เกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร

    ตอนที่ 39 รางวัลพิเศษ


    ภายในห้องที่เงียบสงบ แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างบานเล็ก หลี่หยางนั่งขัดสมาธิอยู่บนเสื่อฟาง เขาหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างช้าๆ พลังวิญญาณที่ฟุ้งกระจายภายในร่างยังคงหมุนเวียนรุนแรงจากศึกก่อนหน้า

     

    ในใจเขาเอ่ยเรียก—

     

    “แม่ทัพบุปผา… เจ้า…”

     

    ในทะเลจิต เสียงอันแผ่วเบาทว่าทรงอำนาจดังขึ้น

     

    “ข้า…ดูดกลืนพลังของหมาป่าวายุ และแมงมุมปีศาจนรกมาได้บางส่วน มันไม่บริสุทธิ์นัก แต่เพียงพอจะทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น…” ระดับนักรบขั้น 8

     

    หลี่หยางรับรู้ได้ทันที กลิ่นอายของแม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณเขานั้นเปลี่ยนไป คล้ายกลายเป็นพฤกษาอสูรที่มีจิตวิญญาณเต็มเปี่ยมขึ้นอีกระดับ และในขณะเดียวกัน พลังที่อีกฝ่ายดูดกลืนมา…ได้ส่งกลับมาสู่เขาเช่นกัน!

     

    คลื่นพลังพลันปะทุ!

    พลังวิญญาณไหลทะลักราวน้ำหลาก สะกดทั่วจุดชีพจรทั้งแปด หลี่หยางกัดฟันแน่น เร่งควบคุมพลังไม่ให้แตกซ่าน พลังวิญญาณที่หล่อเลี้ยงแม่ทัพบุปผานั้นกลับมาเติมเต็มเขาเช่นกัน…

     

    “รวมจิต… ขั้นแปด!”

     

    ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ก่อนจะเข้าสู่สภาวะนิ่งสงบ ดวงตาเปิดขึ้นแผ่วเบา ส่องประกายดั่งแสงดาว

     

     

    ในขณะที่พลังวิญญาณภายในร่างหลี่หยางเริ่มเข้าสู่สมดุล เสียงหนึ่งก็ดังสะท้อนในจิตของเขาอีกครั้ง

     

    “นายท่าน…ข้า…ใกล้แล้ว…”

     

    หลี่หยางลืมตาขึ้น ดวงตาเปล่งประกายด้วยความตกตะลึง เขาหลับตาลงอีกครั้งแล้วเข้าสู่ทะเลจิต ในความมืดเงียบสงบ ร่างของ จิ้งจอกเงาจันทร์ ปรากฏขึ้นกลางแสงจันทร์สีเงิน รอยแผลจากการต่อสู้ก่อนหน้านั้นแทบไม่มีเหลือ พลังงานสีเงินรอบตัวมันเต้นระริก เงาทั้งหลายที่เคยแยกร่างต่างหายไปรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์

     

    “พลังของข้า…จากการต่อสู้นั้น…ได้ถึงขีดจำกัดแล้ว เจ้านาย ข้าพร้อมแล้วที่จะทะลวง’…และวิวัฒนาการ!”

     

    หลี่หยางเบิกตากว้าง

     

    “หมายความว่าเจ้า…จะขึ้นไปสู่ขอบเขต เหนือสัตว์อสูรทั่วไป อย่างเต็มตัวแล้วงั้นหรือ?”

     

    จิ้งจอกเงาจันทร์พยักหน้าเบาๆ มันหันหน้ามองดวงจันทร์ที่สาดแสงลงมาภายในทะเลจิตของหลี่หยาง

     

    หลี่หยางกำหมัดแน่น

     

    “เจ้าอดทนรออีกหน่อย“

     

    ภายในห้องลับยามค่ำคืน แสงจันทร์ส่องลอดหน้าต่างบางๆ ท่ามกลางความเงียบงัน หลี่หยางนั่งขัดสมาธิ ปล่อยจิตให้สงบนิ่ง เขาค่อยๆ เรียกพลังแฝงออกมา — จิตหยั่งรู้

     

    ดวงตาของเขาเปล่งแสงสีเงินจางๆ เมื่อสัมผัสถึงสายใยแห่งจิตวิญญาณของสัตว์อสูรทั้งสอง

     

    “แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์”

    ชนชั้น: จอมอสูรกลายพันธุ์

    ระดับ: นักรบขั้น 8

    สาย: พฤกษาพิษสวรรค์ - สายควบคุม/สนับสนุน/พิษรุนแรง

    สถานะ: เสถียร, พลังสะสมจากการกลืนพลังยังคงหมุนเวียน

    เพศ: เพศเมีย

    ทักษะเฉพาะ:

                •          บุปผาพิษกลืนใจ: ปลดปล่อยละอองเกสรดำที่สะสมพิษชั้นสูง สามารถกัดกร่อนพลังปราณของศัตรูและหยุดการฟื้นฟู

                •          แส้เถาวัลย์พันธนาการ: ควบคุมแส้หนามสองข้างที่แข็งแกร่งเสมือนเหล็กกล้า ปัดป้องหรือจับกุมเป้าหมาย

                •          กลีบบุปผากลืนวิญญาณ: หากดูดกลืนพลังจากเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตตนเองได้

    •                 อาณาเขตพิษสวรรค์ : สามารถหยั่งรากลงใต้ดินแล้วสร้างอาณาเขตรอบๆตนเองเป็นระยะ 100 เมตร เพือนร่วมทีมจะได้รับค่าต้านทานพิษทุกชนิด และภายใต้อาณาเขตนี้ แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ จะสามารถดูดกลืนซากของสิ่งมีชีวิตมาเป็นพลังของตนได้

     

    คำเตือน: หากได้รับพลังจากพืชวิญญาณระดับสูงหรือร่างอสูรที่มีคุณสมบัติคล้ายพฤกษา อาจวิวัฒนาการอีกครั้ง

     

    หลี่หยางพึมพำในใจ “ดูท่าทางจะยังมีหนทางพัฒนาอีกขั้น… ต้องหาพืชวิญญาณระดับสูงหรือบางสิ่งจากเขตลับหรือสนามรบถึงจะไปต่อได้”

     

    จากนั้นเขาหันจิตไปยังเงาในจิตใจอีกตน — เงาของจิ้งจอกใต้แสงจันทร์

     

    [ชื่อ]: จิ้งจอกเงาจันทร์

    ชนชั้น สุดยอด

    ระดับ: นักรบ ขั้นที่ 9

    ธาตุหลัก: เงา / ความเร็ว

    ประเภท: สัตว์อสูรสายโจมตีว่องไว

    เพศ: เมีย

    สถานะ: ขีดจำกัดพลังเต็ม, ต้องการเงื่อนไขวิวัฒนาการ

    ลักษณะเด่น: ขนสีเงินอมฟ้า ดวงตาเปล่งแสงราวจันทร์กลางคืน เคลื่อนไหวไร้เสียง ร่างบางปราดเปรียว

     

    เส้นทางวิวัฒนาการของ “จิ้งจอกเงาจันทร์”ระดับปัจจุบัน: ระดับนักรบขั้น 3 | ชนชั้ยัง

     

    1. จิ้งจอกจันทรา

    จากจิ้งจอกที่อาศัยเงาจันทร์ กลายเป็น “ผู้ควบคุมแสงจันทร์” ที่แท้จริง

    ลักษณะ: ร่างเปล่งแสงนวลเย็นดุจจันทร์จริง สามารถควบคุมพลังจันทราโจมตีและป้องกันได้พร้อมกัน

                •          สายพลัง: จันทรา – พลังสะกด – สนับสนุน & ควบคุม

                •          ความสามารถหลัก (หลังวิวัฒนาการ):

                •          จันทราประทับใจกลางใจศัตรู – สะกดจิตเป้าหมายระยะไกล

                •          ม่านจันทรา – ป้องกันเวทระดับสูงได้หนึ่งครั้งทุก 10 นาที

    วัตถุดิบที่ต้องหา (3 ชิ้นหลัก):

                1.         แก่นจันทราศักดิ์สิทธิ์ – ได้จากเขตลับใต้แอ่งน้ำจันทราในคืนพระจันทร์เต็มดวง

                2.         เกล็ดปีกของ “วิหคจันทราทิพย์” – อสูรวิญญาณระดับสูงหายาก

                3.         หยาดน้ำตาเทพจันทรา – ของวิเศษที่ได้จากการพิสูจน์คุณธรรม ณ ศาลเก่าใต้แสงจันทร์

     

    2. จิ้งจอกจิตมายา

    ผู้เร้นร่างในม่านเงาและลวงตาได้แม้กระทั่งผู้มีจิตแข็งกล้า

    ลักษณะ: มีเงาซ้อนหลายชั้น เคลื่อนไหวรวดเร็ว ลวงตาศัตรูให้เห็นภาพหลอก

     

                •          สายพลัง: เงา – ภาพลวงตา – จู่โจมระยะประชิด

                •          ความสามารถหลัก (หลังวิวัฒนาการ):

                •          ลวงจิตเจ็ดเงา – สร้างภาพลวงโจมตีได้พร้อมกันหลายทิศทาง

                •          พรางตาทะลวงจิต – แทรกซึมเขตป้องกันจิตใจของศัตรู

    วัตถุดิบที่ต้องหา (3 ชิ้นหลัก):

                1.         แก่นมายาจิตดำ – ได้จาก “โถงลวงจิต” ในหอวิญญาณเก่า

                2.         เส้นขนหางของ “อสรพิษมายาเจ็ดแสง” – อสูรจอมลวงในแดนลวงมายา

                3.         ผ้าคลุมเงาสะท้อนใจ – สมบัติลับของนิกายจิ่วเยี่ยน อาจต้องต่อรองหรือแลกเปลี่ยน

     

     

    3. จิ้งจอกจันทร์ทมิฬ

    แม้ดวงจันทร์สว่างไสว ก็มีด้านมืด จิ้งจอกสายนี้คือเงาของเงา

    ลักษณะ: ร่างของมันหลอมรวมกับความมืด เห็นเพียงเงาร่างบางเบาเหมือนควัน

     

                •          สายพลัง: จันทรา – มืด – เร้นเงา & พิษลับ

                •          ความสามารถหลัก (หลังวิวัฒนาการ):

                •          เงาจันทร์ทมิฬ – ล่องหนเต็มรูปแบบ และโจมตีแทงจิต

                •          เข็มพิษรัตติกาล – ปล่อยพิษมืดสะสม ทำลายพลังวิญญาณทีละน้อยจนศัตรูอ่อนแรง

    วัตถุดิบที่ต้องหา (3 ชิ้นหลัก):

                1.         ผลึกจันทรามืดมิด

                •          แร่หายากที่ดูดกลืนแสงจันทร์จนกลายเป็นสีดำ

                •          พบในหุบเขารัตติกาล หรืออาจปรากฏในงานประมูลระดับสูง

                2.         ขนวิหคเงาทมิฬ

                •          เป็นของจากสัตว์อสูรประเภทวิหคเงา ต้องล่าหรือแลกเปลี่ยนกับนักล่าอสูร

                3.         แก่นอสูรระดับจอมพลขั้น 5 ขึ้นไป

                •          แก่นของสัตว์อสูรระดับจอมพล หายากและอาจมีผู้ตั้งราคาสูงในงานประมูล

     

    เช้ารุ่งขึ้น หลังจากหลี่หยางตื่นแต่เช้าและเตรียมตัว เขามาถึงหอประลองซึ่งผู้นำตระกูลหลี่และผู้อาวุโสสามกำลังรออยู่พร้อมกับผู้เยาว์ คนอื่น

     

    ผู้นำตระกูลหลี่ เทียนไห่ ยืนขึ้นกล่าวเสียงหนักแน่น:

     

    “การประลองในครั้งนี้แม้มีเหตุวุ่นวาย แต่ก็ทำให้เรามองเห็นอัจฉริยะที่แท้จริง และเปิดโปงคนทรยศในตระกูลได้… เพื่อเป็นการตอบแทนความกล้าหาญและความสามารถของหลี่หยาง—อันดับหนึ่งในการประลองครั้งนี้—ข้าขอประกาศว่า นอกเหนือจากรางวัลเดิม ตระกูลจะอนุญาตให้เจ้าขอสิ่งใดก็ได้จากคลังตระกูล 1 อย่าง”

     

    เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที หลายคนอึ้งกับรางวัลนี้ เพราะคลังของตระกูลหลี่เต็มไปด้วยของล้ำค่าหายาก และนี่เป็นครั้งแรกที่มีการเปิดให้ “เลือกได้ตามใจ”

     

    เท่านั้นไม่พอ ผู้อาวุโสสามหลี่เทียนหยุนก้าวออกมาเสริม:

     

    “และเพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้เติบโต หลังจากเตรียมการเรียบร้อยแล้ว ทุกผู้เยาว์ที่เข้าร่วมการประลองครั้งนี้ จะได้รับสิทธิ์เข้าไปใน แดนลับวิญญาณโบราณ เพื่อฝึกฝนและค้นหาวาสนาแห่งตน”

     

    สายตาของเหล่าเยาวชนเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความหวัง ขณะที่หลี่หยางพยักหน้ารับอย่างสงบ ในใจกลับกำลังวางแผน…

     

    “ดี… หลังจบเรื่องนี้ ข้าจะเริ่มออกตามหาวัตถุดิบ เพื่อวิวัฒนาการจิ้งจอกเงาจันทร์ให้เป็นจิ้งจอกจันทร์ทมิฬ”

     

    ผู้นำตระกูลหลี่ หลี่เทียนไห่ มองกวาดสายตาไปยังเหล่าเยาวชนที่ยืนเรียงแถวอย่างสงบ แต่แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง ก่อนจะเอ่ยเสียงหนักแน่น:

     

    “หลังจากจบการประลองครั้งนี้ ตระกูลจะเปิด แดนลับสระทมิฬ ให้เยาวชนที่ผ่านเกณฑ์ได้เข้าไปฝึกฝนภายในสามวันจากนี้!”

     

    เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที สายตาทุกคู่หันไปมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง

     


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร ที่คุณอ่าน