เช้าวันรุ่งขึ้น
ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงออกไปกันตั้งแต่เช้า วันนี้เขาต้องไปออกรายการเกมโชว์ 1 รายการ ถ่ายแบบลงนิตยสารแฟชั่นอีก 1 แห่ง และรายการสัมภาษณ์อีก 1 รายการ แต่ละรายการอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง วันนี้เขากับเธอนั่งรถคันเดิมคือรถของเมิ่งชิงชิง แต่ต่างกันตรงที่วันนี้มีคนขับผู้หญิงที่ซีหลัวหามาให้เป็นคนขับแทน ซึ่งไป่ฉีได้ให้เมิ่งชิงชิงเตรียมสัญญาว่าจ้างเอาไว้แล้ว พร้อมมอบเงินค่าจ้างส่วนหนึ่งไปให้ด้วย
ระหว่างทางไป่ฉีได้รับการติดต่อจากตงไห่ว่าเขาได้จัดการเรื่องหาผู้โชคดีไปร่วมงานปิดกองละครตามที่ได้มีการพูดคุยกันไว้เรียบร้อยแล้ว ไป่ฉีจึงเข้าไปดูคอมเมนต์
[ว้าว ละครเรื่องนี้เปิดโอกาสให้ร่วมสนุกเป็นผู้โชคดีได้ไปกระทบไหล่ดาราด้วย]
[ปิงเยว่ น่ารักมาก ผมกดลงทะเบียนเข้าร่วมไปแล้ว]
[ฉันเองก็ลงทะเบียนแล้ว อยากเจอไป่ฉีมาก]
[เช่นกัน อยากเจอไป่ฉีตัวจริง ฉันจะเอานิยายไปให้เขาเซ็น]
ไป่ฉียกยิ้มขึ้น เพราะคอมเมนต์มากกว่าครึ่งกล่าวถึงตัวเขา บางคนอยากเจอดารารุ่นใหญ่ บางคนอยากเจอปิงเยว่ที่เป็นนักร้องอันดับต้น ๆ ของประเทศ ส่วนเมิ่งชิงชิงนั้นชะเง้อมองหน้าจอสมาร์ทโฟนของไป่ฉี
“คุณตงไห่ทำงานเร็วจริง ๆ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ต้องเรียกว่าพนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ (PR) ทำงานแบบถวายหัวมากกว่าครับ” ไป่ฉียิ้ม
“จุดมุ่งหมายของเช็คที่เขียนจำนวนเงิน 7 หลักนั่นก็เพราะแบบนี้ซินะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“เงินใช้ซื้อใจคนไม่ได้หรอกครับ สิ่งที่ผมทำเรียกว่าน้ำใจต่างหาก หากเรามีน้ำใจกับเขา เขายอมมีน้ำใจกับเรา สรรพสิ่งในโลกตั้งแต่สมัยก่อนก็เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันอยู่แล้ว” ไป่ฉีมองออกไปข้างนอกกระจกรถ
“นายอยากบวชไหม เดี๋ยวบอกคุณตงไห่ให้” เมิ่งชิงชิงแซว
“ผมอยากแต่งงานมากกว่า” ไป่ฉีกล่าว
“งั้นก็รีบ ๆ โตซะสิ” เมิ่งชิงชิงเอามือของเธอไปลูบหัวไป่ฉี
“แค่นี้ยังโตไม่พออีกเหรอครับ หึหึ” ไป่ฉีหันกลับมาจ้องด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ทำให้เมิ่งชิงชิงสะดุ้งแล้วรีบขยับไปติดกับประตูรถอีกด้านหนึ่ง
“ปฏิกิริยาเร็วขึ้นนะครับเนี่ย” ไป่ฉีหัวเราะ
“แหงสิ ฉันถูกนายจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวบ่อย ๆ” เมิ่งชิงชิงบ่นอุบอิบ
“นอนเถอะครับ อีกสักพักว่าจะถึงที่หมาย” ไป่ฉีกล่าว
“นายก็นอนไปด้วยเลย” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ฝากด้วยนะครับคุณคนขับ” ไป่ฉีหันไปบอกคนขัยงบรถ
“เชื่อมือฉันได้เลยค่ะ ท่านซีหลัวเคยช่วยฉันกับครอบครัวเอาไว้ ฉันจะดูแลพวกคุณให้ดีที่สุดค่ะ” คนขับรถหญิงกล่าว
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ แต่ไป่ฉีรู้สึกตัวว่ารถจอดแล้ว เขาจึงลุกขึ้นมานั่งแล้วปลุกเมิ่งชิงชิงทันที เธอที่กำลังงัวเงียก็ถูกไป่ฉีช้อนตัวแล้วพาแบกขึ้นหลังไปยังสตูดิโอถ่ายทำทันที
“คุณไป่ฉี ผู้จัดการคุณเป็นอะไรรึเปล่าคะ ทำไมแบกมา” ทีมงานรายการคนหนึ่งเดินเข้ามาถามอาการของเมิ่งชิงชิงทันที
“ระหว่างทางหลับน่ะครับ ผู้จัดการผมต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะตื่นเต็มที่ ยังไงฝากด้วยนะครับ ผมไปเตรียมตัวก่อน” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะวางเมิ่งชิงชิงลงบนเก้าอี้ที่ทางทีมงานเอามาให้ เมิ่งชิงชิงที่ยังคงมึน ๆ อยู่ ทีมงานจึงเอาผ้าเย็นมาให้เธอเช็ดหน้าเช็ดตา
“ไป่ฉีล่ะคะ” พอเมิ่งชิงชิงเริ่มตื่นเต็มที่เธอถามหาไป่ฉีทันที
“ไปเตรียมตัวแล้วค่ะ” ทีมงานสาวตอบ
“ขอบคุณที่ช่วยดูแลนะคะ น่าอายจัง นิสัยขี้เซาของฉันแก้ไม่หายซักทีค่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“แต่คุณไป่ฉีสุดยอดเลยนะคะ จากลานจอดรถถึงสตูดิโอก็ไกลพอสมควร เขาแข็งแรงมากเลย แบกมาไกลขนาดนั้นยังดูไม่เหนื่อยเลย” ทีมงานสาวเริ่มชมไป่ฉี
“เขาแข่งรายการแอดเวนเจอร์ที่ต้องใช้ร่างกายเป็นหลักได้ เลยแบกฉันแบบได้สบาย ๆ น่ะค่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ว่าแต่อิจฉาจังเลยนะคะ ได้แนบชิดกับแผ่นหลังของเขาแบบนั้น” ทีมงานสาวเริ่มเปิดปากพูดคุยเรื่องของสาว ๆ
“เอ๋ ก็อุ่นดีนะคะ” เมิ่งชิงชิงยิ้ม ตอนนี้เธอยังได้กลิ่นของไป่ฉีอยู่เลย
“ฉันเองก็อยากให้เขาแบกบ้าง” ทีมงานสาวบ่น
“นี่เธอ อย่ามัวแต่คุย ทำงานได้แล้ว” ทีมงานชายคนหนึ่งดุขึ้น
“ค่ะ ๆ ฉันไปก่อนนะคะ” ทีมงานสาวกระซิบบอกเมิ่งชิงชิงก่อนจะรีบวิ่งจากไป
ด้านไป่ฉี เขาเข้าไปที่ห้องแต่งตัวก็พบกับพิธีกรประจำรายการ เขาจึงเดินเข้าไปทักทายพิธีกรรายการทันที แต่สิ่งที่เขาสัมผัสได้คือความเฉยชา พิธีกรไม่แม้แต่จะตอบรับการทักทายจากเขา
'PD คิดยังไงถึงให้เด็กนี่มาออกรายการนี้ ก็แค่ดังจากเหตุที่เกิดขึ้นในงานแฟชั่นโชว์ ไม่เห็นจะต้องรีบคว้าตัวมาเลย ค่าตัวก็สูงทั้งที่เป็นพวกหน้าใหม่ จะสร้างความสนุกให้กับรายการได้งั้นเหรอ ถ้าเป็นรายการแสดงความสามารถเราก็พอจะเชื่อหรอก แต่นี่มันรายการตอบคำถาม คำถามความรู้รอบตัวเชียวนะ' พิธีกรคิดอคติกับไป่ฉีอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นไป่ฉีรู้ทั้งหมด
“นายรู้ไหมว่ารายการของเรามีกติกายังไง” พิธีกรถาม
“ครับ เป็นเกมตอบคำถาม แบ่งเป็น 3 รอบ มีผู้เข้าแข่งขัน 5 คน รอบแรกเป็นการตอบคำถามแบบเร็ว ภายใน 3 วินาทีหลังพิธีกรอ่านคำถามจบ รอบถัดมาเป็นการให้ทายคำตอบโดยอาศัยคุณสมบัติที่ให้มา ส่วนสุดท้ายคือการเปิดแผ่นป้าย โดยแผ่นป้ายที่เปิดจะมีคำถามอยู่ หากตอบคำถามได้ถูกต้องป้ายแผ่นนั้นก็จะเป็นของเรา มันก็คล้าย ๆ กับเกมโอเทลโล่ใช่ไหมครับ ต่อให้เราตอบข้อตรงกลางถูก แต่ถ้าถูกหนีบหัวท้ายก็จะกลายเป็นคะแนนของอีกฝ่ายไป เมื่อเปิดแผ่นป้ายครบหรือเห็นว่ามีคนที่ตอบถูกจนคนอื่นไม่สามารถพลิกกลับมาชนะได้แล้วหรือใครที่ครอบครองพื้นที่ในแผ่นป้ายได้เยอะสุดจะเป็นผู้ชนะ โดยจะคัดผู้เข้าแข่งขันออกรอบละ 1 คน รอบแผ่นป้ายซึ่งเป็นรอบสุดท้ายจะมีผู้เข้าแข่งขันเหลือ 3 คนที่ต้องแข่งกันหาผู้ชนะ” ไป่ฉีกล่าว
“นับว่าทำการบ้านมาดี แต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่า อย่าคิดว่ารายการนี้จะง่ายเหมือนแอดเวนเจอร์ที่เน้นพละกำลังร่ายกายเป็นหลักนะ รายการนี้ต้องใช้ความรู้รอบตัวสูง ชุดคำถามจะถูกสุ่มออกมา ไม่มีทางที่นายหรือผู้เข้าแข่งขันคนไหนจะรู้ ขอให้โชคดีก็แล้วกัน” พิธีกรกล่าวจบ เขาก็เดินออกจากห้องแต่งตัวไปเลย
'ไม่ชอบขี้หน้าข้า แถมยังสบประมาทข้าเยี่ยงนี้ แค่ชนะในรายการคงไม่พอ ต้องให้เจ็บตัวกันเสียบ้าง' ไป่ฉีคิด
ไม่นานดาราคนอื่นก็มาถึงกัน สิ่งที่พวกเขาเห็นคือเด็กหนุ่มที่เป็นที่กล่าวถึงในช่วง 2-3 วันนี้ แน่นอนว่าดาราหญิง 2 คนรีบทำตัวตีสนิทกับไป่ฉีทันที
“เสี่ยวไป่ ยินดีที่ได้รู้จักนะพี่ บลา ๆ ๆ” ดาราสาวพูดอะไรต่อจากนั้นไป่ฉีแทบไม่ได้ตั้งใจฟังเลยสักนิด เขารู้ว่าผู้หญิงพวกนี้ต้องการอะไร
“หลังเสร็จงานนี้พอจะมีเวลาว่างไปทานข้าวกับเจี่ยเจียไหม” ดาราหญิงอีกคนกล่าว
“ไม่ว่างเลยครับ วันนี้มีงานติด ๆ กันเลย คงหาอะไรกินระหว่างเดินทางน่ะครับ” ไป่ฉีตอบปฏิเสธตามมารยาท
“พวกเธอไปเตรียมตัวได้แล้ว เดี๋ยวรายการจะล่าช้า ฉันยังมีงานที่อื่นอีก” ชายวัยกลางคนกล่าว ไป่ฉีจำได้ว่าชายคนนี้เป็นขาประจำรายการตอบคำถามหลายรายการ ไป่ฉียอมรับเลยว่าชายคนนี้มีความรู้มากจริง ๆ เหมาะสมกับรายการแนวนี้มากที่สุด แต่วันนี้คงไม่ใช่วันของชายคนนี้
'คน ๆ นี้ศึกษาและอ่านมาเยอะมาก นับได้ว่ามีความพยายาม แต่ทางนี้เองก็ต้องการหักหน้าพิธีกรเช่นกัน ขอใช้วิชามารหน่อยก็แล้วกัน' ไป่ฉีคิด และเริ่มทำอะไรบางอย่าง
“ใช่ ผมยังต้องไปอัดเสียงอีก อัลบั๊มใหม่ใกล้ถึงกำหนดแล้วด้วย เจี่ยเจียทั้ง 2 อย่ามาทำให้ล่าช้าได้ไหมครับ” ชายหนุ่มอีกคนกล่าว
“จิ๊ ๆ ๆ ทำไมถึงใจร้อนกันนักนะ แค่แต่งตัวเดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว” ดาราหญิงคนแรกลุกไปยังโต๊ะแต่งหน้าทันที ด้วยอารมณ์หงุดหงิด
“ใช่ ฉันแค่คุยให้เด็กใหม่ไม่ตื่นเวที จะได้ไม่ทำให้การถ่ายทำล่าช้า” ดาราหญิงคนที่ 2 กล่าวก่อนจะไปแต่งหน้าเช่นกัน
“ทำสมาธิซะ หนุ่มน้อย ไม่งั้นเธอได้ตกรอบแรกแน่” ดาราชายวัยกลางคนกล่าว
“ครับ” ไป่ฉีตอบกลับ แววตาดูมุ่งมั่นของไป่ฉีทำให้ดาราชายวัยกลางคนยกยิ้มขึ้น
“นายคงตื่นเต้นสินะ ไม่ต้องกังวลหรอกน่า พยายามตอบคำตอบที่คิดว่าใช่ออกมาก่อน ถ้าไม่ใช่ก็ตอบไปเรื่อย ๆ ตราบใดยังไม่เกิน 3 วินาที จะตอบผิดระหว่างนั้นก็ไม่เป็นไร” นักร้องหนุ่มกล่าว
“ขอบคุณที่แนะนำครับ” ไป่ฉีกล่าวขอบคุณ
“ฉันเองก็เคยเป็นแบบนาย ช่วงที่เปิดตัวมีพวกดาราหญิงหลายคนเข้าหา ตอนแรกฉันก็คิดว่าพวกคนในวงการนี้ใจกว้างกันจัง ต้อนรับและเอาใจใส่ฉันอย่างดี แต่พอกระแสเริ่มหาย พวกเขาก็เปลี่ยนไป เฉยชา ไม่ทักทายและเอาใจใส่เหมือนแต่ก่อน ยังไงระวังพวกผู้หญิงในวงการไว้ให้ดี พวกเธอหลายคนล้วนอยากเป็นข่าวกับดาราชายที่กำลังเป็นกระแสทั้งนั้น” นักร้องหนุ่มกระซิบตอน 2 ประโยคสุดท้าย
“ขอบคุณที่เตือนครับ นี่ครับ” ไป่ฉียื่นกระดาษที่เขียนเบอร์ติดต่อเขาไว้ให้
“นี่คือ....” นักร้องชายถาม
“เบอร์ผมน่ะ คนในวงการหาคนที่หวังดีจริง ๆ ยาก แต่ผมมองออกว่าถึงภายนอกคุณพยายามจะทำตัวขวานผ่าซาก พูดอะไรตรง ๆ ไม่สนความรู้สึกคนอื่น แต่นั่นก็เพราะคุณต้องการปกป้องตัวคุณเอง อันนี้ผมเข้าใจครับ หวังว่าพวกเราอาจจะมีโอกาสได้ร่วมงานกัน แต่คงไม่ใช่ในเร็ว ๆ นี้ เพราะงานผมค่อนข้างเยอะมากทีเดียว” ไป่ฉีกล่าว
“นายไม่เหมือนเด็กใหม่ทั่วไปจริง ๆ นะ พวกนั้นพอเข้ามาก็มักจะทะยานอยาก คิดใช้พวกรุ่นเก่าให้ตนเองมีชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว แต่นายกลับบอกว่าหากมีโอกาสนายอยากชวนฉันไปร่วมงานงั้นเหรอ เป็นเด็กใหม่ที่พิลึกดีจังนะ ว่าแต่นายรู้จักชื่อฉันรึยัง” นักร้องชายถาม
“คุณชื่อเหยียนชิง อายุมากกว่าผม 3 ปี แต่เดิมเป็นนักร้องอันดับต้น ๆ ของประเทศ หากไม่เจอข่าวเสียหายที่เนี่ยฟงเป็นคนจัดฉากขึ้น ป่านนี้คุณคงดังกว่าเนี่ยฟงไปแล้ว” ไป่ฉีกล่าว
“มีนายคนแรกเนี่ยแหละที่บอกว่าฉันถูกจัดฉาก ขนาดผู้จัดการยังไม่เชื่อฉันเลย” เหยียนชิงกล่าว เขานึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้นขึ้นมา ขนาดผู้จัดการยังไม่เชื่อเขาเลย แต่คนตรงหน้าเขาที่เป็นหน้าใหม่กลับมองออกว่ามันคือการจัดฉาก
“ทุกคนคะ ได้เวลาแล้วค่ะ” ทีมงานสาวเปิดประตูเข้ามาบอกให้ทุกคนไปที่สตูดิโอได้แล้ว
ไม่นานทุกคนก็เข้าประจำที่แท่นตอบคำถามของตัวเอง ขณะที่กำลังรอพิธีกรคุยกับผู้กำกับรายการ ดาราแต่ละคนต่างก็หันไปทักทายบรรดาผู้ชมในสตูดิโอ ไม่เว้นแม้แต่ไป่ฉี หากแต่ไม่มีใครรู้ว่าไป่ฉีได้เตรียมการสู่ชัยชนะไว้เรียบร้อยแล้ว
“ทุกคนกลับมาประจำที่ได้แล้ว เราจะเริ่มถ่ายทำกันแล้ว” พิธีกรเดินเข้ามาประจำโพเดียมของตน ตอนนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกล้องเริ่มชูนิ้วนับถอยหลังแล้ว
เมื่อเริ่มการถ่ายทำ พิธีกรเริ่มกล่าวทักทายผู้ชมทางบ้านและในสตูดิโอทันที พร้อมอธิบายกติกาการแข่งขัน แนะนำผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนพร้อมผลงาน มีเพียงไป่ฉีเท่านั้นที่ถูกกล่าวแนะนำแบบลวก ๆ ทำให้ผู้กำกับต้องสั่งคัท
“คุณควรแนะนำไป่ฉีให้ละเอียดกว่านี้ ไม่งั้นทาง LSA อาจจะว่าเราได้ เข้าใจไหม ฉันพอรู้มาบ้างว่านายไม่ชอบไป่ฉี แต่นี่มันอาชีพของนาย นายมีหน้าที่ต้องทำ ทำไมนายทำตัวไม่เป็นมืออาชีพแบบนี้ ในงานด้านนี้นายไม่มีสิทธิ์เลือกแต่สิ่งที่ตัวเองชอบหรอกนะ ไป ๆ ทำงานให้สมกับการเป็นพิธีกรมืออาชีพของนายซะ” PD รายการดุพิธีกร ด้วย LSA นั้นเป็นบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ การพูดแนะนำของพิธีกรเมื่อครู่ เหมือนเป็นการแสดงออกถึงการไม่ให้ความสำคัญกับดาราในสังกัดของ LSA ดังนั้น PD จึงสั่งให้ถ่ายใหม่ในช่วงแนะนำผู้เข้าแข่งขัน หลังจากนั้นการแนะนำตัวผู้เข้าแข่งขันผ่านไปได้ด้วยดี ทางผู้กำกับพอใจและสั่งให้พักสักครู่ ก่อนจะเริ่มถ่ายรายการต่อ
“เรามาเข้าสู่ช่วงแรกของรายการ รอบคำถาม 3 วินาที คนที่จะได้เลือกคำถามให้พวกคุณก็คือคนที่กดปุ่มไฟได้เร็วที่สุด เมื่อผมบอกให้กด พวกคุณก็กดได้เลย หากไฟขึ้นที่แท่นของใคร คนนั้นจะได้เลือกคำถามที่มีอยู่ด้านหน้านี้ 5 ชุดด้วยกัน” พิธีกรกล่าว ซึ่งคำถามแต่ละชุดนั้นมีผู้สนับสนุน พิธีกรพูดถึงผู้สนับสนุนไปด้วย จากนั้นจึงเริ่มให้ผู้เข้าแข่งขันกดเพื่อชิงสิทธิ์ในการเลือกชุดคำถาม
“ไป่ฉี คุณได้สิทธิ์ในการเลือกชุดคำถามครับ” พิธีกรผายมือไปทางไป่ฉีที่กดได้เร็วที่สุด
___________________________________
ไป่ฉีกับชิงชิงออกสวนสาธารณะเพื่อออกกำลังกายในตอนเช้า สิ่งที่เขาพบก็ทำให้แปลกใจไม่น้อย นั่นคือป้าจางใสชุดวอร์มกำลังวิ่งพร้อมกับจูงลูกหมาสีขาวตัวน้อยมาด้วย ไป่ฉีกับชิงชิงจึงเข้าไปทักไป่ฉี : สวัสดีครับป้าจาง มาออกกำลังกายเหรอครับป้าจาง : ใช่ ป้าพาหนู ไป่ชิ มาเดินเล่นน่ะ (ชื่อหมาป้าคุ้น ๆ เหมือนเบ้เฮียไป่แฮะ)ชิงชิง : น่ารักจังเลยค่ะ ปกติป้าพามันมาเดินเล่นบ่อยไหมคะป้าจาง : บ่อยอยู่นะ แต่ว่าข้างห้องป้าเนี่ยสิ เดินเล่นในบ้านซะเสียงดังเลยไป่ฉี : เดินเสียงดังเหรอครับ (สังหรณ์ว่าจะเจอบางอย่างที่หักมุม)ป้าจาง : ตอนแรกป้าได้ยินเสียงน่ะ พอเจอตัวเจ้าของห้องเลยถามว่าทำอะไรทำไมเสียงดังจังชิงชิง : แล้วเขาตอบว่าอะไรคะป้าจาง : เขาบอกเดินเล่นในห้องน่ะ ป้าไม่ได้ถามต่อกลัวว่าจะถูกด่าว่าสอดรู้เรื่องคนอื่น แต่เดินยังไงเสียงดัง ตับ ๆ ๆ จะเล่นยังไงได้ยินเสียง อิ๊ ๆ ๆ อิไต ป้าละงงไป่ฉี : นั่นไม่ได้เรียกว่าเดินเล่นแล้วครับป้าจางชิงชิง : =///=ป้าจาง : แล้วเขาเรียกว่าอะไรล่ะไป่ฉี : สาบานว่าป้าไม่รู้ป้าจาง : ไม่รู้ไป่ฉี : ขอให้บ้านไฟไหม้ป้าจาง : ไม่รู้ไป่ฉี : ขอให้โดนหักเงินเดือนป้าจาง : ไม่รู้ไป่ฉี : ขอให้หาผัวไม่ได้ตลอดชีวิตป้าจาง : รู้ ๆ ๆ ทีหลังจะไม่เล่าให้ชิงชิงฟังอีกแล้วไป่ฉี : ="=ชิงชิง : =[]=
+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
