
เครดิตภาพจาก https://wallpapersafari.com
มารร้ายได้แต่นิ่งงันสมองขบคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เป็นแบบนี้ ไม่นาน มันก็จับบางสิ่งได้
“ เอ๊ะ! สัมผัสนี้มัน…..แต่ไม่น่าเป็นไปได้ไอ้หนูนั่นจะทำแบบนั้นได้ยังไง ”
สิ่งที่มารผมขาวจับได้คือกระแสจิตที่กล้าแกร่งของมาวินแต่เด็กหนุ่มไม่น่าหลุดจากส่วนลึกของจิตใจ แถมยังออกมาป่วนได้อีกอมนุษย์จึงมองปู่หลานที่นอนพังพาบอยู่บนพื้น พร้อมคำนวณถึงผลได้เสีย
“ ถ้าส่งจิตเข้าไปจัดการไอ้หนูหัวเขียวร่างนี้จะขยับไม่ได้และไม่อาจป้องกันตัวเองทว่าเจ้าสองปู่หลานนี้คงไม่อยู่ในสภาพที่ทำอันตรายเราได้ ”เมื่อไตร่ตรองเป็นอย่างดี มารร้ายจึงตัดสินใจ ส่งจิตเข้าไปจัดการมาวิน ร่างของมันจึงร่วงล้มลงไปนอนคว่ำหน้า
ทั้งอากิเนะและเทพศาสตราต่างตกใจเพราะไม่คิดว่าศัตรูที่กล้าแกร่งจะล้มลงไปนอนสิ้นสติซะอย่างงั้นแต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ด้วยหมดแรงจนไม่อาจขยับกาย จึงหันไปมองหน้ากันเองพร้อมไถ่ถามด้วยสายตา
“ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ”
…………………
(ณ.ส่วนลึกในจิตใจของมาวิน)
ในห้วงแห่งความมืดมิดมารร้ายได้ปรากฏกายขึ้นมาในรูปกายจริงของมัน นั่นก็คือชายหนุ่มร่างสูงที่มีผมยาวสลวยสีขาวอมนุษย์หันซ้ายแลขวาอยู่หลายที เพื่อมองหามาวิน แต่ก็พบกับความว่างเปล่า
“ แปลกมาก มันอยู่ที่ไหนแถมโซ่ตรวนเวทมนตร์ก็หายไปนี่หมายความว่าไอ้หนูนั่นสามารถหลุดจากพันธนาการของข้าได้ ” มารร้ายรำพันประมาณว่าปรึกษากับตัวเอง
ระหว่างที่มารผมขาวแปลกใจ มันก็ต้องตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิมเมื่อมีบางสิ่งพุ่งโฉบเข้ามาต่อย แรงหมัดที่หนักหน่วงส่งผลให้ร่างเพรียวกระเด็นไกล
“ อู้ย….ใครที่ต่อยข้า ปรากฏตัวมาเดี๋ยวนี้นะ” มารร้ายตะโกนดัง แต่มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา รอบข้างยังคงมืดมิด
มารร้ายสำรวจความเสียหายจึงพบโลหิตสีดำที่ไหลจากมุมปาก บ่งบอกว่ากำปั้นนั้นทรงพลังมิใช่น้อย
“ ใครกันที่สามารถทำร้ายข้าได้ทว่านี่คือโลกแห่งจิตใจ นอกจากเจ้าหนูแล้ว ไม่น่าจะมีคนอื่นหรือจะเป็นเด็กนั่นจริงๆ แต่มันมีพลังมากขนาดนั้นเลยเหรอ ” ขณะที่มารร้ายขบคิดอยู่นั้นบางสิ่งก็โฉบเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้มาจากข้างบน พร้อมกำปั้นที่ทุบศีรษะ
“ โครม ”มารร้ายทรุดฮวบลงไปนอนคว่ำหน้า อาการไม่ผิดไปจากคนที่ถูกค้อนปอนด์ทุบเลือดสดสีดำไหลอาบหน้าทันควัน เพราะเกิดรอยแตกที่กลางกระหม่อม
“ อุ้ก…ใครกันวะ ชักจะทนไม่ไหวแล้วโว้ย” มารร้ายตะโกนดังและลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เปลวเพลิงสีอำพันลุกโชนทั่วร่างส่วนบาดแผลตามร่างกายก็สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหมือนกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นเลย
แม้มารร้ายจะเริ่มเฮิร์ดแต่ใช่ว่าบุคคลปริศนาจะยอมปรากฏตัวให้เห็น รอบข้างยังมีเพียงความเงียบงันอมนุษย์จึงเปลี่ยนมาสงบใจ แล้วคอยใช้สัมผัสที่เลิศล้ำจับทิศทาง ไม่นานก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่พุ่งจากด้านขวา มันเลยต่อยสวนกลับไปแบบไม่ลังเล
“ ตูม…..”คราวนี้เป็นฝ่ายบุคคลปริศนาที่ถอยหลังบ้าง และพอคนผู้นั้นหยุดอยู่กับที่มารร้ายก็ประจักษ์กับโฉมหน้า
“ เฮ้ย! นั่นใช่เจ้าหนูจริงเหรอ ”
สาเหตุที่มารร้ายสบถเช่นนั้นเพราะบุรุษที่หยัดยืนอยู่ตรงหน้าคือ…มาวิน แต่เป็นนายลิงที่แตกต่างจากเดิมด้วยมีออร่าสีเขียวสดพวยพุ่งจากกาย ประหนึ่งว่าเขาคือแหล่งกำเนิดเพลิง
“ ใช่ ชั้นเองแต่ก็ไหวตัวได้เร็วดีนี่ สมกับเป็นแกจริงๆ ” มาวินจุ๊ปากเพราะเขาอยากอัดให้หนำใจอีกซักสิบกว่ารอบ เพื่อลิดรอนให้มารร้ายอ่อนกำลัง
มารร้ายรู้สึกขัดเคืองและสับสนมันไม่เข้าใจเลยจริงๆว่ามนุษย์ร่างน้อยตรงหน้า ทำได้ยังไง ทำไมถึงพัฒนาได้รวดเร็วแบบนี้แต่ไม่ทันได้คำตอบ มาวินก็ชิงลงมือก่อน
“ เปรี้ยง ปัง ตูม…..”
“ อึก อัก ไอ้บ้านี่ ”มารร้ายถอยกรูดไม่เป็นกระบวน เพราะถูกพายุหมัดของอีกฝ่ายระดมใส่แต่พอมันตั้งหลักได้ ก็ระเบิดพลังใส่
“ ตูม……” มาวินกระเด็นไปข้างหลังหลายก้าวเพราะถูกคลื่นพลังสีอำพันกระแทกใส่
“ น่าเสียดายแผนชิงลงมือล้มเหลวอีกแล้ว ต้องเดินเกมใหม่ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวคิดหาวิธีการใหม่สมองที่ฉับไวประมวลถึงความเป็นไปได้ที่มากมาย ไม่นาน ก็นึกออกมุมปากจึงเริ่มแย้มยิ้มเล็กน้อย
“ เยี่ยมไปเลย หึ หึ หึ ”
มารร้ายสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเช่นกัน เพราะเด็กหนุ่มดูกระหยิ่มยิ้มย่องจนเกินควรมันจึงร้องถาม
“ เฮ้ย เจ้าหนูยิ้มทำไมกลัวจนเป็นบ้าไปแล้วรึ ”
“ หึ หึ หึใครกันแน่ที่ต้องเป็นฝ่ายกลัว ถึงตอนนี้ แกรู้รึยังว่าทำไมชั้นถึงใช้เจ้านี่ได้ ”พอมาวินพูดจบ เขาก็ชี้ไปที่ออร่ารอบกายที่กำลังพวยพุ่งอย่างรุนแรง
“ อึก…” มารร้ายถึงกับสะอึก เพราะนี่คือสิ่งที่มันหวั่นเกรงอยู่จริงๆไหนจะการแวบไปแวบมาของเด็กหนุ่มหัวเขียวอีกทำให้สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของอมนุษย์ก็คือ……ทำได้ยังไง
มาวินก็ล่วงรู้ว่าอมนุษย์สงสัยอะไรเขาจึงพยายามปิดกั้นความคิดของตัวเอง เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายล่วงรู้ถึงแผนการสำคัญ
“ ต้องหันไปคิดเรื่องอื่นเพราะดูการต่อสู้ที่ผ่านมา จึงรู้ว่ามารตนนี้อ่านใจคนได้ แต่จะนึกถึงอะไรล่ะหรือว่า….” ความคิดนึงปรากฏขึ้นในใจของมาวินมันเป็นแผนการที่บ้าบอและแหวกแนว
“ ใช่แล้ว แบบนี้ สนุกแน่ ”พอมาวินนึกได้แค่นั้น ก็ละทิ้งความคิดนี้ไปซะ แล้วเตรียมจู่โจมด้วยการพุ่งเข้าไปต่อยขวาเต็มกำลัง
“ เชอะ สุดท้าย แกก็แค่พุ่งเข้ามาต่อยตรงๆไร้ความคิดสิ้นดี ” มารร้ายนึกดูถูก ก่อนจะตั้งกระบวนรับและเตรียมสวนกลับแต่ในจังหวะที่หมัดขวากำลังปะทะฝ่ามือ มาวินก็เปลี่ยนเป็นต่อยซ้ายกำปั้นจึงกระทบใบหน้าของอมนุษย์เข้าอย่างจัง
“ เปรี้ยง…..”
“ เฮ้ย! เป็นไปได้ไง ”มารร้ายงงเป็นไก่ตาแตก เพราะเมื่อครู่ มันใช้พลังอ่านใจของมาวินก็พบว่าเด็กหนุ่มคิดจะจู่โจมด้วยการต่อยขวา แต่เอาเข้าจริงๆ กลับกลายเป็นต่อยซ้าย
มาวินยิ้มมุมปาก และจากการทดลองเขาก็เริ่มจับทางของมารร้ายได้
“ อืม…เราเข้าใจแล้วแม้มารตนนี้จะอ่านใจออก แต่ก็ต้องใช้เวลาเพ่งสมาธิเล็กน้อย ดังนั้นถ้าเราเปลี่ยนความคิดอย่างฉับพลันมันก็อ่านไม่ทัน ” เมื่อเป็นเช่นนี้ มาวินจึงใช้วิธีเดิมเข้าจู่โจมนั่นก็คือตั้งใจในตอนแรกว่าจะโจมตีขวา แต่พอเข้าระยะจริงๆ ก็เปลี่ยนมาอัดอีกทาง ทำให้มารร้ายกลายเป็นกระสอบทราย
“ นี่มันอะไรกันเนี่ยวิถีโจมตีล้วนตรงกันข้ามกับความคิดของมันทุกคราว เป็นไปได้ยังไง ”แม้มารร้ายจะถูกอัดยับ แต่ด้วยความห่างชั้นของพลัง มันจึงไม่บาดเจ็บเท่าไหร่แต่ดาเมจที่แท้จริงคือความสับสนในจิตใจที่เกิดจากการก่อกวนของมาวิน ทว่าขบคิดได้ไม่นานมันก็เริ่มนึกออก
“ ใช่แล้ว หรือว่ามันจะใช้วิธีนี้ ”
“ ปึก….” มารร้ายยกแขนขึ้นมาป้องกันแข้งขวาทำให้มาวินตกใจ เขาเลยหลอกจะต่อยซ้าย แต่พอถึงจังหวะปะทะ ก็ขยับมาฮุคลำตัวทว่าอมนุษย์กลับฉากหลบได้อีก
มาวินรีบถอยออกมา เพราะเห็นท่าไม่ดี ส่วนมารร้ายก็ไม่ได้ติดตามแต่ยืนแสยะยิ้มให้เป็นเชิงสะใจที่แก้ทางของอีกฝ่ายได้
“ดูท่าทางแกจะรู้ทริคของชั้นแล้วล่ะสิ ” มาวินลองหยั่งเชิง เหงื่อเริ่มหลั่งไหลไปทั่วใบหน้าเพราะที่ผ่านมา เขาเปลืองแรงไปไม่ใช่น้อย ส่วนมารร้ายก็สวนกลับทันควัน แบบไม่คิดปิดบัง
“ ใช่แล้ว แผนคิดจะโจมตีขวาแต่พอถึงจังหวะปะทะ ก็เปลี่ยนไปบุกจุดอื่นของเจ้านี่ยอดเยี่ยมจริงๆทว่าสิ่งที่ต้องชมเชยมากที่สุดคือทดลองจนรู้ว่าข้าต้องใช้เวลาพอสมควรในการอ่านใจจึงตามความคิดที่รวดเร็วไม่ทัน ”
“ นายก็ยอดเยี่ยมเหมือนกันเพียงไม่กี่นาที ก็อ่านแผนของชั้นจนทะลุปรุโปร่ง ” มาวินเองก็ยอมรับจากใจจริง มารร้ายตรงหน้าเป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้โดยแท้
“ แล้วทีนี้ นายจะงัดแผนไหนมาถ่วงเวลาอีกล่ะ” มารร้ายถามโต้งๆ ใบหน้ายังคงแย้มยิ้มเพราะมันรู้สึกชื่นชอบเด็กหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์เข้าให้แล้ว
จากการโดนล้วงใจทำให้กายของมาวินกระตุกเล็กน้อย แต่พอสงบจิตได้ เขาก็เอ่ยถามช้าๆ
“ นี่นายแอบอ่านใจของชั้นอีกแล้วเหรอ”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก็อยากอ่านอยู่หรอกนะ ทว่าถ้าทำแบบนั้นก็รังแต่จะเป็นเครื่องมือให้เจ้าใช้หลอกลวง ดังนั้น สิ่งที่ข้าวิเคราะห์มาจากประสบการณ์ล้วนๆ"
“ หึ หึ หึ คงจะแบบนั้นล่ะมั้ง ”มาวินยอมรับโดยดี เพราะสิ่งนี้ไม่ยากเกินเดา ด้วยทั้งสองมีพลังที่ห่างกันมากดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เด็กหนุ่มหัวเขียวจะคว้าชัย สิ่งที่ทำได้ มีเพียงถ่วงเวลาให้คนข้างนอกหาวิธีกำจัดมารร้าย
“ แต่น่าเสียดายนะที่ยัยหนูกับตาแก่นั้นไร้เรี่ยวแรงต่อสู้จึงไม่อาจทำอันตรายร่างของข้าได้ ” มารร้ายตัดความหวังของมาวินมันมั่นใจว่าแผนถ่วงเวลาของเด็กหนุ่มน่าจะไร้ผล
พอพบว่าอีกฝ่ายเลิกใช้วิธีอ่านใจมาวินก็เริ่มไตร่ตรอง เขาจึงพบว่าทุกสิ่งจริงตามที่มารร้ายว่าครั้นจะให้ตัวรองๆอย่างโอคุยาสุจัดการ ก็ดันไม่อยู่แถวนั้นแถมหมอนั่นอาจจะสิ้นสติอยู่ เพราะโดนมาหนัก ส่วนพวกลูกศิษย์ที่เหลือไม่น่าจะทำลายร่างของตนได้ เนื่องจากมีพลังไม่มากพอ
“แล้วเราควรจะทำยังไง ” มาวินคิดไม่ตก เพราะอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายสุดๆ แต่ยังคงฝืนยิ้มเพื่อไม่ให้มารร้ายได้ใจมากกว่านี้
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
