บทที่ 144
คนพาลจากต่างแดน
ดวงตาของผู้เป็นบิดาของเด็กผู้นั้นจ้องมองมามากขึ้นมันแสดงใบหน้าที่ไม่พึงพอใจ
จางหยวนเองก็จ้องมองกลับไปด้วยไปหน้าที่ไม่พึงพอใจเช่นเดียวกัน
มันยังคงส่งเสียงหัวเราะก่อนที่มันจะพูดขึ้นมา “เจ้าเป็นผู้ใดข้าว่าไม่ได้ ”
“ เป็นเพียงแค่คนพิการคนนึงไม่รู้อย่างงั้นรึว่าตัวของข้าเป็นผู้ใด” เด็กหนุ่มผู้นั้นกล่าวออกมาพร้อมกับยืดอกเสื้อแสดงรอยยิ้มอย่างเย้ยหยัน
ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะทะนงตนอยู่ไม่น้อยมันเพียงแค่อายุสิบปีเท่านั้น
แต่จางหยวนมองดูก็พอจะรู้ได้คงจะเป็นเพราะว่าผู้เป็นบิดาของมันที่ให้ถ่ายอยู่บริเวณด้านข้าง
ผู้เป็นบิดาของมันก็ไม่คิดจะกล่าวหามบุตรชายของตนเองเลยแม้แต่น้อยแถมยังจ้องมองมาที่จางหยวนด้วยใบหน้าแบบนั้นอีก
“ ระวังปากด้วยเด็กน้อย ”จางหยวนเริ่มแสดงใบหน้าไม่พึงพอใจนะ
แน่นอนว่าคนเป็นบัณฑิตย่อมไม่ดูถูกคนอื่น
ภายในสถานศึกษาแห่งนี้ไม่ควรจะมีพวกที่มีท่าทีเช่นนี้อยู่
ชายผู้นั้นที่ยืนอยู่ข้างกายมันทำการพูดออกมาอย่างรวดเร็ว “ระวังปากอย่างงั้นรึเจ้านั้นและต้องระวังปาก ”
“ บุตรชายของข้าจะว่าเจ้าแล้วมันเป็นอะไรเพียงแค่คนพิการคนหนึ่งเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้”
“ ดูเหมือนว่าภายในสถานศึกษาเมืองจินหยวนจะไม่รู้จักคัดเลือกคนเอาเสียเลยถึงกับยอมให้คนพิการนำพาญาติมิตรมาสมัครภายในสถานที่แห่งนี้ได้”
“ ในผู้ใดบอกว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานจุดสาคัญสองควรจะมีการคัดแยกคนบ้าง” ผู้เป็นบิดาของมันแสดงใบหน้าและท่าทางที่หยิ่งทะนงมากกว่าบุตรของมันอีก
จางหยวนคิดภายในใจของตนเองอย่างรวดเร็ว “ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่ใช่คนภายในเมืองแห่งนี้ ”
“ เพราะว่าถ้าเป็นคนภายในเมืองแห่งนี้ตัวของข้าเองก็คงจะเคยเห็นมาบ้าง”
“ คนจับต่างแดนที่พาบุตรของตนเองมาสมัครเรียนภายในสถานที่แห่งนี้อย่างระลึก”
จางหยวนก้าวเท้าออกไปด้านหน้าเขาดึงร่างของจางหลินซินที่เป็นน้องสาวมาไว้บริเวณด้านหลัง“ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าเป็นผู้ใดแต่ว่าภายในเมืองแห่งนี้เป็นเมืองของบัณฑิตพวกหยาบช้าอย่างเจ้าไม่ควรจะมา”
“ สถานที่แห่งนี้ด้วยเช่นกันสถานศึกษาภายในสถานที่แห่งนี้ล้วนแล้วคัดเลือกแต่พวกเด็กที่มีความสามารถและก็มีสติปัญญา”
“ แต่ว่าบุตรชายของเจ้าคงจะไม่ผ่านการคัดเลือกอย่างแน่นอน” จางหยวนพูดกลับไปด้วยรอยยิ้ม
จางหยวนแสยะยิ้มที่มุม
ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามองเห็นรอยยิ้มแบบนั้นดวงตาของมันแดงก่ำ
คนผู้นี้โดนยั่วโมโหง่ายเป็นอย่างมากเพียงแค่ครั้งเดียวดวงตาของมันก็แดงกล่ำแล้วมันก็หันไปสั่งการผู้ติดตามที่อยู่ด้านหลัง
“ จัดการมัน ”มันหันไปสั่งการกับผู้ติดตามที่อยู่บริเวณด้านหลัง
ด้านหลังของมันมีผู้ติดตามอยู่ประมาณสามถึงสี่คนเป็นชายร่างกายกำยำ
พวกผู้ติดตามเหล่านั้นก้าวเท้ารุดหน้ามาอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าจู่โจมจางหยวน
ในสายตาของพวกมันแล้วจางหยวนเป็นเพียงแค่คนพิการคนนึงพวกมันก้าวคราวเข้ามาโดยที่ไม่มีความกังวลเลยแม้แต่น้อยมุมปากยกยิ้มขึ้น
ตอนนี้ภายในหัวคิดเอาไว้ว่าเพียงแค่ลงมืออย่างเบามืออีกฝ่ายก็น่าจะไม่สามารถตอบโต้
ทว่าเมื่อพวกมันก้าวเท้าเข้ามา
“ ผัวะ!!! ”ชายร่างกายใหญ่โตที่อยู่บริเวณด้านหน้าโดนบางอย่างอัดกระแทกเข้ากลางหน้าอก
ร่างกายของมันโดนอัดกระแทกเข้าอย่างเต็มๆกระอักโลหิตออกมาเป็นจำนวนมากกระเด็นถอยมาด้านหลัง
คนผู้นั้นโดนการโจมตีเข้าไปทำให้พวกที่อยู่บริเวณด้านหลังหยุดเท้าของตนเองดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนก
เมื่อมองตรงไปด้านหน้าพบเห็นชายร่างกายกำยำผู้นั้นยืนอยู่ข้างจางหยวน
ข้างกายของจางหยวนมีผู้คุ้มกันที่ติดตามเข้ามาด้วยยืนอยู่
เขาเป็นชายร่างกายใหญ่โตเป็นผู้คุ้มกันของตระกูลหงในตอนนี้ได้รับการฝึกฝนจากยาโอสถจนทำให้ตนเองนั้นเป็นผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณอย่างเต็มตัว
เขายืนอยู่ข้างกายของจางหยวนแสดงใบหน้าจริงจังปลดปล่อยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความกดดันออกมา
“ นายท่านจัดการเลยดีหรือไม่ขอรับ…”ผู้คุ้มกันข้างกายของจางหยวนถาม
จางหยวนหันไปมองรอบๆพบเห็นว่าภายในบริเวณนี้ไม่มีเด็กหรือว่าไม่มีคนอยู่“ เบามือแล้วกันข้าไม่อยากให้มีคนตาย”
หลังจากที่ได้รับคำสั่งผู้คุ้มกันของจางหยวนพุ่งออกไปด้านหน้าเพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจพวกคนของพวกนั้นโดนโจมตีอย่างรวดเร็ว
“ ผัวะ!! ตรึง!!! ”พวกมันอีกสองคนล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น
คนผู้นี้ลงมืออย่างเบามือแต่คำว่าเบามือของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณก็ทำให้กระดูกภายในร่างกายของพวกมัน
คนพาลจากต่างแดนผู้นั้นใบหน้าแดงก่ำ มันเต็มไปด้วยความโกรธหันไปมองผู้ติดตามของตนเองที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น“ เจ้าพวกโง่เขลาทำอะไรของเจ้า ”
ผู้คุ้มกันผู้หนึ่งที่ยังพอมีสติอยู่มันเงยหน้าของตนเองขึ้นมาจากนั้นก็พูดขึ้น“ นายท่านมันเป็นผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณ ”
จางหยวนยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก เขาค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆมันแล้วก็พูดขึ้นมา“ ข้าจะบอกเอาไว้ให้นะภายในเมืองแห่งนี้ไม่ใช่เมืองของเจ้าเพราะแบบนั้นการจะทำอะไรก็ควรจะระวังตัวเอาไว้ ”
หลังจากที่พูดจบจางหยวนก็แสยะยิ้มเยาะเย้ยหนึ่งครั้งก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินออกไป
แต่คำพูดที่ดูถูกของเขามันก็จุดเร็วเพลิงแห่งความแค้นและโทสะภายในใจของคนผู้นั้นจนลุกไหม้
จางหยวนมาจากบริเวณด้านใน
เท้าทั้งสองข้างของเขาหยุดลงบริเวณด้านหน้าประตูคิดภายในใจของ“ ดูเหมือนว่าคนผู้นั้นจะไม่ธรรมดาน่าจะเป็นเศรษฐีจากต่าง ”
“ จำเป็นต้องระวังตัวไว้… ”
จางหยวนไม่ใช่คนที่ประมาทอะไรง่ายๆ
หลังจากที่มองเห็นเจ้าพวกนั้นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าการที่มันก้าวว่างถ้าอย่างใหญ่โตแบบนั้นแสดงว่าคงจะเป็นคนที่มีอำนาจไม่น้อย
…
จางหลินซินก็เรียนตามปกติในตอนนี้ตัวของนางได้เข้าเรียนภายในสถานที่สามแห่งนั้นเรียบร้อยแล้ว
เมื่อได้เข้าเรียนภายในสถานศึกษาแห่งนั้นก็เต็มไปด้วยความสบายใจเพราะว่าเสี่ยวซินที่ศึกษาแล้วเขาก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวลใจ
ตอนนี้ก็หันกลับมาสนใจเกี่ยวกับพวกกิจการของตนเองต่อ
หันกลับมาสนใจกับกิจการของตนเองที่กำลังเติบโต
ภายในห้องทำงานจางหยวนนั่งมองพวกเอกสารมากมายที่วางกองอยู่บริเวณด้านหน้า
หลังจากที่กิจการเพิ่มขึ้นพวกเอกสารเหล่านี้เกรงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ในขณะที่กำลังนั่งมองเอกสารพวกนั้นอยู่คุณหนูหงเดินเข้ามาภายในห้องพร้อมกับนำกระดาษที่ตนเองนั้นเตรียมพร้อมมาให้กับจางหยวน
จางหยวนรับมันเอาไว้พร้อมกับแสดงใบหน้าสงสัย “นี่มันได้อย่างงั้นรึ? ”
“ เบาะแสที่นายท่านให้ข้าไปหาอย่างไรเล่าเจ้าคะ”
“ พ่อค้าที่มีนามว่าสืออู๋ในเมืองไห่หลงรู้สึกว่าจะเป็นพ่อค้าที่มีความสามารถทีเดียว ”
“ โดยทั่วไปแล้วกิจการของเขาทำการค้าขายหลากหลายอย่างมุ่งเน้นการค้าขายทางทะเลโดยพวกเขานั้นส่วนใหญ่จะขนของจากสถานที่แห่งนี้มุ่งตรงไปยังดินแดนอย่างเช่นพวกชายแดน”
“ เรียกได้ว่าเป็นพ่อค้าทางไกลก็ว่าได้ ”
“ ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้เป็นคนที่ร่ำรวยแต่เพิ่งเริ่มตั้งตัวเป็นพ่อค้าแล้วก็เริ่มมีเงินทองในไม่กี่ปีที่ผ่านมา”
“ ถือได้ว่าเป็นคนที่มีความสามารถเลยทีเดียวเพราะว่าตัวของเขาในช่วงประมาณสี่ถึงห้าปีกับมีเรือสินค้าของตนเองเพิ่มถึงสิบลำ”
“ สินค้าที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาทำการค้าขายก็คงจะเป็นพวกเครื่องชามหรือว่าพวกเครื่องประดับ”
“ แต่ว่าบางลำเองเขาเองก็ทำการค้าขายพวกอาหารแห้ง”
“ มองดูจากประวัติโดยคร่าวๆคร่าวๆแล้วถือว่าเป็นคนที่เชื่อถือได้เจ้าคะเป็นคนที่ไม่เคยคดโกงผู้ใด” นางทำการตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม
จางหยวนยกยิ้มขึ้นหลังจากที่เขานั้นลองอ่านข้อมูลทั้งหมด “บอกว่าเป็นคนที่เชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง ก็แสดงว่าพวกเราควรจะทำกิจการกับเขาสินะ ”
“ แน่นอนเจ้าค่ะสามารถทำกิจกรรมกับเขาได้แต่ว่าข้าคิดว่าพวกเราน่าจะยื่นข้อเสนอบางอย่างไป”
จางหยวนเงยหน้าของตนเองขึ้นมาแล้วก็พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “เจ้าคงจะหมายถึงสิทธิ์พิเศษในการใช้งานเรือสินค้าของพวกเขาสินะ ”
จบบท