โคโรนาซอมบี้

    บทที่ 10

    “เตรียมพร้อม จัดรูปแบบที่วางเอาไว้..” เสียงของโจที่สั่งการอยู่ตรงกลาง ตอนนี้พวกเขาทั้งแปดคนยืนประจันหน้ากับประตูห้องที่มีซอมบี้ครอบครัวอยู่ คาดว่าน่าจะมีมากถึง 4 ตัวด้วยกัน พวกเขายืนตามรูปแบบเหมือนในเกมออนไลน์ที่เจ้าหนุ่มแว่นอย่างนพเสนอมา แน่นอนว่ามันเป็นการจัดปาร์ตี้ที่ดีที่สุดแล้ว“เปิดประตู...” โจสั่งการอีกครั้ง นพง้างสายธนูเตรียมที่จะยิงซอมบี้ สองแฝดชายหญิงอยู่หน้าสุดเตรียมปะทะด้วยโล่ไม้ของพวกเขา ต่อมาเป็นโจที่ถือทูรไรเดอร์เข้าปะทะเบอร์สอง คนที่เปิดประตูเป็นเจนที่ถือดาบยาวเอาไว้ เมื่อประตูเปิดซอมบี้ก็ทะลักออกมาถึงสองตัว จังหวะแรกหน่วยโล่เข้าปะทะบริเวณหัวเข่าของซอมบี้ตัวใหญ่ จากนั้นตัวหน้าสุดก็ถูกเจาะเข้าไปที่หัวโดยทูรไรเดอร์ของโจ ส่วนตัวที่สองโดนน้องมายด์สายโหดฟาดเข้าไปที่ต้นขาเมื่อมันเสียหลักหอกในมือของโฟร์ก็จิ้มเข้าไปที่ศีรษะของมันทันที ต่อมาเป็นนพที่ยิงเข้าไปที่ตัวของซอมบี้เด็ก แน่นอนว่ามันตายในทันทีก่อนที่เขาจะบอกกับแฟนสาวของตัวเอง“ที่รัก ตัวสุดท้ายสูงประมาณเอว...” เจนที่ได้ยินอย่างนั้น เธอก็ยกดาบยาวขึ้นมาขวางกับประตูเอาไว้ในความสูงเท่าเอวของตัวเอง จากนั้นซอมบี้ตัวสุดท้ายก็วิ่งเข้าเอาคอมาลงดาบเสียเอง เรื่องการกะระยะทางความยาวความสูงต้องยกให้ชายคนนี้เลยจริงๆ เขาแม่นยำมากขึ้นเรื่อยๆหลังจากที่เริ่มเข้าโจมตีซอมบี้ในแต่ละห้องเพื่อเคลียร์ให้สถานที่นี้ปลอดภัยเพื่อที่จะได้เริ่มอาศัยอยู่อีกครั้ง“เท่านี้ก็เคลียร์ชั้นสองได้ทั้งหมดแล้ว.. เหลือชั้นล่างสุดเท่านั้น.. วันนี้กลับไปพักผ่อนกันก่อนดีกว่า นี่พระอาทิตย์ก็กำลังจะตกดินแล้ว..” โจให้ทุกคนกลับไปพักผ่อนก่อน เพราะวันนี้พวกเขาเสี่ยงตายกันมาหลายครั้งแล้ว ทุกอย่างมันดูเหมือนง่าย แต่จริงๆแล้วมันต้องผ่านการคำนวณหลายขั้นหลายตอน และทุกอย่างจะต้องปลอดภัยที่สุด เพราะตอนนี้พวกเขากำลังพูดถึงชีวิต ชีวิตที่มีแค่หนึ่งเดียวเท่านั้น“เอาล่ะเข้าไปเช็กห้องนี้ก่อน ครอบครัวใหญ่อย่างนี้น่าจะมีอาหารจำพวกมาม่าอะไรพวกนั้นอยู่แหละมั้ง..” เมย์ที่มีความกล้ามากขึ้นหลังจากที่ฆ่าพวกซอมบี้ไปหลายตัวแล้ว เธอเดินเข้าไปสำรวจภายในห้องอย่างสบายๆ กลิ่นเลือดกลิ่นเหม็น รอยเลือดมันก็ทำอะไรพวกสาวไม่ได้อีกต่อไปแล้ว โจที่เห็นอย่างนั้นก็ทำหน้าเอิ่มออกมา เหมือนว่าเขากำลังจะตกงานจากหน่วยหน้ากล้าตายเสียแล้ว พวกเขาเช็กอะไรเล็กๆน้อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นของกิน จากนั้นพวกเขาก็กลับไปพักผ่อนเอาแรงที่ชั้นสี่ของตึก A โดยที่โจให้ผลัดกันเฝ้าเวรยามที่ดาดฟ้าคนละ 2 ชั่วโมง เด็กๆสามคนแฝดชายหญิง และน้องมายด์จะเป็นเวรแรก (3ทุ่ม-5ทุ่ม) แน่นอนว่าแรกๆโจก็มาสอนงานให้ด้วยตัวเอง ต่อมาเป็นโฟร์ และเมย์เวรสอง (5ทุ่ม-ตี1) หลังจากนั้นก็จะเป็นของเจนกับนพที่อยู่ต่อ (ตี1-ตี3ครึ่ง) พวกเขาเอ่ยขออยู่ถึงสองชั่วโมงครึ่ง เพื่อที่จะไม่ได้เป็นภาระของโจมากเท่าที่ควร โจเองก็ตกลง สุดท้ายเป็นโจที่อยู่ตั้งแต่นั้นจนถึงหกโมงเช้า หลังจากที่พวกเขาอาบน้ำทิพย์ด้วยการใช้ทิชชูเปียกจากนั้นก็กินมาม่าคน 1 ซองที่บนดาดฟ้า แน่นอนว่าคนที่ตึกอื่นก็ได้แต่นอนหิวอยู่อย่างนั้น มันเป็นรางวัลสำหรับคนที่ทำงานมาหนัก และเสี่ยงต่อชีวิต“วันนี้ท้องฟ้าสวยดีนะ..” จู่ๆเมย์ก็พูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าโจเดินเข้ามาใกล้ๆกับตัวของเธอ หลายคนกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน แน่นอนว่ามันก็ต้องจัดการเรื่องเสียงให้พอเหมาะสม โจที่ได้ยินอย่างนั้นก็เดินเข้ามาข้างๆเมย์แล้วก็พูดขึ้นตอบ“นั่นซินะ สวยดีเหมือนกัน...” โจมองไปที่ฟ้าแผ่นเดียวกันที่ดวงดาวกำลังส่องแสงระยิบระยับ มันชวนให้เขาคิดถึงตาลุงขอทานคนนั้นขึ้นมาในทันที เขาไม่รู้เลยว่าเรื่องทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นมานั้นมันเป็นเพราะเขาเป็นคนขอหรือเปล่า หรือมันจะเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญที่ไปบังเอิญกับสิ่งที่เขาได้ขอเอาไว้  ถึงตัวเขาจะสนุกที่ได้ใช้ชีวิตที่ไม่ซ้ำซากจำเจอย่างนี้ แต่มันก็เดือดร้อนไปถึงคนอื่นๆ อย่างสาวๆเป็นต้น พวกเธอควรที่จะออกไปวิ่งออกกำลังกายอย่างมีความสุขในเช้าวันที่แสนจะธรรมดา แต่กลับจะต้องวิ่งหนีเหล่าซอมบี้เอาตัวรอด และมันเป็นเพราะเขาอย่างนั้นเหรอ โจรู้สึกผิดขึ้นมาในใจที่ทำให้ทุกๆคนต้องทุกข์ทน  “นายกำลังคิดอะไรอยู่อย่างนั้นเหรอ.. เห็นทำหน้าเศร้าๆ.. อื้มนั่นซินะ นายเองก็มีครอบครัวเหมือนกัน ฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าพ่อกับแม่ฉันจะเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าพวกท่านปลอดภัยก็ดีซิ..” เมย์กล่าวออกมาอย่างนั้น เพราะเธอคิดว่าโจน่าจะคิดอะไรเหมือนกับเธอ แต่มันก็ยิ่งทำให้โจเศร้าใจไปมากกว่าเดิม“นี่.. ฉันจะบอกความลับอะไรให้สักอย่างหนึ่ง.. จริงๆที่โลกนี้กลายเป็นโลกแห่งการเอาตัวรอด โลกแห่งซอมบี้ มันเป็นเพราะฉันเองล่ะ..” โจกล่าวพร้อมกับมองไปข้างหน้าที่มีแต่ดวงดาวนั้นล้านล้านดวง เมย์ที่ได้ฟังเธอก็ขมวดคิ้วขึ้นมาก่อนที่จะเอ่ยถามด้วยความสงสัย“นายจะบอกว่านายเป็นพวกด็อกเตอร์ผลิตยา แล้วทดลองผิดพลาดเหมือนในหนังนะ แต่นายเคยบอกว่าเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ อื้ม.. อาชีพเสริมซินะ อื้มๆ” เมย์มโน และกล่าวตามความคิดของเธอ และมันเล่นเอาโจถึงกับเงิบแดก โจหัวเราะออกมา เพราะผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาสามารถเปลี่ยนฟิวส์ตัวเองได้เร็วขนาดนี้ และเขาก็เข้าใจว่ามันเป็นมุกที่เธอไม่อยากให้เขาคิดมาก แต่โจไม่ได้รู้เลยว่าทุกอย่างที่เธอกล่าวออกมานั้น เมย์คิดมันอย่างนั้นจริงๆ โจหยุดหัวเราะก่อนจะเล่าเรื่องราวที่เขาคุยกับตาลุงขอทานออกไป แน่นอนว่าเมย์ถึงขมวดคิ้วขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่เธอจะพูดขึ้นมาบ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้“นายจะบ้าเหรอ ใครจะไปเชื่อเรื่องอย่างนั้นจริง.. อืม เพราะอย่างนั้นนายเลยบอกว่ามันเป็นความผิดของนายซินะ ฉันจะบอกอะไรให้นายอย่างหนึ่งนะ ..ไร้สาระไม่เชื่อหรอก ใครจะไปเชื่อเรื่องพันนั้นกันล่ะ ..เอาเป็นว่ามันไม่ใช่ความผิดของนายหรอกนะ..” เมย์กล่าวพร้อมกับตบไปที่ไหล่ของโจเบาๆ ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง โฟร์ก็เดินเข้ามาหาพวกเขาทั้งสองพอดี“ทั้งสองแอบมาจู๋จี๋อะไรกันสองคนเอ่ย ไม่ชวนฉันบ้างเลยนะ..หรือว่ากำลังแอบจีบกันโดยที่ไม่บอกฉันกันล่ะห๊ะ..” โฟร์กล่าวทักกับทั้งสอง เมย์ก็ร้อนรนขึ้นมาทันที และมันสามารถเรียกเสียงหัวเราะให้กับทั้งโจและโฟร์ได้เลย ทั้งสามนั่งคุยกันต่อในหลายๆเรื่อง น้องมายด์เองก็ไปคุยกับแฝดชายหญิง มันอาจจะเป็นเพราะว่าพวกเธอทั้งสามอายุใกล้เคียงกันก็เป็นไปได้ ส่วนเจนและนพก็ปลีกตัวไปอีกทางเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันหวานชื่นให้แก่กันและกัน มันจึงทำให้พวกเขาแบ่งกันออกมาเป็นสามกลุ่มใหญ่ๆ จนใกล้จะถึงเวลาที่กำหนดต้องเข้านอน และเด็กๆจะต้องอยู่เฝ้ายามกันต่อ โจที่จู่ๆก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาก็พูดขึ้นมาในทันที“จริงซิ ตอนนั้นน่ะ ตอนที่ฉันสลบน่ะ ฉันฝันถึงนางฟ้าด้วยล่ะ มีนางฟ้าตั้งสองนาง .. พวกเธอจู่ๆก็เข้ามาจูบฉันเฉยๆเลย ฉันงงมาก พอมองดูดีๆแล้วแปลกมาก นางฟ้าหน้าเหมือนพวกเธอสองคนเลย แต่มันก็เป็นแค่ความฝันล่ะนะ ฮ่าๆ ฉันไปสอนงานพวกเด็กๆก่อนนะ..” โจเล่าความฝันของตัวเองเสร็จเขาก็ลุกไปในทันที ปล่อยให้สองสาวหน้าแดงเป็นลูกแตงโมกันอยู่สองคน“ฉันอุตส่าห์ลืมไปแล้วนะ.. ตาบ้า พูดอะไรก็ไม่รู้..” เมย์กล่าวออกมาเบาๆ แต่โฟร์ก็ได้ยิน และกล่าวขึ้นมาตอบกับเมย์“เธออยากจะลืมจูบนั้นเหรอเมย์.. แต่ฉันไม่เคยลืมมันเลยนะ.. ถ้าเธอไม่สนใจโจ ฉันขอโจนะเมย์..” โฟร์กล่าวพร้อมกับยิ้ม และด้วยประโยคนี้มันทำให้เมย์ถึงกับสตั๊นท์ไปเล็กน้อย เหมือนจะมีอะไรบางอย่างทำให้หัวใจเธอเจ็บอยู่ในตอนนี้ เธอไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นได้อย่างไร.. แต่มันเจ็บ..