บทที่ 23 เซียนน้อยแห่งหุบเขาธิดาสวรรค์(2)
“ตอนนี้แหละ!!”
ทั้งกลุ่มที่ตอนนี้รวมตัวกันได้ราวยี่สิบคน แบ่งหน้าที่กันอย่างรวดเร็วที่เกิดความวุ่นวายขึ้น โดยที่มีการแบ่งเป็นกลุ่มๆ ตั้งแต่กลุ่มดูต้นทางที่จะวางเอาไว้เป็นจุดๆ เพื่อป้องกันการถูกพบเห็น ซึ่งมีเพียงแค่สี่คนเท่านั้นที่อาษาทำหน้าที่นี้ ถึงจะไม่ค่อยมีความเสี่ยงมากเท่ากับกลุ่มที่ไปขโมยหัวมัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าพวกตนจะได้รับส่วนแบ่งน้อยลงตามไปด้วย
กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มที่เป็นกลุ่มที่ต้องเอาถุงกระสอบสานลวกๆ ไปช่วยกันขนมันเท่าที่ทำได้ ซึ่งคนที่เหลือทั้งหมดแบ่งกันเป็นกลุ่มเล็กๆ กลุ่มละสองคนโดยที่พวกเขาจะเอามันไปให้มากที่สุดเท่าที่กระสอบจะสามารถจุไหว แล้วค่อยสลับกันขนไปเป็นช่วงๆ แล้วแยกย้ายกันหนีกลับไปที่หมู่บ้าน ซึ่งทุกคนต่างก็ให้สัญญากันเอาไว้ว่าถ้าหากใครถูกจับได้ก็จะไม่มีการซัดทอดอย่างเด็ดขาด
และเมื่อเอากลับกันไปแล้วจะไปรวมตัวกันที่บ้านของหนึ่งในสมาชิกกลุ่มที่ห่างไกลออกไปจากหมู่บ้านเล็กน้อย แล้วค่อยแบ่งกันในคืนนี้...
แล้วเมื่อจัดการแบ่งสันปันส่วนหน้าที่รับผิดชอบของตนเองกันแล้ว โดยไม่สนว่าผู้คนในหมู่บ้านต่างก็พากันไปดูเด็กหญิงด้วยความเป็นห่วงเป็นใย พวกมันก็เริ่มทำหน้าที่ในทันทีที่แม้แต่เหล่าแม่ครัวก็กรูกันไปดูเด็กหญิง
“...”
“...”
“...”
ทุกๆ อย่างที่ดูเหมือนจะยากในทีแรก เพราะว่าผู้คนจำนวนมากที่เพ่นพ่านไปหมด แต่กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ผู้คนได้ไปรวมตัวกันที่หน้าบ้าน ทำให้ทั้งยี่สิบคนสามารถขนมันที่กองอยู่ด้านหลังไปได้มากกว่าที่พวกมันคิด
ด้วยความที่ไม่ต้องคอยระวังทำให้พวกมันทั้งหมดสามารถกลับไปด้วยกันอย่างสบายอกสะบายใจ เช่นเดียวกับเป้าหมายของพวกมันที่สำเร็จลงไปด้วยดี ด้วยการที่เอาหัวมันทั้งสองชนิดไปได้รวมแล้วเกือบจะหนึ่งในสิบของกองเลยทีเดียว!
“...”
แล้วก็เหมือนกับทุกๆ ครั้งที่มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นรอบๆ บริเวณนี้ เจ้าตูบตัวเขื่องก็ผงกหัวขึ้นมามองไปทางที่กลุ่มคนนั้นมุ่งหน้าไปด้วยโทสะอ่อนๆ แต่จู่ๆ มันก็หันไปมองทางผู้เป็นนายที่ถูกผู้คนรายล้อมพัดวีอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกลับไปนอนหมอบตามเดิม ราวกับว่ามันได้ยินหรือรับรู้อะไรบางอย่าง มันก็นอนลงไปสนใจสิ่งใดอีก
“ทุกคนใจเย็นก่อน ที่ตัวคุณหนูไม่ได้มีอาการผิดปกติใดๆ อยากจะอ่อนเพลียไปบ้างก็เท่านั้น” จางหลงที่เป็นคนอุ่มพาเย่หัวมาหลบในร่มเอ่ยขึ้นเพื่อห้ามปรามทุกคนที่กรูกันเข้ามาอย่างมืดฟ้ามัวดิน
โดยเฉพาะเด็กๆ ที่อาจจะผูกพันกับเย่หัวมากกว่าพวกผู้ใหญ่ เนื่องจากการที่พวกเขาได้ใช้เวลาร่วมกันมากกว่า เด็กๆ ที่อายุต่ำกว่าสิบขวบส่วนใหญ่ต่างร่ำให้ออกมาเมื่อเห็นเย่หัวอยู่ในสภาพนั้น
บ้างก็โทษว่าตนเองมัวแต่เล่น
บ้างก็โทษว่าตนเองไม่ยอมไปช่วยเหลือนาง
บ้างก็โทษว่าพวกตนเอาแต่ร้องขออยากกินขนมอร่อยๆ จนพลังเซียนของนางร่อยหรอ
บากก็โทษว่าที่เป็นแบบนี้เพราะนางพยายามไม่ให้พวกเขาทั้งหมดต้องอดอยากและตายตกไปในหน้าหนาวที่จะถึงนี้ และอีกต่างๆ นาๆ ตามแต่จินตนาการของเด็กๆ แต่ละคนจะนึกถึงได้
ว่ากันว่าแท้ที่จริงแล้วมีน้อยคนนักที่จะเปลี่ยนไปหลังจากที่เติบโตขึ้นมาหรือแก่ชราลงไป พวกเราทุกคนเพียงแค่รับรู้เรื่องราวต่างๆ มากขึ้น เรียนรู้เพื่อที่จะอยู่กับโลกมากขึ้น มาความทยานอยากมากขึ้น มีความโลภมากขึ้น...
มากขึ้นในทุกๆ อย่างแล้วแต่ว่าสังคมของแต่ละคนที่อยู่ในช่วงเวลานั้นๆ จะเป็นแบบไหน หรือถูกสั่งสอนอบรมมาเท่าใด
มันก็อาจจะมีบ้างที่มีเด็กส่วนน้อยที่สามารถฉีกออกได้จากสังคมหรือสิ่งแวดล้อมที่เป็น จนสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตนเองได้
แต่โดยส่วนใหญ่แล้วทุกคนแค่อยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไรบางอย่าง แล้วทิ้งความไร้เดียงสาเอาไว้กับกาลเวลาที่ผ่านไป เพื่อเอาตัวเองกับคนที่ตนรักให้อยู่รอดต่อไป...
เฉกเช่นเดียวกับกับกับกลุ่มพวกผู้ใหญ่ที่ได้เห็นเด็กๆ ลูกๆ หลานๆ ของตนเองที่เป็นแบบนั้น ต่างก็รู้สึกผิดขึ้นมาไม่น้อย
ใจหนึ่งถึงให้ความเคารพอีกฝ่ายที่มาจากไหนก็ไม่รู้ แต่ก็ยังคงเคลือบแคลสงสัยในเป้าหมายของนางอยู่บ้าง บางคนก็ไม่อยากจะยอมรับว่าตนเองได้รับความช่วยเหลือเพราะกลัวที่จะติดค้าง แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่คนส่วนน้อยเท่านั้น
และหนึ่งในนั้นก็มีคนหนึ่งที่ได้ยินคำพูดของกลุ่มคนที่ต้องการขโมยหัวมันทั้งสองชนิดไปจากที่นี่ และเห็นกับตาว่าคนพวกนั้นได้ขโมยแล้วหนีไปแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดที่ตนเองไม่ออกปากห้ามเอาไว้
สำหรับคนคนหนึ่งที่เคยมีความหวังความฝันที่จะเติบโตขึ้นเป็นคนที่สุดยอดไม่ต่างจากเด็กๆ เมื่อนานมาแล้ว เมื่อมองย้อนกลับมายังตนเองในตอนนี้ ที่ไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะขึ้นเขาไปเสี่ยงอันตรายเพื่อลูกเมีย ได้เห็นลูกน้อยของตนเองร้องให้จ้าต่อหน้าผู้มีพระคุณของทุกคนในที่แห่งนี้แล้ว...
‘ตายเป็นตาย! ยังไงข้าก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว ถ้าหากข้าไม่พูดมันออกมา ถ้าหากว่าเสียวโย่วรู้ในวันข้างหน้าข้าจะเอาหน้าที่ไหนไปเจอเขา!!’
.................................
มาแล้วจ้า ตอนที่สามตามสัญญาที่ให้ไว้เมื่อวาน
ถ้าหากมีใครอ่านมาถึงตอนนี้แล้ว ถ้าไม่ลำบากเกินไป ไรท์ขอเวลาสัก10นาทีนะครับ ไปอ่านบท “สวัสดีวันมาฆบูชา” สักห้านาที แล้วลองทำตามดูสักห้านาทีครับ
เพราะสำหรับผมแล้วการที่มีนักอ่านหลงเข้ามาอ่านได้ไกลขนาดนี้ก็ดีใจมากแล้ว เพราะรู้ตัวดีว่าไม่ได้แต่งนิยายในกระแสหรือมีนักอ่านมากมายมาติดตาม มีกันแค่ไม่มากที่หลงเข้ามาแล้วอ่านกันมาจนถึงตอนนี้ อย่างน้อยที่สุดไรท์ก็อยากให้ทุกคนมีสุขภาพใจที่ดี มีแรงมาอ่านนิยายของไรท์ไปนานๆ ถ้าไม่มีเวลาลองทำดูเล่นๆ สักครั้งก็ได้ครับ หรือถ้าทำแล้วรู้สึกดีขึ้นสบายใจขึ้นจะทำบ่อยๆ ก็ได้นะครับ ไรท์จะยินดีมากๆ
อนึ่งถ้าหากไม่อยากทำไม่สนใจแค่อยากจะอ่านนิยายต่อไปก็ยินดีนะครับ แค่เข้ามาอ่านกันไปไรท์ก็ดีมากแล้ว เพราะสำหรับไรท์นักอ่านทุกคนเป็นคนสำคัญเสมอ
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณคุณพี่ทั้งสองคนที่โอนตรงเข้ามานะครับช่วยได้เยอะเลย ลำพังน้ำมันถังนึงกับน้ำมันทูที(มอไซสองจังหวะ) ก็สองร้อยกว่าบาทละ กำลังเครียดยุเลย แฮ่ะๆ ขอบมากๆ จริงๆ
ตอนนี้จะขออัพไวกว่ากำหนดสักชั่วโมงนะ ถ้าไหวเดี๋ยวก่อนสี่ทุ่มจะมาอัพให้อีกสักตอนครับ
แล้วเจอกันในตอนถัดไปจ้า
ด้วยรัก
สุขนิรันดร์