ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่421 ความเดือดดาล ของอิสตรีทั้งสอง

       อี้เฉิน ที่เห็นพวกนางไม่คิด เก็บออมปราณพลัง แม้แต่น้อย 10ประตูวิถียังถูก สำแดงออกมา อย่างไม่ปิดบัง ส่งปราณพลังฟ้าดินที่พรั่งพรู เข้าใส่10ประตูวิถีอย่างบ้าคลั่ง ฝ่ามือที่ ล้นทะลักทลาย เต็มไปด้วยปราณพลัง พุ่งเข้าใส่หน้าอก อี้เฉิน อย่างจัง จนหน้าอกอี้เฉิน กลายเป็นรอย ฝ่ามือเรียวเล็ก ของหลินเฟย ถอยกระเด็นไปหลายสิบจั้ง ริมฝีปากถึงกับ ไอ ออกมาหลายครา
 


"หลินเฟย เจ้าคิดจะฆ่าสังหาร ข้าจริงๆ งั้นหรือ?" อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะไต่ถาม


 

หลินเฟยยิ้มกว้าง ปลดปล่อยอายสังหาร ออกมาอย่างไม่มีปิดบัง "พี่ใหญ่ของข้า ไม่เจอกันแค่2ปี ท่านริอ่าน ไปชอบสตรีงาม ผู้นี้แล้วงั้นหรือ?"

 


       เยว่ชิงเซียน ครั้นได้ยินคำพูดของหลินเฟย นางรู้สึกประหลาดใจในความสัมพันธ์ ของหลินเฟย กับอี้เฉินไม่น้อย โทสะจึงเริ่มก่อตัวอย่างรุนแรง ยกขาเรียว ขาว พุ่งปราดเตะ เข้าใส่สีข้างอี้เฉินที่พึ่งจะยันกายขึ้นมา ส่งเสียง "ปัง"ดังออกมากึกก้อง จนร่างอี้เฉิน งอเป็นกุ้ง ลอยกระเด็น ออกไปอีกครา

 


      ครั้นเมื่อ ละจากอี้เฉินได้ เยว่ชิงเซียน กับ หลินเฟย พวกนางก็พุ่งปราดเข้าใส่กัน ชนิดไม่หยุดพักหายใจ ส่งฝ่ามือปะทะกัน ด้วยความดุดัน และปราดเปรียว ริมฝีปากแยกเขี้ยว เคี้ยวฟัน ราว สตรีทั้งสองแค้นเคืองกัน มาจากชาติปางก่อน

 


      อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกมา "บัดซบ! พวกเจ้า กล้าเมินข้า ไม่คิดจะสนใจคำพูดของข้าเลยงั้นหรือ?" ฉับพลันที่ความเดือดดาลอี้เฉินเริ่มปะทุ ร่างของเขาก็พุ่งปราด มาปรากฏ ด้านหน้าพวกนางทั้งสอง อย่างฉับพลัน ก่อนส่งฝ่ามืออัดกระแทก พวกนางทั้งสองจนถอยร่น

 


หมู่ชนไม่น้อยที่เห็นอี้เฉิน ลงมือกับสตรีอย่างไม่ลังเล พวกเขาได้แต่ส่ายหัว "ช่างไม่รักหยกถนอม บุปผาเอาเสียเลย บุรุษผู้นี้"


     ทว่ากลุ่มคนไม่น้อย กลับไม่คิดเช่นนั้น เยว่ชิงเซียน กับแม่นางหลินเฟย พวกนางไม่ได้อ่อนด้อยมากพอ ที่อี้เฉินจะสามารถดูถูกดูแคลนได้ หากชายหนุ่มผมขาว พลาดท่า เกรงว่าจะกลายเป็นตัวเขาที่ตายตก จากฝ่ามือพวกนาง

 


      สตรีทั้งสอง ครั้นยันกาย เพรียวบาง อ้อนแอ้น ขึ้นมาได้ เสียง"ชิ" ก็เล็ดลอดตามไรฟัน ของพวกนางดังออกมาในทันที ก่อนส่งเท้าเหยียบอากาศอย่างรุนแรง เสียงปัง!ดังออกมาก้อง ร่างน้อยๆ พุ่งปราด ส่งฝ่ามือ ขาเรียวยาว ประเคน เข้าใส่อี้เฉินอย่างไม่มีเก็บออม หลายสิบ กระบวนท่าในพริบตา

 


      เสียง ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ดังออกมาไม่ขาดสาย ส่งระลอกคลื่นปราณพลัง ซัดสาดออกไปทั่วทิศ จนรอบๆ สั่นไหวไม่หยุด มาพร้อมกับเสียงอากาศแตกระเบิด แม้ว่าการโจมตี ที่พวกนางปลดปล่อยออกมาจะดูเหมือนธรรมดา แต่ฝ่ามือเต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง ที่มากมหาศาล หากอี้เฉินไม่ได้ใช้ปราณพลังขึ้นมาป้องกันร่างกาย เกรงว่าชีวิตน้อยๆ อี้เฉินได้ตายตกไปแล้วเป็นแน่

 


สองสาวคำรามออกมาด้วยความเดือดดาล "เจ้าจะทนไปได้อีกเท่าใดกันเชียว อี้เฉิน หากเจ้าไม่ทำอะไรเจ้า ได้ตายภายใต้เงื้อมมือพวกข้าแน่"

 


       อี้เฉินที่ยกแขนขึ้นมาปัดป้องการโจมตี ของพวกนาง กายาเริ่มมีลอยแตกร้าวลุกลามไปทั่ว ส่งเลือดแดงฉาน สาดกระเซ็นออกมาน้อยๆ อาบย้อมใบหน้า ขาว ของเขา จนเปรอะเปื้อน



       ทว่า เยว่ชิงเซียน กับ หลินเฟย ก็อดที่จะประหลาดใจไม่ได้ ไม่คิดว่าร่างกายอี้เฉินจะแข็งแกร่ง ได้ถึงขนาดนี้ รับการโจมตีของพวกนาง ได้อยู่หลายครั้งหลายครา ไม่มีแม้แต่อาการกระอักเลือดออกมา ไหนจะไอ้แขนสีดำข้างขวานั้นอีก มันคืออะไรกันแน่ เมื่อปะทะกับแขน ข้างนั้น ฝ่ามือของพวกนางก็ราวกับ กระทบกับโลหะแข็งที่ยากจะทำลาย ริมฝีปากกัดกรามไว้แน่นด้วยความไม่อยากเชื่อ

 


หมู่ชนที่เห็นเลือดบนใบหน้าชายหนุ่มผมขาว เปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิต ของเขาเอง หมู่ชนต่างก็ตะโกนออกมา กู่ก้องบ่งบอกว่า ยามนี้ไม่มีใคร เข้าข้างอี้เฉิน มีแต่กลุ่มคนที่จะรอซ้ำเติมเขา

 


ความเจ็บปวดทำให้กายาอี้เฉิน สั่นเทาน้อยๆ ก่อนมันจะเริ่มลุกลามไปทั่ว เขาจึงต้องสำแดงพลังออกมาใช้ ไม่เช่นนั้น พวกนาง ได้ใช้ ดินกลบหน้า เขาเป็นแน่

 


"พวกเจ้าบีบบังคับ ข้าเองนะ จะหาว่าข้า ใจร้ายกับพวกเจ้าไม่ได้"

 


        สิ้นคำพูดของอี้เฉิน ฉับพลันรอบตัวเขา ก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน จากปราณพลังโลหิต 10ประตูวิถี ด้านหลังเขาถูกสำแดงออกมา อย่างไม่เก็บออม กลิ่นอายคาวเลือดความตาย ลอยคละคลุ้ง ราวกับเป็นเขตแดนสังหาร หมู่ชนไม่ต้องสงสัย ว่าชายหนุ่มใช้อะไรเติมเต็ม10ประตูวิถี ครั้นรับรู้ มันก็ทำให้กายาของหลายๆ คนสั่นเทา ประหนึ่งมองเห็น มารผู้ชั่วร้ายอีกตนย่างกรายออกมา

 


        เหล่าผู้อาวุโสคุม5ยอดเขา ยิ้มกว้าง ราวกับเจอสิ่งแปลกใหม่ ยกฝ่ามือถูคางประหลาดใจไม่น้อย เมื่อเห็น10ประตูวิถี อี้เฉินใช้เลือดของเขาเองในการดูดซับ "หืม ไอ้เจ้านี่มันมีวิธีคิด ไม่เหมือนใครจริงๆ เกรงว่าดินแดนเบื้องล่างจะยากจน จนไม่มีอะไรให้มันดูดซับ จริงๆ สินะ" เหล่าผู้อาวุโส อดที่จะป้องปากขำน้อยๆ ออกมาไม่ได้

 

      ทว่าเมื่อ เยว่ชิงเซียน กับ หลินเฟย เมื่ออยู่ต่อหน้าอี้เฉินในยามนี้ ราวกับร่างของพวกนาง หนักขึ้นมาน้อยๆ ไม่คิดว่าจะถูกปราณพลังของ อี้เฉินกดดัน ร่างเพรียวบาง สั่นน้อยๆ ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

 


       ริมฝีปากก่นด่าออกมาในทันที "เจ้าไอ้เวรอย่าทำเป็นได้ใจไป" ฉับพลัน ขาเรียว ขาว ของเยว่ชิงเซียน ยกเตะสูงหมายมั่นจะ เตะศีรษะ อี้เฉินให้บาดเจ็บหนัก ทว่ามันกับผิดคาด
เมื่อขาเรียวยาว ถูกฝ่ามือสีดำทมิฬ อี้เฉินหยุดไว้ได้ อย่างง่ายดาย ก่อนอี้เฉินจะส่งคำพูดออกไปบอกกล่าวตัวนาง "กระโปรงที่แหวก ขา ขาว ของเจ้า เปิดออก เผยให้ข้าเห็นขาอ่อนของเจ้าหมดแล้วนะ"

 


เยว่ชิงเซียน นางหน้าแดงน้อยขึ้นมาในทันที "เจ้าเก็บสายตาของเจ้ากลับไปเสีย"

 


       อี้เฉินยกยิ้มกว้าง บีบขาเรียว ขาว เยว่ชิงเซียนไว้แน่นแล้วโยนเข้าหา หลินเฟยที่คิดจะเข้าโจมตีอย่างไม่มี ท่าทีสะทกสะท้าน "ข้าเองก็อยากคุย ปรับความเข้าใจกับพวกเจ้านะ แต่ยามนี้ คงยังไม่เหมาะ"

 


       หลินเฟยนางสบถด่า ในทันใด "บัดซบเอ๊ย!" ครั้นเมื่อนางหลบ ร่างของเยว่ชิงเซียน ที่จะพุ่งเข้าชนได้ ..อี้เฉินก็พุ่งปราด ส่งฝ่ามือเข้าใส่ท้องน้อยของนาง อัดกระแทกร่างนางจนกลิ้งกระเด็นกระดอน

 


       ครั้นเยว่ชิงเซียน กับ หลินเฟย ยันร่างขึ้นมายืน ท่ามกลางอากาศคนละทิศทางได้ ใบหน้าที่พองลมตุ๊บป่อง จ้องมองอี้เฉิน ราวกับจะดื่มเลือดกินเนื้อ ก่อนจะหันใบหน้าไปให้สตรีอีกคนส่งสัญญาณ บางอย่าง

 


       อี้เฉินที่เห็นเขาหน้าบูดหน้าเบี้ยวในทันที เมื่อเห็นพวกนางคิดจะ ลงมือพร้อมกัน หมายมั่นจะรุมทึ้งเขา ตัวเขาคำราม ส่งคำพูดออกไปหาเหล่าผู้อาวุโสคุม 5 ยอดเขา ในทันที "ท่านผู้อาวุโส ประลองแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ?" ทว่าอี้เฉินกลับไม่ได้คำตอบอะไร ได้เพียงความเงียบสงัด แม้แต่หมู่ชนยังยกยิ้ม รอชมฉากการฆ่าฟันที่กำลังคุกรุ่น

 


หญิงสาว งามเพริศพริ้ง ทั้งสองยกยิ้มกว้าง "อี้เฉิน เจ้ารอรับโทสะจากพวกข้าได้เลย จากนี้ไปมันจะเป็น ขุมนรกของตัวเจ้า  ข้าจะทำให้เจ้าต้องอับอาย"

 


      หลินเฟย นางผสานฝ่ามือ ก่อนจะแปรเปลี่ยนปราณพลัง เป็นเส้นด้าย ออกไปตรึงร่าง อี้เฉิน ไว้ ทว่าก็ไม่อาจรอดพ้น เนตรที่เฉียบคมของอี้เฉินได้ ทว่าเมื่อพวกนางโจมตีสอดประสานมันก็ทำให้ อี้เฉินที่หลบการโจมตี เต็มไปด้วยช่องว่าง

 


      ก่อนน้ำเสียง เยว่ชิงเซียน จะคำรามออกมากู่ก้อง "เจ้าจงรับโทสะของข้าไปเสีย" ร่างวิญญาณ ของนางขยายออกจนใหญ่โต ส่งกระบี่หยกในมือฟาดลงมาใส่อี้เฉิน ชนิดไม่เก็บออม

 


       ด้านอี้เฉินที่เห็น ร่างวิญญาณ เยว่ชิงเซียน ฟาดกระบี่ ขนาดใหญ่ลงมา ประหนึ่งจะผ่าแยกดินแดน ส่งระลอกคลื่นที่น่าคร้ามเกรง ออกมาไม่ขาดสาย เขาที่ไร้ทางเลือก ยกฝ่ามือ ขึ้นเหนือศีรษะ สำแดงฝ่ามือผนึกโลหิตออกมา ในทันที ปราณพลังภายในทะเลความรู้ของ อี้เฉิน ถูกสูบกลืน ออกไปอย่างบ้าคลั่ง เนื่องด้วยมันเป็นวิชาระดับสูง ไม่อาจใช้ต่อเนื่องได้

 


        อักขระหมุนวนก่อตัวรอบแขนอี้เฉินอย่างฉับพลัน ก่อนส่งฝ่ามือขนาดใหญ่ของเขาออกไป ตีโต้ การโจมตีของ เยว่ชิงเซียน ส่งเสียงตู้ม ออกมาเสียงดังกึกก้อง หมู่ชนที่เห็น ฝ่ามือสีแดงฉานแวบหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะเบิกตาออกกว้าง "นั้นหรือวิชาจักรพรรดิ ชั้นฟ้า พลานุภาพ น่าหวาดเกรง จริงๆ หักล้างได้แม้กระทั่ง การโจมตีของ เยว่ชิงเซียน"

 


        แรงระเบิดส่งผลให้ยอดเขา ต่างๆ สั่นคลอนอย่างรุนแรง ก่อเกิดลมกรรโชกอย่างบ้าคลั่ง เศษปราณพลังที่กระจัดกระจาย ส่งผลให้ กายาของหมู่ชนแสบร้อน น้อยๆ ขึ้นมา แววตาเริ่มฉายแววหวาดหวั่นในตัว อี้เฉินขึ้นมาไม่น้อย แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ผู้สูงส่งแล้วก็ตาม แต่พลานุภาพ ก็ยังถือว่าน่าหวาดเกรง

 


       ร่างอี้เฉิน เองก็ไม่ได้มีสภาพที่ดี ลอยกระเด็น ออกไปหลายสิบจั้ง ริมฝีปาก กระอักเลือดออกมา กองใหญ่ ประกายตาในกรอบสายตาเริ่ม ฉายแววความกังวล ไม่คิด เยว่ชิงเซียน คิดจะฆ่าสังหารเขาจริงๆ

 


        เยว่ชิงเซียนสภาพของนาง แทบไม่ต่างจากอี้เฉินมากนัก สูญเสียปราณพลังไปจากการสำแดงพลังไม่น้อย ทว่าเมื่อเห็นอี้เฉินกระอักเลือด ริมฝีปากของนางอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้นมา


       ก่อนเสียงหนึ่งจะเอ่ยเตือนสติอี้เฉิน "พี่ใหญ่ของข้า ท่านอย่าลืมข้าไปสิ" หลินเฟย นางกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ทว่ากับเย็นเยือกเสียดแทง เข้าไปภายในโสตประสาทอี้เฉิน   เมื่อเห็นว่านางพุ่งปราดมา หาเขาในฉับพลัน