หูหลันเยวี่ยยื่นถุงพลาสติกใบใหญ่สองใบให้แม่เฉิน "แม่คะ เมื่อวานหนูมาแบบรีบร้อน ไม่ได้ซื้อของขวัญดีๆ ให้พ่อกับแม่แล้วก็เชี่ยนเชี่ยนเลย วันนี้หนูเอามาให้ ของอาจจะไม่เยอะเท่าไหร่ อย่ารังเกียจกันเลยนะคะ"
"เด็กคนนี้ มาบ้านตัวเองแล้วจะเกรงใจอะไรกัน" ปากแม่เฉินพูดว่าไม่ได้สนใจว่าหูหลันเยวี่ยจะซื้อของขวัญมาให้หรือไม่ แต่พอได้ถือถุงหนักอึ้งสองใบนั้นแล้ว อารมณ์ของแม่เฉินก็เบิกบานขึ้นมาทันที
พอเข้ามาในบ้าน หูหลันเยวี่ยก็รีบไปห้องน้ำ ส่วนแม่เฉินก็ถือของเข้าไปในครัว
เมื่อเอาของเข้าไปแล้ว แม่เฉินก็เปิดถุงดูด้วยความอยากรู้ ตั้งใจจะดูว่าข้างในมีอะไรบ้าง
เธอคิดว่าหูหลันเยวี่ยคงซื้อผลไม้หรือขนมมาแค่ไม่กี่จินเท่านั้น แต่พอเห็นของในถุงแล้ว แม่เฉินก็ถึงกับตกใจ
ในถุงไม่ได้มีแค่ขนมและผลไม้เท่านั้น แต่ยังมีเหล้าดีสองขวด น้ำผึ้ง กาวหนังลา [1] และผงมอลต์ ซึ่งล้วนเป็นของราคาแพงทั้งสิ้น
แค่ประเมินคร่าวๆ ของในถุงสองใบนี้ก็มีมูลค่าอย่างน้อยสามสิบหยวน
ขนาดแม่เฉินเองยังไม่กล้าใช้เงินมากมายขนาดนี้เวลาไปเยี่ยมญาติเลย
ยาต้มเสร็จเรียบร้อยแล้ว แม่เฉินก็รีบเทยาออกจากหม้อดิน แล้วยกไปวางบนโต๊ะน้ำชาข้างนอก
"เชี่ยนเชี่ยน ยาต้มเสร็จแล้ว ออกมาดื่มเร็วเข้า" แม่เฉินตะโกนเรียกที่หน้าประตูห้องนอนของเฉินเชี่ยนเชี่ยน
เฉินเชี่ยนเชี่ยนที่นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียง พอได้ยินว่ายาต้มเสร็จแล้ว ก็รู้สึกหมดกำลังใจลง
ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยดื่มยาจีนมาก่อน แต่ประสบการณ์ดื่มน้ำเก่อเกินที่บ้านสกุลหูครั้งก่อนนั้นฝังใจเธอเหลือเกิน
ยาจีนที่ต้มจากสมุนไพรมากมายขนาดนั้น จะต้องขมกว่าน้ำเก่อเกินอย่างแน่นอน
ด้วยความที่กลัวว่าแม่จะโกรธ เฉินเชี่ยนเชี่ยนจึงรีบออกไปดื่ม ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ต้องการดื่มยาจีนมากแค่ไหนก็ตาม
ขณะที่เธอเดินออกจากห้องนอน หูหลันเยวี่ยก็ออกมาจากห้องน้ำแล้ว
"เชี่ยนเชี่ยน ฉันรู้ว่าการดื่มยาจีนมันขมมาก เลยซื้อผลไม้เชื่อมมาให้ด้วย ดื่มยาเสร็จแล้วกินผลไม้เชื่อมสักหน่อยเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง" หูหลันเยวี่ยรีบไปเอาผลไม้เชื่อมที่เธอซื้อมาวางไว้ตรงหน้าเฉินเชี่ยนเชี่ยน
"แก..." เฉินเชี่ยนเชี่ยนอยากจะพูดว่า แกอย่ามาเสแสร้ง แต่พอคำพูดมาจ่อถึงปากแล้วก็รีบกลืนคำพูดนั้นกลับลงไป
เธอรู้ว่าถ้าตัวเองพูดจาไม่ดีกับหูหลันเยวี่ย ก็จะเข้าทางอีกฝ่ายพอดี
แม่เฉินเห็นลูกสาวออกมาก็รีบเร่งให้ดื่มยา "เชี่ยนเชี่ยน รีบดื่มตอนที่ยังร้อนๆ อยู่สิ แม่ใส่น้ำตาลทรายขาวลงไปด้วยนิดหน่อย แต่ก็ยังขมอยู่ดี กลั้นหายใจแล้วดื่มรวดเดียวเลยนะ"
จากนั้นสายตาของแม่เฉินก็เหลือบไปเห็นผลไม้เชื่อมที่อยู่ข้างยาต้ม "ดื่มยาเสร็จแล้ว กินผลไม้เชื่อมสักสองสามชิ้นนะ จะได้หายขม"
เฉินเชี่ยนเชี่ยนยกชามยาขึ้นอย่างยากลำบาก
เพราะมีประสบการณ์ดื่มน้ำเก่อเกินมาก่อนแล้ว พอได้ยามา เฉินเชี่ยนเชี่ยนก็กลั้นหายใจแล้วกระดกยาทั้งหมดลงไปในคราวเดียว
พอดื่มเสร็จแล้ว เธอก็รีบหยิบผลไม้เชื่อมข้างๆ มาเคี้ยวคำใหญ่
ในขณะที่เฉินเชี่ยนเชี่ยนกำลังกินผลไม้เชื่อมอย่างเอร็ดอร่อย เสียงอุทานของหูหลันเยวี่ยก็ดังขึ้นข้างหู "เชี่ยนเชี่ยน ทำไมพื้นมันเปียกๆ ล่ะ? เธอฉี่ราดกางเกงเหรอ?"
แม่เฉินที่กลับเข้าไปในครัว รีบเดินออกมา แล้วมองตามสายตาของหูหลันเยวี่ย ก็เป็นอย่างที่เธอพูดจริงๆ
ตอนนี้เฉินเชี่ยนเชี่ยนไม่สนใจผลไม้เชื่อมแล้ว ร่างกายของเธอดีดตัวขึ้นจากโซฟาเหมือนติดสปริง
กางเกงของเธอตอนนี้ รวมถึงโซฟาที่เพิ่งนั่งลงไป เปียกชุ่มไปด้วยปัสสาวะ
"เชี่ยนเชี่ยน รีบไปเปลี่ยนกางเกงเร็วเข้า" น้ำเสียงของแม่เฉินเริ่มเข้มงวดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เฉินเชี่ยนเชี่ยนไม่เพียงแต่ฉี่รดที่นอนตอนกลางคืน แต่ตอนกลางวันแสกๆ ยังฉี่ราดกางเกงอีก มันน่าอับอายเกินไปแล้ว
แม่เฉินอยากจะโกรธ แต่เธอก็พยายามอดทนเอาไว้
เธอจำได้ว่าหมอแผนจีนที่รักษาเฉินเชี่ยนเชี่ยนบอกว่า ต้องให้ผู้ป่วยมีสภาพจิตใจที่สงบและให้ความร่วมมือในการรักษาด้วยยา โรคนี้ถึงจะค่อยๆ ดีขึ้น
ครั้งที่แล้วตอนที่เฉินเชี่ยนเชี่ยนฉี่รดที่นอน แม่เฉินพาเธอไปตรวจระบบทางเดินปัสสาวะทั้งหมดที่โรงพยาบาลแล้ว แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ
สาเหตุที่เฉินเชี่ยนเชี่ยนฉี่รดที่นอน อาจจะเกี่ยวข้องกับสภาพอารมณ์ของเธอเอง ดังนั้นแม่เฉินจึงต้องเอาใจเธอเป็นพิเศษ
เฉินเชี่ยนเชี่ยนร้องไห้วิ่งกลับเข้าไปในห้องนอน ตอนนี้เธออยากจะตายให้พ้นๆ ไปเสีย
หูหลันเยวี่ยมองไปที่ประตูที่ปิดสนิทอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถซ่อนความดีใจเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตาม เธอก็พยายามควบคุมอารมณ์ของตนเองอย่างเต็มที่ ต้องอย่าไม่ให้แม่บุญธรรมเห็นความผิดปกติแม้แต่นิดเดียว
ผ่านไปสักพัก หูหลันเยวี่ยก็เดินเข้าไปในครัว "แม่คะ เดี๋ยวหนูทำอาหารเย็นเองนะคะ ตอนนี้เชี่ยนเชี่ยนคงเสียใจมาก แม่ไปอยู่เป็นเพื่อน ไปปลอบใจเธอหน่อยเถอะค่ะ"
"หลันเยวี่ย งั้นแม่ไม่เกรงใจแล้วนะ" ตอนนี้แม่เฉินไม่มีอารมณ์ทำอาหารเย็นจริงๆ ดังนั้นการที่หูหลันเยวี่ยมาช่วยเธอ ก็เหมือนกับคนที่ง่วงนอนแล้วมีคนยื่นหมอนมาให้
หลังจากที่แม่เฉินออกจากครัวไป เธอก็ไม่ได้ไปปลอบโยนเฉินเชี่ยนเชี่ยน เพราะเธอเองก็ต้องการคนปลอบโยนเช่นกัน
แม่เฉินที่ต้องการคนปลอบโยน จึงนั่งเหม่ออยู่บนโซฟาส่วนที่เฉินเชี่ยนเชี่ยนไม่ได้ทำให้เปียก
จนกระทั่งพ่อเฉินกลับมาจากการทำงาน
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเข้ามาข้างใน พ่อเฉินก็รู้สึกถึงบรรยากาศที่ไม่ปกติ
เมื่อรู้ว่าลูกสาวไม่เพียงแต่ฉี่รดที่นอนตอนกลางคืน แต่ตอนกลางวันแสกๆ ก็ยังฉี่ราดกางเกงอีก พ่อเฉินก็หน้าดำเป็นก้นหม้อ
ประตูครัวไม่ได้ปิด ตอนที่พ่อเฉินเห็นลูกเลี้ยงกำลังทำอาหารอย่างขันแข็งอยู่ในครัวเล็กๆ นั้น อารมณ์ของเขาก็ซับซ้อนขึ้นมาเล็กน้อย
ในไม่ช้าก็ถึงเวลาอาหารเย็น หูหลันเยวี่ยยกอาหารขึ้นโต๊ะทีละอย่าง
เฉินเชี่ยนเชี่ยนออกมาจากห้องด้วยขอบตาแดงก่ำ เพื่อเตรียมทานอาหารเย็น อันที่จริงตอนนี้เธอไม่มีความอยากอาหารเลยแม้แต่น้อย แต่เธอรู้ว่าถ้าไม่ออกมากินข้าวแต่โดยดี พ่อแม่จะต้องโกรธมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน
เห็นเฉินเชี่ยนเชี่ยนระมัดระวังตัว เกรงอกเกรงใจต่อหน้าพ่อแม่ หูหลันเยวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงชาติที่แล้ว
ชาติที่แล้ว หลังจากที่เธอหน้าด้านกลับมาจากชนบท เธอก็ใช้ชีวิตอย่างกระวนกระวายใจทุกวัน กลัวว่าตัวเองจะทำอะไรไม่ดี แล้วถูกพ่อแม่อุปถัมภ์ไล่ออกจากบ้าน
หูหลันเยวี่ยพยายามระงับความรู้สึกว้าวุ่นในใจ แล้วค่อยๆ พูดขึ้น "พ่อคะ แม่คะ หนูคิดว่าจะกลับบ้านพรุ่งนี้แล้วค่ะ ตอนแรกหนูตั้งใจจะมาอยู่หลายวัน อยากอยู่เป็นเพื่อนพ่อกับแม่หน่อยน่ะ แต่ในเมื่อเชี่ยนเชี่ยนป่วย หนูอยู่ตรงนี้จะเป็นภาระให้พ่อกับแม่เปล่าๆ"
พอได้ยินว่าหูหลันเยวี่ยจะกลับพรุ่งนี้แล้ว พ่อเฉินกับแม่เฉินก็ดูเหมือนจะแปลกใจ
"ทำไมเพิ่งมาก็รีบกลับแล้วล่ะ?" คำพูดของพ่อเฉินแฝงไปด้วยความอ่อนโยนเล็กน้อย
แม่เฉินก็รีบพูดเสริม "ใช่แล้วหลันเยวี่ย มาอยู่หลายวันหน่อยสิ หนูจะรีบร้อนไปไหน หนูอยากจะโทษว่าพ่อกับแม่ต้อนรับไม่ดีเหรอ"
หูหลันเยวี่ยรีบกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า "ถ้าพ่อกับแม่ไม่อยากให้หนูไป รออีกหน่อยหนูจะกลับมาใหม่ค่ะ เชี่ยนเชี่ยนป่วย อารมณ์ของเธอจะเปราะบางและอ่อนไหวมาก พ่อกับแม่ใช้เวลาดูแลเธอให้มากๆ เถอะค่ะ"
เมื่อเห็นว่าการจะจากไปของเธอ ทำให้พ่อแม่อุปถัมภ์แสดงความอาลัยออกมา หูหลันเยวี่ยก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
หูหลันเยวี่ยตั้งใจจะไป เฉินเชี่ยนเชี่ยนย่อมอยากให้เป็นเช่นนั้น แต่หลังจากที่พิจารณาคำพูดที่เหมือนจะมีนัยแอบแฝงของอีกฝ่ายเมื่อครู่นี้อย่างถี่ถ้วนแล้ว เฉินเชี่ยนเชี่ยนก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก
หลังจากกำตะเกียบในมือแน่นขึ้น เฉินเชี่ยนเชี่ยนก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด "พ่อคะ แม่คะ ทุกอย่างเป็นเพราะหนูเอง ถ้าหนูไม่ป่วย ไม่แน่ว่าหลันเยวี่ยอาจจะอยู่ต่ออีกหลายวันก็ได้"
พูดไปพูดมา น้ำตาก็เริ่มคลอเบ้า
ในขณะที่คำพูดของเฉินเชี่ยนเชี่ยนยังไม่ทันจบลง หูหลันเยวี่ยก็รีบพูดแทรกขึ้น "เชี่ยนเชี่ยน เธออย่าเก็บไปคิดมากเลยนะ ใครๆ ก็ไม่อยากป่วยทั้งนั้นแหละ ถ้าเธอไม่อาย แล้วบอกเรื่องโรคที่เป็นอยู่ให้พ่อแม่ทางโน้นรู้ตั้งแต่เนิ่นๆ ต่อให้ถึงกับต้องขายทุกอย่างจนไม่มีจะกิน พ่อกับแม่ฉันก็ต้องหาทางพาเธอไปรักษาแน่นอน"
เชิงอรรถ
[1] กาวหนังลา (阿胶) สมุนไพรบำรุงสตรีที่ดีมาก โดยเฉพาะระบบเลือด ปรับหยินหยางในร่างกาย ผิวพรรณก็จะพลอยเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลตามไปด้วย