บรรยากาศภายในท้องพระโรงแห่งราชอาณาจักรต้าเยี่ยนนั้นตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด
ฮ่องเต้น้อย "จ้าวอี้" ประทับอยู่บนบัลลังก์ัด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก พระหัตถ์กำพนักเก้าอี้แน่นจนข้อขาวโพลน เบื้องล่างนั้น เหล่าขุนนางบุ๋นบู๊ยืนก้มหน้าเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าสบตา
กลางโถงมีกระดานหมากรุกขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน ฝั่งตรงข้ามคือราชทูตจากแคว้นจิน ชายวัยกลางคนหนวดเครารุงรัง ท่าทางอวดดี นามว่า "ทูตหาน" กำลังยืนกอดอกแสยะยิ้ม
"ฮ่าๆๆ! ผ่านไปหนึ่งชั่วยามแล้ว (2 ชั่วโมง) บัณฑิตแห่งต้าเยี่ยนยังไม่มีใครแก้ 'กลหมากรุกพยัคฆ์ขาว' ของข้าได้อีกหรือ?" ทูตหานกล่าวเสียงดังลั่น "หากเป็เช่นนี้ ก็ยอมแพ้เสียเถิด แล้วยกเมืองชายแดนสามเมืองให้แคว้นจินตามสัญญา!"
หลินไห่ บิดาของหลินฟาน ขุนนางกรมพิธีการระดับ 9 ตัวสั่นงันงกเหงื่อท่วมตัว เขาถูกผลักออกมารับหน้าเพราะตำแหน่งต่ำต้อยที่สุด หากวันนี้แก้ไม่ได้ เขาคือแพะรับบาปคนแรกที่จะถูกตัดหัวเซ่นสังเวยความอัปยศ
"ขะ... ข้าแต่ฝ่าา..." หลินไห่เสียงสั่น "กระหม่อม... กระหม่อม..."
"ไร้ประโยชน์!" ฮ่องเต้ตวาดเสียงก้อง "เลี้ยงเสียข้าวสุก! ลากตัวมันออกไปปะา!"
ทหารองครักษ์กำลังจะก้าวเข้ามาจับกุมหลินไห่ ทันใดนั้นเอง เสียงเอะอะก็ดังมาจากหน้าประตูวัง
"ท่านพ่อ! ท่านพ่อเ้าคะ!"
เป็เสียงของเสี่ยวชิง สาวใช้ตัวน้อยที่วิ่งกระหืดกระหอบฝ่าทหารยามเข้ามา (ด้วยความโกลาหล ทหารจึงหละหลวม) นางพุ่งเข้าไปยัดกระดาษยับยู่ยี่ใส่มือหลินไห่ที่กำลังเข่าทรุด
"คะ... คุณชายฝากมาเ้าค่ะ! บอกว่านี่คือทางรอด!"
หลินไห่รับกระดาษมาอย่างงุนงง "ไอ้ลูกล้างผลาญนั่นน่ะรึ? มันจะไปช่วยอะไร..."
แต่เมื่อไม่มีทางเลือก เขาจึงกางกระดาษออกดู ในกระดาษมีเพียงประโยคสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แตาทรงพลัง ‘เบี้ยกลาง เดินหน้าหนึ่งก้าว ทำลายศูนย์กลาง ทัพพยัคฆ์จะแตกพ่าย’
หลินไห่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขาไม่เข้าใจหมากรุกลึกซึ้ง แต่ความตายอยู่ตรงหน้า เขาจึงกัดฟันหลับตาเดินไปที่กระดาน
"ช้าก่อน!" หลินไห่ะโ "ต้าเยี่ยนยังมีคนแก้ได้! ข้า... ข้าขอเดินหมากตานี้!"
เขาวางเบี้ยตัวหนึ่งลงไปตรงกลางกระดาน "ปัง!"
ความเงียบเข้าครอบงำท้องพระโรง ทูตหานมองกระดานแล้วหัวเราะก๊าก "เดินเบี้ยโง่ๆ! เ้าคิดจะฆ่าตัวตาย... เอ๊ะ?"
เสียงหัวเราะขาดห้วงไปทันที ดวงตาของทูตหานเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเบี้ยตัวนั้นวางลงไป มันกลับไปขัดขวางเส้นทางเดินทัพของ 'พยัคฆ์ขาว' ทั้งหมด ทำให้รูปขบวนที่ดูแข็งแกร่งดั่งกำแพงเหล็ก เกิดช่องโหว่มหาศาลที่ไม่อาจอุดได้
"นะ... นี่มัน..." ทูตหานหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก "จุดบอดแห่งั? เป็ไปไม่ได้! กลหมากนี้อาจารย์ข้าคิดค้นมาสิบปี ไม่มีทางมีจุดอ่อนโง่ๆ แบบนี้!"
แต่ความจริงอยู่ตรงหน้า หมากตัวเดียวของหลินไห่ (ที่หลินฟานบอกบท) ทำให้สถานการณ์พลิกผัน ทัพแคว้นจินบนกระดานล่มสลายในพริบตา
"ต้าเยี่ยนชนะ!" ขุนนางกรมอาลักษณ์ะโลั่น
เสียงเฮดังสนั่นท้องพระโรง ฮ่องเต้จ้าวอี้ลุกขึ้นยืนด้วยความปิติยินดี "ดี! ดีมาก! หลินไห่! ไม่นึกเลยว่าเ้าจะซ่อนคมไว้ถึงเพียงนี้!"
หลินไห่ขาอ่อนทรุดลงกับพื้นด้วยความโล่งใจ ปนความมึนงง 'ไอ้ลูกชายตัวดี... มันรู้เื่พวกนี้ได้ยังไง?'
ตัดกลับมาที่จวนตระกูลหลิน
หลินฟานนั่งจิบชา (น้ำเปล่าต้มใบหญ้า เพราะบ้านจนไม่มีชาดีๆ) อยู่บนเก้าอี้โยกเก่าๆ โดยมีหลินหว่านเอ๋อยืนกอดอกมองด้วยความกระวนกระวายใจอยู่หน้าประตู
"เลิกเดินไปเดินมาเถอะพี่หญิง ข้าเวียนหัว" หลินฟานกล่าว
"เ้ายังจะมาทำใจเย็น!" หว่านเอ๋อหันมาแว้ดใส่ "ป่านนี้ท่านพ่อคงถูกตัดหัวเสียบประจาน แล้วทหารคงกำลังดาหน้ามาจับพวกเรา..."
ปัง!
ประตูเรือนถูกเปิดออกอีกครั้ง คราวนี้เป็หลินไห่ที่เดินเข้ามาด้วยสภาพเหมือนคนเพิ่งรอดตาย ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
"ท่านพ่อ!" หว่านเอ๋อถลาเข้าไปหา น้ำตาคลอเบ้า "ท่านหนีออกมาได้หรือเ้าคะ? พวกเราต้องรีบเก็บของหนี..."
"หนีอะไรกัน!" หลินไห่หัวเราะเสียงดังลั่น "หว่านเอ๋อ! น้องชายเ้า... เ้าฟานเอ๋อ มันเป็อัจฉริยะ!"
"หา?" หว่านเอ๋ออ้าปากค้าง
หลินไห่เดินตรงดิ่งไปหาหลินฟาน แล้วตบไหล่ลูกชายดังป้าบ "ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานมาก! พระราชทานผ้าไหมร้อยพับ ทองคำสิบชั่ง และเลื่อนขั้นพ่อเป็ขุนนางระดับ 7! ทูตแคว้นจินหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ ฮ่าๆๆๆ!"
หลินฟานปัดมือพ่อออกจากไหล่เบาๆ แล้วลุกขึ้นยืนบิดี้เี "ก็แค่หมากรุกเด็กเล่น... ท่านพ่อ ท่านไปพักผ่อนเถอะ ข้าจะคุยกับพี่หญิง"
เมื่อหลินไห่เดินฮัมเพลงอุ้มทองคำเข้าห้องไป หลินฟานก็หันกลับมามองพี่สาวบุญธรรมที่ยังยืนแข็งทื่อเป็หิน เขายิ้มกรุ่มกริ่ม สายตาเ้าเล่ห์กวาดมองไปทั่วร่างของนาง
"พี่หญิง... จำเดิมพันของเราได้หรือไม่?"
หว่านเอ๋อหน้าแดงแปร๊ดลามไปถึงใบหู นางกัดริมฝีปากแน่น "เ้า... เ้ามั่วถูกต่างหาก!"
"มั่วถูกหรือฝีมือ ผลลัพธ์ก็เหมือนกัน" หลินฟานเดินเข้าไปใกล้ แล้วกระซิบข้างหู "คืนนี้มาที่ห้องข้า... เตรียมมือนุ่มๆ ของท่านมานวดไหล่ให้ข้าด้วย ข้าเมื่อยจากการ... ใช้สมอง"
"เ้าคนฉวยโอกาส!" หว่านเอ๋อด่าแต่เสียงสั่น พลางหลบสายตา "ก็ได้! ข้าหลินหว่านเอ๋อพูดคำไหนคำนั้น... แต่แค่คืนนี้คืนเดียวนะ!"
หลินฟานมองแผ่นหลังของพี่สาวที่เดินหนีไปพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัว เขายิ้มมุมปาก "นี่แค่เริ่มต้น... หว่านเอ๋อ ต่อไปเ้าจะไม่ได้แค่นวดไหล่แน่"
แต่ในขณะที่บรรยากาศในบ้านกำลังชื่นมื่น... ณ ตำหนักลึกลับในวังหลวง องค์หญิงใหญ่จ้าวเวยยาง ผู้กุมอำนาจตัวจริง กำลังอ่านรายงานจากสายลับ
"เ้าบอกว่า... คนที่เขียนกระดาษแผ่นนั้นไม่ใช่หลินไห่ แต่เป็ลูกชายขี้เมาของเขาอย่างนั้นรึ?" น้ำเสียงของนางเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง
"พะยะค่ะ องค์หญิง" สายลับกราบทูล "สืบทราบมาว่า หลินฟานผู้นี้ปกติเสเพล แต่วันนี้กลับเปลี่ยนไปราวคนละคน"
จ้าวเวยยางวางพู่กันลง แววตาคมกริบฉายแววสนใจและระแวงสงสัย "น่าสนใจ... ไปสืบมาให้ละเอียด หากมันฉลาดจริง ข้าจะใช้มัน... แต่หากมันเป็ภัย ก็ฆ่าทิ้งเสีย"