ไอ้เชจะเป็ลูกเขยกำนัน
ตอนที่ 6. เชไม่ยอม แต่ก็ใช่ว่าจะต่อรองไม่ได้
ในวันเดียวกันกับที่เชแทบอยากกรี๊ดลั่นบ้าน...
ที่ท้ายหมู่บ้าน...โรงโม่หินของเฮียอี้ั้แ่ก่อตั้งมาไม่เคยวุ่นวายเท่าวันนี้
คนงานร้อยกว่าชีวิตกำลังช่วยกันกวาดพื้นเช็ดกระจก ล้างเครื่องจักร จัดโกดัง และเก็บเศษหินจนแทบไม่เหลือฝุ่นให้เห็น
ทั้งที่เมื่อวานยังไม่มีใครสนใจเศษหินแทบจะร่วงมาถึงหน้าประตูออฟฟิศอยู่แล้ว
บดินทร์ยืนกอดอกมองภาพตรงหน้าอย่างงุนงง
"เฮ้ย...โรงโม่เราจะมีรัฐมนตรีมาตรวจหรือไงวะ" ไม่มีใครตอบ
ทุกคนทำงานกันหัวหมุน สาเหตุมีอยู่ข้อเดียว
เฮียอี้สั่ง
คำเดียว...
ทั้งโรงงานแทบพลิก
คนงานหลายคนเริ่มซุบซิบกันเบาๆ
"เฮียเป็อะไร"
“หรือเฮียโดนของ”
"หรือจะมีเมีย"
“โหดขนาดนั้นจะมีใครกล้ามาเป็เมีย”
“อย่าคิดแบบนั้นกูสงสารผู้หญิง”
บดินทร์ส่ายหน้าไม่ได้...เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เพราะสิบกว่าปีที่ทำงานด้วยกัน เขาไม่เคยเห็นเพื่อนตัวเองอารมณ์ดีขนาดนี้
ถ้ามันเกิดป่วยหนักแล้วคิดจะล้างโรงงานให้สะอาดเพื่อขายต่อล่ะ
หรือว่ามันกินยาผิดก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย
บดินทร์เลิกสนใจความวุ่นวายตรงหน้าแล้ววิ่งเข้าไปในออฟฟิศทันที
แต่ห้องทำงานของอี้อยู่ชั้นสองต้องเดินขึ้นบันไดเหล็กที่ชันเอาเื่กว่าจะถึง
เลขาหนุ่มตั้งหน้าตั้งตาวิ่งขึ้นจนหอบแฮกๆ ตั้งใจจะขึ้นมาเอาเื่เต็มที่
พอถึงหน้าห้องก็ผลักประตูเข้าไปโดยไม่คิดจะเคาะ
ไอ้อี้นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานแต่บรรยากาศกดดันรอบตัวกลับเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด
ถึงหน้าจะยังนิ่งเหมือนเดิม... แต่แววตากลับไม่แข็งกระด้างเหมือนเคย
"มองเหี้ยอะไร" เสียงทุ้มดังขึ้น
บดินทร์สะดุ้งสุดตัว "กูจะมองลม มองฟ้ามองผ่านหน้ามึงไม่ได้หรือไง หน้ามึงล้ำค่ามากนักหรือ"
"นี่ห้องทำงาน"
บดินทร์หันมองรอบตัว
"...เออว่ะ" เมื่อครู่มัวแต่มองหน้าเพื่อนจนลืมไปว่าตัวเองเดินตามเข้ามาในห้องทำงานั้แ่เมื่อไร
เขาถอนหายใจก่อนลากเก้าอี้มานั่ง "กูสงสัยว่าทำไมมึ..."
"เสือก"
บดินทร์อ้าปากค้าง
"กูยังพูดไม่จบ"
"กูก็ไม่อยากฟัง"
"..."
"ออกไป"
"ไอ้เหี้ย" บดินทร์สะบัดตูดเดินออกจากห้องอย่างหงุดหงิด
“กูไม่ออกมึงต้องตอบกูมาก่อนว่าทำไมต้องทำให้วุ่นกันทั้งโรงงานแบบนี้”
“อยากรู้”
“เออสิวะไม่งั้นกูจะถ่อขึ้นมาถามมึงถึงที่นี่ทำไม”
“มึงเก่งนี่”บดินทร์พยักหน้า กอดอก ภูมิใจ
“เก่งก็หาคำตอบเอง”อี้ยังคงเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความกวนสุดๆ
บดินทร์เดินออกจากห้องด้วยความหัวเสีย
แต่เขาสาบานกับตัวเองว่า...
ยังไงก็ต้องรู้ให้ได้ว่าไอ้อี้เป็บ้าอะไร
ไอ้เชคิดจะประท้วง ไม่กินข้าวไม่ออกห้องไปไหน เพราะงอนเตี่ยกับม้าที่ไปตกลงกับอีตาลุงนั่น ...เชหมายถึงกำนันต่วน... ว่าให้เขาไปทำงานเป็ตักหิน
ยังไงเชก็ไม่ยอมแม้แต่ตอนที่เฮียกวงบุกมาตามถึงห้องก็ไม่ยอม
“ถ้าลื้อไม่ตกลงอั๊วจะไม่ให้อั่งเปาลื้อ”
“ไม่สนเตี่ยไม่ให้ เดี๋ยวกงกับม่าก็ให้” เชเถียง
“หรือว่าลื้ออยากโดนเป่า”
“เป่าไรเตี่ยนี่คนนะ ไม่ใช่พัดลม”
“เห้อสมองไร้รอยหยักของแท้ อั๊วหมายถึงเฮียอี้จะส่งคนมาจัดการเอ็งน่ะสิ”เตี่ยจะลื้อหรือจะเอ็ง เชก็ไม่แน่ใจ
“จัดการหนูทำไมหนูก็แค่เด็กตาดำๆคนนึงเอง”
“เด็กอะไรตัวโตเท่าควาย”เตี่ยยังโวยวาย
“ลื้อไปฝึกงาน ได้ความรู้ แถมได้ใกล้ชิดเฮียอี้อีก ได้เส้นสายนา”
“หนูไม่ไป”
“อั๊วจะยึดรถ”
“เอาไป”
“ยึดโทรศัพท์”
“เอาไป”
“ยึด PS6”
...
เชเงียบ
“...เตี่ยใจร้าย” ทั้งคู่เถียงกันไปมาครู่ใหญ่จนกระทั่งม้าเอามือถือมาให้
“กำนันต่วนโทรมาน่ะ”
เชไม่สนใจเตี่ยที่คุยโทรศัพท์อยู่แต่เพราะเฮียกวงเป็คนเสียงดัง เวลาคุยโทรศัพท์ก็เลยได้ยินกันทั่ว
แต่สิ่งที่เชได้ยินเป็ประโยคที่ไม่ต่อเนื่อง เพราะเขาไม่ได้สนใจฟังั้แ่แรก
“พรุ่งนี้เหรอ...(เสียงเงียบ)ได้ๆๆๆ รับปาก...(เสียงเตี่ยหายไป)...อ้อ ลูกสาวกำนันจะไปด้วยเหรอ...”
แค่คำว่าลูกสาวกำนันจะไปด้วย
สีหน้าไอ้เชก็เปลี่ยนไป
จากความซังกะตาย
กลายเป็ระริกระรี้
และตอนนี้มันกำลังยืนหน้าโรงโม่หินที่บรรยากาศคึกคักและวุ่นวาย
คนงานทั้งหนุ่มแก่ต่างพากันเก็บกวาดอย่างขมักเขม้นฝุ่นลอยคลุ้งจนแสบจมูกไปหมด
“มาหาใครครับ”ลุงรปภ.ในชุดยูนิฟอร์มคล้ายตำรวจยืนเหงื่อแตกในป้อมยามหน้าโรงงานถามเชดับเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์เพราะประตูโรงงานปิดอยู่
“ผมมาฝึกงานกับเฮียอี้ครับ”ถึงมันจะเกเร แต่ก็ยังถือว่ามารยาท
“ฝึกงาน ทั้งหมดเนี่ยนะ” ลุงยามถามกวาดสายตาไปมองเหล่าเพื่อนของไอ้เชที่มากันครบทีมแต่ละคนแต่งตัวยังกับจะไปเดินงานแฟชั่นวีค
“กูบอกพวกมึงแล้วว่าอย่าตาม”เชหันไปพูดกับเพื่อนๆ
“เปล่าครับลุง นั่นกองหนุนเฉยๆ”
เชตอบ แต่สายตามองไปที่กองเศษซากใจแป้วตกตาตุ่ม
คิดไว้ไม่มีผิด
ต้องมารับบทกรรมกรขนหิน
ั้แ่เกิดมา ไอ้เชไม่เคยลำบาก
ถึงมันจะชอบต่อยตี
แต่มันก็ไม่ชอบออกแรงกับงานแบบนี้
มันไม่ใช่ ไม่ใช่ทางของเชเลยสักนิด
เชไม่ยอม ถ้ายอมก็เท่ากับแพ้ไอ้หล่อหน้าบึ้งนั่น
แต่เสียงในหัวก็ดังขึ้น
‘...ลูกสาวกำนันจะไปด้วยเหรอ...’
ไอ้เชจำใจสูดหายใจ ฮึบๆ
“อดทน เพื่อแม่ของลูก”
“ไอ้หนู ไอ้หนู” เชสะดุ้งนอกจากเสียงลุงยามแล้ว เสียงกร่นด่าของเพื่อนๆที่ตามมาด้วยก็ดังสลับไปมา
“ลุงถามว่ามาหาใคร”
“ใจลอยไปถึง์ชั้นไหนแล้วมึง”ชาติเป็คนถามเชิงด่า
“อย่าบอกนะว่ามาถึงที่แล้วไม่รู้จะหาใคร” เม่นทับถม
“ไปหมดแล้ว สมอง” ตุ่นเข้าร่วมขยี้
“ในปากพวกมึง มีแต่พยาธิรึไงกำลังใจดีๆ มีให้กูตลอด” เชประชดเสียงดัง
