ยังไม่ทันที่เงาสะท้อนในคันฉ่องจะเลือนหายไปจากครรลองสายตาของ “เซี่ยหยาง” คนใหม่ เสียงฝีเท้าหนักเบาสลับกัน พร้อมด้วยเสียงเรียกของเสี่ยวชุ่ยที่ดังขึ้นหน้าห้อง ก็บ่งบอกถึงการมาเยือนของบุคคลสำคัญ
“คุณชายเ้าขา...นายท่าน และฮูหยินใหญ่มาเยี่ยมเ้าค่ะ”
ประตูห้องถูกเปิดออกช้าๆ ร่างของบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งในอาภรณ์ขุนนางชั้นสูงสีเข้มเดินนำเข้ามา ท่วงท่าสง่างาม ทว่าแฝงด้วยไอสังหารอันเยียบเย็นจนคนรอบข้างรู้สึกอึดอัด นี่คือ ท่านเ้ากรมพิธีการเซี่ย ผู้เป็บิดา ตามมาด้วยสตรีร่างอรชรในชุดสีเรียบแต่สูงศักดิ์ ใบหน้ายังคงเค้าความงามทว่าซีดเซียว และเต็มไปด้วยร่องรอยความทุกข์ใจ ฮูหยินใหญ่หลี่ซื่อ ผู้เป็มารดาของเขานั่นเอง
ทันทีที่เห็นร่างบุตรชายนั่งอยู่บนเตียง ฮูหยินใหญ่ก็ถลันเข้ามาหา น้ำตาที่คลอหน่วยอยู่แล้วไหลพรากลงอาบสองแก้ม “หยางเอ๋อร์! ลูกแม่! เ้าฟื้นแล้วจริงๆ หรือ” นางทรุดตัวลงข้างเตียง สองมือคว้ามือของบุตรชายมากุมไว้แน่น ความห่วงใย และโล่งอกฉายชัดในทุกอณูของใบหน้า
ปึ้ก! ประตูแห่งความทรงจำบานหนึ่งเปิดออกในใจของเสิ่นอี้ ภาพของสตรีผู้นี้ที่คอยปลอบประโลมเซี่ยหยางคนเดิมในยามทุกข์ใจ ความอบอุ่นอ่อนโยนที่นางมอบให้เสมอมา แม้ว่านางเองก็ต้องทนทุกข์กับการเป็ภรรยาเอกที่สามีไม่เคยให้ความใส่ใจเท่าที่ควร ความรู้สึกรักและสงสารผู้เป็มารดาของเซี่ยหยางคนเก่าเอ่อท้นขึ้นมาในอกของเสิ่นอี้อย่างฉับพลัน
“ท่านแม่...” นางพึมพำเรียกอย่างแ่เบา ััได้ถึงความเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของมารดา
ทว่า ท่านเ้ากรมเซี่ยกลับยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ดวงตาคมกริบจ้องมองมายังบุตรชายด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แต่ไอความไม่พอใจนั้นแผ่กระจายจนน่าขนลุก
ครืด... ประตูอีกบานในห้องแห่งความทรงจำถูกกระชากเปิดอย่างรุนแรง ความหวาดกลัว ความกดดัน ความผิดหวังที่เซี่ยหยางคนเดิมเคยได้รับจากบุรุษผู้นี้ถาโถมเข้ามา เสิ่นอี้รู้สึกถึงความเย็นเยียบที่สันหลังวาบ นี่คือบิดาผู้ไม่เคยเข้าใจ และมองเขาเป็เพียงเครื่องมือในการสร้างชื่อเสียงและอำนาจ
“ในที่สุดก็สำนึกได้แล้วรึ ว่าการกระทำโง่เขลาของเ้ามันสร้างความเดือดร้อนเพียงใด!” น้ำเสียงของท่านเ้ากรมเซี่ยเ็าและเต็มไปด้วยโทสะ เ้าคิดว่าการทำเช่นนี้จะหนีปัญหาได้งั้นรึ? เ้าทำให้ข้าต้องขายขี้หน้าประชาชี! สกุลฉินส่งคนมาทวงถามเื่การหมั้นหมายไม่เว้นแต่ละวัน สองตระกูลที่เคยเกี่ยวดองกัน บัดนี้กลับต้องมองหน้ากันไม่ติด ทั้งหมดก็เพราะเ้า...ลูกชายตัวดี!"
“ท่านพี่!” ฮูหยินใหญ่ร้องห้ามเสียงสั่น “หยางเอ๋อร์เพิ่งฟื้นนะเ้าคะ เขายังอ่อนแออยู่ ท่านอย่าเพิ่งกล่าวโทษเขาเลยนะเ้าคะ” นางหันมาปกป้องบุตรชายอย่างสุดกำลัง “ลูกคงไม่ได้ตั้งใจ...เขาคงมีเื่ไม่สบายใจ...”
“ไม่ได้ตั้งใจรึ!” ท่านเ้ากรมตวาดเสียงดังลั่น “เื่ไม่สบายใจอะไรจะสำคัญไปกว่าหน้าตาและเกียรติยศของวงศ์ตระกูล! หรือเ้า...ในฐานะมารดา ก็เห็นดีเห็นงามกับการกระทำสิ้นคิดของมันด้วย!”
“ข้ามิได้หมายความเช่นนั้นนะเ้าคะ แต่...”
เพี๊ยะ..!
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังลั่นห้อง! ร่างของฮูหยินใหญ่เซถลาล้มลงไปกองกับพื้น ปิ่นปักผมหลุดกระจาย นางยกมือกุมแก้มที่บัดนี้แดงก่ำเป็รอยนิ้ว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความใและเสียใจ ก่อนที่หยาดน้ำตาแห่งความอัปยศและความเ็ปจะทะลักออกมาไม่ขาดสาย “ฮือ...ท่านพี่...เหตุใดท่านจึงทำกับข้าเช่นนี้...”
เสิ่นอี้เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง! ภาพตรงหน้ามัน...มันเกินกว่าที่นางจะรับได้! ในโลกของนาง การทำร้ายร่างกายสตรีถือเป็เื่เลวร้ายและป่าเถื่อนที่สุด! ความทรงจำของเซี่ยหยางที่เคยเห็นมารดาถูกบิดาข่มเหงซ้ำแล้วซ้ำเล่าผุดขึ้นมาซ้อนทับกับภาพปัจจุบัน ความโกรธแค้น และแรงต่อต้านบางอย่างพลุ่งขึ้นมาอย่างรุนแรงในอก "นางพญาหงส์" ในตัวนางกำลังกรีดร้อง!
นางอยากจะลุกขึ้นไปประจันหน้ากับบุรุษใจทรามผู้นั้น อยากจะตอกหน้าสั่งสอนให้รู้สำนึก! แต่ร่างกายที่ยังอ่อนแอนี้กลับไม่เอื้ออำนวย
ทว่า แววตาของ "คุณชายเซี่ยหยาง" ที่มองไปยังบิดานั้น เปลี่ยนไปแล้วจากความหวาดกลัวที่เคยมี บัดนี้กลับเจือด้วยประกายเ็า แข็งกร้าว และท้าทายบางอย่างที่ท่านเ้ากรมเซี่ยเองก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
"ท่านพ่อ..." น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นยังคงอ่อนแรง แต่กลับมีความหนักแน่นอย่างประหลาด “ท่านทำเกินไปแล้ว”
คำพูดสั้นๆ เพียงไม่กี่คำ ทำให้ทุกคนในห้อง รวมทั้งท่านเ้ากรมเซี่ยเองก็ชะงักงันไปชั่วขณะ...คุณชายเซี่ยหยางผู้สุภาพอ่อนโยนและขี้ขลาดมาตลอดชีวิต...กล้าพูดเช่นนี้กับบิดาอย่างนั้นรึ?
“บังอาจ..!” ท่านเ้ากรมคำรามเสียงลอดไรฟัน “เ้าเด็กเมื่อวานซืน! ปีกกล้าขาแข็งขึ้นมาแล้วรึ ถึงกล้ามาสั่งสอนข้าผู้เป็บิดา! ที่ข้าทำลงไปทั้งหมดก็เพื่อสั่งสอนมารดาของเ้าที่ไม่รู้จักอบรมบุตรชายให้ดี ให้มันทำเื่น่าอัปยศอดสู ขายขี้หน้าวงศ์ตระกูล!”
ฮูหยินใหญ่หลี่ซื่อสะอื้นไห้ด้วยความเ็ปทั้งกายและใจ นางพยายามจะลุกขึ้นคุกเข่าอ้อนวอนสามีอีกครั้ง “ท่านพี่เ้าขา ได้โปรด...ได้โปรดอย่าโมโหหยางเอ๋อร์เลยนะเ้าคะ เขาเพิ่งฟื้นไข้ สติสัมปชัญญะอาจจะยังไม่สมบูรณ์...”
“หุบปาก!” นายท่านเซี่ยตวาดกร้าว “เ้าไม่ต้องมาแก้ตัวแทนมัน! ความผิดของมันครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ไม่เพียงแต่ทำให้การหมั้นหมายต้องหยุดชะงัก สกุลเซี่ยของเรายังต้องเสียหน้าต่อสกุลฉินอย่างมิอาจประเมินได้!”
เขาสะบัดแขนเสื้ออย่างขัดใจ หันกลับมาจ้องบุตรชายเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความเ็าและอำนาจ “ในเมื่อเ้ากล้าทำเื่เช่นนี้ลงไป เ้าก็ต้องเป็ผู้รับผิดชอบ!”
พลันนั้น ความทรงจำเกี่ยวกับสกุลฉิน การหมั้นหมายอันน่าอึดอัด และใบหน้าเย่อหยิ่งของฉินเหมยอิงก็ผุดวาบขึ้นในห้วงสำนึกของเสิ่นอี้ ราวกับประตูบานใหญ่ที่ถูกกระแทกเปิดออก ความรู้สึกขยะแขยงและต่อต้านที่เซี่ยหยางคนเดิมเคยมีต่อเื่นี้ส่งผ่านมาถึงนางอย่างชัดเจน
“เพื่อเป็การไถ่โทษและรักษาหน้าของทั้งสองสกุล” ท่านเ้ากรมกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “ข้าสั่งให้เ้า...เมื่อร่างกายของเ้าพอจะลุกเดินได้แล้ว จงไปที่จวนสกุลฉินด้วยตนเอง! ไปคุกเข่าขอขมาท่านเ้ากรมฉินและฮูหยินฉิน! บอกพวกเขายอมรับความผิดพลาดของเ้า และอ้อนวอนให้พวกเขายกโทษให้ หากสกุลฉินไม่พอใจ เ้าก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาทุกประการ!”
คำสั่งนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงกลางใจของฮูหยินใหญ่ นางมองบุตรชายด้วยแววตาที่สิ้นหวัง "ท่านพี่! หยางเอ๋อร์จะทนความอัปยศเช่นนั้นได้อย่างไรเ้าคะ...ไ
เสิ่นอี้กำหมัดแน่นภายใต้ผ้าห่ม นางรู้สึกถึงความโกรธที่พุ่งพล่านขึ้นมาอีกระลอก การต้องไปคุกเข่าขอขมาคนที่นางไม่เห็นว่าตนเองหรือเซี่ยหยางทำผิดด้วยนั้น มันหยามเกียรติ “นางพญาหงส์” เช่นนางอย่างที่สุด! แต่...สายตาเหลือบไปเห็นร่างอันบอบบางของมารดาที่กำลังร่ำไห้ปานจะขาดใจ และร่องรอยแดงช้ำบนใบหน้านั้น ทำให้นางต้องข่มความรู้สึกส่วนตัวลงไป
‘ใจเย็นไว้เสิ่นอี้...’ นางบอกตนเอง ‘ตอนนี้แกยังทำอะไรไม่ได้มากนัก การปะทะโดยตรงมีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ทั้งต่อตัวแกเองและ...แม่คนนี้’
นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบิดาอย่างช้าๆ แววตาที่เคยฉายแววขลาดกลัวของเซี่ยหยางคนเดิม บัดนี้กลับสงบนิ่งอย่างประหลาด แม้จะยังคงความอ่อนล้าจากอาการป่วย แต่กลับมีความเยือกเย็นบางอย่างฉายออกมาจนคนมองรู้สึกได้
“หากนั่นคือสิ่งที่ท่านพ่อเห็นสมควร...เพื่อรักษาเกียรติของวงศ์ตระกูล” น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ “ลูก...ก็จะทำตามบัญชาของท่านพ่อทุกประการ”
คำตอบนั้นทำให้นายท่านเซี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาคาดหวังว่าจะเห็นบุตรชายร่ำไห้อ้อนวอน หรือแสดงท่าทีขัดขืนมากกว่านี้ แต่ท่าทีที่นิ่งสงบและยอมรับอย่างง่ายดายผิดปกตินี้ กลับทำให้เขารู้สึกไม่คุ้นเคยและ...ไม่พอใจอยู่ลึกๆ อย่างบอกไม่ถูก
“ดี! ให้มันได้อย่างนี้สิ!” เขากล่าวอย่างกระแทกกระทั้น "จำคำของเ้าไว้ให้ดี! หากเ้าบิดพลิ้วหรือทำเื่ขายหน้าอีก ข้าจะไม่ปล่อยเ้าไวแน่!" สิ้นคำ เขาก็สะบัดหน้าเดินออกจากห้องไปด้วยโทสะที่ยังคุกรุ่น
ฮูหยินใหญ่รีบคลานเข้าไปกอดบุตรชาย ร่ำไห้สะอึกสะอื้น "หยางเอ๋อร์...ลูกแม่ เหตุใดชะตาของเ้าจึงต้องเป็เช่นนี้..."
เสิ่นอี้ลูบหลังมารดาเบาๆ ความรู้สึกสงสารและเห็นใจเอ่อล้นขึ้นมา แม้จะไม่ใช่แม่ผู้ให้กำเนิดนางโดยตรง แต่ความผูกพันที่เซี่ยหยางมีต่อสตรีผู้นี้มันส่งผ่านมาถึงนางอย่างชัดเจน
“ท่านแม่...อย่าได้กังวลไปเลยนะขอรับ” นางปลอบโยนด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้อ่อนโยนที่สุด “ทุกอย่าง...จะต้องมีทางออก”
ในใจของนางนั้น แม้จะยอมรับคำสั่งเพื่อลดความตึงเครียดเฉพาะหน้า แต่ไฟแห่งความท้าทายและความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมนี้ได้เริ่มลุกโชนขึ้นแล้ว...การเดินทางไปจวนสกุลฉินครั้งนี้ มันอาจจะไม่ใช่แค่การไป “ขอขมา” อย่างที่ใครๆ คิดก็เป็ได้!