ตอนที่ 47:รอบบลายด์ออดิชั่น
ตอน 19.59 น.ที่ห้องถ่ายทำฮัวเซียนิววอยซ์ผู้กำกับหวงเคอจิ้นก็ได้ทำการเตรียมงานขั้นสุดท้ายด้วยความกังวล
เพราะการคัดเลือกรอบบลายด์ออดิชั่นนี้เป็นการถ่ายทอดสดมันจึงไม่อาจจะปล่อยให้มีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นได้
“แสง สี เสียง...”
“โอเค ! ”
“ปิดทางเข้าที่นั่งคนดู เวลาสองทุ่มตรงแล้ว เปิดแสงกับเสียงได้ผู้กำกับเข้ามา ! ”
ตอนนั้นอยู่ ๆ แสงก็ดับ ทั้งสตูดิโอตกอยู่ในความมืดตามมาด้วยเสียงพิธีกรที่ดังขึ้นมาจากความมืด
“เมนเทอร์อู๋อิง และเมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ย ! ”
แสงสปอร์ตไลท์สองอันถูกฉายไปยังบนเวทีเผยให้เห็นอู๋อิงและเฉินอี้เจี๋ย
หลังจากนั้นก็มีเสียงดนตรีดังขึ้นพร้อมกับผู้กำกับที่สั่งการต่อ...
เพลงของเมนเทอร์ถูกเล่นกว่า 20 นาทีทำให้ผู้ชมด้านในและผู้ชมที่อยู่หน้าทีวีต่างก็พากันเคลิบเคลิ้มไปตาม ๆ กัน
ระหว่างนี้ทีมงานก็พากันแยกย้ายไปแจกโปรชัวร์ข้อมูลให้กับผู้ชมในห้องส่ง
คนแรกที่ขึ้นแสดงคือหญิงสาวที่มาจากหลิงชาน ซือชวนชู
ขณะที่กำลังแสดงครอบครัวและเพื่อนของเธอถูกเชิญมายังห้องรับรองด้านหลังเวที
ที่นี่เหมือนกับห้องรับรองของหลิวจือเซียพวกเขาสามารถดูการแสดงของผู้เข้าแข่งขันผ่านทีวีในห้องได้
หญิงสาวเดินขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับไฟที่หรี่ลงก่อนที่การแสดงจะเริ่มต้นขึ้น
หญิงสาวคนนี้ร้องเพลงคลาสสิค เพลงนี้มีดนตรีเบา ๆพร้อมกับกลิ่นอายของความเป็นปักกิ่ง
เสียงของเธอแหบนิด ๆ ติดสำเนียงของหลิงชานอยู่บ้างเธอร้องออกมาด้วยอารมณ์สนุกและท่าทีขี้เล่น
เฉินอี้เจี๋ยชอบเสียงของหญิงสาวคนนี้เพลงเพิ่งจะร้องถึงท่อนหลัก แต่เธอก็ตบปุ่มที่เก้าอี้ก่อนจะหันกลับมา
และการที่ผู้เข้าแข่งขันผ่านเข้ารอบตั้งแต่คนแรกนั้นเป็นข่าวดีสำหรับทั้งผู้ชมและผู้เข้าแข่งขันคนอื่นที่รออยู่หลังเวที
ผู้ชมหวังว่าจะได้ยินเสียงที่เพราะกว่านี้ ส่วนผู้เข้าแข่งขันต่างก็คิดว่าการเปิดตัวแบบนี้ตั้งแต่แรกนั้นทำให้พวกเขามั่นใจในความสามารถของตัวเองมากขึ้น
เวลาผ่านพ้นไป ผู้เข้าแข่งขันที่ขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีทีละคน ๆแต่กลับเป็นสามคนที่ตกรอบติด ๆ กันไป
“ก๊อก ก๊อก ! ” ตอนนั้นมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เข้ามาได้”
“คุณหลิว คุณอยู่อันดับ 6 เมื่อผู้เข้าแข่งขันอันดับ 5เริ่มร้อง คุณก็ไปเตรียมตัวได้เลยและคุณต้องไปที่ห้องพักรวมเพื่อเตรียมตัวสำหรับการแสดง”หลิวต้าฉวนเดินเข้ามาและอธิบายกับหลิวจือเซีย “เพราะมันอยู่ใกล้กับเวทีมากกว่าดังนั้น...”
“เข้าใจแล้ว ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ“หลิวจือเซียพยักหน้าและเดินตามหลิวต้าฉวนไปยังห้องรับรองรวม
เพราะมีไม่กี่คนที่จะได้ห้องพักส่วนตัวดังนั้นทุกคนต่างก็พากันสงสัยว่าคนที่ได้ห้องพักส่วนตัวนั้นเป็นใครกันแน่
“หืม เป็นเขาไปได้ยังไง ? ”
“หลิวจือเซีย คนที่ร้องเพลง ‘ได้เจอเธอพอดี’ กับเพลง ‘คุณพ่อจะไปไหน ? ’ น่ะหรือ ? ”
“หืม ?เขาเซ็นต์สัญญากับเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนต์แล้วไม่ใช่หรือทำไมเขาถึงเข้าร่วมรายการนี้ด้วย ? ”
ผู้เข้าแข่งขันในห้องรับรองต่างก็พากันพึมพำออกมาด้วยความสงสัยผู้เข้าแข่งขันส่วนมากก็เริ่มรู้สึกสลดขึ้นมา เพราะหากเทียบกับหลิวจือเซียแล้วพวกเขาด้อยกว่ามาก
แน่นอนว่ามีหลายคนที่ยังไม่ยอมรับความจริงพวกเขาคิดว่าพวกเขาเหนือกว่าคนอื่น ๆอย่างเซ่าเผิงชูกับต่งลี่ที่หน้าแดงราวกับเจอศัตรูคู่แค้น
“หึ แค่เขียนเพลงสองเพลงขึ้นมาเองไม่ใช่หรือไง ?จะยิ่งใหญ่อะไรนักหนา ? ” ต่งลี่กัดฟันและพูดออกมาด้วยท่าทีดูถูก
“พี่ลี่ ผมจะแก้แค้นให้พี่เอง“เซ่าเผิงชูพูดขึ้นพร้อมกับก้าวออกมา
ตอนนั้นชายตัวเตี้ยหัวล้าน ใบหน้าเหมือนคนจีนแท้ ๆและมีจมูกที่ยื่นออกมาราวกับเหยี่ยวได้เดินเข้าไปหาหลิวจือเซียด้วยสีหน้าไม่พอใจ“ฉันได้ฟังเพลงของนายแล้ว มันก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่นี่”
หลิวจือเซียอึ้งไป “พี่ชาย นายป่วยหรือไง ? ”
“อย่าคิดว่าเขียนเพลงแค่สองเพลงแล้วนายจะเก่งตอนที่ฉันเริ่มแต่งเพลง นายยังเล่นดินกับฉี่ของนายอยู่เลยด้วยซ้ำ ! ”ชายหัวล้านพูดขึ้น “ฉันจะล้างหูรอแล้วตั้งใจฟังว่ามันเป็นเพลงที่นายแต่งขึ้นมาเองจริงๆ หรือเปล่า ! ”
หลิวจือเซียอยากจะเถียงกลับ แต่อีกฝ่ายกลับเดินขึ้นไปบนเวทีก่อนเขาคือผู้เข้าแข่งขันอันดับ 5
บนเวทีที่มืดมิด เสียงดนตรีก็เริ่มบรรเลงขึ้น
พร้อมกับมีเสียงลมและเสียงดนตรีเมทัลก็ดังขึ้นมา
นี่ไม่ต้องพูดถึงว่านี่คือเพลงต้นฉบับ ชายหัวล้านร้องได้ดีมากด้วยเสียงแหบที่มีเอกลักษณ์ เมื่อรวมกับทักษะการควบคุมเสียงของเขาแล้วอย่างน้อยก็ยังได้รับการยอมรับจากหลิวจือเซียมันคงไม่เป็นเรื่องยากที่จะทำให้เหล่าเมนเทอร์หันมา
ไม่รู้ว่าทำไมทำนองเพลงนี้ถึงฟังดูคุ้นหูราวกับว่าเขาเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน
แต่ราวกับนัดแนะกันมาแล้วตอนที่ชายหัวล้านร้องเพลงจบก็ยังไม่มีใครกดหันกลับมาให้เขา
ผลคือชายหัวล้านตกรอบ
“ทำไมถึงไม่หันกลับมากัน ?ฉันคิดว่าเพลงของฉันก็ดีอยู่ไม่ใช่หรือไง ? ”
“ใช่ ทำไมเมนเทอร์ไม่หันกลับมา ?ไม่มีเมนเทอร์คนไหนชอบเขาเลยหรือไง ? ”
“อย่าเพิ่งคิดมาก เมนเทอร์จะให้คำตอบเอง”
ไม่ใช่แค่ชายหัวล้านที่รับไม่ได้กับผลลัพธ์นี้แต่ผู้ชมก็ยังไม่เข้าใจเหตุผลเช่นกัน
ตามกฎแล้วแม้ว่าจะตกรอบแต่เมนเทอร์ทั้งสี่จะหันกลับมาเพื่อสอบถามและบอกข้อชี้แนะหลังจากที่ผู้เข้าแข่งขันร้องเพลงจบ
ครั้งนี้เองก็เช่นกัน
“เชิญแนะนำตัวได้” หลิวเยว่พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเฉยเมยไม่มีใครเดาได้เลยว่าเขาคิดอะไรอยู่
“สวัสดีเมนเทอร์ทั้งสี่ ผมหลี่ตงจากเขตเหอปิน ผมเปิดบาร์เล็ก ๆในเมืองเหอปิน” แม้ว่าจะไม่พอใจแต่ชายหัวล้านก็ยังแนะนำตัวเอง
“คุณอยากรู้ไหมว่าทำไมผมถึงไม่เลือกคุณ” เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของหลี่ตงหลินเยว่ก็ถามขึ้น
“อยากรู้สิ ! ” หลี่ตงถามขึ้นมาด้วยท่าทีเยือกเย็น “ในบาร์ของผมวันไหนที่ผมร้องเพลง ลูกค้ามักจะมาเต็มร้าน ผมร้องเพลงที่แต่งขึ้นเองผมมีความคิดสร้างสรรค์ผมไม่คิดว่าผมด้อยกว่าหลิวจือเซียที่โด่งดังในอินเตอร์เน็ตเมื่อไม่นานมานี้เลย ! ”
“ฉันไปทำอะไรให้เขากัน ? ” หลิวจือเซียที่รออยู่ในห้องรับรองรวมเพื่อรอการแสดงอยากจะวิ่งขึ้นไปบนเวทีกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายเพื่อถามว่าเขาไปมีเรื่องกับอีกฝ่ายตอนไหนกัน
“ความคิดสร้างสรรค์ ? ” หลิวเยว่ลุกขึ้นยืนสีหน้าเขาดูโกรธขึ้นมา “นายลองถามตัวเองดู นี่ใช่เพลงที่นายแต่งขึ้นมาจริง ๆ หรือ? ”
“นี่มันอะไรกัน ? รึว่าเขาเอาเพลงคนอื่นมา ? ”
“ไม่แปลกเลยที่ทำไมดนตรีถึงฟังดูคุ้นหูแบบนี้”
“ไอ้บ้านี่กล้าหลอกฉัน ไอ้ขยะ ! ”
ไม่ว่าจะเป็นผู้ชมในห้องส่งหรือผู้ชมทางบ้านต่างก็แสดงท่าทีไม่พอใจออกมา
ต้องรู้ก่อนว่าการละเมิดลิขสิทธิ์นั้นเป็นเรื่องใหญ่หากมีการละเมิดลิขสิทธิ์กันจริง ๆ แล้ว งั้นหลี่ตงไม่ใช่จะแค่ต้องตกรอบเท่านั้นแต่ยังต้องโดนโทษตามกฎหมายอีกด้วย
“เมนเทอร์หลิวเยว่ ผมไม่ได้ลอกเพลงของใครมานี่เพลงที่ผมแต่งขึ้นเอง” หลี่ตงแสดงสีหน้าเครียดและพูดขึ้น“ถ้าเพลงนี้ถูกคัดลอกมา งั้นเพลงของหลิวจือเซียล่ะ ? ”
“หา ? แล้วฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย ? ”หลิวจือเซียที่อยู่ด้านหลังเวทีสีหน้าหม่นลงถึงเขาจะเป็นคนใจกว้างแต่การโดนเอาชื่อไปอ้างถึงสองครั้งติด ๆแบบนี้เขาจะไม่โกรธได้ยังไงกัน ?
“นายไม่คู่ควรที่จะเอาตัวเองไปเทียบกับหลิวจือเซียหรอก ! ”อู๋อิงตบเก้าอี้และพูดขึ้น “ทีมงาน ช่วยอะไรหน่อยได้หรือเปล่า ?รบกวนเปิดเพลง‘โลก’ ของอเล็กซ์มาร์หน่อยสิ”
หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงดนตรีเมทัลดังขึ้น
ทั้งเพลงนั้นนอกจากเนื้อร้องกับเสียงเบสที่สูงแล้ว ส่วนอื่น ๆแทบจะเหมือนกันเลย บอกได้ว่ามันแทบไม่มีอะไรต่างกันเลย
“นายคิดว่าเราจะไม่เคยได้ยินเพลงของมาร์หรือไง ? ”อู๋อิงถามขึ้นมาตรง ๆ โดยไม่ไว้หน้าอีกฝ่าย
“อันที่จริงแล้วเนื้อร้องฉบับจีนของนายก็ดี เสียงก็ดี ถ้านายร้องเพลงของนายจริงๆ สำหรับคนอื่น ฉันไม่รู้หรอกนะ แต่ฉันต้องหันกลับมาแน่ แต่นายโกงนายหน้าด้านที่บอกว่านี่เป็นเพลงของนาย ต้องเสียใจด้วย ทีมฉันไม่ต้อนรับนาย”
“ใช่ เราเองก็ไม่เลือกนายเหมือนกัน ! ”
เมนเทอร์อีกสามคนเองก็แสดงความเห็นแบบเดียวกับอู๋อิงออกมา
อู๋อิงที่เหมือนจะโกรธอยู่ สุดท้ายอู๋อิงก็พูดขึ้น“อีกอย่างแล้วนายไม่คู่ควรจะไปเทียบกับหลิวจือเซียหรอกนายไม่คู่ควรที่จะเรียกตัวเองว่าศิลปินด้วยซ้ำ ! ”
ประโยคนี้ราวกับฟางเส้นสุดท้ายสีหน้าของหลี่ตงหม่นลงเมื่อได้ยินเช่นนั้น หลังจากนั้นสักพักเขาถึงหันกลับและเดินลงมาจากเวที
หลิวจือเซียที่อยู่ด้านล่างเวทีเห็นหลี่ตงเดินลงมาก็เดินเข้าไปหาแล้วพูดขึ้น“รออีกไม่นานหรอก นายจะได้รับหมายจากทนายของมาร์ นายรอเข้าคุกได้เลย ! ”
“ปึก ! ” สีหน้าของหลี่ตงหมองลงกว่าเก่าก่อนที่จะล้มลงไปกับพื้น
“ผู้เข้าแข่งขันหลี่ตง หลี่ตง ! ”
“เร็วเข้า รีบโทรเรียกรถพยาบาลเร็ว ! ”
“จิตใจของเขาเปราะบางมาก เขาสลบไปแล้ว”
เมื่อเห็นหลี่ตงสลบไปกับพื้น ทีมงานหลายคนก็ลนลานขึ้นมาเพราะพวกเขาไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนเลย
“กล้าอ้างชื่อฉัน ฉันแค่ขู่นิด ๆ ไม่เห็นต้องแกล้งตายเลย ! ”หลิวจือเซียรู้สึกพอใจนิด ๆ จากนั้นก็เดินจากไปและดูเหมือนว่าความโกรธในใจเหมือนจะลดลงไปบ้างแล้ว
..................................
บนเวทีตอนที่แสงสปอร์ตไลท์สาดลงมาที่หลิวจือเซียก็มีเสียงโห่ร้องดังขึ้น
“นั่นใช่เขารึเปล่า ? ”
“ต้องเป็นเขาแน่ ไม่ผิดแน่ คิดไม่ถึงจริง ๆ...”
“ชู่ อย่าพูดชื่อเขา ! ให้เมนเทอร์ทั้งสี่คนลองเดาดูก่อนแบบนี้น่าสนใจกว่าอีก”
ในตอนบ่าย ด้วยการกระจายข่าวของเวยป๋อและเจี้ยงฮัวสกาย คำว่า‘การพนัน’ จึงเป็นคำค้นหายอดฮิต หลิวจือเซียในฐานะ ‘เหยื่อ’คนสำคัญในวิดีโอนี้ก็ได้รับแฟนคลับมากขึ้น
ดังนั้นผู้ชมในห้องส่งจึงไม่มีใครไม่รู้จักหลิวจือเซีย !