เวลาประมาณตีสอง
เสียง กริ๊ง...กริ๊ง...ดังแ่ลอดเข้ามาในความเงียบของบ้าน
มายด์สะดุ้งตื่น หัวใจเต้นแรงในอก แสงไฟถนนส่องลอดหน้าต่างเข้ามาเป็แถบจาง ๆ
เขาลุกขึ้นช้า ๆ เดินตรงไปที่หน้าต่างมองจากชั้นสอง ออกไปยังประตูรั้วหน้าบ้าน ทางเดินเปียกชื้นเงาเหมือนกระจก แม้ว่าฝนจะหยุดตกั้แ่หัวค่ำ หน้าบ้านว่าเปล่า ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลย... ไม่มีแม้เงาคนเดินผ่าน
เสียงจักรเย็บผ้าในหัวดังแทรกเข้ามาอีกครั้ง “กึก...กึก...กึก...” เขาหลับตาแน่นแล้วส่ายหัว ไล่ความคิดบ้า ๆ ออกไป
“เดียร์แกล้งแน่ ๆ ...” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนกลับไปนอน แต่กว่าที่หัวใจจะหยุดเต้นแรง ก็เกือบตีสาม
เสียงประตูบ้านเปิดเบา ๆ เดียร์กลับมาจากผับ เขายกมือปิดปากหาว เหม็นกลิ่นบุหรี่กับกลิ่นฝนค้าง ๆ ตามตัว
คืนนี้เขาไม่ได้มาคนเดียว มีเพื่อนนักดนตรีชื่อ โจ้ มาขอค้างเพราะกลับดึกและฝนตก
“บ้านสวยดีว่ะ เหมือนบ้านในหนังญี่ปุ่นสยอง ๆ เลย ฮ่าๆ”
โจ้พูดติดตลกขณะก้าวเข้ามาในโถง
“อย่าพูดดัง เดี๋ยวคุณมายด์ตื่น”
เดียร์ตอบพลางหัวเราะเบาๆ ก่อนล็อกประตู แต่โจ้กลับหยุดนิ่ง มองไปยังโต๊ะอาหารกลางห้อง
“เฮ้... แกบอกว่าอยู่กับผู้ชายอีกคน?”
“ก็ใช่ คุณมายด์ ทำไม?”เดียร์เก็บรองเท้าที่ชั้นวาง ขณะโจ้ทำหน้างง ก่อนพูดช้า ๆ
“แล้ว... เด็กผู้หญิงเด็กผู้ชายสองคนที่นั่งอยู่กับแม่นั่นใครล่ะ?”
เดียร์ขมวดคิ้ว หันขวับไปตามสายตาเพื่อน โต๊ะกินข้าวตรงกลางบ้านว่างเปล่า มีเพียงถ้วยชามที่พวกเขาวางไว้ ตอนกินมื้อเย็น
“ไม่มีใครนี่...” เดียร์พูดเสียงเรียบ
“แกเมาหรือเปล่า?”
โจ้หน้าเริ่มซีด เขายังยืนจ้องตรงโต๊ะเหมือนถูกสะกด
“มี... มีจริง ๆ ... เด็กผู้หญิงผมยาวกับเด็กผู้ชายผมสั้น... เขากินข้าวอยู่ตรงนั้น แล้วมีผู้หญิงอีกคนยืนอยู่ข้างหลัง... เธอกำลังตักข้าวให้ลูก...”
ในบ้านเงียบกริบ ลมเย็นพัดลอดหน้าต่าง จนม่านขยับเบา ๆ เดียร์มองโจ้อย่างไม่แน่ใจ น้ำเสียงเขาเริ่มเปลี่ยน
“เลิกเล่นๆ ... รีบขึ้นไปนอนเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยคุย”
โจ้ยังคงมองโต๊ะอาหารเหมือนพูดกับตัวเอง อย่างไม่แน่ใจ
“แต่... พวกเขามองมาทางนี้... เหมือนจะยิ้มให้แกอยู่นะ...อื้อ..”
“รีบเลยมึง..กูง่วง”
เดียร์ลากแขนเพื่อนขึ้นบันไดอย่างหงุดหงิด แต่ขณะที่เขาก้าวถึงขั้นสุดท้าย เสียง “กึก...กึก...กึก...” ก็ดังขึ้นจากห้องใต้บันไดอีกครั้ง เสียงจักรเย็บผ้าเดินเองช้า ๆ ในบ้านที่ควรจะเงียบสนิท
เขาชะงัก มองกลับลงไปในความมืด จนแน่ใจว่าไม่มีใคร แต่เงาของ โต๊ะอาหาร ที่สะท้อนแสงไฟจากถนนกลับมีเงาคนสี่คนนั่งอยู่จาง ๆ
และเงาผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่ปลายโต๊ะ กำลังเงยหน้าขึ้นมา... มองตรงมาทางบันได
เสียงนกร้องแว่ว จากต้นมะม่วงหลังบ้าน แสงแดดลอดผ่านผ้าม่านสีซีดเข้ามาเป็ลายเส้นบนพื้นไม้
มายด์ทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาหวายชั้นล่าง กลิ่นกาแฟลอยฟุ้งทั่วโถง วันนี้เป็หยุดวันแรก หลังย้ายมาอยู่บ้านนี้...แต่ในหัวของเขายังเต็มคำถามมากมายกับเื่ราว
“อ้าว คุณมายด์ ตื่นแต่เช้าจัง” เดียร์เดินลงจากบ้านมาพร้อมโจ้ ส่งเสียงถาม ขณะที่มายด์ขมวดคิ้วทันที
“อ้อ..นี่โจ้ เพื่อนที่ทำงาน พอดีเมื่อฝนตก ผมก็เลยพามาค้างด้วย”
โจ้รีบยกมือไหว้ “สวัสดีครับพี่มายด์”
“ครับ”
มายด์มองหน้าโจ้ หนุ่มผอมแห้ง ไว้หนวดผมยาวประบ่า สไตล์นักดนตรีเพื่อชีวิต สลับกับหนุ่มร่างสูงใหญ่ใบหน้าหล่อคม ผิวพรรณสะอาด ราวนักร้องสไตล์เคป๊อป อย่างไม่อยากจะเชื่อว่าจะว่า ทั้งสองจะเข้ากันได้
“ผมขอโทษนะที่ไม่ได้บอก..” เดียร์เห็นแววตาของมายด์ รีบเอ่ย
“อ้อ..ตามสบาย” มายด์ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ พลางอ่านไดอารี่ ขณะที่โจ้เริ่มมองเห็นบรรยากาศไม่สบอารมณ์เขารีบเอ่ย
“พี่มายด์น่ารักจังเลยนะครับ..ไว้วันหยุดถ้าอยากเที่ยวจังหวัดนี้บอกผมได้นะ ผมอยู่ที่นี่มานาน รู้ทุกทีอยากไปที่ไหนบอกได้เลย”
“ครับ” มายด์ตอบเบาๆ
“อื้ม!..คุณไม่พอใจที่ผม..”
“เปล่า..ตามสบายรสนิยม คนเราไม่เหมือนกัน ฮ่าๆ” มายด์พูดพลายหันหน้าหลบ
“อะไรเหรอวะ!” โจ้เห็นความอึดอัดรีบกระซิบ
“เขาคิดว่ามึงกับกู..วันไนท์กัน”
“เชี่ย!..มะ..ไม่นะ.พะ..พี่มายด์..ผมมีแฟนเป็ผู้หญิงครับ..มะ ไม่..ไม่ชอบแนวนี้ ฮ่าๆ”
โจ้รีบปฏิเสธแก้ตัวทันที ขณะที่เดียร์หัวเราะขำขัน แต่มายด์เกือบสำลักกาแฟที่กำลังจิบ
“อึก!..อ้อ..ฮ่าๆ” มายด์ยิ้มเขินๆ
“งื้อ..เมียมึงมาแล้ว” เดียร์มองออกๆ ไปหน้าบ้านเห็นรถยนต์ขับมาจอดพอดี ขณะที่โจ้รีบยกมือไหว้
“งั้นผมละนะครับพี่มายด์..ไปนะมึง”
“อื้อ..” เดียร์ยกมือลา ขณะที่มายด์ได้แต่ยิ้ม
“อ้อ..เมื่อคืนผมเห็นเด็กกับผู้หญิง และเสียงจักรเย็บผ้าดังทั้งคืนไม่รู้ว่ามาจากที่ไหน? ..ไปละ..”
โจ้หันกลับมาพูด แต่ไม่รอฟังคำตอบเขาก็รีบวิ่งไป ทิ้งให้สองคนขนลุกเบาๆ แต่ไม่พูดอะไร ก่อนที่เดียร์จะเดินขึ้นห้องไปนอนต่อ ส่วนมายด์หันมาอ่านไดอารี่และจิบกาแฟต่อ ทั้งที่ทั้งคู่ยังมีความสงสัย
ทุกๆ คืนเดียร์ จะกลับถึงบ้านราวตีสาม เขามักจะเห็นบางสิ่งเปลี่ยนไปเล็กๆ น้อยๆ บางคืน เห็น ไฟตรงบันไดกะพริบติดดับเอง บางคืน ก็เห็น เงาผู้หญิงผมยาว นั่งอยู่ใต้ต้นมะม่วงหลังบ้าน
อีกคืนหนึ่ง เสียงจักรเย็บผ้าเดินเองเบา ๆ ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ในห้องเก็บของ หรือแม้แต่เสียงเด็กหญิงชายหัวเราะดังแ่ๆ
เขาพยายามไม่พูดกับมายด์เื่นี้ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายไม่กล้าอยู่ต่อแต่ทุกคืนเงานั้นจะปรากฏใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จากหลังบ้าน สู่หน้าต่าง และในที่สุดเหมือนยืนอยู่ตรงบันไดรอใครบางคน
........................................