จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 176 ความไม่เป็นมืออาชีพ Re

            เช้าวันรุ่งขึ้น

            ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงออกไปกันตั้งแต่เช้า  วันนี้เขาต้องไปออกรายการเกมโชว์ 1 รายการ  ถ่ายแบบลงนิตยสารแฟชั่นอีก 1 แห่ง และรายการสัมภาษณ์อีก 1 รายการ  แต่ละรายการอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง  วันนี้เขากับเธอนั่งรถคันเดิมคือรถของเมิ่งชิงชิง  แต่ต่างกันตรงที่วันนี้มีคนขับผู้หญิงที่ซีหลัวหามาให้เป็นคนขับแทน  ซึ่งไป่ฉีได้ให้เมิ่งชิงชิงเตรียมสัญญาว่าจ้างเอาไว้แล้ว  พร้อมมอบเงินค่าจ้างส่วนหนึ่งไปให้ด้วย


            ระหว่างทางไป่ฉีได้รับการติดต่อจากตงไห่ว่าเขาได้จัดการเรื่องหาผู้โชคดีไปร่วมงานปิดกองละครตามที่ได้มีการพูดคุยกันไว้เรียบร้อยแล้ว  ไป่ฉีจึงเข้าไปดูคอมเมนต์


            [ว้าว ละครเรื่องนี้เปิดโอกาสให้ร่วมสนุกเป็นผู้โชคดีได้ไปกระทบไหล่ดาราด้วย]


            [ปิงเยว่ น่ารักมาก  ผมกดลงทะเบียนเข้าร่วมไปแล้ว]


            [ฉันเองก็ลงทะเบียนแล้ว  อยากเจอไป่ฉีมาก]


            [เช่นกัน  อยากเจอไป่ฉีตัวจริง  ฉันจะเอานิยายไปให้เขาเซ็น]


            ไป่ฉียกยิ้มขึ้น  เพราะคอมเมนต์มากกว่าครึ่งกล่าวถึงตัวเขา  บางคนอยากเจอดารารุ่นใหญ่  บางคนอยากเจอปิงเยว่ที่เป็นนักร้องอันดับต้น ๆ ของประเทศ  ส่วนเมิ่งชิงชิงนั้นชะเง้อมองหน้าจอสมาร์ทโฟนของไป่ฉี


            “คุณตงไห่ทำงานเร็วจริง ๆ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “ต้องเรียกว่าพนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ (PR) ทำงานแบบถวายหัวมากกว่าครับ” ไป่ฉียิ้ม


            “จุดมุ่งหมายของเช็คที่เขียนจำนวนเงิน 7 หลักนั่นก็เพราะแบบนี้ซินะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “เงินใช้ซื้อใจคนไม่ได้หรอกครับ  สิ่งที่ผมทำเรียกว่าน้ำใจต่างหาก  หากเรามีน้ำใจกับเขา  เขายอมมีน้ำใจกับเรา  สรรพสิ่งในโลกตั้งแต่สมัยก่อนก็เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันอยู่แล้ว” ไป่ฉีมองออกไปข้างนอกกระจกรถ


            “นายอยากบวชไหม  เดี๋ยวบอกคุณตงไห่ให้” เมิ่งชิงชิงแซว


            “ผมอยากแต่งงานมากกว่า” ไป่ฉีกล่าว


            “งั้นก็รีบ ๆ โตซะสิ” เมิ่งชิงชิงเอามือของเธอไปลูบหัวไป่ฉี


            “แค่นี้ยังโตไม่พออีกเหรอครับ หึหึ” ไป่ฉีหันกลับมาจ้องด้วยสายตาเจ้าเล่ห์  ทำให้เมิ่งชิงชิงสะดุ้งแล้วรีบขยับไปติดกับประตูรถอีกด้านหนึ่ง


            “ปฏิกิริยาเร็วขึ้นนะครับเนี่ย” ไป่ฉีหัวเราะ


            “แหงสิ  ฉันถูกนายจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวบ่อย ๆ” เมิ่งชิงชิงบ่นอุบอิบ


            “นอนเถอะครับ  อีกสักพักว่าจะถึงที่หมาย” ไป่ฉีกล่าว


            “นายก็นอนไปด้วยเลย” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “ฝากด้วยนะครับคุณคนขับ” ไป่ฉีหันไปบอกคนขัยงบรถ


            “เชื่อมือฉันได้เลยค่ะ ท่านซีหลัวเคยช่วยฉันกับครอบครัวเอาไว้  ฉันจะดูแลพวกคุณให้ดีที่สุดค่ะ” คนขับรถหญิงกล่าว


            ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่  แต่ไป่ฉีรู้สึกตัวว่ารถจอดแล้ว  เขาจึงลุกขึ้นมานั่งแล้วปลุกเมิ่งชิงชิงทันที  เธอที่กำลังงัวเงียก็ถูกไป่ฉีช้อนตัวแล้วพาแบกขึ้นหลังไปยังสตูดิโอถ่ายทำทันที


            “คุณไป่ฉี  ผู้จัดการคุณเป็นอะไรรึเปล่าคะ  ทำไมแบกมา” ทีมงานรายการคนหนึ่งเดินเข้ามาถามอาการของเมิ่งชิงชิงทันที


            “ระหว่างทางหลับน่ะครับ  ผู้จัดการผมต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะตื่นเต็มที่  ยังไงฝากด้วยนะครับ  ผมไปเตรียมตัวก่อน” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะวางเมิ่งชิงชิงลงบนเก้าอี้ที่ทางทีมงานเอามาให้  เมิ่งชิงชิงที่ยังคงมึน ๆ อยู่  ทีมงานจึงเอาผ้าเย็นมาให้เธอเช็ดหน้าเช็ดตา


            “ไป่ฉีล่ะคะ” พอเมิ่งชิงชิงเริ่มตื่นเต็มที่เธอถามหาไป่ฉีทันที


            “ไปเตรียมตัวแล้วค่ะ” ทีมงานสาวตอบ


            “ขอบคุณที่ช่วยดูแลนะคะ  น่าอายจัง  นิสัยขี้เซาของฉันแก้ไม่หายซักทีค่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “แต่คุณไป่ฉีสุดยอดเลยนะคะ  จากลานจอดรถถึงสตูดิโอก็ไกลพอสมควร  เขาแข็งแรงมากเลย  แบกมาไกลขนาดนั้นยังดูไม่เหนื่อยเลย” ทีมงานสาวเริ่มชมไป่ฉี


            “เขาแข่งรายการแอดเวนเจอร์ที่ต้องใช้ร่างกายเป็นหลักได้  เลยแบกฉันแบบได้สบาย ๆ น่ะค่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “ว่าแต่อิจฉาจังเลยนะคะ  ได้แนบชิดกับแผ่นหลังของเขาแบบนั้น” ทีมงานสาวเริ่มเปิดปากพูดคุยเรื่องของสาว ๆ


            “เอ๋ ก็อุ่นดีนะคะ” เมิ่งชิงชิงยิ้ม  ตอนนี้เธอยังได้กลิ่นของไป่ฉีอยู่เลย


            “ฉันเองก็อยากให้เขาแบกบ้าง” ทีมงานสาวบ่น


            “นี่เธอ อย่ามัวแต่คุย  ทำงานได้แล้ว” ทีมงานชายคนหนึ่งดุขึ้น


            “ค่ะ ๆ ฉันไปก่อนนะคะ” ทีมงานสาวกระซิบบอกเมิ่งชิงชิงก่อนจะรีบวิ่งจากไป


            ด้านไป่ฉี เขาเข้าไปที่ห้องแต่งตัวก็พบกับพิธีกรประจำรายการ  เขาจึงเดินเข้าไปทักทายพิธีกรรายการทันที  แต่สิ่งที่เขาสัมผัสได้คือความเฉยชา  พิธีกรไม่แม้แต่จะตอบรับการทักทายจากเขา


            'PD คิดยังไงถึงให้เด็กนี่มาออกรายการนี้   ก็แค่ดังจากเหตุที่เกิดขึ้นในงานแฟชั่นโชว์  ไม่เห็นจะต้องรีบคว้าตัวมาเลย  ค่าตัวก็สูงทั้งที่เป็นพวกหน้าใหม่  จะสร้างความสนุกให้กับรายการได้งั้นเหรอ  ถ้าเป็นรายการแสดงความสามารถเราก็พอจะเชื่อหรอก  แต่นี่มันรายการตอบคำถาม  คำถามความรู้รอบตัวเชียวนะ' พิธีกรคิดอคติกับไป่ฉีอยู่ก่อนแล้ว   ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นไป่ฉีรู้ทั้งหมด


            “นายรู้ไหมว่ารายการของเรามีกติกายังไง” พิธีกรถาม


            “ครับ  เป็นเกมตอบคำถาม  แบ่งเป็น 3 รอบ  มีผู้เข้าแข่งขัน 5 คน  รอบแรกเป็นการตอบคำถามแบบเร็ว  ภายใน 3 วินาทีหลังพิธีกรอ่านคำถามจบ  รอบถัดมาเป็นการให้ทายคำตอบโดยอาศัยคุณสมบัติที่ให้มา  ส่วนสุดท้ายคือการเปิดแผ่นป้าย  โดยแผ่นป้ายที่เปิดจะมีคำถามอยู่  หากตอบคำถามได้ถูกต้องป้ายแผ่นนั้นก็จะเป็นของเรา  มันก็คล้าย ๆ กับเกมโอเทลโล่ใช่ไหมครับ ต่อให้เราตอบข้อตรงกลางถูก  แต่ถ้าถูกหนีบหัวท้ายก็จะกลายเป็นคะแนนของอีกฝ่ายไป  เมื่อเปิดแผ่นป้ายครบหรือเห็นว่ามีคนที่ตอบถูกจนคนอื่นไม่สามารถพลิกกลับมาชนะได้แล้วหรือใครที่ครอบครองพื้นที่ในแผ่นป้ายได้เยอะสุดจะเป็นผู้ชนะ  โดยจะคัดผู้เข้าแข่งขันออกรอบละ 1 คน  รอบแผ่นป้ายซึ่งเป็นรอบสุดท้ายจะมีผู้เข้าแข่งขันเหลือ 3 คนที่ต้องแข่งกันหาผู้ชนะ” ไป่ฉีกล่าว


            “นับว่าทำการบ้านมาดี  แต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่า อย่าคิดว่ารายการนี้จะง่ายเหมือนแอดเวนเจอร์ที่เน้นพละกำลังร่ายกายเป็นหลักนะ  รายการนี้ต้องใช้ความรู้รอบตัวสูง  ชุดคำถามจะถูกสุ่มออกมา  ไม่มีทางที่นายหรือผู้เข้าแข่งขันคนไหนจะรู้  ขอให้โชคดีก็แล้วกัน” พิธีกรกล่าวจบ  เขาก็เดินออกจากห้องแต่งตัวไปเลย


            'ไม่ชอบขี้หน้าข้า  แถมยังสบประมาทข้าเยี่ยงนี้  แค่ชนะในรายการคงไม่พอ  ต้องให้เจ็บตัวกันเสียบ้าง' ไป่ฉีคิด


            ไม่นานดาราคนอื่นก็มาถึงกัน  สิ่งที่พวกเขาเห็นคือเด็กหนุ่มที่เป็นที่กล่าวถึงในช่วง 2-3 วันนี้  แน่นอนว่าดาราหญิง 2 คนรีบทำตัวตีสนิทกับไป่ฉีทันที


            “เสี่ยวไป่  ยินดีที่ได้รู้จักนะพี่  บลา ๆ ๆ” ดาราสาวพูดอะไรต่อจากนั้นไป่ฉีแทบไม่ได้ตั้งใจฟังเลยสักนิด  เขารู้ว่าผู้หญิงพวกนี้ต้องการอะไร


            “หลังเสร็จงานนี้พอจะมีเวลาว่างไปทานข้าวกับเจี่ยเจียไหม” ดาราหญิงอีกคนกล่าว


            “ไม่ว่างเลยครับ  วันนี้มีงานติด ๆ กันเลย  คงหาอะไรกินระหว่างเดินทางน่ะครับ” ไป่ฉีตอบปฏิเสธตามมารยาท


            “พวกเธอไปเตรียมตัวได้แล้ว  เดี๋ยวรายการจะล่าช้า  ฉันยังมีงานที่อื่นอีก” ชายวัยกลางคนกล่าว  ไป่ฉีจำได้ว่าชายคนนี้เป็นขาประจำรายการตอบคำถามหลายรายการ  ไป่ฉียอมรับเลยว่าชายคนนี้มีความรู้มากจริง ๆ เหมาะสมกับรายการแนวนี้มากที่สุด  แต่วันนี้คงไม่ใช่วันของชายคนนี้


            'คน ๆ นี้ศึกษาและอ่านมาเยอะมาก  นับได้ว่ามีความพยายาม  แต่ทางนี้เองก็ต้องการหักหน้าพิธีกรเช่นกัน  ขอใช้วิชามารหน่อยก็แล้วกัน' ไป่ฉีคิด และเริ่มทำอะไรบางอย่าง


            “ใช่  ผมยังต้องไปอัดเสียงอีก  อัลบั๊มใหม่ใกล้ถึงกำหนดแล้วด้วย  เจี่ยเจียทั้ง 2 อย่ามาทำให้ล่าช้าได้ไหมครับ” ชายหนุ่มอีกคนกล่าว


            “จิ๊ ๆ ๆ ทำไมถึงใจร้อนกันนักนะ  แค่แต่งตัวเดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว” ดาราหญิงคนแรกลุกไปยังโต๊ะแต่งหน้าทันที  ด้วยอารมณ์หงุดหงิด


            “ใช่  ฉันแค่คุยให้เด็กใหม่ไม่ตื่นเวที  จะได้ไม่ทำให้การถ่ายทำล่าช้า” ดาราหญิงคนที่ 2 กล่าวก่อนจะไปแต่งหน้าเช่นกัน


            “ทำสมาธิซะ  หนุ่มน้อย  ไม่งั้นเธอได้ตกรอบแรกแน่” ดาราชายวัยกลางคนกล่าว


            “ครับ” ไป่ฉีตอบกลับ  แววตาดูมุ่งมั่นของไป่ฉีทำให้ดาราชายวัยกลางคนยกยิ้มขึ้น


            “นายคงตื่นเต้นสินะ  ไม่ต้องกังวลหรอกน่า  พยายามตอบคำตอบที่คิดว่าใช่ออกมาก่อน  ถ้าไม่ใช่ก็ตอบไปเรื่อย ๆ ตราบใดยังไม่เกิน 3 วินาที  จะตอบผิดระหว่างนั้นก็ไม่เป็นไร” นักร้องหนุ่มกล่าว


            “ขอบคุณที่แนะนำครับ” ไป่ฉีกล่าวขอบคุณ


            “ฉันเองก็เคยเป็นแบบนาย   ช่วงที่เปิดตัวมีพวกดาราหญิงหลายคนเข้าหา  ตอนแรกฉันก็คิดว่าพวกคนในวงการนี้ใจกว้างกันจัง  ต้อนรับและเอาใจใส่ฉันอย่างดี  แต่พอกระแสเริ่มหาย  พวกเขาก็เปลี่ยนไป  เฉยชา  ไม่ทักทายและเอาใจใส่เหมือนแต่ก่อน  ยังไงระวังพวกผู้หญิงในวงการไว้ให้ดี  พวกเธอหลายคนล้วนอยากเป็นข่าวกับดาราชายที่กำลังเป็นกระแสทั้งนั้น” นักร้องหนุ่มกระซิบตอน 2 ประโยคสุดท้าย


            “ขอบคุณที่เตือนครับ  นี่ครับ” ไป่ฉียื่นกระดาษที่เขียนเบอร์ติดต่อเขาไว้ให้


            “นี่คือ....” นักร้องชายถาม


            “เบอร์ผมน่ะ  คนในวงการหาคนที่หวังดีจริง ๆ ยาก  แต่ผมมองออกว่าถึงภายนอกคุณพยายามจะทำตัวขวานผ่าซาก  พูดอะไรตรง ๆ ไม่สนความรู้สึกคนอื่น  แต่นั่นก็เพราะคุณต้องการปกป้องตัวคุณเอง  อันนี้ผมเข้าใจครับ  หวังว่าพวกเราอาจจะมีโอกาสได้ร่วมงานกัน  แต่คงไม่ใช่ในเร็ว ๆ นี้  เพราะงานผมค่อนข้างเยอะมากทีเดียว” ไป่ฉีกล่าว


            “นายไม่เหมือนเด็กใหม่ทั่วไปจริง ๆ นะ  พวกนั้นพอเข้ามาก็มักจะทะยานอยาก  คิดใช้พวกรุ่นเก่าให้ตนเองมีชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว  แต่นายกลับบอกว่าหากมีโอกาสนายอยากชวนฉันไปร่วมงานงั้นเหรอ  เป็นเด็กใหม่ที่พิลึกดีจังนะ  ว่าแต่นายรู้จักชื่อฉันรึยัง” นักร้องชายถาม


            “คุณชื่อเหยียนชิง  อายุมากกว่าผม 3 ปี  แต่เดิมเป็นนักร้องอันดับต้น ๆ ของประเทศ  หากไม่เจอข่าวเสียหายที่เนี่ยฟงเป็นคนจัดฉากขึ้น  ป่านนี้คุณคงดังกว่าเนี่ยฟงไปแล้ว” ไป่ฉีกล่าว


            “มีนายคนแรกเนี่ยแหละที่บอกว่าฉันถูกจัดฉาก  ขนาดผู้จัดการยังไม่เชื่อฉันเลย” เหยียนชิงกล่าว  เขานึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้นขึ้นมา  ขนาดผู้จัดการยังไม่เชื่อเขาเลย  แต่คนตรงหน้าเขาที่เป็นหน้าใหม่กลับมองออกว่ามันคือการจัดฉาก


            “ทุกคนคะ  ได้เวลาแล้วค่ะ” ทีมงานสาวเปิดประตูเข้ามาบอกให้ทุกคนไปที่สตูดิโอได้แล้ว


            ไม่นานทุกคนก็เข้าประจำที่แท่นตอบคำถามของตัวเอง  ขณะที่กำลังรอพิธีกรคุยกับผู้กำกับรายการ  ดาราแต่ละคนต่างก็หันไปทักทายบรรดาผู้ชมในสตูดิโอ  ไม่เว้นแม้แต่ไป่ฉี  หากแต่ไม่มีใครรู้ว่าไป่ฉีได้เตรียมการสู่ชัยชนะไว้เรียบร้อยแล้ว


            “ทุกคนกลับมาประจำที่ได้แล้ว  เราจะเริ่มถ่ายทำกันแล้ว” พิธีกรเดินเข้ามาประจำโพเดียมของตน  ตอนนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกล้องเริ่มชูนิ้วนับถอยหลังแล้ว


            เมื่อเริ่มการถ่ายทำ  พิธีกรเริ่มกล่าวทักทายผู้ชมทางบ้านและในสตูดิโอทันที  พร้อมอธิบายกติกาการแข่งขัน  แนะนำผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนพร้อมผลงาน  มีเพียงไป่ฉีเท่านั้นที่ถูกกล่าวแนะนำแบบลวก ๆ ทำให้ผู้กำกับต้องสั่งคัท


            “คุณควรแนะนำไป่ฉีให้ละเอียดกว่านี้  ไม่งั้นทาง LSA อาจจะว่าเราได้  เข้าใจไหม  ฉันพอรู้มาบ้างว่านายไม่ชอบไป่ฉี  แต่นี่มันอาชีพของนาย  นายมีหน้าที่ต้องทำ  ทำไมนายทำตัวไม่เป็นมืออาชีพแบบนี้  ในงานด้านนี้นายไม่มีสิทธิ์เลือกแต่สิ่งที่ตัวเองชอบหรอกนะ  ไป ๆ ทำงานให้สมกับการเป็นพิธีกรมืออาชีพของนายซะ” PD รายการดุพิธีกร  ด้วย LSA นั้นเป็นบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่  การพูดแนะนำของพิธีกรเมื่อครู่  เหมือนเป็นการแสดงออกถึงการไม่ให้ความสำคัญกับดาราในสังกัดของ LSA  ดังนั้น PD จึงสั่งให้ถ่ายใหม่ในช่วงแนะนำผู้เข้าแข่งขัน  หลังจากนั้นการแนะนำตัวผู้เข้าแข่งขันผ่านไปได้ด้วยดี  ทางผู้กำกับพอใจและสั่งให้พักสักครู่  ก่อนจะเริ่มถ่ายรายการต่อ


            “เรามาเข้าสู่ช่วงแรกของรายการ  รอบคำถาม 3 วินาที  คนที่จะได้เลือกคำถามให้พวกคุณก็คือคนที่กดปุ่มไฟได้เร็วที่สุด  เมื่อผมบอกให้กด  พวกคุณก็กดได้เลย  หากไฟขึ้นที่แท่นของใคร  คนนั้นจะได้เลือกคำถามที่มีอยู่ด้านหน้านี้ 5 ชุดด้วยกัน” พิธีกรกล่าว  ซึ่งคำถามแต่ละชุดนั้นมีผู้สนับสนุน  พิธีกรพูดถึงผู้สนับสนุนไปด้วย  จากนั้นจึงเริ่มให้ผู้เข้าแข่งขันกดเพื่อชิงสิทธิ์ในการเลือกชุดคำถาม


            “ไป่ฉี  คุณได้สิทธิ์ในการเลือกชุดคำถามครับ” พิธีกรผายมือไปทางไป่ฉีที่กดได้เร็วที่สุด

    ___________________________________

    ไป่ฉีกับชิงชิงออกสวนสาธารณะเพื่อออกกำลังกายในตอนเช้า สิ่งที่เขาพบก็ทำให้แปลกใจไม่น้อย นั่นคือป้าจางใสชุดวอร์มกำลังวิ่งพร้อมกับจูงลูกหมาสีขาวตัวน้อยมาด้วย ไป่ฉีกับชิงชิงจึงเข้าไปทัก
    ไป่ฉี : สวัสดีครับป้าจาง มาออกกำลังกายเหรอครับป้าจาง : ใช่ ป้าพาหนู ไป่ชิ มาเดินเล่นน่ะ (ชื่อหมาป้าคุ้น ๆ เหมือนเบ้เฮียไป่แฮะ)ชิงชิง : น่ารักจังเลยค่ะ ปกติป้าพามันมาเดินเล่นบ่อยไหมคะป้าจาง : บ่อยอยู่นะ แต่ว่าข้างห้องป้าเนี่ยสิ เดินเล่นในบ้านซะเสียงดังเลยไป่ฉี : เดินเสียงดังเหรอครับ (สังหรณ์ว่าจะเจอบางอย่างที่หักมุม)ป้าจาง : ตอนแรกป้าได้ยินเสียงน่ะ พอเจอตัวเจ้าของห้องเลยถามว่าทำอะไรทำไมเสียงดังจังชิงชิง : แล้วเขาตอบว่าอะไรคะป้าจาง : เขาบอกเดินเล่นในห้องน่ะ ป้าไม่ได้ถามต่อกลัวว่าจะถูกด่าว่าสอดรู้เรื่องคนอื่น แต่เดินยังไงเสียงดัง ตับ ๆ ๆ จะเล่นยังไงได้ยินเสียง อิ๊ ๆ ๆ อิไต ป้าละงงไป่ฉี : นั่นไม่ได้เรียกว่าเดินเล่นแล้วครับป้าจางชิงชิง : =///=ป้าจาง : แล้วเขาเรียกว่าอะไรล่ะไป่ฉี : สาบานว่าป้าไม่รู้ป้าจาง : ไม่รู้ไป่ฉี : ขอให้บ้านไฟไหม้ป้าจาง : ไม่รู้ไป่ฉี : ขอให้โดนหักเงินเดือนป้าจาง : ไม่รู้ไป่ฉี : ขอให้หาผัวไม่ได้ตลอดชีวิตป้าจาง : รู้ ๆ ๆ ทีหลังจะไม่เล่าให้ชิงชิงฟังอีกแล้วไป่ฉี : ="=ชิงชิง : =[]=


    +ฝากเพจนิยายด้วยครับ+


    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185