ย้อนเวลามาเป็นคุณชายโจว (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 40 จุดจบของหวงหลิง

            การพิจารณาคดีตัดสินโทษของหวงหลิงมีขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะคดีนี้ชวนอ๋องเป็นผู้ออกหน้าพาครอบครัวของท่านหมอหลินมาร้องทุกข์ด้วยตัวเอง อีกทั้งหลักฐานและพยานยังแน่นหนา ยากที่หวงหลิงจะพ้นผิดไปได้

            “ฆ่าคน ลักทรัพย์ ลอบสังหาร หวงหลิง...เจ้าจะยอมรับผิดตามข้อกล่าวหาทั้งหมดนี้หรือไม่” ผู้พิพากษาพูดขึ้น

            “ข้ายอมรับผิดขอรับ” หวงหลิงตอบอย่างไม่อาจปัดความผิดไปได้ หลักฐานและพยานทั้งหมดชี้ชัดถึงความผิดที่เขาทำมาตลอดหลายปีอย่างไม่อาจปฏิเสธได้จริงๆ

            “จากหลักฐานและพยานชี้ให้เห็นว่าหวงหลิงมีพฤติกรรมที่โหดเหี้ยมร้ายกาจ สังหารผู้บริสุทธ์ที่เป็นศิษย์พี่ร่วมสำนัก อีกทั้งยังลักขโมยทรัพย์สินที่เป็นสมบัติประจำตระกูลของอาจารย์ผู้ให้ความรู้ตนเอง ถือเป็นคนอกตัญญูอย่างยิ่ง อีกทั้งยังส่งมือสังหารเพื่อหวังปลิดชีพคุณชายหวงและคุณชายโจว ผู้ซึ่งไม่ได้มีความแค้นใดต่อตนเองเลย ดังนั้น ศาลขอตัดสินโทษให้ประหารชีวิต โดยจะทำการประหารในอีกสามวันที่ลานประหารกลางเมือง”

            ผู้คนที่มาฟังคำตัดสินอยู่ด้านนอกต่างก็ส่งเสียงอื้ออึงขึ้นมา เมืองหยินขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความสงบเรียบร้อยเป็นอย่างมาก โทษประหารนั้นไม่ได้มีให้ชาวเมืองเห็นมาหลายสิบปีแล้ว ครั้งนี้เมื่อหวงหลิงถูกตัดสินโทษประหาร ต่างก็ทำให้ชาวเมืองมีความรู้สึกที่หลากหลายออกไป กลุ่มอันธพาลและหัวขโมยเริ่มคิดใหม่และหวาดกลัว ชาวเมืองส่วนใหญ่ก็รู้สึกถึงความปลอดภัยที่มีมากขึ้นเพราะกฏหมายและคำตัดสินที่เด็ดขาดยุติธรรม

            ขณะที่หวงหลิงกำลังจะถูกพาตัวไปคุมขังเพื่อรอรับโทษ ฮูหยินหวงและหวงป๋อเหรินก็เดินเข้ามาอย่างทุลักทุเล

            “ฮือๆๆๆ ท่านพี่ แล้วต่อไปข้ากับลูกจะอยู่อย่างไรเจ้าคะ พวกเรามีท่านเป็นที่พึ่งเพียงคนเดียว” ฮูหยินหวงร้องไห้ปานใจจะขาด

            “แค่กๆ ท่านพ่อ เป็นเพราะข้าใช่หรือไม่ขอรับที่ทำให้ท่านต้องทำเรื่องเลวร้ายอย่างนี้ หากข้าเกิดมามีร่างกายแข็งแรง ท่านพ่อก็คงไม่ต้องไปชิงตำราลับนั้นมาใช่หรือไม่ขอรับ” หวงป๋อเหรินถามทั้งที่ตัวเองแทบจะทรงตัวไม่ไหว

            “ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอก เป็นพ่อที่โลภมาก อยากได้ในสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเอง ต่อไปนี้พ่อคงไม่มีโอกาสได้อยู่ดูแลเจ้าและแม่ของเจ้าแล้ว พ่อฝากหน้าที่นี้ให้เจ้าดูแลต่อด้วย เจ้าต้องเข้มแข็ง และอย่าเอาอย่างพ่อ เจ้าเข้าใจหรือไม่” หวงหลิงพูดกับลูกชายด้วยเสียงเรียบสงบ

            “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ข้าจะดูแลท่านแม่ให้ดี จนกว่า...จนกว่าชีวิตของข้าจะทนไหว” ห่วงป๋อเหรินยังไอไม่หยุด

            “ฮูหยิน คุณชาย ข้าต้องพาตัวนักโทษกลับเข้าห้องขังแล้ว ท่านอย่าทำให้พวกข้าเสียเวลาอีกเลย” เจ้าหน้าที่ประจำศาลเอ่ยเตือน

            หวงหลิงมองหน้าภรรยาและลูกชายอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินกลับห้องขังไปโดยไม่สนใจคนที่ยังยืนอยู่ในศาลเลยแม้แต่น้อย

            “น้าหลิน น้องรอง ข้าขอโทษแทนท่านพ่อด้วย ที่ผ่านมามันเป็นเพราะข้าที่อ่อนแอ ท่านพ่อเพียงแค่อยากจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ข้า ท่านถึงได้ทำเรื่องเลวร้ายกับครอบครัวท่านลงไป” หวงป๋อเหรินคุกเข่าลงต่อหน้าหลินซูจือและหวงป๋อฉือ

            “ข้าก็ต้องขอโทษเจ้าสองคนแม่ลูกด้วยสำหรับความผิดที่ผ่านมา ข้ารู้ว่าถึงแม้ข้าตายไปก็คงไม่อาจทำให้พวกเจ้าหายโกรธได้ แต่ซูจือ ป๋อฉือ ความผิดทั้งหมดเป็นข้ากับท่านพี่ที่ทำร้ายพวกเจ้า มันไม่เกี่ยวกับป๋อเหรินเลยสักนิด ข้าอยากขอความเมตตาให้พวกเจ้ารักษาเขาให้หายจากโรคร้ายนี้ได้หรือไม่ ข้าไม่มีสิ่งใดจะชดใช้ให้พวกเจ้านอกจากชีวิต หรือพวกเจ้าจะให้ข้าไปบวชชีถือศีลกินเจตลอดชีวิตข้าก็ยินดี” ฮูหยินหวงคุกเข่าลงตรงหน้าหลินซูจือและหวงป๋อฉือด้วยอีกคน

            หลินซูจือมองสองแม่ลูกด้วยสายตาว่างเปล่า จริงอยู่ที่หวงป๋อเหรินไม่มีส่วนในการทำความผิดของบิดาและมารดา แต่เขาเป็นลูก เขาก็ต้องรับผิดชอบกับการกระทำของบุพการีตัวเองด้วยสิ “เมื่อก่อนข้าก็เคยอ้อนวอนเจ้าอย่างนี้ว่าอย่าทำร้ายลูกของข้า แต่เจ้าก็ไม่เคยฟัง มาวันนี้เจ้ากลับอยากให้ข้าไว้ชีวิตลูกของเจ้าอย่างนั้นหรือ เจ้าไม่คิดที่จะชดใช้ความผิดที่ผ่านมาของเจ้าสักนิดเลยเหรอ”

            “หากข้ายอมมอบชีวิตให้เจ้า เจ้าจะช่วยลูกชายข้าใช่หรือไม่ ถ้าเช่นนั้นข้าก็ยินดี” ฮูหยินหวงถอดปิ่นปักผมออกมาและกำลังจะแทงไปที่คอของตน แต่กลับถูกหวงป๋อฉือฉุดมือเอาไว้

            “ท่านแม่ขอรับ ที่ผ่านมาพี่ใหญ่ก็ช่วยเหลือข้ามาตลอด ท่านจำได้หรือไม่ว่าพี่ใหญ่ยอมอดข้าวและคุกเข่าอยู่กลางลานบ้านเพื่อให้ข้าได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษา เขายังเคยแอบเอาอาหารมาให้เรากินเมื่อครั้งที่เราถูกท่านพ่อสั่งกักบริเวณ หรือแม้แต่ยังแอบขโมยโสมอายุหลายสิบปี เพื่อมาต้มให้ท่านแม่ดื่มเลยนะขอรับ ครั้งนี้ ท่านแม่ช่วยพี่ใหญ่ได้หรือไม่ขอรับ ท่านตา ท่านตาช่วยรักษาอาการป่วยของพี่ใหญ่ได้หรือไม่ขอรับ” หวงป๋อฉือหันไปขอร้องทุกคนทั้งน้ำตา

            ตั้งแต่เล็กจนโตหวงป๋อฉือจำได้ดี ถึงแม้หวงป๋อเหรินจะทำตัวเหินห่างกับเขาไปบ้าง แต่นั่นก็เพราะพี่ใหญ่แสร้งทำเพื่อไม่ให้ฮูหยินใหญ่มารังแกตนเองกับมารดาเท่านั้น

            ไม่ว่าจะเป็นของเล่น ขนม หรือแม้แต่ค่าขนมเล็กๆ น้อย พี่ใหญ่ยังแอบเอามาให้เขาอยู่เป็นประจำ และที่ร้ายแรงที่สุดคือตอนที่พี่ใหญ่ต้องอดอาหารและคุกเข่าขอร้องบิดาเพื่อให้เขาได้เข้าเรียน เหตุการณ์นั้นทำให้อาการป่วยของพี่ใหญ่กำเริบจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด พี่ใหญ่นอนป่วยอยู่บนเตียงเกือบเดือน ร่างกายผ่ายผอมลงไปถนัดตา เมื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้น หวงป๋อฉือก็ร้องไห้ออกมาอย่างไม่รู้ตัว

            “น้องรอง เพียงแค่เจ้าอภัยให้ข้ากับท่านแม่ เท่านี้ข้าก็ดีใจมากแล้ว เจ้าอย่าร้องไห้อีกเลยนะ ขอให้เจ้าโชคดีกับครอบครัวของเจ้า” หวงป๋อเหรินหันไปหน้าไปอีกทาง “น้าหลินขอรับ หยกครึ่งหนึ่งที่ท่านชอบพกติดตัวนั้น ยังไม่ได้ถูกท่านพ่อทำลายไป ข้าแอบเก็บไว้กับตัวเพื่อมอบให้ท่านกับน้องรองในภายหลัง แต่ข้าคิดว่าวันนี้ข้าควรจะคืนมันให้ท่านได้แล้วขอรับ”

            “พี่ใหญ่ ที่ท่านถูกท่านพ่อทำโทษและสอบถามเรื่องหยกเมื่อคราวนั้น มันคือหยกของท่านแม่หรือขอรับ ท่านทำอย่างนี้ทำไม แล้วทำไมท่านถึงไม่เคยบอกเรื่องนี้กับข้าเลย”

            “หากข้าไม่ทำอย่างนั้นแล้วข้าจะเก็บรักษาสมบัติชิ้นนี้ให้เจ้ากับน้าหลินได้อย่างไร” หวงป๋อเหรินวางหยกครึ่งชิ้นลงบนมือหวงป๋อฉือ 

            “คุณชายใหญ่หวง ข้าจะรักษาเจ้าเอง ความผิดของผู้ใหญ่ ไม่ควรที่จะให้เด็กอย่างเจ้ามารับผิดชอบ แต่เพราะเจ้าป่วยมาเป็นเวลานาน การรักษาก็ต้องใช้เวลานานเหมือนกัน ข้าหวังว่าเจ้าจะอดทนกับการรักษานี้ได้” หลินเจ๋อตงพูดขึ้น

     

            ภายในห้องขังที่มืดและอับชื้น หวงหลิงนั่งคิดถึงอดีตไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย เขาไม่ได้กลัวกับความตาย ห่วงเดียวที่เขามีคือลูกชายที่กำลังป่วยหนักอยู่ตอนนี้

            “นั่งคิดอะไรอยู่หรือ หรือว่ามานึกเสียใจกับความผิดที่ผ่านมาของตัวเอง”

            “เจ้าต้องการมาเยาะเย้ยข้าอย่างนั้นหรือ มันไม่มีประโยชน์หรอก เพราะข้าไม่นึกเสียใจ”

            “ข้ารู้ และข้าก็ไม่คิดว่าเจ้าจะสำนึกได้ด้วย”

            “แล้วเจ้าเข้ามาที่นี่ทำไม” หวงหลิงถาม

            “อีกสามวันเจ้าก็จะถูกประหารแล้ว ข้าก็แค่อยากจะมาดูหน้าคนชั่วช้าอย่างเจ้าเท่านั้น” หลินซูจือบอก “อ้อ...ฮูหยินของเจ้าตัดสินใจจะออกบวชตลอดชีวิตแล้วนะ”

            “ไม่ได้นะ นางจะทำอย่างนั้นไม่ได้ ถ้านางไปบวชแล้วใครจะดูแลป๋อเหริน ซูจือ...เจ้าห้ามนางให้ข้าที จะให้ข้าคุกเข่าให้เจ้าก็ได้”

            “เจ้าคงเป็นห่วงลูกชายเจ้ามากสินะ เมื่อก่อนข้าก็เป็นห่วงลูกๆ ของข้ามากเหมือนกัน สิบกว่าปีที่ข้าต้องแยกจากลูกสาว และสิบกว่าปีที่ลูกชายข้าต้องมาทนใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของเจ้าอย่างไม่ได้รับความยุติธรรม เจ้าคิดว่าเจ้าจะชดเชยสิ่งที่ผ่านมาได้อย่างไร” หลินซูจือถามเสียงเย็น

            “หากใช้ชีวิตของข้าทดแทนได้ ข้าก็ยินดี” หวงหลิงรีบพูด

            “ชีวิตที่เหลืออยู่อีกเพียงแค่สามวันของเจ้าน่ะหรือ มันไม่มีประโยชน์เลยสักนิด”

            “อาจือ พอได้แล้ว เจ้าจำที่ลี่เอ๋อบอกได้หรือไม่ อดีตแก้ไขไม่ได้ เราต้องเดินหน้าต่อและปล่อยวาง” หลินเจ๋อตงห้าม

            “อาจารย์!”

            “อาหลิง ฮูหยินของเจ้าตัดสินใจไปใช้ชีวิตที่สงบในทางธรรม ส่วนลูกชายของเจ้านั้น ข้าจะรักษาเขาให้เต็มที่ อย่างน้อยในอดีตลูกชายของเจ้าก็ดูแลหลานชายข้ามาอย่างดี แต่ถึงข้าจะรักษาลูกชายของเจ้าจนหาย แต่เขาก็ไม่อาจมีทายาทสืบสกุลได้ ทำได้เพียงรักษาชีวิตเขาไว้ได้เท่านั้น”

            “ท่านว่าอย่างไรนะขอรับ รักษาชีวิตเขาไว้ได้ แต่เขาไม่อาจมีลูกได้อย่างนั้นหรือ เห็นทีสกุลหวงของข้าคงจบสิ้นแล้ว ฮ่าๆๆ นี่คือผลกรรมที่ข้าก่อไว้ใช่ไหมขอรับท่านอาจารย์” หวงหลิงทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะออกมาอย่างคนเสียสติ

            “อาหลิง ที่เจ้ามีจุดจบอย่างวันนี้ก็เพราะผลจากการกระทำของเจ้าจริงๆ” หลินเจ๋อตงถอนหายใจ “อาจารย์ให้อภัยเจ้า และขอให้เจ้าจากไปอย่างหมดห่วงเถอะนะ”

            หวงหลิงคุกเข่าลงต่อหน้าอาจารย์ครั้งสุดท้าย “เพราะความอิจฉาและความโลภของข้า ถึงทำให้ข้ามีจุดจบอย่างนี้ ชีวิตนี้ของข้าคงไม่มีค่าพอที่จะชดใช้กับความผิดที่ได้ทำไว้กับท่าน หากชาติหน้ามีจริง ข้าก็จะขอชดใช้ท่านด้วยชีวิตอีกครั้งขอรับ”

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นคุณชายโจว (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน