ตอนที่16 : พี่น้องตระกูลเทียร์และการตัดสิน_______________..ย้อนกลับไปเมื่อวันก่อนหลังจากที่วิลเลียมเดินออกจากห้องไป เพื่อพบกับคริสที่กำลังรออยู่อีกห้อง
"พวกนายสองคนเป็นใครน่ะ?" เมื่อวิลเลียมเดินเข้าไปภายในห้องโถงขนาดกลางที่มีเครื่องดนตรีหลายประเภทวางไว้อยู่ และยังมีมุมสำหรับการเล่นดนตรีเป็นวงอีกด้วย โดยห้องนี้เป็นห้องของคุณปู่ที่เคยสร้างไว้ในอดีตเพื่อฝึกซ้อมกับกลุ่มเพื่อนที่เคยเป็นวงเดียวกัน ซึ่งเคยโด่งดังในครั้งอดีต
ภายในห้องนั้นวิลเลียมกลับพบเด็กหนุ่มสองคนที่มีใบหน้าเหมือนราวกับแกะ โดยผมของพวกเขามีสีน้ำตาลเข้ม ส่วนนัยน์ตาของพวกเขามันแปลกมากเพราะมันเป็นสีเขียวมรกต! ซึ่งกำลังสนทนากับคริสอยู่อย่างสนุกสนาน
"นี่ไคล์กับเคล เป็นมือเบสและคีบอร์ดและยังเป็นเพื่อนของฉันสมัยประถม ที่สำคัญพวกเขาจะเข้ารวมการทดสอบของชมรมดนตรีสากลอีกด้วย" เมื่อคริสกล่าวขึ้นทำให้วิลเลียมพยักหน้า และยกยิ้มขึ้นมาในทันที
"นายนี่รู้ใจฉันจริงๆเลยน้าา" วิลเลียมกล่าวขึ้นพรางเดินเข้าไปภายในห้อง พร้อมเดินเข้าไปนั่งตรงที่ว่างระหว่างคริสและแฝดทั้งสอง
ถ้าหากคริสไม่ได้หามือเบสกับคีบอร์ดมาล่ะก็เขาจะต้องให้พวกบอดี้การ์ดหามาให้อย่างแน่นอน เพื่ออะไรน่ะหรอ? ก็เพื่อความสนุกและอีกอย่างต้องทำให้ไออ้วนนั่นถอนคำพูดที่เคยดูถูกตนและครอบครัวไว้ ด้วยการทำให้การทดสองในครั้งนี้ดีที่สุด เพราะเจ้าหัวหน้าชมรมไม่ได้ห้ามว่าต้องแสดงความสามารถเพียงคนเดียวสักหน่อย
"ฉันไคล์" หนุ่มแฝดคนแรกที่ดูท่าทางมีโลกส่วนตัวสูงกล่าวขึ้น ในขณะที่วิลเลียมเข้ามานั่งล้อมวงกับพวกเขาแล้ว
"หวัดดี! ฉันชื่อเคล เทียร์ เป็นพี่ชายฝาแฝดของโคล เจ้านี้มันออกจากเงียบๆหน่อยนะ แต่มันก็นิสัยดีมากด้วย ก็อย่างว่าแหละน้องชายของฉันเป็นพวกซึนเดเระ(ปากไม่ตรงกับใจ) ยินดีที่ได้รู้จัก!" เคลกล่าวพรางเอามือไปกอดคอของไคล์
เคลเป็นแฝดพี่ที่บุลลิกดูตรงข้ามกับคนน้องอย่างสิ้นเชิง เพราะเคลดูร่าเริงและเข้าถึงง่ายมากกว่า
"ปล่อยเดี๋ยวนี้ ไอพี่บ้า" ไคล์กล่าวด้วยแววตาเย็นชา
"แห่มๆ รังเกรียจพี่ชายคนนี้เหรอ" วิลเลียมมองดูเด็กหนุ่มฝาแฝดที่นิสัยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงสนทนากันอย่างสนุกสนาน
'หืม...เหมือนเราเคยเห็นพวกนั้นเลย.....อ๊ะ!ใช่...เราเคยเห็นพวกเขามางานศพของคริส' เมื่อวิลเลียมมองไปยังใบหน้าของสองแฝดอย่างพิจารณาก็ได้คำตอบว่า เขาเคยเจอสองแฝดหนุ่มในงานศพของคริสเมื่อสี่ปีก่อน โดยที่เคลนั่งร้องไห้อยู่หน้าโลงศพของคริส ส่วนไคล์ก็ไม่ต่างกันแม้เขาจะไม่มีน้ำตาสักหยดแต่พอมองเข้าไปในแววตามันกลับเศร้าโศกอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมันทำให้วิลเลียมแน่ใจแล้วว่าแฝดหนุ่มทั้งสองคนนี้คงจะเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งอดีตเป็นอย่างมาก.."ฉันชื่อวิลเลียม ยินดีที่ได้รู้จักกับทุกคนและขอต้อนรับพวกนายทั้งสองเข้าสู่วงของเรา" เมื่อวิลเลียมกล่าว หนุ่มแฝดที่หยอกล้อกันจึงหันมาให้ความสนใจในทันที
"วง?...นี่มันหมายความว่าอะไรคริสไหนบอกว่าจะให้มาสอนเพื่อนของนายเล่นดนตรีไม่ใช่เหรอ!?" เมื่อเคลกล่าว วิลเลียมจึงขมวดคิ้วอย่างสงสัยในทันที พรางมองไปที่คริสที่กำลังหลบหน้าเขาอยู่ ก่อนจะถอนหายใจออกมา
"เอาล่ะถ้าพวกนายอยากมาเล่นดนตรีให้ฉันล่ะก็ พวกนายก็เข้ามาเล่นได้เลย โดยที่ฉันจะไม่บังคับพวกนาย...ส่วนคริสนายมากับฉัน" วิลเลียมกล่าว ก่อนจะเดินไปนำกีตาร์ตัวที่เขาพึ่งซื้อมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงกล่าว พร้อมกับคริสเดินไปนั่งที่กลองชุดที่เป็นของปู่วิลเลียมเมื่อครั้งอดีต แต่วิลเลียมได้ขออนุญาตปู่ของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
วิลเลียมและคริสเริ่มเล่นอินโทรของเพลง baby ft. ludacris ที่ร้องโดย จัสติน บีเบอร์ นิ้วของวิลเลียมพลิ้วเสมือนดั่งสายน้ำขณะที่กำลังเล่นกีตาร์ เสียงของมันเหมือนกับมีคนเล่นกีตาร์นั้นถึงสามตัว ต่อเนื่องด้วยเสียงร้องอันไพเราะและพลังของเขา ทำให้ไคล์และเคลต่างมองดูพวกเขาเล่นอย่างเข้าขากันด้วยความตกตะลึง
แต่การแสดงนี้มันเหมือนจะขาดอะไรไปบางอย่าง มันคือเสียงของเบสและคีบอร์ด 'แล้วถ้าหากพวกเราลองไปเล่นดูล่ะ มันจะเป็นยังไงกันนะ' ไคล์และเคลต่างคิดคำนี้อยู่ภายในใจ แต่ไม่ทันไรเท้าของพวกเขาก็ก้าวออกไปยังที่ตั้งของเครื่องดนตรีซะแล้ว
'อะไรกัน ควบคุมตัวเองไม่ได้เลย' เสียงของความคิดดังขึ้น ขณะที่พวกเขาทั้งสี่คนกำลังแสดงร่วมกันอย่างเข้าขา ราวกับเคยเล่นด้วยกันมาอย่างนับครั้งไม่ถ้วน
วิลเลียมเขาเปรียบเสมือนเพื่อนที่คอยเดินช้าๆโดยที่กำลังรอพวกเราอยู่เสมอ ขณะเล่นดนตรีพวกเขาทั้งสามคนต่างรับรู้ว่าวิลเลียมรอที่จะเล่นไปพร้อมพวกเขา เพียงไม่นานเพลงก็ได้จบลง
"เป็นไง ไคล์ เคลนายจะมาร่วมวงกับฉันไหม?" เมื่อวิลเลียมเอ่ยถามสองพี่น้องจึงมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าตกลง และวิลเลียมก็ได้พาพวกเขาย้ายมาที่ห้องนั่งเล่นเพื่อพูดคุยในเรื่องต่างๆ.."ทำไมพวกนาย ถึงทำหน้าแบบนั้นตอนที่ได้ยินคำว่า 'วง' ขึ้นมาล่ะ" วิลเลียมเอ่ยถามขณะที่หนุ่มแฝดทั้งสองคนกำลังนั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้าม
"อืม......เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อหนึ่งปีที่แล้วตอนที่ฉันกับไคล์อยู่เกรด 8(ม.2) ในตอนนั้นพวกเราเคยมีวงดนตรีอยู่วงหนึ่ง ในช่วงสามสี่เดือนแรกพวกเราก็เล่นเข้าขากันดีอยู่หรอก แต่มันมีวันหนึ่งที่ 'โซฟี่' นักร้องหญิงของพวกเราดันมาแอบชอบ 'ไคล์' น้องชายของฉันเอง ในวันนั้นเป็นวันที่วงของพวกเราขึ้นคอนเสิร์ตของงานโรงเรียน หลังจากจบงาน โซฟี่ก็ได้สารภาพรักกับไคล์ พวกนายคิดว่าไคล์จะตอบว่ายังไงล่ะ" เคลกล่าวขึ้น พรางมองไคล์ที่กำลังทำหน้านิ่งอยู่ตลอดเวลา
"ไม่" วิลเลียมและคริสจึงตอบกลับไปในทันที
"ใช่พวกนายก็คงรู้ว่าไคล์เป็นคนที่ปากไม่ตรงกับใจจึงตอบว่าไม่ แต่ในใจของไคล์กับอยากตอบว่าตกลงใจจะขาด เพราะไคล์เองก็แอบมีใจให้โซฟี่อยู่เหมือนกัน ในขณะที่ไคล์กำลังจะปฏิเสธแต่โซฟี่กลับประทับริมฝีปากลงที่ไคล์ในทันที ซึ่งแน่นอนว่ารสจูบของเธอมันชั่งน่าหลง~~~~ไหลเลยทำให้เจ้าชายเย็นชาอย่างไคล์ถึงกับเคลิ้มตามไปด้วย" เคลกล่าว พรางหยอกล้อน้องชายของเขาที่สีหน้ายังคงนิ่งเฉย
"แล้วพวกเขาก็ตกลงเป็นแฟนกันในที่สุด แต่พวกเขากลับไม่รู้ว่า 'มัลย์' มือกีตาร์ของวงกลับแอบชอบโซฟี่มาถึงหกปี แต่เขากลับโดนเพื่อนในวงแย่งไปแทน มัลย์โกรธมากจึงลาออกจากวงไป เหตุการณ์ในวันนั่นทำให้โซฟี่เสียเพื่อนในวัยเด็กของเขา และฉันกับไคล์จึงเสียมือกีตาร์ที่ดีที่สุดของวงไปเช่นกัน" เคลกล่าว
'เเฟนงั้นเหรอ? เราเองก็เคยมีคนที่แอบชอบอยู่เหมือนกันแฮะ ในตอนนี้เธอจะเป็นยังไงบ้างนะ 'ไข่มุก' ' เมื่อเคลพูดถึงคำว่าแฟน วิลเลียมกลับคิดตาม และนึกถึงภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่ใส่ชุดบาส ซึ่งเป็นผู้หญิงที่วิลเลียมแอบชอบมาตั้งแต่ม.1 และเขายังไม่มีโอกาศที่จะบอกเธอแม้แต่ครั้งเดียว ก่อนที่วิลเลียมจะสลัดความคิดนี้ทิ้งไป และหันมาโฟกัสกับคำพูดของคริสที่กำลังจะกล่าวขึ้น
"แล้วนี่...คือเหตุผล?" คริสเอ่ยถาม ซึ่งเขาก็ไม่รู้เหตุผลที่แน่ชัดของการที่ไคล์กับเคลไม่อยากเล่นเป็นวง แต่รู้แค่เพียงพวกเขาไม่อยากเล่นเท่านั้น
"เปล่า...ไม่ใช่แค่นี้หรอก มัลย์ไม่ได้ออกจากวงไปเฉยๆ แต่กลับย้ายไปอยู่โรงเรียนอื่นและสร้างวงขึ้นมาเป็นของเขาเอง ส่วนโซฟี่ก็เช่นกันเธอยอมคบหากับไคล์ เพราะโซฟี่มองไคล์จากภายนอกและข้อดีต่างๆ อย่างการเล่นดนตรีเก่ง หล่อและรวยเท่านั้นแหละ เธอไม่ได้รักไคล์จริงๆแต่ที่โซฟี่รักก็คือมัลย์ต่างหาก เพราะคำพูดปลอบใจของไคล์จึงทำให้เธอเลือกที่จะไปตามหาคนที่เธอรักจริงๆ โดยการลาออกจากวงไป....วันที่โซฟี่ออกไปจากวงไปเจ้านี่เหมือนหมาหงอยเลยล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า!" เคลกล่าว ในขณะที่ไคล์กำลังหันหน้าไปอีกทาง ซึ่งเคลได้แต่หัวเราะกับการกระทำของน้องชาย
"พวกฉันเลยคิดว่าไม่อยากจะให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก จึงยุบวงไปเพราะน้องชายของฉันมันเจ็บฝังใจจนไม่อยากจะเล่นดนตรีเลยล่ะ ฉันก็เหมือนกันเสียเพื่อนไปในวงถึงสองคน ตอนนั้นมันเจ็บจริงๆที่เห็นเพื่อนสนิทที่เล่นเข้าขากันมาก่อนเดินออกจากวงไปหน้าตาเฉย เฮ่อ! ถ้าหากโซฟี่ทำตามหัวใจของเธอเองคงจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแท้ๆ จนมาเจอกับนายวิลเลียมที่ทำให้พวกเราอยากจะเล่นเป็นวง...อีกครั้ง" เคลกล่าว ซึ่งวิลเลียมและคริสก็รู้เหตุผลแล้วว่าทำไมไคล์กับเคลจึงไม่อยากเล่นเป็นวง เพราะมันอาจทำให้นึกถึงใครบางคนที่เคยเล่นร่วมกันมาก่อน
"แต่ที่พวกเราอยากจะเข้าชมรมดนตรีสากล เพราะอยากจะลองเล่นมันอีกครั้ง ก็ชีวิตของพวกเราสองพี่น้องมันขาดดนตรีไม่ได้น่ะสิ ถึงจะไม่ได้เล่นเป็นวงก็เถอะ แต่ตอนนี้ฉันจะยอมเล่นเป็นวงกับพวกนายแล้วกัน" เคลกล่าว ก่อนที่ไคล์จะพยักหน้าตามคำพูดของคนเป็นพี่
"ขอต้อนรับเข้าสู่วงของพวกเรา ไคล์ เคล" วิลเลียมกล่าว ก่อนจะยื่นมือไปจับกับไคล์และเคล และพวกเขาจึงนั่งคุยกันเรื่องของการแสดงและซ้อมเพลงสำหรับการคัดเลือกของวันพรุ่งนี้ จนเวลาล่วงเลยไปจนถึงเวลาประมาณสามทุ่ม คริส ไคล์และเคล จึงขอตัวกลับบ้านเพื่อเข้านอน ส่วนวิลเลียมก็เช่นกันเขาทำกิจวัตรในช่วงค่ำและเข้านอนในเวลาเดิม..ปัจจุบัน"แต่....ถ้าหากพวกนายชนะงาน Universal Music Rally ฉันจะให้พวกนายมาเป็นวงหลักของชุมนุมในทันทีโดยไม่มีกฏเกณฑ์ใดๆ" เจมส์กล่าวก่อนที่ลุกออกไป ท่ามกลางเสียงฮือฮาของเหล่าผู้คน เพราะการที่จะเป็นวงหลักของชุมนุมจะต้องอยู่เกรด12 (ม.6) เพียงเท่านั่น และเมื่อเกรด12 มันไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเป็นวงหลักได้ แต่ต้องผ่านกฏเกณฑ์ต่างๆของชมรม และวงหลักจะมีเพียงสองวง ซึ่งการที่จะสามารถแข่งในรายการ Universal Music Rally ชนะเลิศได้นั่นเป็นเรื่องยากมาก ขนาดวงที่ดีที่ในโรงเรียนของเรายังได้สูงสุดแค่ที่3 และในรอบยี่สิบปีผ่านมา วงของโรงเรียนก็ไม่เคยได้ที่หนึ่งหรือสองแม้แต่ครั้งเดียว
"คำพูดของหมอนั่นมันแปลกๆนะ ถ้าให้เราผ่านก็บอกว่าผ่านสิจะพูดอ้อมๆทำไมกันล่ะ โฮ่!" เคลกล่าวขึ้น ซึ่งวิลเลียมก็ยักไหล่ตอบเป็นเชิงว่าเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน...
[งาน Universal Music Rally หรือ การชุมนุมดนตรีสากล ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างโรงเรียนตั้งแต่เกรด 10-12 ในแต่ละโรงเรียนจะส่งเข้าแข่งกี่ทีมก็ได้ โดยจะคัดเลือกกันภายในจังหวัดเพียงสองทีม และในสองทีมนั้นต้องเข้าไปแข่งกับคนในจังหวัดอื่นๆ เพื่อเฟ้นหาวงดนตรีที่ดีที่สุดของประเทศในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านี้].."ไปกันเถอะวิลเลียม" คริสเอ่ยชวนวิลเลียม ขณะที่กำลังจะเดินออกจากห้องชมรมจากทางด้านหลัง เพราะถ้าหากออกจากด้านหน้าคงมีแต่ฝูงคนเข้ามารุมพวกเขาอย่างแน่นอน
"พวกนายไปกันก่อนเลย ฉันมีเรื่องที่จะต้องจัดการอยู่น่ะ" วิลเลียมกล่าว เมื่อเพื่อนทั้งสามคนของเขากำลังจะเดินออกไป แต่เมื่อคริสเห็นแววตาของวิลเลียมที่จับจ้องไปที่โรห์ คริสจึงเข้าใจสิ่งที่วิลเลียมกำลังจะทำ ก่อนจะพาหนุ่มแฝดทั้งสองคนออกไปในทันที
'หึ ไออ้วน'
_______________ฝากติชมด้วยนะคะเราเป็นนักเขียนมือใหม่อาจผิดพลาดบ้างต้องขออภัยด้วยนะคะ????????One comment = Encouragement infinite❣[ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะฮัป]