รู้ตัวอีกทีผมก็กลายเป็นแมวเป้าในวันสิ้นโลก

    ตอนที่ 81 สัตว์ทดลองในห้องทดลอง C137

    ตอนที่81 สัตว์ทดลองในห้องทดลอง C137

    ห้องทดลอง C137

    การเดินทางผ่านที่นี่สร้างแรงกดดันให้กับพวกนาโอมิและคาร่าอย่างมากแต่ว่านี่เป็นแค่ทางเดินส่วนแรกเท่านั้น พวกเขายังต้องผ่านอีกหลายห้องทดลอง

    ตามหลักแล้วห้องที่อยู่ชั้นบน ๆ มักจะไม่ใช่การทดลองที่อันตรายมากเท่ากับชั้นล่างๆ

    แต่ว่าที่พวกเขาเจอก็ทำเอาขนหัวลุกเหมือนกันเมื่อเข้าก็พบกับสิ่งที่เรียกว่าหลอดทดลองตั้งเรียงรายอยู่ภายในห้องสองข้างทาง

    ในนั้นกลับเต็มไปด้วยซากสัตว์ที่ถูกดองไว้ สัตว์แต่ละตัวมีสภาพเหมือนกับศพซอมบี้

    “ห้องทดลองนี้มันคืออะไรกัน อย่าบอกนะว่าสัตว์พวกนี้ก็ติดเชื้อซอมบี้ได้”

    “ไม่ใช่ว่าสัตว์ไมได้ติดเชื้อซอมบี้แต่วิวัฒนาการเป็นสัตว์อสูรเหรอ”

    ทหารสองนายด้านหลังต่างก็พึมพำในที่สิ่งที่ตนเองคิดออกมา

    “มันยังไม่มีข้อสรุปที่ว่าสัตว์กลายเป็นสัตว์อสูรได้ยังไงเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมโลก หรือเกิดจากการติดเชื้อซอมบี้ แต่ว่าตอนนี้สัตว์ในหลอดทดลองพวกนี้น่าจะติดเชื้อซอมบี้จริงๆ แต่สภาพมันต่างจากสัตว์อสูรมาก” นาโอมิกล่าว

    “ห้องทดลอง C137ตกลงแล้วทำอะไรกันแน่ เราเข้าไปดูกันหน่อยไหม” มาเดลินรู้สึกสนใจมาก เพราะเธอสนใจในเรื่องเกี่ยวกับสัตว์อสูรและการเอามันไปใช้ประโยชน์ถ้าการทดลองที่นี่เกี่ยวกับสัตว์อสูรจริง ๆ มันอาจจะมีประโยชน์กับเธอก็ได้

    “ลองดูก็ได้ แต่ถ้าไม่เจอก็ไปกันต่อ”นาโอมิคิดอยู่เล็กน้อย ยังไงซะสถานที่ส่งสัญญาณก็ไม่ได้หายไปไหน

    ถ้าได้รู้เรื่องราวมากขึ้นเกี่ยวกับฐานวิจัยแห่งนี้ก็ทำให้ง่ายในการเดินทางมากขึ้น

    หลังจากเดินไปด้านหน้าและมองไปด้วยในที่สุดก็เจอเข้ากับห้องหนึ่งที่ด้านในเต็มไปด้วยระบบคอมพิวเตอร์และเอกสารหลายอย่างที่วางอย่างเป็นระเบียบอยู่ด้านใน

    พวกเขาเข้าไปตรวจดูคาร่าเดินไปหยิบหนึ่งในเอกสาร ก่อนจะเปิดดูแล้วก็พบว่าในเอกสารนี้บันทึกเรื่องราวของสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง

    “แมวที่ติดเชื้อซอมบี้ การแยกเชื้อการวิเคราะห์เชื้อ พฤติกรรมหลังการติดเชื้อซอมบี้” คาร่าเปิดอ่านทีละหัวข้อ

    คนอื่น ๆ ก็ลองเข้าไปหยิบมาดูบ้างเช่นกัน

    แฟ้มแต่ะละแฟ้มใช้บันทึกข้อมูลของสัตว์ที่ติดเชื้อหนึ่งตัวซึ่งบางแฟ้มก็ยาวบางแฟ้มก็สั้น เห็นได้ชัดตามจำนวนวันที่ยังมีชีวิตอยู่

    แต่หากสงสัยว่าสัตว์เหล่านี้ติดเชื้อได้ยังไงก็ต้องไปที่บันทึกหน้าแรกที่บันทึกถึงการฉีดเชื้อซอมบี้เข้าสู่ร่างของสัตว์โดยตรง ๆ มีทั้งการปรับยาและโดสของยา

    หลายครั้งสัตว์ก็ตายแต่ว่าตัวที่รอดก็ถูกบันทึกในแฟ้มพร้อมกับจำนวนเชื้อที่แต่ละตัวสามารถทนรับได้ด้วย

    “ที่แท้ก็ถูกสร้างขึ้นมา” คาร่าขมวดคิ้ว เพราะไม่เข้าใจว่าพวกนี้จะสร้างสัตว์ที่ติดเชื้อทำไม“หรือว่ายังมีการทดลองในส่วนอื่น ๆ อีก”

    ตอนนั้นเองก็มีเสียงดังเคล้ง! มาจากด้านหน้าตรงทางเดิน พวกเขาทุกคนต่างก็หันกลับไปมองในทันที

    นาโอมิส่งสัญญาณให้ทหารสองนายระวังไว้

    ส่วนเธอเข้าไปแนบชิดกำแพงเตรียมจะออกไปด้านหลังมาเดลินถือปืนพ่นไฟจุดขึ้นมาพร้อมยิงได้ทุกเมื่อ คาร่ามาอยู่ข้าง ๆ นาโอมิพยักหน้าให้กับเธอเป็นการบอกว่าออกไปพร้อมกัน

    แต่พอพวกเธอทั้งสองออกมาด้านนอกกลับไม่พบตัวอะไรตอนนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง มันดังมาจากห้องทางด้านหลัง

    “โฮกกกก” เสียงคำรามของสัตว์ดังขึ้นมา หลอดทดลองอื่นๆ ก็เริ่มแตกมากขึ้นเรื่อย ๆ สัตว์ติดเชื้อซอมบี้ในหลอดทดลองอยู่ ๆก็กลับมามีชีวิต

    “แย่แล้วหรือว่าเราไปเปิดระบบอะไรเข้า” นาโอมิเหมือนจะคาดเดาบางอย่างได้

    การสับสวิชที่ทางเดินก่อนหน้าคงไปเปิดระบบไฟฟ้าให้กับห้องทดลองด้วยทำให้หลอดทดลองกลับมาทำงานอีกครั้ง

    และไม่คาดคิดว่าสัตว์ที่ติดเชื้อซอมบี้ถูกแช่ไว้ในหลอดทดลองจะยังไม่ตายแถมยังถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นมา

    ด้วยสภาพของหลอดทดลองที่ถูกทิ้งร้างไร้การซ่อมบำรุงจึงไม่สามารถขังพวกสัตว์ติดเชื้อไว้ด้านในได้ พวกมันพอตื่นก็ทำลายหลอดทดลองออกมา

    เมื่อมีตัวแรกหลุดออกมาก็ยังกลายเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ให้ตัวอื่นๆ หลุดมาด้วย

    เสียงคำรามของสัตว์ทดลองพวกนี้ทำเอาทุกคนลืมหายใจได้เลย

    การติดเชื้อซอมบี้ตามจริงแล้วยิ่งติดเชื้อนานก็ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้นแน่นอนว่าขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ติดเชื้อด้วย

    อย่างซอมบี้ยักษ์ทำไมถึงกลายเป็นซอมบี้ยักษ์ได้ก็เพราะว่าก่อนการติดเชื้อร่างกายของคนนั้น ๆ แข็งแรงมาก ๆ จึงสามารถรองรับเชื้อได้มาก

    พอนานวันเข้าก็เริ่มกลายร่างเป็นซอมบี้ยักษ์ต่างจากคนธรรมดาที่รองรับเชื้อได้น้อยอย่างมากผ่านไปหลายปีก็เป็นแค่ซอมบี้ธรรมดาเท่านั้น

    แล้วร่างกายของสัตว์ล่ะจะเป็นอย่างไรก็มีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่าสัตว์อสูรในระดับเดียวกันกับนักสู้ของมนุษย์มีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่า

    เหมือนที่สัตว์อสูรระดับ 1 สามารถสู้กับนักสู้ระดับสูงได้หรืออาจจะต้องใช้นักสู้ระดับกลางมากกว่า 5 คนในการจัดการ และระดับต่ำมากกว่าสิบคนในการสู้กับมัน

    สัตว์ทดลองที่ติดเชื้อก็ไม่ต่างกัน

    โฮกกก

    เสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับสัตว์ทดลองที่พุ่งออกมาจากกระจกห้องที่เก็บหลอดทดลองมันคือสิงโตซอมบี้ตัวใหญ่ที่ใบหน้าครึ่งหนึ่งเละไปแล้วร่างกายเน่าเปื้อยหลายจุดและยังเปียกโชกเพราะพึ่งออกมาจากหลอดทดลอง

    น้ำหยดลงที่พื้น กรงเล็บของมันจิกเข้ากับพื้นทางเดินจนแทบร้าวได้

    “อย่างน้อยก็ระดับ 2” คาร่าจับดาบในมือแน่น

    สิงโตซอมบี้กระโจนเข้าใส่พวกเธอทั้งสองทันทีแต่แล้วในพริบตานั้นมาเดลินก็โพล่ออกมาพร้อมกับใช้ปืนยิงไฟโจมตีเข้าใส่สิงโตซอมบี้ทันที

    ไฟลุกท่วมสิงโตซอมบี้ มันกรีดร้องคำรามดิ้นรนร่างเต็มไปด้วยเปลวไฟ

    “ไป” มาเดลินยังยิงซ้ำ ๆ หลายครั้ง เพราะสิงโตซอมบี้ไม่ตายง่ายๆ

    ทหารอีกสองนายด้านหลังวิ่งออกมาจากห้องไปรวมกลุ่มกับคาร่าและนาโอมิพวกเขาวิ่งหนีไปตามทางเดินทันที

    มาเดลินเห็นว่าคนด้านหลังไปแล้วก็หยุดยิงและวิ่งตามไปด้วย

    เคล้ง! ๆ ๆ ๆ

    เสียงแตกของหลอดทดลองยังดังไม่หยุด มีสัตว์ทดลองออกมาเรื่อยๆ พวกมันหลบเลี่ยงสิงโตซอมบี้ที่โดนเผาและไล่ตามพวกเธอไปอย่างติด ๆ

    “แบบนี้แย่แน่” มาเดลินยิงปืนไฟไม่หยุดแต่ว่าเชื้อเพลิงมีไม่มากพอ มันใกล้จะหมดแล้ว

    ขณะนั้นเองอยู่ ๆ หลอดทดลองในห้องด้านหลังก็แตกออกมาด้วยสัตว์ทดลองที่ติดเชื้อซอมบี้พุ่งออกมา มันคือเสือโคล่งตัวใหญ่

    ตอนนี้มาเดลินกลับตกอยู่ในวงล้อมแล้ว

    “มาเดลิน ยิงช่วยเธอ” นาโอมิสั่งการทหารสองคนและเข้าไปต่อสู้กับเสือโคร่งตัวนั้นแต่ว่ามันกลับไม่ได้มีแค่ตัวเดียว มีเสือโคร่งอีกหลายตัว

    เหมือนว่าห้องนี้จะรวมเสือโคร่งติดเชื้อไว้จำนวนมาก

    “ไปไม่ต้องสนใจฉัน” มาเดลินตัดสินใจยิงปืนไฟใส่พวกเสือโคร่งซอมบี้หลอกล่อพวกมันและวิ่งหนีไปตรงทางแยกอีกทางหนึ่ง

    “บ้าเอ๊ย ไป” นาโอมิตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

    ตอนที่มาทุกคนรู้ถึงความเสี่ยงยิ่งลงมาที่นี่ก็เหมือนเอาชีวิตไปแขวนบนเส้นด้ายแล้ว ทุกคนต้องรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง

    เสือโคร่งตัวหนึ่งที่ยังไม่ตาย มันกระโจนเข้าใส่หนึ่งในทหารเหมือนว่ามันต้องการกำจัดคนที่อ่อนแอก่อน

    แต่คาร่าพุ่งเข้ามาขัดขวางโจมตีมันด้วยดาบ

    เสือโคร่งซอมบี้ใช้กรงเล็บรับการโจมตีจากดาบไว้มันใช้แรงโถมเข้าใส่จนคาร่าถอยหลังไปหลายก้าว เธอพลิกตัวกลับปล่อยให้เสือโคร่งกลิ้งไปกับพื้นตามแรงของมัน

    “ตาย” คาร่าหมุนตัวเองกลับมายืนได้อย่างมั่นคงแทงดาบเข้าไปที่กกหูของเสือโคร่งเข้าสมองของมันโดยตรง

    เสือโคร่งซอมบี้ดิ้นรนเล็กน้อยก่อนจะแน่นิ่งไปพลังของมันไม่ธรรมดาเลย แต่สุดท้ายก็ยังตายด้วยน้ำมือของคาร่า

    ทหารอีกสองนายไม่คิดจะรั้งอยู่เพราะรู้ว่าอยู่ไปก็เป็นตัวถ่วงอยู่แล้ว จึงรีบวิ่งไปที่ลิฟท์ที่อยู่ไม่ไกล

    ทางเชื่อมยังต้องลงไปอีกสองชั้นซึ่งเป็นทางเชื่อมหลักของอาคารกลาง ไปถึงที่นั่นแล้วถึงจะมีทางไปยังส่วนของฐานที่อยู่อาศัยแน่นอนว่ายังมีอีกทางหนึ่งที่เชื่อมไปยังฐานที่อยู่อาศัย แต่ว่ามันต้องลงไปลึกกว่านั้น

    ทางไปอาคารวิจัยกลางนั้นเร็วมากที่สุด

    แต่พอทหารนายหนึ่งเปิดประตูลิฟท์ออกมาก็ต้องตกใจกับซอมบี้หลายตัวที่พุ่งเข้าใส่หนึ่งในทหารไม่ทันระวังจึงโดนกัดโดยตรง

    “อ้า!!!” อีกฝ่ายกรีดร้องออกมา ร่างกายเกร็ง ปืนในมือยิงเข้าใส่แผงควบคุมลิฟท์จนมันพังเปิดค้างไว้แบบนั้น

    ลิฟท์ตัวนี้ใหญ่มากกว่าปกตินักเพราะมันไว้ใช้ขนหลอดทดลองขนาดใหญ่และสัตว์ทดลอง ด้านในก็มีซอมบี้ไม่ต่ำกว่าครึ่งร้อยที่อัดกันแน่นอยู่ในนั้น

    ไม่รู้ว่าทำไมนักวิจัยที่กลายเป็นซอมบี้พวกนี้ถึงเข้าไปอัดกันอยู่ในลิฟท์

    แต่ไม่ว่าอย่างไรสุดท้ายแล้วทหารคนนั้นก็ถูกดึงเข้าไปและถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ด้านในลิฟท์นั้น

    “ไม่นะ”ทหารอีกนายตกใจที่เพื่อนโดนซอมบี้กินทั้งเป็น อยากจะเข้าไปช่วยแต่ตอนนั้นเองก็มีมือโผล่มาด้านหลังดึงอีกฝ่ายวิ่งไปยังอีกเส้นทางด้านซ้าย

    เป็นคาร่าที่ช่วยทหารนายนั้นไว้

    นาโอมิตามไปอีกทางไม่ทันเพราะโดนสัตว์ทดลองที่ติดเชื้อซอมบี้ดักเอาไว้และยังโดนซอมบี้ด้านหลังไล่ตามมาด้วยเลยฝ่าวงล้อมไปยังอีกทางที่อยู่ด้านขวา 

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีผมก็กลายเป็นแมวเป้าในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน