ตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book)

    บทที่ 3 ตอนที่ 11 เซี่ยอู๋หยา ปะทะ เซี่ยชิงเอ๋อร์

            ความรุนแรงปะทะจากจิตคุกคามของทั้งสองยอดมือกระบี่จากทั้งสองยุค นอกจากจะทำให้เวทีการประลองเป็นรอยร้าว ความรุนแรงของมันยังทำให้จอมยุทธ์ที่อยู่ใกล้สนามประลอง รู้สึกราวกับว่ากำลังโดนกระบี่พุ่งเข้าใส่ แม้ว่าจอมยุทธ์ทุกคนจะผนึกลมปราณป้องกันไว้ทั่วร่าง ยังมีความรู้สึกราวกับว่าลมปราณป้องกันโดนกระบี่กรีดแทง

            “ทั้งๆ เป็นนักสู้ระดับหกขั้นกลางแท้ๆ แต่ว่าเพียงจิตคุกคามยังแหลมคมยิ่งกว่ากระบี่ของข้าเสียอีก” จอมยุทธ์ผู้หนึ่งได้กล่าวขึ้นมาหลังจากที่สัมผัสพลังของจิตคุกคามจากเวที เพียงแค่พลังจิตคุกคามของทั้งสองนั้นเหนือยิ่งกว่าเขาไปไกลนักแม้ว่าตัวเขาจะมีระดับลมปราณสูงกว่า

    ทั้งสองที่จ้องหน้ากัน เมื่อเห็นว่าระดับของจิตคุกคามเท่ากัน ก็ได้หยุดปล่อยจิตคุกคามที่แหลมคมปะทะกัน ทั้งสองจับไปที่กระบี่ของตนเองพร้อมๆกัน

            เพลงกระบี่แปดวายุ กระบวนท่าที่หนึ่ง แปดกระบี่วายุ 

            ร่างเสมือนของเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยา สร้างกระบี่จากสายลมขึ้นมา สิบกระบี่ที่ด้านหลังของตัวเอง พุ่งเข้าโจมตีเซี่ยชิงเอ๋อร์ทั้งหมดสิบเล่มสิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการยอมรับของร่างเสมือนเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยา เพราะตั้งแต่เริ่มต้นเขาก็ใช้กระบี่ทั้งสิบโจมตีทันที

            เพลงกระบี่สิบวายุ กระบวนท่าที่หนึ่ง  สิบกระบี่วายุ เซี่ยชิงเอ๋อร์ก็ได้สร้างกระบี่สายลมขึ้นมาแปดเล่ม จริงๆ แล้ววิชาที่เซี่ยชิงเอ๋อร์ ใช้ก็เป็นวิชาของเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยา แต่ว่าตอนที่เทพกระบี่เซี่ยอู๋หยา ได้พ่ายแพ้แก่เทพกระบี่คงหมิง เขาได้มอบเคล็ดวิชาเพลงกระบี่สิบกระบี่ สิบกระบี่วายุขั้นสุดท้ายแก่เทพกระบี่คงหมิงไปด้วย ทำให้ที่พรรคสิบกระบี่ นอกจากจะสูญเสียกระบี่ระดับสิบไปถึงสองเล่ม เคล็ดวิชาหลักของเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยาเองก็เหลือเพียงขั้นแปดกระบี่เช่นกัน

            ครั้งนี้กระบี่ทั้งแปดของเซี่ยชิงเอ๋อร์  แฝงไว้ด้วยแก่นแท้แห่งกระบี่ นางใช้ทุกสิ่งทุกอย่างออกมาตั้งแต่เริ่ม แปดกระบี่วายุของนางปะทะเข้ากับสิบกระบี่วายุของเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยา การปะทะของกระบี่แต่ละเล่มมีความรุนแรงที่เท่ากัน กระบี่จากทั้งสองฝ่ายถูกหยุดไว้กลางอากาศ แต่ว่าฝั่งของเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยาที่มีจำนวนกระบี่มากกว่า กระบี่สองเล่มนั้นก็ได้พุ่งตรงเข้าหาร่างของเซี่ยชิงเอ๋อร์ แต่ว่ากระบี่หยกนภาและกระบี่วายุคลั่ง ที่ได้ยอมรับความแข็งแกร่งของเซี่ยชิงเอ๋อร์ ได้พุ่งเข้าหากระบี่วายุสองเล่มนั้น กระบี่หยกนภาและกระบี่วายุ ใช้ตัวตนของตนเองทดแทนกระบี่สองเล่มที่เซี่ยชิงเอ๋อร์ไม่อาจสร้างได้ ทำให้จำนวนกระบี่บิน ของทั้งสองฝ่ายเท่ากันเมื่อจำนวนกระบี่บินของทั้งสองเท่ากันกระบี่บินจากทั้งสองฝั่งปะทะกันกลางอากาศไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบ ร่างของสองสุดยอดมือกระบี่ จึงตัดสินใจเคลื่อนตัวออกจากจุดเดิม พุ่งเข้าหาฝ่ายตรงข้ามด้วยความเร็วสูง

            เพลงกระบี่แปดวายุ กระบวนท่าที่สอง กระบี่ตัดเวหา  / เพลงกระบี่สิบวายุ กระบวนท่าที่สอง กระบี่ตัดเวหา 

            ทั้งสองฝ่ายใช้เพลงกระบี่ที่เหมือนกันโจมตี คลื่นกระบี่วายุถูกฟันออกมาจากกระบี่ของทั้งสอง ปะทะกันอย่างรุนแรง แรงปะทะของคลื่นกระบี่จากทั้งสองสร้างความรุนแรงอย่างมหาศาล ความรุนแรงของมันนั้น ทำให้แม้กระทั่งชนชั้นราชันบางคนถึงกับ อับอายในเพลงกระบี่ของตน เป็นถึงชนชั้นราชันแท้ๆ แต่กลับไม่อาจแสดงเพลงกระบี่ที่สุดยอดได้เท่ากับนักสู้ระดับหกขั้นกลาง

            หลังจากที่ทั้งสองใช้เพลงกระบี่ที่รุนแรงโจมตีเข้าหากันก็ยังเสมอ จากนั้นทั้งสองได้เปลี่ยนกระบวนท่าเข้าปะทะกัน เหยียบวายุสลับเมฆา / เหยียบวายุสลับเมฆา คราวนี้ทั้งสองเลือกใช้ท่าเท้าที่รวดเร็วเคลื่อนที่ประสานเข้ากับเพลงกระบี่พุ่งเข้าหากัน เป็นการปะทะกันด้วยความเร็วของทั้งท่าเท้าและความเร็วของกระบี่ ความเร็วของมันนั้นมากเกินกว่าที่อูหลินเฟิง จะสามารถมองตามได้ทัน แต่ไม่ใช่เพียงแค่เขาเท่านั้น คนมากกว่าเจ็ดส่วนภายในห้องโถงแห่งนี้ก็ไม่อาจตามความเร็วของการเคลื่อนไหวและการออกกระบี่ได้ทัน เห็นเพียงแต่การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วจนกลายเป็นเส้นแสงพุ่งไปมา และเห็นเพียงแสงและเสียงกระทบของกระบี่จากทั้งสองเท่านั้น

            “สุดยอดเกินไปแล้ว นี่คือระดับที่ผู้เยาว์สามารถทำได้อย่าอย่างงั้นหรือ” ราชันและจอมยุทธ์หลายคนได้กล่าวออกมาคล้ายๆ กัน หากร่างเสมือนของเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยา แสดงพลังแบบนี้ออกมา พวกเขาจะไม่ได้แปลกใจมากนัก แต่นี่เซี่ยชิงเอ๋อร์ก็สามารถแสดงพลังที่เทียบเท่ากันออกมาได้ แม้นางจะได้รับการขนานนามว่าเป็นเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยากลับชาติมาเกิด ครั้งแรกพวกเขานึกว่าเป็นเพียงคำยกยอของพรรคสิบกระบี่ที่สร้างขึ้นมา แต่สิ่งที่พวกเขาได้เห็นได้ตอกย้ำว่า เซี่ยชิงเอ๋อร์ คืออัจฉริยะด้านกระบี่ตัวจริงที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้

            การปะทะด้วยความเร็วดำเนินต่อไปอีกหลายกระบวนท่า แต่ก็ไม่อาจมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบ เมื่อทั้งสิบกระบี่บินและการปะทะด้วยความเร็ว ผลออกมาคือเสมอ ร่างเสมือนของเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยาได้ประสานสิบกระบี่วายุเป็นหนึ่งเดียว ประสานลงไปกับกระบี่ที่ถืออยู่บนกระบี่ปรากฏรัศมีวายุรุนแรงออกมา

            เซี่ยชิงเอ๋อร์ ก็ได้รวบรวมกระบี่วายุแปดเล่ม หลอมรวมกับกระบี่หยกขาวกระบี่ประจำตัวของนาง รัศมีของปราณวายุ พวยพุ่งออกมาจากกระบี่หยกขาว แต่รัศมีวายุและพลังลมปราณที่พุ่งออกมาจากกระบี่หยกขาว นั้นรุนแรงน้อยกว่ากระบี่ที่อยู่บนมือของร่างเสมือนเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยา นั่นก็เพราะว่าการรวมกระบี่บินประสานเข้ากับกระบี่ที่ถืออยู่เซี่ยชิงเอ๋อร์มีเพียงแปดเล่มเท่านั้น นางไม่อาจประสานกระบี่หยกนภาและกระบี่วายุคลั่งเข้ากับกระบี่หยกขาวได้ ทั้งสองคนได้พุ่งตัวเข้าปะทะกันอีกครั้ง

            เพลงกระบี่สิบวายุ กระบวนท่าที่แปด สิบกระบี่รวมศูนย์  ร่างเสมือนของเทพกระบี่ได้ออกกระบวนท่าโจมตีที่แข็งแกร่ง กระบี่ที่เคลือบไว้ด้วยวายุและแก่นแท้แห่งกระบี่ เกิดกระแสพลังที่รุนแรงผนึกไว้ที่กระบี่ โจมตีไปยังเซี่ยชิงเอ๋อร์

            ‘พลังในกระบี่ของเราอ่อนกว่า ครั้งนี้ไม่อาจปะทะด้วยพลัง’ เซี่ยชิงเอ๋อร์คิดในใจ  ครั้งนี้นางไม่ได้ตั้งรับเพลงกระบี่ที่แข็งแกร่งด้วยความแข็งแกร่งที่เท่ากัน เลือกใช้การตั้งรับที่หลีกเลี่ยงการปะทะกันของกระบี่ ปรับเปลี่ยนพลังที่รุนแรงของปราณวายุภายในกระบี่ของตน ให้กลายเป็นเพียงสายลมอ่อนๆ ใช้เพลงกระบี่ที่อ่อนช้อย ตั้งรับเพลงกระบี่ที่รุนแรง

            พลังกระบี่ที่รุนแรงของร่างเสมือนเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยา ไม่อาจเอาชนะเพลงกระบี่ที่อ่อนช้อยของเซี่ยชิงเอ๋อร์ได้ การตั้งรับด้วยเพลงกระบี่ที่อ่อนช้อยนั้น ราวกับเซี่ยชิงเอ๋อร์ กำลังร่ายรำด้วยกระบี่ รังสีกระบี่ที่รุนแรงที่ไม่มีใครสามารถตั้งรับ เซี่ยชิงเอ๋อร์กลับสามารถตั้งรับได้อย่างง่ายได้

            ร่างเสมือนเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยา เมื่อไม่อาจใช้เพลงกระบี่รวมศูนย์จัดการเซี่ยชิงเอ๋อร์ได้ เขาได้ฟันกระบี่ไปใกล้ตัวของเซี่ยชิงเอ๋อร์ ให้มากที่สุด จากนั้นปลดปล่อยการรวมสิบกระบี่ ปล่อยสิบกระบี่วายุออกมาอีกครั้งสิบกระบี่ถูกปลดปล่อยขึ้นมาอย่างกะทันหันตรงเข้าหาเซี่ยชิงเอ๋อร์อย่างรวดเร็ว

            การปล่อยสิบกระบี่ออกมากะทันหันนั้น ไม่ได้ทำให้เซี่ยชิงเอ๋อร์ ตกใจเลยแม้แต่น้อย นางได้ปรับเปลี่ยนจากเพลงกระบี่ที่อ่อนช้อย เป็นรูปแบบกระบี่เดียวกับที่ร่างเสมือนเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยาใช้ก่อนหน้านี้

            เพลงกระบี่แปดวายุ กระบวนท่าที่แปด แปดกระบี่รวมศูนย์  เซี่ยชิงเอ๋อร์ใช้เพลงกระบี่ที่แข็งแกร่งปัดป้องสิบกระบี่วายุที่พุ่งเข้ามาอย่างง่ายดายเพราะพลังของแต่ละกระบี่อ่อนลง

            “เจ้าแข็งแกร่งจริงๆ สมกับที่เป็นทายาทของข้า” ร่างเสมือนเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยา ได้กล่าวออกมา ราวกับว่าร่างเสมือนนี้ได้มีเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยาหลงเหลือไว้ในร่างเสมือนนี้ ทั้งๆ ที่สุสานแห่งนี้คือสุสานของเทพกระบี่คงหมิง

            “อะไร!! ร่างนั้นพูดได้ด้วยงั้นหรือ” เซี่ยชิงเอ๋อร์ กล่าวออกมาอย่างตกใจ นางไม่คิดว่าร่างเสมือนตรงหน้านี้จะสามารถพูดได้

            “ข้าเองก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวจิตวิญญาณที่หลงเหลือไว้ เพราะในสักวันเมื่อสุสานแห่งนี้ถูกค้นพบ ลูกหลานหรือลูกศิษย์ภายในพรรคสิบกระบี่ จะต้องเข้ามานำกระบี่หยกนภาและกระบี่วายุคลั่งกลับคืนไปแน่นอน แต่มีสิ่งที่มากกว่านั้นคือเคล็ดวิชาที่แท้จริงของเพลงกระบี่สิบกระบี่ หากเจ้าสามารถชนะข้าได้พรรคสิบกระบี่ ถึงจะเป็นพรรคสิบกระบี่ที่แท้จริงได้” ” ร่างเสมือนเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยากล่าว เขาได้ยกกระบี่ชี้ไปยังเซี่ยชิงเอ๋อร์

            “นี่คือ เพลงกระบี่ที่แท้จริงของข้า เพลงกระบี่สิบกระบี่สิบวายุ กระบวนท่าที่เก้า สิบกระบี่วายุกลืนมหานภา” ร่างเสมือนเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยากล่าว เพลงกระบี่ที่สูญหายถูกใช้ออกมา  พร้อมๆ กับที่สิบกระบี่วายุที่ล่องลอยอยู่ ดูดกลืนสายลมรอบๆ เข้ามา ความรุนแรงของมันนั้นค่อยๆ เพิ่มขึ้น จนกระทั่งความรุนแรงของหนึ่งกระบี่รุนแรงเทียบเท่ากับกระบี่รวมศูนย์ที่รวมกระบี่ทั้งสิบเข้าด้วยกัน แต่ครั้งนี้กระบี่ที่รุนแรงนั้นคือกระบี่ที่ลอยอยู่ทั้งสิบมีความรุนแรงเทียบเท่ากระบี่รวมศูนย์ทุกเล่ม

            กระบี่วายุทั้งสิบของร่างเสมือนเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยาที่มีพลังรุนแรงนั้นสร้างแรงกดดันมหาศาลไปทั่วทั้งห้องโถง คนที่อยู่ด้านร่างกายประลองนั้นต่างอึดอัดต่อพลังที่ปล่อยออกมาของกระบี่ทั้งสิบ

            ‘แก่นแท้แห่งกระบี่ประสานกับแก่นแท้แห่งวายุงั้นหรือ’ เซี่ยชิงเอ๋อร์ที่เห็นการรวมพลังนั้นสามารถบอกได้ทันที แต่ว่านี่ยังไม่ใช่ระดับที่นางจะสามารถไปถึงได้ในตอนนี้ แม้นางจะแข็งแกร่งเรื่องเพลงกระบี่แต่ว่านางกลับไม่ได้เน้นการฝึกที่ลมปราณธาตุมากนัก ทำให้ตอนนี้นางยังบรรลุถึงแค่ครึ่งก้าวแก่นแท้ของปราณวายุ ย่อมไม่อาจแสดงพลังแบบนั้นได้

            สิบกระบี่วายุที่แฝงไว้ด้วยพลังมหาศาลต่างพุ่งตรงเข้าโจมตีนางอย่างรวดเร็วเป็นไร เซี่ยชิงเอ๋อร์ตัดสินใจใช้รูปแบบกระบี่อ่อนช้อย ปัดป้องอีกครั้งประสานเข้ากับท่าเท้า เหยียบวายุสลับเมฆา ใช้ทั้งความเร็วและความอ่อนช้อยหลบเลี่ยงและสลายความรุนแรงของสิบกระบี่ที่พุ่งเข้ามา แต่ความรุนแรงของทั้งสิบกระบี่นั้นรุนแรงมากเกินไป นางไม่อาจใช้กระบี่รวมศูนย์ ปัดป้องได้ทั้งหมด แม้จะสามารถใช้เพลงกระบี่สายอ่อนช้อย สลายแรงปะทะไปได้ส่วนหนึ่งแต่ว่านางก็ยังต้องรับพลังส่วนมากเข้าไปอยู่ดี มือของนางเริ่มชาจากการใช้กระบี่ปัดป้องกระบี่ที่รุนแรง เหงื่อเริ่มไหลออกเป็นทาง รวมถึงแก่นแท้แห่งกระบี่ที่ประสานไว้ก็ค่อยๆ อ่อนลง แต่ความรุนแรงของสิบกระบี่นั้นกลับไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย ยังคงกดดันนางต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมีกระบี่วายุเล่มหนึ่ง พุ่งเข้ามาอย่างรุนแรงจนกระทั่งทำให้กระบี่หยกขาวที่นางถืออยู่ถูกปัดออกไป

            “แย่ละ!! กระบี่หยกนภา กระบี่วายุคลั่งมาหาข้าเดี๋ยวนี้” เซี่ยชิงเอ๋อร์กล่าวอย่างตื่นตระหนกที่สูญเสียกระบี่ภายในมือ พร้อมกับเรียกกระบี่ที่เหลือเข้ามา กระบี่หยกเหนือกว่าและกระบี่วายุข้างต่างพุ่งเข้ามา เพื่อช่วยเหลือนางแต่ก็โดนกระบี่วายุเล่มอื่นขวางเอาไว้ กระบี่ระดับสิบ ทั้งสามของนางตอนนี้ถูกกระบี่วายุสามเล่มผนึกการเคลื่อนไหวไว้ไม่อาจเข้ามาช่วยเหลือนางได้

            "จงดูดกลืนสายลม" ร่างเสมือนเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยาใช้กระบี่ที่เหลืออีกเจ็ดเล่ม พุ่งไปปักไว้รอบๆเซี่ยชิงเอ๋อร์  สร้างเป็นโดมวายุขนาดเล็กที่ดูดกลืนอากาศรอบๆ เข้าไปภายในกระบี่ จนภายในนั้นกลายเป็นเขตที่ถูกดูดอากาศออกไปเรื่อยๆ

    “เริ่มหายใจไม่ออก อากาศถูกดูดออกไปเรื่อยๆ แย่ล่ะสิ” เซี่ยชิงเอ๋อร์กล่าว นอกจากจะสูญเสียกระบี่ภายในมือ ตอนนี้สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางเนื่องจาก นางเริ่มขาดอากาศหายใจ

                    ..

            “คุณหนูเซี่ยจะพ่ายแพ้งั้นหรือ” อูหมินจิงที่เห็นแบบนั้นได้กล่าวออกมา หากว่าเซี่ยชิงเอ๋อร์ ยังไม่อาจเอาชนะได้คนในที่แห่งนี้ก็คงไม่มีใครสามารถเอาชนะได้เช่นกัน

    ไป๋หลันฮวาที่เห็นดังนั้นเริ่มที่จะขยับตัวนางต้องการที่จะเข้าไปช่วยเหลือสหายของตน แต่ว่าอูหลินเฟิงได้เข้ามาขว้างเอาไว้ก่อน “อย่าได้เข้าไปเด็ดขาด ท่านคิดว่านางต้องการความช่วยเหลือจากท่านงั้นหรือ ต่อให้นางต้องตายที่นี่ คุณหนูเซี่ยก็ไม่เสียใจ” ในฐานะมือกระบี่และผู้สืบทอดสายตรงแห่งสำนักสิบกระบี่ บททดสอบนี้ไม่อาจให้ผู้อื่นแทรกแซกเด็ดขาด

            “แต่ว่า..”

            “เชื่อใจนางเถอะ นางไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้หรอก” อูหลินเฟิงที่สามารถสัมผัสความรู้สึกของสิ่งมีชีวิตได้ย่อมสามารถสัมผัส ความรู้สึกที่ยังไม่ยอมแพ้ของเซี่ยชิงเอ๋อร์ได้อย่างดี

            ..

            ในตอนที่สติเริ่มเลือนรางนั้น เซี่ยชิงเอ๋อร์ได้เห็นภาพตอนที่ปราชญ์กระบี่อาจารย์ของนางได้แสดงเจตจำนงแห่งกระบี่ออกมา โดยปกติต่อให้เป็นชนชั้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปก็จะสามารถบรรลุได้เพียงครึ่งก้าวแห่งเจตจำนง อาจารย์ของนางที่ได้แสดงเจตจำนงแห่งกระบี่นั้น กล่าวเอาไว้ว่าเมื่อนางบรรลุถึงขั้นเจตจำนงแห่งกระบี่ทุกสิ่งทุกอย่างจะสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นกระบี่ได้ดั่งใจนึก ไม่เว้นแม้แต่การใช้เสื้อผ้าหรือนิ้วมือ

            ภาพของอาจารย์ที่ใช้นิ้วมือ ประสานกันสองนิ้วใช้แทนกระบี่ ฟาดฟันจนแหวกน้ำตกขนาดใหญ่ ยังติดอยู่ในสมองของนาง ตอนนั้นเองในขณะที่สติกำลังเลือนรางแต่จิตใจของนางยังไม่ยอมแพ้เพียงเท่านี้ พลังจิตใจที่ใช้แก่นแท้แห่งกระบี่ไปเป็นจำนวนมาก พลังจิตที่ควรถึงขีดจำกัด ค่อยๆ พุ่งสูงขึ้น นางนำนิ้วชี้และนิ้วกลางประสานเข้าด้วยกันสอง ทำเป็นรูปแบบเดียวกับที่ปราชญ์กระบี่เคยทำให้นางเห็น ปรากฏรังสีกระบี่ที่รุนแรงที่ปลายนิ้ว เป็นพลังที่เหนือขั้นแก่นแท้แห่งกระบี่ขึ้นไป พลังที่ไม่สมควรปรากฏบนร่างของนักสู้ระดับหกขั้นกลาง ได้ปรากฏออกมาบนตัวของนาง

            เจตจำนงแห่งกระบี่

            เซี่ยชิงเอ๋อร์ใช้สองนิ้วฟาดฟันออกไปแทนกระบี่ เพียงแค่การโจมตีเดียวโดยใช้นิ้วมือ กลับสามารถทำลายกระบวนท่าดูดกลืนวายุของ ร่างเสมือนเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยาได้ภายในครั้งเดียว เมื่อคนทั้งหมดสามารถมองเห็นตัวนางได้อีกครั้ง ตอนนี้การมองไปยังเซี่ยชิงเอ๋อร์ราวกับว่ามองไปยังกระบี่ที่ยิ่งใหญ่

            “ความรู้สึกแบบนี้ ความรู้สึกเดียวกับที่ข้าเคยเห็นปราชญ์กระบี่แสดงกระบี่ เจตจำนงแห่งกระบี่!!! บ้าน่า!! แม้แต่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์บางคนในด้านที่ถนัดยังบรรลุเพียงแค่ครึ่งก้าวเจตจำนงเท่านั้น แต่นี่นางสามารถบรรลุเจตจำนงแห่งกระบี่ตั้งแต่วัยและระดับพลังเพียงเท่านี้เอง” ชนชั้นราชันที่ได้เห็นการออกกระบี่ของเซี่ยชิงเอ๋อร์นั้นกล่าวออกมาอย่างตะลึง แต่ว่าไม่ใช่เพียงเขาเท่านั้นตอนนี้ทั้งห้องโถงต่างตกตะลึงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

    ตอนนี้เซี่ยชิงเอ๋อร์ไม่ใช่เพียงยอดอัจฉริยะ แต่การบรรลุระดับเจตจำนงแห่งกระบี่ตั้งแต่ระดับหกนางคือสุดยอดมือกระบี่ ที่เหนือยิ่งกว่าใคร ไม่ใช่เพียงแค่ในทวีป แต่มันคือนางเหนือกว่าใครภายในโลกแห่งลมปราณแห่งนี้ การบรรลุเจตจำนงแห่งกระบี่ตั้งแต่ตอนนี้ แม้แต่ชนชั้นราชันก็ไม่ใช่คู่มือของนางอีกต่อไป

            ..

            ..

            จบตอน

    คล้ายกับเรื่องตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book) ที่คุณอ่าน