ตอนที่ 8 ทรัพยากรไม่เพียงพอ
เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เจอลูกอีกสามคนนั่งเรียงกันข้างเตา ทันทีได้ยินเสียงนางก็หันมามองตาแป๋ว หลินจิ้งหนิงยิ้มด้วยความเอ็นดู
“หิวกันแล้วหรือไม่?”
“หิวแล้วขอรับ ท่านแม่กับพี่ใหญ่หายไปไหนกันมา พวกข้ารอกันจนท้องร้องไปหมดแล้ว” จะมีใครอีกที่นางถามแค่คำเดียว แล้วตอบกลับมาเป็ประโยคยาวเช่นนั้น ถ้าไม่ใช่อาเจาของนาง
หลินจิ้งหนิงไม่สนใจเขาเดินไปดูในหม้อ “เช่นนั้นเ้าก็ต้องรออีกสักพักแล้วล่ะ เนื้อกระต่ายยังไม่เปื่อยเลย” กระต่ายป่ามีเนื้อที่แน่นมาก ถ้าไม่ตุ๋นให้ดี รับรองได้เลยว่าเคี้ยวไม่ลงแน่นอน
อาเจาทำท่าหมดเรี่ยวหมดแรงทรุดตัวนั่งลงไปกับพื้น หลินจิ้งหนิงเห็นแล้วหน้าเขียวคล้ำขึ้นมา
เสื้อผ้าก็แทบไม่มีจะใส่อยู่แล้ว ยังจะไปทำให้มันเปื้อนอีก
“ข้าหิวแล้ว” เ้าเด็กนี่วัน ๆ ก่อนหน้านี้ก็เอาแต่กิน เล่น แล้วก็นอน บิดาเขาเคยให้อดเสียเมื่อไหร่ หลินจิ้งหนิงเองก็ไม่เคยขัดเขา เด็กกำลังโตจะไปว่าอะไรได้
ตราบใดที่เซียวอวี้หานล่าสัตว์มาได้ เขาก็ได้กินเนื้อมันเกือบทั้งปี
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาดื่มแต่น้ำแกงผักไร้รสชาติก็ถือว่าอดทนได้มากเกินพอแล้ว
“เนื้อยังกินไม่ได้ พวกเ้าจะดื่มน้ำแกงกับเห็ดก่อนหรือไม่” เด็ก ๆ ทั้งสี่คนพยักหน้าโดยไม่ต้องคิด อาเหวินที่นั่งรอน้ำต้มเดือดเพื่อจะเอาไปเช็ดตัวให้บิดาอีกรอบก็พยักหน้าไปกับคนอื่นเขาด้วย
เพราเซียวอวี้หานตัวใหญ่ เช็ดตัวทีก็ต้องใช้น้ำถึงสองสามอ่างเลย
“เ้าเอาน้ำนี่เข้าไปในห้องพ่อเ้าก่อน แม่จะใช้กระทะนี่” แม้ว่าบ้านนางจะซอมซ่อและดูเล็กมาก แต่ก็ยังดีกว่าบ้านหลังอื่นอยู่มาก ส่วนที่ควรเป็หลังคาก็ไม่ได้เป็รู กำแพงก็ยังเป็กำแพงดินหนา เตามีถึงสองเตาไม่เหมือนครัวของบ้านอื่นที่มีเพียงเตาเดียว
อาเจาช่วยยกน้ำเข้าไปในห้องกับอาเหวินน้องชายของเขา อาซือเข้ามาช่วยนางคุมไฟ “เ้าไปเอาไข่นกในตะกร้ามาให้แม่หน่อย เอามาหมดนั่นเลยนะ”
หลินจิ้งหนิงหันไปพูดกับอาซินบุตรสาวคนโตที่เกาะแข้งเกาะขานางอยู่ใกล้ ๆ เด็กสาวพยักหน้าเดินเข้าไปเอาอย่างว่าง่าย
“ท่านจะใส่ไข่ลงไปด้วยหรือ” อาซือถามอย่างมีความหวัง เขาอยู่ในวัยกำลังโตอก่อนหน้านี้กินข้าวทีก็หลายชาม วัน ๆ ได้ดื่มแต่น้ำแกงอย่างนี้เขามักจะหิวจนนอนไม่หลับอยู่หลายครั้ง
“ใช่”
นางแบ่งเอาน้ำตุ๋นกระต่ายใส่หม้ออีกใบข้าง ๆ กัน เติมน้ำลงไปอีกนิด โรยเกลือเพิ่มรสชาติอีกหน่อย ต้มผักป่าที่ยังเหลือพร้อมกับเห็ดอีกส่วนหนึ่ง รออาซินเอาไข่มาให้นางก็คนให้น้ำในหม้อกลายเป็น้ำวนจากนั้นก็เทไข่ที่ตีเอาไว้แล้วลงไป
ไข่สีเหลืองทองเป็เส้นเล็ก ๆ กระจายตัวอยู่ในกระทะทำให้เด็กน้อยทั้งสองมองตาเป็ประกาย
ลำพังแค่ไข่นกสี่ฟองพวกเขาจะไม่เคยกินเลยหรือ
ไม่ พวกเขาได้กินไข่ทุกวัน
แต่นั้นมันก็เป็เื่ก่อนที่บิดาของเขาจะตกหน้าผา
หลังจากดื่มน้ำแกงจนหมด นางก็มอบหมายงานให้แต่ละคนไปทำ อาเจาแรงเยอะนางให้เขาไปหาบน้ำกับอาเหวิน อาเหวินนั้นแม้จะไม่สามารถหาบน้ำได้เยอะมาก แต่ครึ่งถังต่อเที่ยวก็เพียงพอแล้ว
อาซินนางให้ช่วยกวาดถูลานบ้านสักหน่อย ส่วนอาซือรายนี้ยังคงมุงมั่นอยู่กับการสับฟืน นางจึงปล่อยเขาไป
แม้ว่าใจนางจะไม่อยากให้เด็ก ๆ ตัวเล็กเท่านี้ต้องทำงานหนัก แต่เพราะอีกไม่นานนางจะอพยพไปอยู่ที่อื่น ต้องให้การเดินเท้าเท่านั้น อย่างน้อยก็ฝึกให้ร่างกายพวกเขาแข็งแรงขึ้นอีกสักหน่อย
นางไม่สามารถใช้พลังฮึดของผู้เป็มารดา อุ้มเด็กหกคนเดินไปพร้อมกันได้หรอกนะ
“ท่านสั่งพวกเขาทำงานแล้วท่านจะไปไหน” อาซือถามด้วยความสงสัย เขายังไม่หายแคลงใจในท่านแม่คนนี้เท่าไหร่นัก
อีกอย่างพอนางคลอดน้องสาวเสร็จ ก็มักจะออกไปนู้นมานี่เสมอ
“จะเข้าไปตัดเสื้อผ้าให้พวกเ้าใหม่ จะได้อาบน้ำกันบ้างสภาพพวกเ้าแม่รับไม่ไหวจริง ๆ ” นางคอดค้อนบุตรชายตัวเหม็นจากนั้นก็เข้าห้องไปดูบุตรสาวตัวน้อยทั้งสอง เมื่อเห็นว่ายังนอนหลับกันอยู่ก็ค้นเอาเสื้อผ้าที่อาซินหอบเอามากองไว้ออกมาคลี่ดู
ส่วนใหญ่ก็เป็เสื้อที่พวกนางไม่ใส่กันแล้ว บางส่วนก็ถูกตัดเอาไปทำเป็ผ้าขี้ริ้วบ้างแล้ว เนื้อผ้าไม่ได้หยาบมากแต่ก็ไม่ใช่ผ้าแพรผ้าไหม เมื่อเซียวอวี้หานซื้อผ้าพับใหม่มานางก็จะเอาตัวเก่าไปทำเป็ผ้าขี้ริ้ว
ก่อนหน้านี้นางเคยปะชุนหรือตัดให้เล็กลงเพื่อให้อาเจากับอาเหวินสามารถใส่เสื้อของอาซือต่อได้ ทว่าเซียวอวี้หานโกรธมากทีเดียว ชายคนนั้นถึงกับเข้าอำเภอไปเพื่อซื้อผ้ากลับมาให้นางเสียหลายพับ
‘คิดว่าสามีเ้าไร้ความสามารถถึงเพียงนั้นเชียว’ นั่นเป็คำถามติดปากเขาเลย
หลินจิ้งหนิงนั่งจมอยู่กับอดีตที่แสนหวานปนขมขื่น นางไม่ได้มีชีวิตรักที่หวานซึ้ง หลายครั้งก็ถูกเขาดุเพียงเพราะทำตัวอ่อนแอ นางน้อยเนื้อต่ำใจอยู่เสมอ
แต่ถึงอย่างนั้นผู้ชายคนนั้นก็ไม่เคยทำร้ายร่างกายนาง งานหนักอย่างหาบน้ำ เก็บฟืน สับฟืน ก็เป็เขาที่ทำให้นางทั้งนั้น
“ท่านแม่!!” หลินจิ้งหนิงยังอยู่คนเดียวไม่ถึงเวลาจิบชา อาเจาก็วิ่งถลาเข้ามาหานางข้างในห้อง
“มีอะไร?”
หากเป็ลูกคนอื่นวิ่งหน้าตั้งเรียกนางเสียงดังถึงเพียงนี้ นางคงจะในึกว่าเกิดเื่อะไรขึ้น แต่กับบุตรชายคนรองตัวเหม็นคนนี้
ช่างเขาเถอะ
“อาเหวินบอกว่าท่านพ่อตัวร้อน ร้อนอย่างกับมีคนเอาไฟมาลนเขาเลยขอรับ” เขาเข้ามาเกาะขานางเอาไว้ นางอยากจะลูบหัวเขาด้วยความเอ็นดู ทว่าผมของเขามันทั้งมันทั้งเหนียวใบหน้าก็มอมจนเหมือนลูกหมา
จึงใช้นิ้วดันหัวเขาออกไปห่าง ๆ
“ท่านแม่! ท่านทำเหมือนรังเกียจข้าเช่นนั้นได้อย่างไร ข้าเป็ลูกที่ท่านรักที่สุดมิใช่หรือ” อาเจาแทบจะดิ้นลงไปกองกับพื้นเมื่อเห็นมารดามองมาด้วยสายตารังเกียจ
“ข้าไม่ได้บอกให้เ้ากับน้องชายเ้าไปหาบน้ำหรอกหรือ” แล้วเหตุใดถึงเข้าไปเล่นในห้องนอนบิดาเขาอีกแล้ว
“พี่ใหญ่ช่วยพวกข้า จึงทำงานเสร็จไวขอรับ”
“เอาไว้แม่จัดการกับพ่อเ้าก่อนเถอะ”
หลินจิ้งหนิงเดินเข้าไปดูอาการของเซียวอวี้หาน เขายังต้องนอนคว่ำอยู่บนที่นอน ผิวกายกร้านแดดบัดนี้เริ่มขาวซีดลงมาบ้างแล้ว ใบหน้าแดงก่ำอีกทั้งยังหายใจลำบาก
“เ้าไปต้มน้ำมาเพิ่มให้แม่ทีเถิด” นางพูดโดยไม่หันไปมองอาเจารับคำก่อนจะออกไปต้มน้ำ
[ไข้ขึ้นเนื่องจากแผลที่หลังอักเสบ คุณ้ายาไหม] อลิสสแกนดูไม่นานก็รู้แล้วว่าเขาเป็อะไร หลินจิ้งหนิงตอบรับทันที ตอนนี้นางมีเงินแล้วจึงยังทำใจเย็นอยู่ได้บ้าง
“น้ำได้แล้วขอรับ” ฉีดยาเข็มสุดท้ายเสร็จยังไม่ทันจะได้เก็บเข้าช่องว่าง อาซือก็ยกกะละมังเข้ามาพอดี หลินจิ้งหนิงสะดุ้งเล็กน้อยชักมือที่ถือเข็มมาซ่อนเอาไว้กันตัวก่อนจะเก็บเข้าช่องเก็บของไป
นางไม่เก็บทันทีเพราะกลัวว่าเ้าลูกชายตาไวคนนี้ จะเห็นว่าของในมือนางหายไปในความว่างเปล่า
“เ้าไปต้มน้ำให้แม่หน่อย เอาให้มากหน่อยเล่าแล้วก็ไปเอาเ้าเจียวมาด้วย” อาซือขมวดคิ้วมองนาง
“พวกเ้าจะมาอาบน้ำกันบ้างหรืออย่างไร”
หลินจิ้งหนิงหันไปพูดกับบุตรชายคนโตด้วยความอ่อนใจ เขาระแวงจนนางสงสารเขาแล้ว
“ไปเถิด แม่จะเช็ดตัวให้พ่อเ้าแล้วจะตามไป”
“ขอรับ”
คล้อยหลังอาซือหลินจิ้งหนิงก็หันมาเช็ดตัวเปลี่ยนผ้าพันแผลให้กับเซียวอวี้หาน เขายังคงหลับใหลไม่ได้สติ แม้ว่าผ้าก็อตจะติดแผลเขาจนนางต้องค่อย ๆ ใช้น้ำเกลือเข็ดออกทีละน้อย
[ก้อนเืที่ท้ายทอยเขาทำอะไรได้บ้างไหม?] ก่อนหน้านี้นางยังมีเหรียญไม่เพียงพอ แต่ตอนนี้มีตั้งแปดแสนกว่าเหรียญจะไม่พอได้ยังไง
[ระบบมีทรัพยากรไม่เพียงพอต่อการรักษา เนื่องจากคนไข้อาการค่อนข้างหนัก โปรดอัปเดตทรัพยากร]
นางไปเป็โจรปล้นสู่สานดีไหมนะ