บทที่ 49: ตบเกรียนอัจฉริยะวิหารสวรรค์
หยางฟานสะบัดดาบเพลิงสุริยันแผ่ไอความร้อนระเบิดตูมตามนำทหารยองครักษ์สำนักสุริยันศักดิ์สิทธิ์นับร้อยนายในเกราะเหล็กสีทองคำเตะพังประตูจวนทีละบานอย่างอวดดีป่าเถื่อน เสียงประตูไม้โบราณแตกหักและเสียงเครื่องหยกมีราคาหล่นระเบิดเพล้งแตกกระจายดังก้องกังวานไปทั่วคฤหาสน์ร้อยสมบัติ พวกมันตะโกนข่มเหงข้ารับใช้และทุบทำลายภาพวาดไหมทิพย์จนขาดวิ่น ทำให้เซินชิงเสวียนที่นำขบวนตามมาถึงกับดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด ตะโกนวอนลั่น: "หยางฟาน! เจ้าบังอาจนำทหารมาทำลายทรัพย์สินคฤหาสน์ส่วนตัวของข้า! หอการค้าร้อยสมบัติจะจดบัญชีค่าเสียหายทุกชิ้นและคิดดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบส่งไปทวงถามตระกูลหยางของเจ้าให้ชดใช้จนหมดเนื้อหมดตัวแน่โว้ย!"
"เหอะ! คุณหนูเซินชิงเสวียนเอ๋ย! ข้าทำเพื่อความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สวรรค์ชั้นกลางต่างหากล่ะโว้ยจ้ะพี่น้อง! มีรายงานที่น่าเชื่อถือว่ามีขยะแดนล่างลื่นลมกะล่อนแฝงกายเข้ามาลอบสังหารกบฏในจวนร้อยสมบัติ และพยายามจะกักขังลักพาตัวธิดาเทพถังเสวี่ยเอ๋อร์ไว้ในห้องหอเพื่อรังแกนาง ข้าผู้เป็นอัจฉริยะหนุ่มและเป็นยอดชายของสวรรค์ชั้นกลาง ย่อมไม่อาจนิ่งดูดาย ยอมสละเวลาอันล้ำค่ามาช่วยปกป้องนาง และนำตัวคุณหนูถังออกมาจากกรงเล็บสกปรกของไอ้ขยะหน้าขาวเซียวเฉินเดี๋ยวนี้โว้ย!" หยางฟานแผดเสียงตะโกนแหบพล่าเหี้ยมเกรียมหัวเราะหยิ่งยะโสในอำนาจบารมีของบิดาที่เป็นผู้อาวุโสใหญ่ของสภาสูงศักดิ์สิทธิ์
[ ปัง! ]
มันกระทืบเท้าถีบพังประตูหยกขาวบานใหญ่ของห้องนอนส่วนในลึกสุดจนทรุดฮวบล้มคว่ำลงไปฝุ่นศิลาตลบอบอวล ทว่า... ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้คำพูดหัวเราะเยาะเหยียดหยามของหยางฟานและพวกผู้คุมหยุดชะงักค้าง แววตาเบิกกว้างหน้าถอดสีซีดในทันควันประหนึ่งก้อนเนื้อแช่แข็ง
แทนที่จะได้เห็นภาพถังเสวี่ยเอ๋อร์นอนแก้ผ้าเปลือยกายกระเส่าทรมานปางตาย หรือร้องไห้อ้อนวอนคุกเข่าขอร้องให้ช่วยล้างพิษคำสาปเพลิงเก้าหยาง... พวกมันกลับต้องเผชิญหน้ากับร่างระหงของธิดาเทพสาวผู้บริสุทธิ์สูงส่งที่ก้าวเดินจูงมือเดินเคียงคู่เคียงไหล่ออกมาจากห้องนอนชั้นใน ผิวพรรณข้าวมะลิของนางบัดนี้ไม่ได้แดงระอุทรมานอีกต่อไปแล้ว แต่กลับเปล่งปลั่งขาวอมชมพูเนียนละเอียดประกายความหวานเยิ้มประดุจดอกกล้วยไม้สวรรค์แรกแย้ม แก้มแดงระเรื่อ แววตาประกายสลวยชุ่มชื้นเต็มไปด้วยน้ำรักเสน่ห์รักใคร่ และที่สำคัญ... นางสวมเสื้อคลุมประณีตตัวใหญ่สลักตราสัญลักษ์ตระกูลลู่ ซึ่งเป็นเสื้อคลุมผ้าไหมของผมอย่างเด่นชัด กลิ่นอายฟีโรโมนสวาทรุมเร้าโชยมาแตะจมูกชัดเจนบ่งบอกว่าเพิ่งผ่านศึกกระแทกสะโพกเหล็กสยบรักมาหมาด ๆ คืนนี้!
หยางฟานเห็นภาพหญิงสาวผู้บริสุทธิ์สะพรั่งที่ตนนึกรักใคร่พยายามลอบวางแผนชิงตัวมานานหลายปี จ้างวานกลุ่มลอบสังหารเงาทมิฬให้วางยาคำสาปเพลิงเก้าหยางเพื่อที่ตนจะได้สวมบทบาทวีรบุรุษขยี้ไข่แดงนาง ทว่าบัดนี้กลับโดนไอ้หน้าขาวกะล่อนเซียวเฉินจากแดนล่างชุบมือเปิบสอยผลไม้สวรรค์ล้ำค่าไปกอดกินกอดนอนคาเตียงนอนหรูจนผิวพรรณนางสดใสกระปรี้กระเปร่า มันก็เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทันที ความหึงหวงริษยาโทสะราคะพลันปะทุขึ้นในอกจนฟิวส์ขาด เส้นเลือดปูดโปนขมับคลั่งสังหารสุดขีด!
"บ้าน่า!... ยาพิษวิญญาณเพลิงเก้าหยางนั่น ข้าเพิ่งทุ่มเงินถึงห้าพันก้อนศิลาวิญญาณระดับสูงซื้อมันมาจากตลาดมืดหอคอยทมิฬเชียวนะโว้ย! ขนาดยอดฝีมือแกนทองคำยังตัวระเบิดพินาศพ่ายแพ้ในสามชั่วโมง! แล้วขยะกะล่อนแดนล่างอย่างแก... ละลายถอนพิษสลายนางสำเร็จรวดเร็วปานลมพัดในคืนเดียวได้อย่างไรกันวะ! ไม่จริงโว้ย! นางเซียนบริสุทธิ์ของข้า... โดนไอ้ขยะแดนใต้หน้าขาวนี่ชิงเจาะไข่แดงทะลวงพรหมจรรย์คาเตียงนอนคฤหาสน์ไปแล้วรึเนี่ย! บัดซบที่สุด!" หยางฟานร้องโหยหวนปนเจ็บแค้นในหัวใจ
ถังเสวี่ยเอ๋อร์ส่งสายตารังเกียจขยะแขยงมองหยางฟานอย่างเย็นชาไร้ความอบอุ่น: "หยางฟาน! ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้ามันคนหน้าเนื้อใจเสือชอบกะล่อนวางแผนสกปรกทำลายชีพจรข้า ทว่าฟ้าดินมีตาเบื้องบนมีลิขิต บัดนี้ข้าได้มอบใจ มอบความรักและมอบกายาอันแสนบริสุทธิ์สะพรั่งของข้าให้แก่สามีรักเซียวเฉินผู้เป็นยอดวีรบุรุษเข้ามาลุยดับไฟใต้เตียงนอนกู้ชีพจรข้าเสร็จสมสุขบารมีแล้วโว้ยจ้ะพี่น้อง! หากเจ้ากล้าแตะต้องเส้นผมหรือปลายพัดกระดาษของสามีข้าแม้แต่เส้นเดียว วิหารศักดิ์สิทธิ์สากลของสภาสูงจะประกาศศึกยักษ์ถล่มสำนักสุริยันของตระกูลเจ้าให้ราบคาบพินาศแหลกละเอียดเป็นเศษผงทันควันแน่!"
คำประกาศสยบรักปกป้องสามีของนางยิ่งทำให้หยางฟานคลั่งจนสติหลุดลอยชักดาบสุริยันศักดิ์สิทธิ์ลุกท่วมไปด้วยไฟสีทองซึ่งสลักลายลายพระอาทิตย์เก้าดวง แผ่พลังงานวิญญาณหยางแกร่งขีดสุดแกนทองคำขั้น 9 โจมตีด้วยเคล็ดวิชาสูงสุด: "เก้าสุริยันสะบั้นโลกา! จงแหลกเป็นผุยผงซะ!" คมดาบอัคคีหมุนปั่นป่วนจนดินรอบคฤหาสน์ร้อนระอุละลายกลายเป็นแก้วกระจก คมดาบพุ่งวาบตัดฟันใส่หัวผมสุดแรงเกิดหวังจะสับร่างผมเป็นสองซีกทันที
ผมยืนโบกพัดกระดาษกะล่อนหาวหวอดขี้เกียจขยับตัวหลบหลีกเลยสักมิลลิเมตรเดียว สัมผัสวิญญาณของขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดขั้น 1 ในตัวผมสแกนวิเคราะห์ออร่าของหยางฟานทันควัน: *'โธ่... เจ้าเกรียนชุดเหลืองเอ๋ย! ตะโกนด่าทอดเสียงดังรบกวนเวลาคนตื่นนอนนอนกอดเมียจริง ๆ โว้ยจ้ะพี่น้อง! พลังปราณแกนทองคำขั้น 9 ของแกนี่มันกลวงโบ๋จากการกินยาเม็ดเร่งพลังชัด ๆ ลมปราณไร้ความบริสุทธิ์ปานควันขยะเปียก เพิ่งทะลวงระดับวิญญาณก่อกำเนิดขั้น 1 มาสดๆ ร้อนๆ แกร่งสะท้านสะโพกขนาดนี้ ดาบของเล่นพ่นไฟนั่นน่ะ เคาะหน้าอกข้ายังไม่คันผิวหนังเลยโว้ยจ้ะปู่!'* ผมคิดขี้เกียจในใจ
[ เปรี้ยง! ]
[ เเคร้งงงงง! ]
คมดาบสุริยันศักดิ์สิทธิ์ลุกท่วมไฟปะทะกึ่งกลางหน้าอกเปลือยเปล่าสีแทนกล้ามอกตึงแน่นของผมตรง ๆ เกิดเสียงปะทะดังก้องปานเสียงระฆังฆ้องหรดีใบยักษ์ถล่ม แรงไฟและเปลวอัคคีระเบิดกระจายออกรอบข้างทำลายก้อนเมฆเหนือน่านฟ้ากระจายตัวราบคาบ ทว่าคมดาบเหล็กกล้าวิเศษกลับหักสะบั้นระเบิดออกเป็นเศษเหล็กเล็กเศษผงกระจายว่อนกลางอากาศในพริบตาเดียว! แรงกระแทกย้อนกลับปานค้อนศึกยักษ์ทุบส่งผลให้มือขวาของหยางฟานแตกร้าวปวดร้าวสะท้านเนื้อสะบั้น โลหิตไหลทะลักออกจากง่ามนิ้วชี้ ตัวมันผงะถอยหลังสำรอกเลือดออกมาคำโตด้วยความตะลึงลานแววตาหวาดกลัวสุดขีด
"บะ... กายาอมตะ... บ้าอะไรกันฟันไม่เข้าเลยวะ?!" มันสั่นเครอร้องเสียงหลง
"ไอ้หนูเอ๋ย... ดาบพ่นไฟของแกมันหักเปราะบางปานเต้าหู้ยามปะทะผิวอกหนาอุ่นของข้าโว้ยจ้ะพี่น้อง! ในเมื่อแกใจดีฟันดาบโชว์ ข้าคนกะล่อนขอใจดีแถมหมัดสอยสะโพกขยี้วิญญาณส่งแกกลับบ้านนอนสลบเหมือดคาแผ่นดินสวรรค์ชั้นกลางเองนะจ๊ะ!" ผมยิ้มกะล่อนพราวเสน่ห์ก้าวเท้าเดินหน้าชกหมัดขวาตรง ๆ ไร้ลีลาพิศดารเข้าใส่กึ่งกลางใบหน้าหยางฟานทันที หมัดขวาแฝงพลังปราณวิญญาณก่อกำเนิดขั้น 1 ระเบิดปรากฏเงาหัวมังกรทองคำพ่นดอกบัวสลวยแผดเสียงคำรามลั่น ชกซัดแรงอัดอากาศดังสนั่นบึ้มเกิดคลื่นพายุใหญ่จนผู้คนข้างเคียงแทบปลิวลอย
[ ตูม! ]
[ อั่ก! ]
ใบหน้าของหยางฟานบดเบี้ยวดาดฟ้าจมูกยุบกระดูกกรามร้าวแตกละเอียด ร่างซัดกระเด็นถอยหลังลอยละลิ่วปลิวดั่งลูกปืนใหญ่กระแทกทะลุกำแพงคฤหาสน์หินหยกขาวขาดสะบั้นราบคาบถึงสามหลังคาตึกเสียงดังสะเทือนเมืองปานฟ้าร้องระเบิด ก่อนจะไปร่วงปักกองทรายนอนกระตุกชักเกร็งฟันร่วงหมดปากตาเหลือกลาน สลบไสลปางตายหมดสภาพอัจฉริยะแดนสวรรค์ในหมัดเดียวปานขยะเปียกไร้ค่าทิ้งรอยรูพรุนขนาดยักษ์ไว้บนผนังศิลา
ทหารยองครักษ์และผู้อาวุโสสำนักสุริยันที่ตามมาถึงกับตัวแข็งทื่อเย็นยะเยือกคอหอย ไม่มีใครกล้าก้าวเท้าขยับดาบเข้ามาท้าทายเลยสักคนเดียว แววตาจ้องมองผมปานเห็นมัจจุราชจากอเวจี ต่างรีบวิ่งไปอุ้มร่างปางตายของหยางฟานเตรียมหามหนีลนลานพัลวันชุลมุน
ทว่าในจังหวะนั้นเอง...
[ วูบบบบบบบบ! ]
รอยแยกมิติสีทองเจิดจ้าขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเหนือน่านฟ้าคฤหาสน์ร้อยสมบัติ นกกระเรียนทิพย์ขนสี่เจ็ดสีรุ้งปีกทองคำตัวยักษ์ขนคมกริบปานใบมีดร่อนโบยบินลงมาหยุดกลางอากาศ แผ่รังสีพลังกดดันของวิญญาณก่อกำเนิดขั้นสูงจนเหล่าทหารยามรอบข้างถึงกับทนไม่ไหวก้มเข่าทรุดกราบลงพื้นด้วยความยำเกรง บนตัวนกกระเรียนสวรรค์ปรากฏม้วนคัมภีร์ประกาศสาสน์ทำจากแผ่นหยกสลักอักษรรูนสีทองคำลอยนิ่งอยู่ตรงหน้าผม แผ่พลังงานข้อความศักดิ์สิทธิ์ส่องสว่างส่งเสียงทุ้มลึกของประธานสภาสูงเรียกตัว: *"สาสน์ประกาศสวรรค์สูงสุด! เรียกตัวเจ้าพันธมิตรคนใหม่ เซียวเฉิน เข้าพบสภาผู้อาวุโสสิบแปดทิศทาง ณ วิหารศักดิ์สิทธิ์ลอยฟ้าเดี๋ยวนี้ ห้ามขัดขืนราชโองการ!"*
ผมมองดูเทียบสาสน์ลอยล่องตรงหน้า พลางสะบัดโบกพัดขี้เกียจบ่นงึมงำ: *'โธ่... เจ้าประธานสภาอาวุโสเอ๋ย! ตะโกนเรียกตัวข้าเสียงดังข่มขู่จริงๆ โว้ยพี่น้อง! เพิ่งตื่นนอนกอดเมียยังไม่ทันกราบทักทายพ่อตาแม่ยายแดนกลางเลย ก็มีเทียบเรียกตัวไปออกกำลังกายกลางแจ้งอีกแล้วโว้ย! เอาเถอะ ข้าจะไปส่องดูสักหน่อยว่าที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ลอยฟ้านั่น... เก้าอี้มันจะนุ่มสบายกางนอนพักผ่อนกระดิกเท้าสอยองุ่นอร่อยปานคฤหาสน์นี้ไหมโว้ยจ้ะปู่!'*
---