เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 80

    “ข้าอยากให้เด็กทั้งสองคนได้เรียนหนังสือน่ะ อยากให้พวกเขามีอนาคตที่ดี และได้ทำตามความฝันของตัวเอง” ภามกล่าวย้ำให้ชัดเจน“แต่โรงเรียนไม่รับทาสที่ติดสัญญาอยู่นะขอรับ” อลันชี้แจง“ถ้างั้นข้าก็จะจ้างจอมเวทย์มาปลดปล่อยพันธะให้กับเด็กทั้งสองคน เท่านี้ก็คงจะเข้าเรียนได้แล้วสินะ” ภามรู้สึกประหลาดใจอยู่เหมือนกันที่ชายตรงหน้าไม่ได้รู้สึกดีใจอย่างที่เขาคิด“แต่ว่าข้ายังชดใช้หนี้ท่านภามไม่หมดเลยนะขอรับ” อลันกล่าว“น้าอลันกับน้าเมมี่ก็ยังทำงานอยู่ที่นี่จนครบ 4 ปีเหมือนเดิม ส่วนค่าใช้จ่ายในการเรียน และปลดสัญญาทาสข้าจะเป็นคนออกให้เอง สำหรับข้าแล้วอามิน และแอนเน่ก็เป็นเหมือนน้องชายกับน้องสาว การสนับสนุนพวกเขาเป็นสิ่งที่มาจากใจจริงของข้า ได้โปรดให้ข้าได้ทำสิ่งที่ตั้งใจเถอะ” ภามกล่าวอย่างจริงจังกับอลันเมื่ออลันได้ฟังสิ่งที่เจ้านายของเขากล่าวออกมาทั้งหมด ชายวัยกลางคนผู้ผ่านชีวิตยากลำบากมานับไม่ถ้วนรู้สึกตื้นตันใจอย่างมาก ตั้งแต่ได้มาทำงานอยู่กับภาม ตัวเขามีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าทำไร่ที่บ้านของตัวเองมากมายนัก จนมาถึงตอนนี้เจ้านายยังจะปลดปล่อยลูกของเขาจากการเป็นทาสก่อนเวลา และส่งให้เรียนหนังสืออีกด้วย “ขอบคุณนายท่านขอรับ ขอบคุณจริงๆขอรับ ฮือ ฮือ...” อลันน้ำตาซึมลงไปคุกเข่าก้มหัวจรดพื้นดินขอบคุณชายหนุ่มที่ดีกับครอบครัวของเขาเหลือเกิน ชายวัยกลางคนรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างที่สุด“น้าอลัน! ทำอะไรน่ะลุกขึ้นเถอะ ครอบครัวของพวกเจ้าตั้งใจทำงานให้ข้ามาตลอด ไม่เคยสร้างปัญหาใดๆ ข้าต้องขอบใจด้วยเช่นกัน” ภามย่อตัวลงไปประคองชายวัยกลางคนขึ้นมายืนตรงอีกครั้งบทสนทนาของทั้งสองดังจนทำให้คนอื่นๆตกใจ และรีบวิ่งออกมาดู ทุกคนที่ได้เห็นอลันร้องไห้ก็ประหลาดใจอย่างมาก “ที่รักท่านเป็นอะไร ร้องไห้ทำไมหรือ?” เมมี่เข้าไปหาสามีพร้อมกับลูกๆทั้งสอง แม็กซ์ที่หอบเครื่องมือขุดดินเดินตามมาทีหลังได้แต่สงสัย“ลูกทั้งสองคนมาขอบคุณท่านภามเร็วเข้า ท่านจะส่งเจ้าไปเรียนหนังสือ และจะปลดปล่อยจากการเป็นทาสด้วย” อลันพูดออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขที่สุดในชีวิต“จริงหรือขอรับ ขอบคุณขอรับท่านภาม” อามินตื่นเต้นดีใจกว่าใคร เขาก้มหัวขอบคุณเจ้านายครั้งแล้วครั้งเล่า“โอ้! ดีจริงๆเจ้าค่ะ ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านภาม ฮือ ฮือ...” เมมี่ซาบซึ้งน้ำตาไหลออกมาอีกคน“ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านภาม ข้าจะเป็นจอมเวทย์ที่เก่งกาจได้เลยเจ้าค่ะ” แอนเน่เผยรอยยิ้มสดใสให้เจ้านายของเธอ แต่ก็ขอบคุณไปด้วยความไร้เดียงสา และนึกออกเพียงแต่โรงเรียนจอมเวทย์ที่ชายประหลาดมาชักชวนเธอให้ไปเรียนเท่านั้น“กะล๊องก๊องแก๊ง!” เสียงเครื่องมือร่วงหล่นลงกระทบพื้น แม็กซ์มือไม้อ่อนถึงกับปล่อยของที่ถืออยู่ตกลงมา ชายหนุ่มประหลาดใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นตรงหน้า เมื่อได้สติเขาจึงรีบก้มเก็บเครื่องมือทั้งหมดพลางคิดในใจว่าการที่เจ้านายปลดปล่อยทาส แล้วยังส่งเสียให้เรียนหนังสือด้วยนี่มันเป็นไปได้จริงๆงั้นหรือ เสียงเครื่องมือตกหล่นทำให้ทุกคนเปลี่ยนแปลงความสนใจมาที่แม็กซ์ นั่นทำให้ภามถือโอกาสกล่าวออกมา“เอาล่ะ เข้าเมืองคราวหน้าข้าจะไปหาข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครเรียน และการปลดปล่อยทาสมาให้ก่อนแล้วกัน พวกเราก็ไปทำงานกันเถอะ” ภามกล่าวจบก็ไปช่วยแม็กซ์เก็บเครื่องมือที่ตกพื้นงานของเช้าวันนี้คือการพลิกหน้าดินแปลงผักกาดขาว และกะหล่ำปลีที่เพิ่งเก็บไป อามิน และแอนเน่ก็มาช่วยทำด้วย เพราะว่าต้นกล้าได้เพาะเสร็จไปแล้วเมื่อวันก่อน รวมทั้งแม็กซ์ที่ต้องการแสดงฝีมือให้กับเจ้านายคนใหม่ให้เห็นถึงความขยันขันแข็งของเขา งานพลิกหน้าดินจึงเสร็จภายในครึ่งวัน การขุดพลิกหน้าดินครั้งนี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษสำหรับทุกคน แต่แม็กซ์สมาชิกใหม่ของฟาร์มกลางหุบเขาแห่งนี้กลับพบเห็นบางอย่าง นั่นก็คือภามเจ้านายของเขาขุดดินได้เร็วอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุด รวมถึงทุกครั้งที่จอบสับลงไปในดินแล้วออกแรงงัดขึ้นมา หลุม และก้อนดินเหล่านั้นจะชิ้นใหญ่มาก“เฮ้อ! เดี๋ยวข้าขอไปพักสักครู่” ภามถอนหายใจจากความอ่อนล้าแล้วก็เดินไปพักใต้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งก็เป็นโอกาสให้แม็กซ์ชายหนุ่มขี้สงสัยเข้ามากระซิบถามกับอลัน“น้าอลัน ท่านภามนี่มีแรงเยอะมากเลยนะขอรับ พลิกหน้าดินคนเดียวได้หลายแปลงขนาดนี้” แม็กซ์ถามด้วยเสียงเบา“ก็เป็นปกติของท่านภามนั่นแหละ พละกำลังมากกว่าพวกเรารวมกันซะอีก ท่านชอบรีบทำให้ตัวเองหมดแรงแล้วไปพัก จากนั้นก็มาทำต่อสลับไปจนงานเสร็จ ไม่เหมือนพวกเราที่ค่อยๆทำไปเรื่อยๆแล้วมาพักสักครั้งสองครั้งเท่านั้น” อลันบอก“แต่ข้าว่านั่นมันพลังเหนือมนุษย์เลยนะขอรับ!” ชายหนุ่มย้ำกับชายวัยกลางคนตรงหน้าอีกครั้ง“เจ้าก็เห็นแล้วนี่ว่าบ้านของท่านภามไม่ธรรมดา แม้แต่พวกมอนสเตอร์ในป่าท่านยังไม่กลัวเลย บางครั้งยังซื้ออาหารกับผลไม้มาเลี้ยงพวกมันด้วยซ้ำ แถมท่านภามยังบอกว่าว่างๆยังชอบออกไปเล่นกับพวกมันในป่าอีกนะ เจ้าคิดว่าคนที่ทำแบบนี้ได้น่ะ ธรรมดาเหมือนคนอื่นรึเปล่าล่ะ” อลันอธิบาย“แล้วน้าคิดว่าท่านภามเป็นใครมากจากไหนกันแน่ ถึงได้มีสิ่งพิเศษเหล่านี้” แม็กซ์ถามอย่างสงสัยอีกครั้ง“เรื่องนั้นเราไม่จำเป็นต้องรู้หรอก รู้เพียงแค่ว่าท่านภามเป็นคนดีมีน้ำใจต่อพวกเราก็พอแล้ว เจ้ารีบทำงานเถอะอย่าให้ท่านภามต้องว่าได้” อลันตอบแล้วก็กลับไปขุดดินต่อ มื้อเที่ยงภามก็นำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาให้ทุกคนทานเพื่อประหยัดเวลา เพราะตอนบ่ายมีความตั้งใจว่าจะเอาต้นกล้าผักกาดกับกะหล่ำปลีลงแปลงให้เสร็จภายในวันนี้เช่นกัน ยามบ่ายอามิน แอนเน่ และเมมี่นำต้นกล้าผักมาลงแปลงก่อน ส่วนชายฉกรรจ์ทั้งสามช่วยกันพลิกหน้าดินที่เหลือต่อไปจนเสร็จแล้วจึงมานำต้นกล้าลงปลูกต่อ ขั้นตอนนี้ทำให้แม็กซ์เปิดหูเปิดตาเป็นอย่างมาก ตัวเขาเคยเพียงแต่ทำแปลง แล้วหว่านเมล็ดเท่านั้น ไม่เคยคิดเลยว่าการเพาะต้นกล้าก่อนปลูกจะได้ผลดีกว่า การนำกล้าผักลงปลูกในแปลงค่อนข้างกินเวลากว่าการหว่านเมล็ดอย่างมาก แต่เรียกได้ว่ารับรองผลผลิตที่ได้ว่าจะเติบโตแน่นอน ซึ่งชายหนุ่มยังไม่รู้ว่าเมล็ดพันธุ์จากพระเจ้าเหล่านี้รับรองการงอก 100% และยังมีขนาดที่ใหญ่โตกว่าปกติมากอีกด้วย แม็กซ์ยังสังเกตเจ้านายคนใหม่ของเขาอยู่เรื่อยๆ ยิ่งเขาได้รู้จักภามมากขึ้น เห็นการทำงานที่ลงแรงเหน็ดเหนื่อยด้วยตัวเอง ความมีน้ำใจต่อคนงาน ความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่ และฟาร์มที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ชายหนุ่มวัย 17 ปีผู้นี้รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากๆที่ได้มาทำงานอยู่ที่นี่ “น้าเมมี่กับแอนเน่เข้าบ้านไปเตรียมอาหารก่อนเถอะ ที่เหลือพวกเราจัดการเอง อามิน แม็กซ์ พวกเจ้ายังไหวรึเปล่า” ภามสั่งงานแม่ครัวประจำบ้านเสร็จ ก็หันไปถามเด็กๆบ้าง“ไหวขอรับ ข้าจะทำงานให้เต็มที่เพื่อเป็นอัศวินให้ได้!” อามินกล่าวออกมาเสียงดัง“มากกว่านี้ข้าก็ยังไหวขอรับ” แม็กซ์ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทั้งที่มีเหงื่อท่วมตัว“จริงเหรอแม็กซ์! ถ้างั้นข้าขอให้เจ้าไปขุดคลองต่อก็แล้วกันนะ” ภามกล่าวอย่างอารมณ์ดี“เอ๋!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” แม็กซ์อุทานออกมาเสียงดัง