ภายในห้องที่เงียบสงบ แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างบานเล็ก หลี่หยางนั่งขัดสมาธิอยู่บนเสื่อฟาง เขาหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างช้าๆ พลังวิญญาณที่ฟุ้งกระจายภายในร่างยังคงหมุนเวียนรุนแรงจากศึกก่อนหน้า
ในใจเขาเอ่ยเรียก—
“แม่ทัพบุปผา… เจ้า…”
ในทะเลจิต เสียงอันแผ่วเบาทว่าทรงอำนาจดังขึ้น
“ข้า…ดูดกลืนพลังของหมาป่าวายุ และแมงมุมปีศาจนรกมาได้บางส่วน มันไม่บริสุทธิ์นัก แต่เพียงพอจะทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น…” ระดับนักรบขั้น 8
หลี่หยางรับรู้ได้ทันที กลิ่นอายของแม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณเขานั้นเปลี่ยนไป คล้ายกลายเป็นพฤกษาอสูรที่มีจิตวิญญาณเต็มเปี่ยมขึ้นอีกระดับ และในขณะเดียวกัน พลังที่อีกฝ่ายดูดกลืนมา…ได้ส่งกลับมาสู่เขาเช่นกัน!
คลื่นพลังพลันปะทุ!
พลังวิญญาณไหลทะลักราวน้ำหลาก สะกดทั่วจุดชีพจรทั้งแปด หลี่หยางกัดฟันแน่น เร่งควบคุมพลังไม่ให้แตกซ่าน พลังวิญญาณที่หล่อเลี้ยงแม่ทัพบุปผานั้นกลับมาเติมเต็มเขาเช่นกัน…
“รวมจิต… ขั้นแปด!”
ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ก่อนจะเข้าสู่สภาวะนิ่งสงบ ดวงตาเปิดขึ้นแผ่วเบา ส่องประกายดั่งแสงดาว
ในขณะที่พลังวิญญาณภายในร่างหลี่หยางเริ่มเข้าสู่สมดุล เสียงหนึ่งก็ดังสะท้อนในจิตของเขาอีกครั้ง
“นายท่าน…ข้า…ใกล้แล้ว…”
หลี่หยางลืมตาขึ้น ดวงตาเปล่งประกายด้วยความตกตะลึง เขาหลับตาลงอีกครั้งแล้วเข้าสู่ทะเลจิต ในความมืดเงียบสงบ ร่างของ จิ้งจอกเงาจันทร์ ปรากฏขึ้นกลางแสงจันทร์สีเงิน รอยแผลจากการต่อสู้ก่อนหน้านั้นแทบไม่มีเหลือ พลังงานสีเงินรอบตัวมันเต้นระริก เงาทั้งหลายที่เคยแยกร่างต่างหายไปรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์
“พลังของข้า…จากการต่อสู้นั้น…ได้ถึงขีดจำกัดแล้ว เจ้านาย ข้าพร้อมแล้วที่จะทะลวง’…และวิวัฒนาการ!”
หลี่หยางเบิกตากว้าง
“หมายความว่าเจ้า…จะขึ้นไปสู่ขอบเขต เหนือสัตว์อสูรทั่วไป อย่างเต็มตัวแล้วงั้นหรือ?”
จิ้งจอกเงาจันทร์พยักหน้าเบาๆ มันหันหน้ามองดวงจันทร์ที่สาดแสงลงมาภายในทะเลจิตของหลี่หยาง
หลี่หยางกำหมัดแน่น
“เจ้าอดทนรออีกหน่อย“
ภายในห้องลับยามค่ำคืน แสงจันทร์ส่องลอดหน้าต่างบางๆ ท่ามกลางความเงียบงัน หลี่หยางนั่งขัดสมาธิ ปล่อยจิตให้สงบนิ่ง เขาค่อยๆ เรียกพลังแฝงออกมา — จิตหยั่งรู้
ดวงตาของเขาเปล่งแสงสีเงินจางๆ เมื่อสัมผัสถึงสายใยแห่งจิตวิญญาณของสัตว์อสูรทั้งสอง
“แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์”
ชนชั้น: จอมอสูรกลายพันธุ์
ระดับ: นักรบขั้น 8
สาย: พฤกษาพิษสวรรค์ - สายควบคุม/สนับสนุน/พิษรุนแรง
สถานะ: เสถียร, พลังสะสมจากการกลืนพลังยังคงหมุนเวียน
เพศ: เพศเมีย
ทักษะเฉพาะ:
• บุปผาพิษกลืนใจ: ปลดปล่อยละอองเกสรดำที่สะสมพิษชั้นสูง สามารถกัดกร่อนพลังปราณของศัตรูและหยุดการฟื้นฟู
• แส้เถาวัลย์พันธนาการ: ควบคุมแส้หนามสองข้างที่แข็งแกร่งเสมือนเหล็กกล้า ปัดป้องหรือจับกุมเป้าหมาย
• กลีบบุปผากลืนวิญญาณ: หากดูดกลืนพลังจากเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตตนเองได้
• อาณาเขตพิษสวรรค์ : สามารถหยั่งรากลงใต้ดินแล้วสร้างอาณาเขตรอบๆตนเองเป็นระยะ 100 เมตร เพือนร่วมทีมจะได้รับค่าต้านทานพิษทุกชนิด และภายใต้อาณาเขตนี้ แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ จะสามารถดูดกลืนซากของสิ่งมีชีวิตมาเป็นพลังของตนได้
คำเตือน: หากได้รับพลังจากพืชวิญญาณระดับสูงหรือร่างอสูรที่มีคุณสมบัติคล้ายพฤกษา อาจวิวัฒนาการอีกครั้ง
หลี่หยางพึมพำในใจ “ดูท่าทางจะยังมีหนทางพัฒนาอีกขั้น… ต้องหาพืชวิญญาณระดับสูงหรือบางสิ่งจากเขตลับหรือสนามรบถึงจะไปต่อได้”
จากนั้นเขาหันจิตไปยังเงาในจิตใจอีกตน — เงาของจิ้งจอกใต้แสงจันทร์
[ชื่อ]: จิ้งจอกเงาจันทร์
ชนชั้น สุดยอด
ระดับ: นักรบ ขั้นที่ 9
ธาตุหลัก: เงา / ความเร็ว
ประเภท: สัตว์อสูรสายโจมตีว่องไว
เพศ: เมีย
สถานะ: ขีดจำกัดพลังเต็ม, ต้องการเงื่อนไขวิวัฒนาการ
ลักษณะเด่น: ขนสีเงินอมฟ้า ดวงตาเปล่งแสงราวจันทร์กลางคืน เคลื่อนไหวไร้เสียง ร่างบางปราดเปรียว
เส้นทางวิวัฒนาการของ “จิ้งจอกเงาจันทร์”ระดับปัจจุบัน: ระดับนักรบขั้น 3 | ชนชั้ยัง
1. จิ้งจอกจันทรา
จากจิ้งจอกที่อาศัยเงาจันทร์ กลายเป็น “ผู้ควบคุมแสงจันทร์” ที่แท้จริง
ลักษณะ: ร่างเปล่งแสงนวลเย็นดุจจันทร์จริง สามารถควบคุมพลังจันทราโจมตีและป้องกันได้พร้อมกัน
• สายพลัง: จันทรา – พลังสะกด – สนับสนุน & ควบคุม
• ความสามารถหลัก (หลังวิวัฒนาการ):
• จันทราประทับใจกลางใจศัตรู – สะกดจิตเป้าหมายระยะไกล
• ม่านจันทรา – ป้องกันเวทระดับสูงได้หนึ่งครั้งทุก 10 นาที
วัตถุดิบที่ต้องหา (3 ชิ้นหลัก):
1. แก่นจันทราศักดิ์สิทธิ์ – ได้จากเขตลับใต้แอ่งน้ำจันทราในคืนพระจันทร์เต็มดวง
2. เกล็ดปีกของ “วิหคจันทราทิพย์” – อสูรวิญญาณระดับสูงหายาก
3. หยาดน้ำตาเทพจันทรา – ของวิเศษที่ได้จากการพิสูจน์คุณธรรม ณ ศาลเก่าใต้แสงจันทร์
2. จิ้งจอกจิตมายา
ผู้เร้นร่างในม่านเงาและลวงตาได้แม้กระทั่งผู้มีจิตแข็งกล้า
ลักษณะ: มีเงาซ้อนหลายชั้น เคลื่อนไหวรวดเร็ว ลวงตาศัตรูให้เห็นภาพหลอก
• สายพลัง: เงา – ภาพลวงตา – จู่โจมระยะประชิด
• ความสามารถหลัก (หลังวิวัฒนาการ):
• ลวงจิตเจ็ดเงา – สร้างภาพลวงโจมตีได้พร้อมกันหลายทิศทาง
• พรางตาทะลวงจิต – แทรกซึมเขตป้องกันจิตใจของศัตรู
วัตถุดิบที่ต้องหา (3 ชิ้นหลัก):
1. แก่นมายาจิตดำ – ได้จาก “โถงลวงจิต” ในหอวิญญาณเก่า
2. เส้นขนหางของ “อสรพิษมายาเจ็ดแสง” – อสูรจอมลวงในแดนลวงมายา
3. ผ้าคลุมเงาสะท้อนใจ – สมบัติลับของนิกายจิ่วเยี่ยน อาจต้องต่อรองหรือแลกเปลี่ยน
3. จิ้งจอกจันทร์ทมิฬ
แม้ดวงจันทร์สว่างไสว ก็มีด้านมืด จิ้งจอกสายนี้คือเงาของเงา
ลักษณะ: ร่างของมันหลอมรวมกับความมืด เห็นเพียงเงาร่างบางเบาเหมือนควัน
• สายพลัง: จันทรา – มืด – เร้นเงา & พิษลับ
• ความสามารถหลัก (หลังวิวัฒนาการ):
• เงาจันทร์ทมิฬ – ล่องหนเต็มรูปแบบ และโจมตีแทงจิต
• เข็มพิษรัตติกาล – ปล่อยพิษมืดสะสม ทำลายพลังวิญญาณทีละน้อยจนศัตรูอ่อนแรง
วัตถุดิบที่ต้องหา (3 ชิ้นหลัก):
1. ผลึกจันทรามืดมิด
• แร่หายากที่ดูดกลืนแสงจันทร์จนกลายเป็นสีดำ
• พบในหุบเขารัตติกาล หรืออาจปรากฏในงานประมูลระดับสูง
2. ขนวิหคเงาทมิฬ
• เป็นของจากสัตว์อสูรประเภทวิหคเงา ต้องล่าหรือแลกเปลี่ยนกับนักล่าอสูร
3. แก่นอสูรระดับจอมพลขั้น 5 ขึ้นไป
• แก่นของสัตว์อสูรระดับจอมพล หายากและอาจมีผู้ตั้งราคาสูงในงานประมูล
เช้ารุ่งขึ้น หลังจากหลี่หยางตื่นแต่เช้าและเตรียมตัว เขามาถึงหอประลองซึ่งผู้นำตระกูลหลี่และผู้อาวุโสสามกำลังรออยู่พร้อมกับผู้เยาว์ คนอื่น
ผู้นำตระกูลหลี่ เทียนไห่ ยืนขึ้นกล่าวเสียงหนักแน่น:
“การประลองในครั้งนี้แม้มีเหตุวุ่นวาย แต่ก็ทำให้เรามองเห็นอัจฉริยะที่แท้จริง และเปิดโปงคนทรยศในตระกูลได้… เพื่อเป็นการตอบแทนความกล้าหาญและความสามารถของหลี่หยาง—อันดับหนึ่งในการประลองครั้งนี้—ข้าขอประกาศว่า นอกเหนือจากรางวัลเดิม ตระกูลจะอนุญาตให้เจ้าขอสิ่งใดก็ได้จากคลังตระกูล 1 อย่าง”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที หลายคนอึ้งกับรางวัลนี้ เพราะคลังของตระกูลหลี่เต็มไปด้วยของล้ำค่าหายาก และนี่เป็นครั้งแรกที่มีการเปิดให้ “เลือกได้ตามใจ”
เท่านั้นไม่พอ ผู้อาวุโสสามหลี่เทียนหยุนก้าวออกมาเสริม:
“และเพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้เติบโต หลังจากเตรียมการเรียบร้อยแล้ว ทุกผู้เยาว์ที่เข้าร่วมการประลองครั้งนี้ จะได้รับสิทธิ์เข้าไปใน แดนลับวิญญาณโบราณ เพื่อฝึกฝนและค้นหาวาสนาแห่งตน”
สายตาของเหล่าเยาวชนเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความหวัง ขณะที่หลี่หยางพยักหน้ารับอย่างสงบ ในใจกลับกำลังวางแผน…
“ดี… หลังจบเรื่องนี้ ข้าจะเริ่มออกตามหาวัตถุดิบ เพื่อวิวัฒนาการจิ้งจอกเงาจันทร์ให้เป็นจิ้งจอกจันทร์ทมิฬ”
ผู้นำตระกูลหลี่ หลี่เทียนไห่ มองกวาดสายตาไปยังเหล่าเยาวชนที่ยืนเรียงแถวอย่างสงบ แต่แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง ก่อนจะเอ่ยเสียงหนักแน่น:
“หลังจากจบการประลองครั้งนี้ ตระกูลจะเปิด แดนลับสระทมิฬ ให้เยาวชนที่ผ่านเกณฑ์ได้เข้าไปฝึกฝนภายในสามวันจากนี้!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที สายตาทุกคู่หันไปมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง