บทที่ 33 ทักษะการต่อสู้ตามสัญชาตญาณ
ทุกคนในสนามเห็นเพียงเงาของหลี่เฟิงที่วูบผ่านไปเท่านั้น จากนั้นร่างของลีดงแฮก็ลอยออกไปไกลเกือบสิบเมตรก่อนจะร่วงสู่พื้น!
“...”
ทั้งสนามต่างตกตะลึงกับภาพตรงหน้า นี่มันยังเป็นพลังของมนุษย์อยู่อีกเหรอ เขาใช้มือข้างเดียวโยนชายร่างใหญ่ออกไปไกลถึงสิบเมตรเนี่ยนะ!
ทุกคนในสนามต่างตกตะลึงจนเผลออ้าปากค้าง จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่เชื่อสายตา หากมีพลังเช่นนี้ต้องเรียนรู้ทักษะการต่อสู้อะไรอีกล่ะ! เพียงพลังที่ไม่มากนี้ก็สามารถทำให้คนตกใจกลัวได้แล้ว!
ไม่ทันที่ทุกคนจะฟื้นคืนสติ หลี่เฟิงก็หันหน้าไปเผชิญกับทุกคนพร้อมตะโกนเสียงดังว่า “เอาละ…ใครจะสู้ต่อ!”
เสียงตะโกนอันทรงพลังของหลี่เฟิง ทำให้ทุกคนได้สติกลับมา
ทุกคนมองไปยังลีดงแฮที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นที่ไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นได้ แล้วหันไปมองหลี่เฟิง ทันใดนั้นสีหน้าของทุกคนก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนไม่มีใครกล้าก้าวขึ้นไปประลอง
แม้แต่ผู้สอนของโรงเรียนที่มักจะอวดเก่งอยู่ประจำ ตอนนี้กลับก้มหน้าต่ำไม่กล้าแม้แต่มองหลี่เฟิงด้วยซ้ำ เพราะภาพลักษณ์ที่หลี่เฟิงแสดงให้พวกเขาเห็นมันช่างโหดเหี้ยมและดุร้ายเกินไป!
หลายคนถึงกับสงสัยว่าด้วยพละกำลังของหลี่เฟิง บางทีเขาอาจสามารถฉีกคนออกเป็นสองท่อนได้ด้วยมือเปล่า!
หลี่เฟิงกวาดตามองทุกอย่างด้วยความเย็นชาแล้วส่งเสียงฮึดฮัดแผ่วเบา เพียงแค่นั้นทุกคนก็รู้สึกราวกับหัวใจของตัวเองหยุดเต้นไปชั่วขณะโดยไม่ได้ตั้งใจ
โชคดีที่หลี่เฟิงแค่เดินไปที่สวีอี๋จือและอุ้มเธอขึ้นมา จากนั้นก็เดินออกไปข้างนอก
พนักงานหญิงต้อนรับสองคนที่ยืนเฝ้าอยู่ที่ประตูมองไปที่หลี่เฟิงด้วยสีหน้าหวาดกลัว เมื่อเห็นหลี่เฟิงเดินเข้ามาใกล้ก็กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ แล้วถอยห่างราวกับว่าหลี่เฟิงเป็นปีศาจร้ายที่ฆ่าคน
เมื่อมาถึงข้างถนนหลี่เฟิงยิ้มแห้ง ๆ ใส่สวีอี๋จือ “ผมน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?”
หลี่เฟิงไม่ได้สนใจหรอกว่าผู้ชายจะหวาดกลัวเขาแค่ไหน เพียงแต่เสียดายพนักงานหญิงต้อนรับสองคนซึ่งนับว่าพวกเธอเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาดีทีเดียว แต่กลับถูกเขาทำให้ตกใจกลัวซะงั้น
สวีอี๋จือที่ตอนนี้ได้สติกลับมาแล้ว ใบหน้าเธอแดงก่ำแล้วพูดว่า “อืม… คุณน่ากลัวจริง ๆ”
หลี่เฟิงหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า “ตอนนี้คุณยอมรับความจริงได้แล้วนะ กล้าบุกเดี่ยวเข้าไปท้าทายถิ่นคนอื่นแบบนั้น คุณนี่กล้าเกินไปจริง ๆ แถมหมอนั่นที่บอกว่าเป็นสายดำหกดั้งก็ยังมีฝีมืออยู่บ้าง”
“อืม ตอนนี้ฉันถึงได้รู้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน ไม่คิดเลยว่าคุณจะเก่งขนาดนี้ คุณเรียนศิลปะการต่อสู้อะไรมาเหรอ?” สวีอี๋จือรู้สึกสงสัยมาก เธอไม่รู้ว่าหลี่เฟิงเรียนศิลปะการต่อสู้อะไรมาเพราะตั้งแต่ต้นจนจบ เขาแค่ออกหมัดง่าย ๆ เท่านั้น มองไม่ออกเลยว่ามีท่วงท่าอะไร
หลี่เฟิงหัวเราะแล้วพูดว่า “สิ่งที่ผมเรียนมาไม่ใช่ศิลปะการต่อสู้อะไร แต่เป็นการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด มันคือทักษะการต่อสู้ตามสัญชาตญาณ”
