เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ไครเซอร์ก็นั่งกุมมือของตนเองด้วยท่าทีอันเยียบเย็น เขารู้อยู่แล้วว่าไม่ว่าจะสถานที่หรือองค์กรไหนทุกอย่างย่อมที่จะมีทั้งคนดีและคนเลว ไม่มีทางที่ผู้คนทั้งหมดจะมีความคิดหรือนิสัยด้านเดียวกันได้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวนางนั่นย่อมเป็นอะไรที่สะเทือนใจให้กับไซเนอร์อยู่ไม่น้อย มันคงจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดวายร้ายขึ้นมาละมั้ง
"หลังจากที่หญิงสาวของเขานั่นฆ่าตาย ไซเนอร์เมื่อได้รับรู้ข่าวก็ต้องจิตใจแตกสลาย เขานั่นบ้าคลั่งและเริ่มการแก้แค้นของตน ด้วยพลังริปเปอร์ที่สามารถหายตัวได้ เขาได้เข่นฆ่าบุคคลที่ลงมือยำยีแฟนสาวของตนเองทั้งหมดอย่างไร้ความปราณี ไม่เว้นแม้แต่ผู้คุมการ์เดี้ยนที่เข้ามาช่วยเหลือ ในครานั่นมีคนล้มตายไปมากกว่า470คน ทั้งหมดเป็นนักสู้แห่งดวงดาวด้วยกันทั้งสิ้น ถือเป็นเหตุการณ์ที่สั่นคลอนไปทั่วทั้งเมืองเลยก็ว่าได้"
"และด้วยอิทธิพลของบุคคลระดับสูงที่อยู่ในองค์กรกับความเคียดแค้นต่อชายหนุ่มที่ฆ่าลูกชายของตนเอง เขาได้ใช้อำนาจที่อยู่ในมือตัดสินว่าไซเนอร์เป็นอาชญากรที่โหดเหี้ยม คนอื่นๆก็ไม่สนใจถึงเรื่องราวตั้งแต่ต้นว่าทำไมเขาถึงได้ลงมืออย่างโหดร้ายเช่นนี้ ในเมื่อสังหารคนไปมากมายแล้วย่อมที่จะย้อนคืนกลับไปไม่ได้ หลังจากนั่นเป็นต้นมาไซเนอร์ได้หลบหนีจากการจับกุมและหลบซ่อนตัวอยู่หลายเดือน จนกระทั่งเขาเดินทางมายังเมืองไร้กฎหมายและเริ่มสร้างอิทธิพลของตนเองขึ้น ว่ากันว่าเขานั่นอยากจะได้พลังที่จะไปสังหารบุคคลระดับสูงของสมาพันธ์แห่งดวงดาวสาขาโลกนั่นเอง เรื่องมันก็เป็นประมาณนี้แหละบอส"
"เจ้าไซเนอร์นี่ถ้าให้ว่ากันตามจริง องค์กรเงามืดของมันนั่นไม่เคยได้ล้ำเส้นต่อองค์กรมังกรดำของเราเลยซักนิด พวกเราทั้งสองถึงจะปะทะกันอยู่ไม่น้อยแต่ก็ไม่มีผู้คนล้มตายเลย ราวกับว่าชายหนุ่มที่มีนามว่าไซเนอร์นั่นไม่ได้สนใจถึงการแก่งแย่งชิงดีในเมืองไร้กฎหมายเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่รู้ว่ามีสาเหตุอะไรแต่เจ้านี่น่าคบหาอยู่ไม่น้อย ถ้าเป็นไปได้อยากจะได้มันมารับใช้บอสจริงๆ คงจะเป็นแขนขาที่ไม่เลวสำหรับบอสเลยละ"
ชายวัยกลางคนพูดจบก็จิบน้ำชาเพื่อดับกระหายอยู่เล็กน้อย ขณะเดียวกันในใจของเขาก็นึกสงสารชายหนุ่มคนนี้ขึ้นมา จากที่มีอนาคตสดใสเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะและเจิดจรัสยิ่งกว่าใครๆกับต้องถูกบีบบังคับให้กลายเป็นอาชญากรตัวเป้ง เรื่องทั้งหมดมันเริ่มมาจากความเน่าเหม็นของผู้คนภายในองค์กรนั่น
ชายหนุ่มเมื่อได้ฟังทั้งหมดก็นิ่งเงียบไปอยู่พักนึง ฝ่ามือลูบคางไปมาราวกับว่ากำลังครุ่นคิดถึงบางสิ่ง
< เจ้านี่น่าสนใจนะโฮสต์ สมควรที่จะพิจารณาไม่สังหารมันแต่เก็บเอาไว้ใช้งานมันดีกว่า ถ้าได้คนที่มีความแค้นต่อสมาพันธ์แบบนี้มาย่อมเป็นผลดีมากกว่าผลเสียต่อองค์กรสเปคเตอร์เรา >
ระบบก็ได้แนะนำให้กับชายหนุ่มฟัง ในความคิดของมันการได้คนรับใช้ระดับนี้มาย่อมเป็นอะไรที่ดีเป็นอย่างมาก
"คิดเหมือนกันเลยระบบ ถ้าได้เจ้าไซเนอร์นี่มาเข้าร่วมองค์กรสเปคเตอร์ละก็ พวกเราจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น พลังริปเปอร์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงร่างกายตนเองให้กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมได้ก็ไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน ถึงจะถูกจัดว่าเป็นพลังริปเปอร์ระดับที่3แต่ถ้าเทียบกับพลังอื่นๆก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว เหมาะกับการลอบฆ่าเป็นอย่างมาก..!!"
เขาพูดขึ้นพร้อมกับพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ไซเนอร์ผู้นี้ผ่านประสบการณ์ที่ร้ายแรงเป็นอย่างมาก คนรักของตนเองถูกยำยีจนกระทั่งตกตายไป มันคือรอยแผลที่ฝังลึกเลยก็ว่าได้ มีใครบ้างที่ไม่เคียดแค้นต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ถ้าเหตุการณ์ทั้งหมดนั่นเกิดขึ้นกับไครเซอร์ละก็ มันจะไม่ใช่เพียงแต่กลุ่มคน แต่เขาจะทำลายพวกมันทั้งหมดไม่ให้เหลือแม้แต่เศษซากเลยเชียวละ
"ว่าแต่บอสจะเอายังไง? ไซเนอร์ผู้นี้กระผมอาจจะพอพูดคุยได้ ถ้าพวกเรามีจุดประสงค์เดียวกันละก็น่ะ ส่วนเจ้าคานนั่นเจ้านี้เป็นผู้ที่พูดคุยกันด้วยเหตุผลไม่ได้ อารมณ์ของมันโหดเหี้ยมและดุร้ายเป็นอย่างมาก เจ้าบ้านั่นปกครองสมาคมจิ้งเหลนเพลิงด้วยความหวาดกลัว ลูกน้องของมันไม่น้อยได้เก็บงำความแค้นจากการถูกกระทำไม่ไหว แต่พวกมันทั้งหมดก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากอะไรออกมาเพราะกลัวพลังของเจ้าคานนั่นเอง ถ้าเราใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ด้วยละก็ ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คงจะไม่เลวเลยทีเดียว!!"
ไอรอนเอ่ยถามถึงสิ่งต่างๆที่ชายหนุ่มจะทำหลังจากนี้ มันก็อยากจะรู้ว่าบอสไครเซอร์จะเดินไปตามเส้นทางไหน
"น่าสนใจ ถ้าเป็นอย่างที่คุณว่่าจริงๆการจะทำลายสมาคมจิ้งเหลนเพลิงคงจะไม่ยากแล้วละ ส่วนองค์กรเงามืดน่าจะเป็นพวกที่พูดคุยกันได้"
ไครเซอร์เอ่ยจบจากนั่นเขาก็ออกคำสั่งให้กับชายวัยกลางคนที่อยู่เบื้องหน้า
"ไปเชิญบอสขององค์เงามืดอย่างไซเนอร์ให้มาพูดคุยกันเถอะ บอกไปว่าองค์กรสเปคเตอร์ต้องการที่จะร่วมมือด้วย ส่วนเจ้าคานนั่นยังไม่ต้องทำอะไร ไว้ค่อยพิจารณาหลังจากนี้เถอะ"
คำตอบของชายหนุ่มทำให้ไอรอนยืนขึ้นพลางก้มตัวแสดงความเคารพเขา
"เข้าใจแล้วครับบอส เดียวผมจะติดต่อไปหาทางนั่นเป็นการส่วนตัวเอง คงจะใช้เวลาไม่กี่สิบนาที แต่ก่อนหน้านั่น......."
ไอรอนพูดขึ้นพร้อมกับเงียบไปแวบนึงพร้อมกับจ้องมองไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ ไครเซอร์ที่เห็นเขาท่าทางแปลกไปก็ขมวดคิ้วอยู่นิดๆ
"คนทรยศบอส!! เราควรจะจัดการมันซะตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าเกิดมันรับรู้ว่าพวกเราได้ติดต่อกับไซเนอร์ เรื่องราวนี้คงอาจจะไปถึงหูของบุคคลที่สามอย่างแน่นอน ผมไม่ไว้ใจมันโดยตลอดมาและในตอนนี้มันย่อมถึงเวลานั่นแล้ว..!!"
น้ำเสียงที่เหี้ยมเกรียมดังก้องออกมาจากลำคอ ในใจของชายวัยกลางคนตอนนี้สับสนจนอธิบายไม่ถูก แต่ในเมื่อตัดสินใจไปแล้ว คนทรยศก็คือทรยศ มันไม่มีอะไรให้ไปเสียใจกับบุคคลจำพวกนี้ ทั้งๆที่มันนั่นไว้ใจตลอดมา แต่ผลลัพธ์สุดท้ายก็ไม่เป็นดั่งที่มันหวัง มันอยากจะเปลี่ยนแปลงอนาคตของตนเองแต่ก็ไม่สามารถทำได้
"คุณจะเอาเช่นนั่นหรอ? เจ้านั่นเป็นเหมือนลูกชายของคุณเลยนะ คุณเลี้ยงดูมันมาและสอนทุกสิ่งทุกอย่างให้ทั้งหมด แต่ก็ไม่คิดเลยว่ามันจะอยากได้อำนาจที่มากยิ่งขึ้น ถึงกับทรยศหักหลังผู้มีพระคุณเช่นนี้ เฮ้อ"
ไครเซอร์หรี่ตาลงอยู่นิดๆพลางพิงหลังลงบนโซฟา การตัดสินใจของชายวัยกลางคนได้ทำให้ชายหนุ่มต้องชื่นชมเขาอยู่ไม่น้อย ก็อย่างที่บอกไปคนทรยศก็คือคนทรยศ ต่อให้จะเป็นครอบครัวเดียวกัน พวกเขาก็ได้แตกหักกันนับแต่วินาทีนั่นแล้ว คนทรยศต่อพวกพ้องไม่สมควรที่จะมีชีวิตอยู่และยิ่งตอนนี้องค์กรสเปคเตอร์ได้ก่อตั้งขึ้นมาแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องเก็บงูพิษไว้ข้างกายอีกต่อไป
ไอรอนไม่ได้ตอบอะไรแต่เขายืนนิ่งพร้อมกับกำหมัดด้วยท่าทีอันสั่นเทา มันคือความโกรธและความผิดหวังที่ผสมปนเปกัน แต่มันก็เพียงแค่อารมณ์ชั่วครู่นึง ในตอนนี้สำหรับเขาแล้วมันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่มากล้นเท่านั้น
"ต้องจัดการให้เด็ดขาด ขอความร่วมมือจากบอสด้วย!!!"
ขณะนั่นเขาได้ยกแขนของตนเองขึ้นพร้อมกับจิ้มไปยังปุ่มที่อยู่บนกำไลข้อมือ ทันใดนั่นภาพโฮโลแกรมสามมิติสีฟ้าโปร่งที่มีหน้าจอขนาดเล็กก็ได้ปรากฏขึ้น ชายวัยกลางคนได้สั่งการมันผ่านความคิดไปยังรายชื่อนึงพร้อมกับเอ่ยขึ้น รายชื่อนั่นคือรองหัวหน้าขององค์กรมังกรดำในอดีตหรือก็คือเฟียน์เลนนั่นเอง
"ขึ้นมาหาข้าที่ห้องทำงานหน่อย ทั้งข้าและท่านไครเซอร์มีเรื่องที่จะพูดคุยด้วย"
....
อ้าว ตอนแรกก็นึกว่าดี รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ