามันก็ยังมิอาจดูแคลนคนผู้นี้ได้
คนผู้นี้มีเส้นสายมากมาย ในทางลับและแจ้ง มันไม่รู้ว่าแม่นางคนนี้และสหายของนางมีฐานะอันใดแต่ทว่าจากที่นางผู้นี้สร้างความยำเกรงให้กับกุ้งได้นายอำเภอในเมืองเล็กๆเช่นมันก็ไม่อาจทำเป็นไม่เห็นหัวได้
“ท่านนายอำเภอ~”
กุ้งเดินเข้ามาอย่างอารมณ์ดี มันผู้นี้รู้ว่าท่านทูตของมันบาดเจ็บตั้งแต่เมื่อคืนมันจึงไม่ปล่อยโอกาสที่จะประจบประแจงออกไปหากมันสร้างความประทับใจให้แก่ท่านทูตได้มันคงจะสามารถให้บุตรสาวของมันมีโอกาสมากขึ้น ที่จะอยู่ในตำแหน่งดีๆของสำนักได้
กุ้งมอบของขวัญที่เตรียมมาให้กับนายอำเภอผู้ซึ่งเดินลงมารับของด้วยตนเองอย่างยิ้มแย้ม “แหมๆนายท่านกุ้ง ใยต้องวุ่นวายเช่นนี้ด้วยเล่า เชิญนั่งๆ”
กุ้งนั่งลงพร้อมกับรอยยิ้มเมื่อเห็นเช่นนั้นนายอำเภอก็ส่งของขวัญที่ได้มาส่งให้กับพ่อบ้านส่วนตัวพร้อมกับกำชับว่าให้นำไปเก็บให้ดีๆ
นายอำเภอเดินกลับขึ้นไปนั่งในที่ฝ่ายเจ้าบ้าน ก่อนยิ้มพลางเอ่ยถาม“ไม่ทราบว่านายท่านกุ้งมาที่นี่ในวันนี้มีเรื่องอันใด ให้ข้าผู้ซึ่งเป็นนายอำเภอช่วยได้บ้างเล่า ไม่ว่าเรื่องเล็ก ใหญ่ อันใดหากข้าช่วยได้ก็จะช่วยทันที”
กุ้งโบกมือไปมา “ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใดหรอกขอรับท่านนายอำเภอพอดีว่าเมื่อคืนข้าถือวิสาสะ ฝากแขกของข้าให้มาค้างที่บ้านท่าน โดยที่ไม่ได้บอกกล่าวกับเจ้าของบ้าเสียให้เป็นมั่นเป็นเหมาะวันนี้ข้าจึงอยากจะมาขอโทษท่านด้วยเรื่องนั้นด้วยอย่างใจจริง”
นายอำเภอลูบเคราของตนเองและเชิดหน้าเล็กน้อย“ท่านกุ้งท่านเข้าใจว่าข้าเป็นคนใจแคบหรือเช่นไรตัวข้าไม่ได้เก็บเรื่องพวกนั้นมาใส่ใจด้วยซ้ำ ท่านมิจำเป็นต้องนำมันมาใส่ใจ”
“มิใช่ๆ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นท่านนายอำเภอข้าหมายความว่าการที่ข้ากระทำการอุกอาจเช่นนั้น มันทำให้ตัวข้าเกิดละอายใจนัก”
ก่อนจะโบกมือเล็กน้อย ไม่นานก็มีคนรับใช้ แบกหีบใส่ของสามสี่ใบเข้ามาเรียงอย่างเป็นระเบียบ“ตัวข้านั้นช่างรู้สึกละอายใจที่จะกล่าวนัก แต่ทว่าข้าอยากจะขอฝากแขกของข้าอาศัยอยู่ที่บ้านท่านสักสองสามวันได้หรือไม่”
เมื่อกล่าวจบเหล่าคนรับใช้ที่แบกหีบเข้ามาก็เปิดหีบออกมาเผยให้เห็นของมีค่า ที่มีมูลค่ามากมายมหาศาล
นายอำเภอเบิกตากว้างอยู่ครู่หนึ่งก่อนโบกมือให้คนรับใช้นำของไปเก็บอย่างรวดเร็ว
“นายท่านกุ้ง ท่านกล่าวเช่นนี้ก็ไม่ถูกเราเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน มีเรื่องเล็กน้อยอันใด ช่วยได้ก็ช่วยกันไม่ถือว่าเป็นเรื่องอันใดเลย”
นายท่านกุ้งยิ้มเล็กน้อยไม่กล่าวอะไร พลางจิบชาเบาๆนายอำเภอเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่กล่าวอะไรก็ไม่รู้จะพูดอะไรเช่นกัน บรรยากาศภายในห้องรับแขกจึงเต็มไปด้วยความเงียบ
เต่าเมื่อเห็นเป็นเช่นนั้นก็กล่าวทำลายบรรยากาศ “ท่านอาไม่ทราบว่าตอนนี้ลูกสาวของท่านอายุเท่าไรแล้ว”
กุ้งเมื่อไดฟังเช่นนั้นก็วางถ้วยชาลง อย่างช้าๆปลายตามองเต่าอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ “ปีนี้ก็สิบสามแล้ว ที่หลานชายถามเช่นนี้ไม่ทราบว่ามีความหมายแอบแฝงเช่นไร”
เต่ายิ้มโบกมืออย่างเก้อๆ “ไม่ๆข้าไม่ได้มีความหมายใดแอบแฝงทั้งนั้นจากที่ข้าทราบมา ว่าลูกสาวท่านน่าจะมีอายุเท่านั้น แต่ไม่แน่ใจข้าเลยลองถามท่านเฉย”
กุ้งเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้างอย่างเงียบๆเต่าเองเมื่อได้มองท่าทีของอีกฝ่ายก็ทราบว่าอีกฝ่ายเข้าใจว่าตนเองไม่ได้มีเจตนาร้ายอันใด ก็เอ่ยถามต่อ
“ไม่ทราบว่าน้องหญิงมีชายหมายปองหรือยังข้าอยากรู้ว่าชายหนุ่มบ้านไหนจะได้เป็นผู้โชคดีคนนั้นข้าอยากจะไปร่วมแสดงความยินดีจริงๆ”
กุ้งส่ายหัวอย่างช้า “ตอนนี้ยังไม่มี แต่ข้าหวังว่าจะให้นางเข้าสำนักอาคมดีๆสักแห่งแม้จะเป็นเพียงศิษย์ก้นกุฏิ ข้าก็พอใจแล้ว หลังจากที่นางออกมาแล้วข้าถึงจะให้นางคิดถึงเรื่องคู่ครอง”
ท่านนายอำเภอเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ“ข้าได้ยินว่าการเข้าสำนักอาคมให้ได้นั้น ยากยิ่งกว่าปลาคราบว่ายน้ำทวนกระแส บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่อาจแม้แต่เข้าไปเป็นคนรับใช้ได้อย่าว่าแต่ศิษย์สายนอกเลย ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอันใด ท่านถึงได้ตัดสินใจจะส่งนางเข้าสำนักอาคมได้”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้นกุ้งก็ยิ้มบางอย่างภาคภูมิใจ“ต้องขออภัยด้วยหากมันเป็นการโอ้อวด แต่ว่า ลูกสาวของข้านั้นได้ถูกท่านทูตจากชุมนุมดรุณีเยือกแข็งเชิญชวนให้เข้าสำนักแม้ว่าจะไม่สามารถเป็นสิทธิ์สายหลักได้ แต่ก็มีโอกาสสูงที่จะได้เป็นศิษย์สัญจร”
ท่านนายอำเภอเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ตระโกนอย่างตกใจ “ชุมนุมดรุณีเยือกแข็งเช่นนั้นหรือไม่ทราบว่าท่านจะพอแนะนำให้ข้าได้พบกับท่านทูตได้หรือไม่ข้าอยากจะส่งลูกชายของข้าเข้าชุมนุมบ้าง”
“ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ถามท่านทูตด้วยตนเองเลย ได้ใช่ไหมขอรับท่านทูต”
กุ้งกล่าวพลางพยักพเยิดหน้าไปทางแม่นางฟ้า เมื่อท่านนายอำเภอเห็นเช่นนั้นไม่นานก็เข้าใจความหมาย จึงหันไปมองแม่นางฟ้าอย่างตกตะลึง
“เป็นไปได้หรือไม่ว่าแม่นางท่านนี้คือท่านทูตจากสำนักดรุณีเยือกแข็งต้องขออภัยด้วยจริงๆ ผู้น้อยมีตาหามีแววไม่หากทราบว่าท่านทูตจักเดินทางมาพักผ่อนที่บ้านข้าเช่นนี้ข้าคงเข้าไปต้อนรับท่านตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ช่างเสียมารยาทซะจริงๆ”
ฟ้าไม่กล่าวอะไร นางเพียงหยิบชามาจิบเบาๆ แสดงถึงความไม่ใส่ใจแม้ท่านนายอำเภอเห็นท่าทางที่ไม่ไว้หน้าของนาง ก็เก็บความขุ่นเคืองไว้ในใจยิ้มแย้มอย่างนอบน้อม
“ท่านทูตไม่ทราบว่าข้าอยากจะให้ลูกชายของข้าเข้าสำนักอาคมจะต้องทำเช่นไรโปรดชี้แนะข้าด้วย”
ฟ้าวางถ้วยน้ำชาลงอย่างช้าๆ เผยริมฝีปากอมชมพูแม้มีสีซีดขาวบ้างเล็กน้อย“การจะเข้าสำนักอาคมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆแม่ตัวข้าจะเข้าสำนักมาตั้งแต่อายุสิบขวบ แต่ว่าตอนนี้ก็ยังเป็นแค่ศิษย์สัญจร”
“แม้ว่าศิษย์สัญจร จะมีสถานะในสำนักไม่ต่างจากศิษย์สายนอกหรือศิษย์ก้นกุฏิ เมื่ออยู่ในสำนัก แต่ทว่าศิษย์สัญจรกรับมีสิ่งมี่ต้องทำมากกว่าหลายเท่า”
แม่นางฟ้าหันไปจ้องเขม็งที่นายอำเภอ “เจ้ารู้หรือไม่ว่า ในแคว้นของข้าที่รุ่งเรืองกว่า แคว้นเล็กๆแห่งนี้หลายเท่าตัว และข้าก็ถูกกว่าว่าเป็นอัจฉริยะภายในแคว้นแห่งนั้น แต่เมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ที่เข้ารับการฝึกสอน ในสำนักข้าก็เป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่มีความสมารถดีเด่อะไร”
“แล้วเจ้าคิดว่าลูกชายของเจ้ามีความสามารถมากพอหรือไม่?”
.....
ทองและคนอื่นๆ รออยู่หน้าประตูไม่นาน พวกมันก็เห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งมีให้หน้าหล่อเหลาไม่ธรรมดา
มันผู้นี้เดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ทว่าไม่ทราบว่าเป็นเฉพาะมันคนเดียวหรือเปล่าที่ไม่รู้สึกชอบหน้าผู้ชายคนนี้อย่างช่วยไม่ได้
ทองมองไปที่ชายหนุ่มคนนั้นด้วยความงุนงงดูจากท่าทางการเดินของมันผู้นั้นแล้วมีความเป็นไปได้อย่างมากเลยที่เดียวที่จะมุ่งหน้าเข้ามาหาพวกมันแต่ทว่ามันผู้นั้นกำลังมองหาใคร?
ทองจ้องมองสายตาของชายหนุ่มผู้นั้นว่าสายตาของมันทอดยาวไปตกกระทบที่ร่างของใคร เมื่องลองไล่สายตาดูก็ได้ทราบว่ามันผู้นั้นกำลังหมายปองแม่นางสาอยู่นั่นเอง
แต่ทว่าเมื่อมันละสายตาออกไปจากแม่นางสามันจึงเห็นใบหน้าซีดเผือดของแม่เล้าก็ส่อประกายแววตาอย่างงุนงง มันไม่เข้าใจว่าแม่เล้าหน้าซีดเพราะอะไร
ในขณะที่สาและแม่นางอีกคนหนึ่งก็เกาะแขนกันอย่างตัวสั่นงันงกแม้ว่าพวกนางจะรู้ว่า มีโอกาสที่จะต้องพบกับชายคนนี้ในที่แห่งนี้แต่พวกนางก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะพบเจอกันรวดเร็วเช่นนี้
เต่าเห็นอาการตื่นตกใจของทั้งสามคนก็มองไปที่ดำที่ตอนนี้กำลังกำมือแน่นอย่างครับแค้น ทองจึงได้กล่าวถามด้วยความสงสัย
“ท่านดำ มันผู้นั้นเป็นใครกันแน่เหตุใดพวกท่านจึงต้องเกิดอาการเช่นนี้”
ดำมองไปที่ร่างของชายหนุ่มผู้นั้นด้วยสายตาแดง “มันคือพรลูกของนายอำเภอพล มันผู้นี้เมื่อก่อนชอบมาสร้างความวุ่นวายและทำร้ายนางคณิกาของหอเราจึงทำให้ไม่มีแขกเข้ามาที่หอของเรามากนัก จนทำให้เงินภายในหอของเราเกิดการฝืดเคืองจนแทบจะอดตาย”