ท่ามกลางเศษซากที่พังทลายของบ่อชำระวิญญาณบนยอดเขาจันทราโลหิต ฝุ่นควันสีมรกตยังคงลอยอ้อยอิ่งบดบังสายตาจากโลกภายนอก ผู้อาวุโสม่อคำรามด้วยความคลั่งแค้นพลางทะยานร่างออกไปทางทิศตะวันตกตาม "เบาะแสปลอม" ที่เยี่ยฉินทิ้งไว้ ทิ้งให้เหล่าศิษย์ที่บาดเจ็บสาหัสนอนระเกะระกะอยู่ริมบ่อที่เหือดแห้ง
เยี่ยฉินยืนอยู่อย่างสงบนิ่ง ท่ามกลางความโกลาหลนั้นมือของเขากำ "ไข่มุกชำระฟ้า" ไว้แน่น พลังงานบริสุทธิ์จากไข่มุกไหลเวียนผ่านง่ามมือเข้าสู่เส้นชีพจรที่บัดนี้ขยายกว้างจนดูเหมือนเส้นทางสายไหมสีทอง
‘ระดับราชันย์ปฐพี ขั้นที่ 9... ยังไม่พอ’ เยี่ยฉินแค่นยิ้มในใจ ‘ข้าต้องการมากกว่านี้ เพื่อที่จะบดขยี้วิหารเทพในงานประมูลที่กำลังจะมาถึง’
เยี่ยฉินหันไปหาหลินเสี่ยวรู่ที่กำลังดูดซับ "ตะกอนสีดำ" จนผิวพรรณของนางทอประกายโลหะจางๆ "เสี่ยวรู่ จงเฝ้าที่นี่ไว้ ใครที่ขยับตัวหรือพยายามจะแจ้งข่าว... ฆ่าทิ้งซะ"
นางพยักหน้าอย่างเยือกเย็น แววตาของสาวน้อยที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เต็มไปด้วยไอสังหารที่ได้รับสืบทอดมาจากวิชาของเยี่ยฉิน
เยี่ยฉินก้าวลงไปนั่งใจกลางหลุมที่เคยเป็นบ่อชำระวิญญาณ เขาปลดปล่อย "กายามังกรนิรันดร์" ออกมาอย่างเต็มกำลัง เกล็ดมังกรสีดำขลับผุดขึ้นตามลำตัวและใบหน้า แผ่ซ่านกลิ่นอายบรรพกาลที่ทำให้มิติรอบข้างเริ่มสั่นคลอน
"ภูตแกนกลางกาลเวลา: เร่งรัดสูงสุด!"
"ภูตแกนกลางชีวิต: สูบกลืนสรรพสิ่ง!"
เขากลืนไข่มุกชำระฟ้าลงไปในคำเดียว! พริบตานั้น ท้องฟ้าเหนือยอดเขาจันทราโลหิตที่เคยเป็นสีแดงกลับกลายเป็นดำมืด สายฟ้าสีม่วงฟาดลงมาอย่างต่อเนื่องประหนึ่งเสียงพิพากษาของสวรรค์ที่พยายามจะกำจัดตัวตนที่ผิดแผกไปจากกฎเกณฑ์
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงระเบิดของจุดชีพจรในร่างเยี่ยฉินดังสนั่น พลังงานจากไข่มุกพุ่งทะลวงเข้าสู่กระดูกสันหลังมังกรของเขา บีบอัดปราณปฐพีที่หนักแน่นให้กลายเป็นปราณนภาที่เบาบางแต่เฉียบคมยิ่งกว่าใบมีดโกน
"ระดับราชันย์นภา ขั้นที่ 1... บรรลุ!"
ร่างของเยี่ยฉินลอยขึ้นเหนือพื้นดินโดยไม่ต้องใช้พลังส่งเสริม เขาข้ามพ้นแรงดึงดูดของโลกโดยสมบูรณ์ บัดนี้เขาสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ดุจวิหค และมีสัมผัสวิญญาณที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งโรงเรียนยุทธ์มรณะ
ซ่งเจี้ยนที่นอนหายใจรวยรินอยู่ห่างออกไป เห็นภาพเด็กหนุ่มที่มันเคยเรียกว่าขยะกำลังลอยอยู่กลางเวหาดุจเทพเจ้า ความหวาดกลัวที่สลักลึกเข้าไปในกระดูกทำให้มันพยายามจะคลานหนี
"มะ... ไม่จริง... เจ้าเป็นใครกันแน่..." ซ่งเจี้ยนละล่ำละลัก น้ำตาและน้ำลายไหลอาบหน้า
เยี่ยฉินร่อนลงมาตรงหน้าซ่งเจี้ยน สายตาของเขามองมันเหมือนมองมดปลวก "ข้าบอกเจ้าแล้วไง... ว่านรกของเจ้าเพิ่งเริ่มต้น"
เยี่ยฉินไม่ได้ใช้มือฆ่ามัน แต่เขาใช้ "เนตรสัจจะ" จ้องมองไปที่ดวงตาของซ่งเจี้ยน แล้วส่ง "เจตจำนงกาลเวลา" เข้าไปบิดเบือนโสตประสาทของมัน ซ่งเจี้ยนเริ่มกรีดร้องและข่วนหน้าตัวเอง มันเห็นภาพผิวหนังของตนเองค่อยๆ หลุดลอกออกและงอกใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่านับล้านครั้งในชั่วพริบตา
ไม่นานนัก ซ่งเจี้ยนก็สิ้นใจตายด้วยภาวะช็อกทางจิตวิญญาณ ร่างกายภายนอกไร้รอยขีดข่วน แต่ภายในแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี
หลังจากจัดการทุกอย่างและลบเลือนร่องรอยด้วยพลังกาลเวลา เยี่ยฉินพาสาวน้อยหลินเสี่ยวรู่กลับลงจากเขาในสภาพที่ "ดูเหมือน" เหนื่อยล้าจากการเอาชีวิตรอด
เมื่อกลับถึงโรงเรียน ข่าวเรื่องการล่มสลายของบ่อชำระวิญญาณและการตายของอัจฉริยะฝ่ายในอย่างซ่งเจี้ยน (ที่ถูกสรุปว่าตายจากแรงระเบิดของค่ายกล) ทำให้ทั้งโรงเรียนสั่นสะเทือน ผู้อาวุโสม่อกลับมาในสภาพสะบักสะบอมเพราะไปเปิดศึกกับสำนักไม้หอมตามแผนของเยี่ยฉิน จนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองขุมกำลังร้าวฉานถึงขั้นสุด
"เยี่ยฉิน... เจ้าและนังหนูนั่นโชคดีจริงๆ ที่รอดมาได้" ผู้อาวุโสม่อกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ขณะที่เขากำลังถูกพันแผล "แต่จากนี้ไป โรงเรียนจะเข้าสู่โหมดสงคราม พวกเจ้าต้องเตรียมตัวให้พร้อม"
เยี่ยฉินก้มหน้าเศร้า "ข้าจะพยายามขอรับท่านผู้อาวุโส ข้าจะฝึกฝนให้หนักเพื่อล้างแค้นให้ศิษย์พี่ซ่ง!"
คืนนั้น ในห้องพักส่วนตัว เยี่ยฉินเรียกมู่หย่งออกมาพบ "มู่หย่ง ข่าวเรื่องงานประมูลศิลาวิญญาณบรรพกาลที่นครหลวงเทียนเทียนเป็นอย่างไรบ้าง?"
"ท่านมหาปุโรหิตประกาศวันประมูลชัดเจนแล้วขอรับนายน้อย อีกเจ็ดวันข้างหน้า" มู่หย่งรายงานพลางยื่นเทียบเชิญสีทองที่ชิงมาจากศพของศิษย์ฝ่ายใน "พวกมันเชิญยอดฝีมือจากทั่วทวีปมาเพื่อเป็นพยานในการ 'ส่งมอบ' ศิลาให้กับผู้ที่ให้ราคาต่ำสุด... แต่แท้จริงคือการแสดงอำนาจขอรับ"
เยี่ยฉินหยิบศิลาวิญญาณ "ของจริง" ออกมาจากอกเสื้อ แสงสีเลือดของมันสะท้อนในดวงตาของเขา "ของปลอมในมือนักต้มตุ๋น กับของจริงในมือจอมมาร... ข้าอยากรู้นักว่าเมื่อพวกมันเห็นศิลาสองก้อนพร้อมกัน หน้าตาของพวกมหาปุโรหิตจะเป็นอย่างไร"
เขาตัดสินใจใช้เวลาที่เหลือหกวันในการหลอมรวม "หัวใจมังกร" ที่ได้มาจากการเลื่อนระดับ เพื่อสร้างวิชา "เกราะมังกรกาลเวลา" วิชาป้องกันที่สามารถเบี่ยงเบนการโจมตีของระดับราชันย์นภาขั้นสูงได้
การเดินทางสู่นครหลวงเทียนเทียน
เยี่ยฉินและหลินเสี่ยวรู่ขออนุญาตลาออกจากโรงเรียนชั่วคราวโดยอ้างว่า "สะเทือนใจจากการตายของศิษย์พี่จนฝึกต่อไม่ได้" ผู้อาวุโสม่อที่กำลังวุ่นวายกับสงครามจึงยอมปล่อยพวกเขาไปอย่างง่ายดาย
ทั้งสามคน (รวมมู่หย่งในเงามืด) มุ่งหน้าสู่นครหลวงเทียนเทียน เมืองที่ใหญ่ที่สุดและรุ่งเรืองที่สุด ซึ่งบัดนี้กำลังจะกลายเป็นลานประหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบห้าร้อยปี
เหยื่อที่แสร้งว่าอ่อนแอคือพรานที่น่ากลัวที่สุด จอมมารได้ก้าวข้ามสู่ระดับราชันย์นภา พร้อมกับอาวุธและลูกศิษย์ที่แข็งแกร่งขึ้น บัดนี้ หมากทุกตัวบนกระดานถูกวางไว้เรียบร้อยแล้ว และในงานประมูลที่นครหลวง... โลกจะได้รู้จักชื่อของ "เยี่ยฉิน" ใน
ฐานะฝันร้ายที่พวกมันไม่อาจลืมเลือน