อวี๋เฟิงเฟย หญิงกล้าเหนือชะตาลิขิต

    บทที่ 44 บิดามารดาจากอดีตชาติ

    ฝั่งเพนนี เธอรู้สึกได้ว่าเมื่อเธอโดนแทง เธอจึงอ่อนแรงลง แล้วเริ่มค่อยๆ หมดลมหายใจในอ้อมแขนธนาวินทร์ ถึงแม้จะมีพันรบคอยช่วยปั๊มหัวใจ แต่เธอก็ยังไม่สามารถกลับเข้าร่างได้ เธอจึงหันไปมองภาสพงษ์แต่พบว่าชายหนุ่มไม่ได้หัวใจวายตายตามมาด้วย ภาสพงษ์จึงตกใจเป็นอย่างมาก เธอคิดว่า


    "หรือชาตินี้ ฉันจะเป็นคนเดียวที่ตายหรอเนี่ย ฮือออออ สวรรค์ไม่จริงใช่มั้ยคะ เพนนีจะตายคนเดียวจริงๆ หรอคะ ไอ้พงษ์ก็ไม่ตามมาด้วย ท่าใจร้ายมากนะคะ แล้วท่านก็ให้ฉันเป็นวิญญาณ ทำไมตอนนี้ฉันตายแล้วมันไม่วนกลับไปตอนอายุ 27 ล่ะคะ ท่านจะให้ฉันกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนหรอ คนสวยๆ แบบเพนนีท่านไม่เสียดายหรอคะ ฉันไม่ยอมนะ" ไม่มีเสียงตอบรับจากสวรรค์


    "เอ๊ะ! ฉันกลายมาเป็นวิญญาณแล้ว อยู่โลกเดียวกับฟ่งเอ๋อไม่ใช่หรอคะ ทำไมฟ่งเอ๋อไม่เห็นฉันล่ะ ฮือออออ อย่าบอกนะ ฉันตายคนเดียวอยู่คนละโลกเป็นวิญญาณคนละชั้นกับฟ่งเอ๋อ ไม่จริง ฉันรับไม่ได้หรอกค่ะ" เธอเริ่มร้องไห้โวยวายเหมือนเด็กๆ


    "ฮ่าๆๆๆๆ" เสียงหัวเราะดังขึ้นเหมือนมีคนกลั้นขำไม่ไหว


    เพนนีบอก "นั่นเสียงใครอ่ะ สวรรค์หรอ ฉันรอมาตั้งเกือบร้อยปีนี่ฉันจะได้เจอสวรรค์จริงๆ หรอเนี่ย ออกมาเร็วๆ เถอะค่ะ นี่ถ้าฉันมีชีวิตอยู่นะ ฉันจะถ่ายเซลฟี่เลย ถ่ายให้เห็นความอยุติธรรมเลยว่ามันเป็นยังไงคอยดูสิ แต่เสียงคุ้นนะคะสวรรค์ เหมือนฉันเคยได้ยินมาก่อน"


    สวรรค์ที่เพนนีคิดจึงปรากฏตัวขึ้นมา


    "จำแม่ได้หรือไม่ เฟยเฟย" หญิงแปลกหน้าทักทายเป็นภาษาจีนปนไทย 


    เพนนีได้แต่คิด "พวกวิญญาณยิ่งแก่ยิ่งแรงกล้าจริงๆ สามารถให้คนอื่นเข้าใจภาษาได้ด้วย"


    เพนนีมองการปรากฏตัวของหญิงแปลกหน้าคนนี้ด้วยความตะลึง เธออยู่ในชุดแบบเดียวกับอวี๋เฟิงฟ่ง เป็นคนละสี แต่ดูเรียบร้อย น่าเกรงขามแบบผู้ใหญ่ที่โตกว่า แต่เพนนีก็พูดไม่หยุดว่า


    "แปลกจัง ทำไมคุณเป็นคุณแม่ฉันล่ะคะ ไม่เห็นจะรู้จักกันเลย ฉันจำหน้าใครไม่ได้หรอกนะ เวียนว่ายตายเกิดมานาน จำได้แค่คนเป็นคนในอดีตที่ตายฉันจำไม่ได้ แต่ฉันก็รู้สึกนะคะถึงจะไม่คุ้นหน้า แต่เหมือนพวกเรามีสายใยบางๆ ที่เชื่อมต่อกัน อ๋อ! สวรรค์ ฉันจำคุณได้แล้ว คุณคือผู้หญิงคนนั้นที่พูดขึ้นตอนฉันรับแหวนจากนายบวร ถึงฉันจะดูเหมือนไม่ค่อยสนใจอะไรมาก แต่ฉันก็จำแม่นนะคะ"


    "เจ้ายังคงเฉลียวฉลาดเช่นเดิมเลยนะเฟยเฟย"


    "ฉันก็เก่งแบบนี้มาตลอดค่ะ ใครๆ ก็ชมกัน เอ๊ะ! ว่าแต่คุณเป็นแม่ฉันจริงๆ หรอเนี่ย เรียกฉันว่าเฟยเฟย เหมือนที่ฟ่งเอ๋อเรียก อย่าบอกนะว่า คุณคือแม่ของเราทั้งคู่ในชาติของฟ่งเอ๋อ" เพนนีตกใจ อะไรกันชาตินี้มาเจอมารดาเฉยเลย


    "เก่งมากลูกรัก เจ้าปะติดปะต่อเรื่องราวได้มากมาย โดยที่ไม่ต้องมีใครบอกเล่า แถมยังคงมีฝีปากที่คมคายเช่นเดิม เหมาะสมแล้วเฟยเฟย ที่เจ้าจะเป็นคนไปไขปริศนาการตายของตนเอง" หญิงแปลกหน้าพูดด้วยความเอ็นดู


    "เดี๋ยวก่อนค่ะคุณแม่" เพนนียอมเรียกสรรพนามนี้


    "ถ้าคุณแม่ต้องการให้ฉันไปไขปริศนาการตายของฉันและฟ่งเอ๋อ คุณแม่ก็ต้องบอกก่อนสิคะว่าเป็นใคร ชีวประวัติยังไง แล้วจะให้ฉันย้อนกลับไปแบบเป็น แบบตาย หรือช่วงเวลาไหน จะเจอใคร ฉันฉลาดเข้ากับคนง่ายก็จริงนะคะ แต่ถ้าไปอยู่ยุคอื่นมีหวังโป๊ะแตกแน่ๆ "


    "ฮ่าๆๆๆๆ ลูกรักของพ่อยังคงช่างพูดจาเช่นเคย" ชายหนุ่มที่บอกว่าตนเป็นพ่อ ปรากฏตัว


    "อะไรกันเนี่ยนอกจากฉันมีแม่ ยังมีพ่ออีก แล้วพวกคุณพ่อคุณแม่ของฉันกับฟ่งเอ๋อ เนี่ยดูเด็กมากๆ อายุและท่าทางไม่น่าเกินสี่สิบห้าปีแน่นอน ปีนี้ฉันสามสิบแล้วนะคะ มาเรียกพ่อแม่ลูกก็ดูแปลกๆ ขัดอายุนิดหน่อยอ่ะ"


    "ลูกรัก เจ้าทำใจร่มๆ เสียก่อน เจ้าอาจจะจำไม่ได้แต่ยุคของพ่อและแม่ เราแต่งงานกันตั้งแต่ยังเยาว์วัย" บิดาเป็นผู้พูด


    เพนนีทำท่านึกได้ "อ๋อ! นึกออกแล้ว สมัยก่อนจับคลุมถุงชนกันเร็วมากๆ ถ้าจะรักกันก็แต่งงานกันเร็วมีลูกตั้งแต่ก่อนยี่สิบ อ่ะ! ฉันจะเรียกคุณว่าคุณพ่อคุณแม่ รบกวนคุณท่านทั้งคู่ช่วยบอกเล่าเรื่องราวที่ฉันควรต้องรู้ด้วยค่ะ จะได้ทำตัวถูก"


    "เฟยเฟย ขั้นแรก เจ้าต้องพูดจาให้คล้ายกับสมัยของพวกข้าเสียก่อน ขอแค่คุยกับคนอาวุโสลงท้ายเจ้าเติมคำว่า เจ้าค่ะ ลงไปแค่นั้นเป็นการพอ"


    "ได้เจ้าค่ะ มีอะไรอีกมั้ยเจ้าคะ ถึงจะบอกเรื่องราวของพวกท่านเสียที" เพนนีปรับตัวอย่างรวดเร็ว


    "ข้ากับท่านพี่ พ่อของเจ้าน่ะ พบรักกันตั้งเยาว์วัยเหมือนที่พ่อของเจ้าพูด เราทั้งคู่อายุห่างกันแค่เพียง 1 ปี ข้าอยู่ในวัยแรกรุ่น ด้วยความรัก ข้าและท่านพี่จึงตัดสินใจทำการตบแต่งกันเสียตั้งแต่ตอนนั้น ข้าเป็นบุตรสาวจากตระกูลขุนนาง ตระกูลของข้าล่มสลายไปเสียแล้ว" พูดถึงตรงนี้เพนนีสังเกตว่ามารดาทำหน้าเศร้า และเหมือนปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ แต่เธอไม่อยากซักถาม สงสัยคงเป็นปมในใจซะละมั้ง อาจเป็นความรักที่คนในครอบครัวไม่ถูกกันเหมือนโรมิโอและจูเลียต 


    มารดาจึงพูดต่อ "ส่วนท่านพี่ก็เป็นขุนนางเช่นกัน แต่ตระกูลของเรากลับเกิดปัญหาขึ้น แต่งได้ไม่นาน ท่านพี่ตัดสินใจลาออกจากราชการ มาใช้ชีวิตครอบครัวในเมืองหลวง เหตุอันใดที่ท่านพี่ลาออก เขาก็ไม่เคยพูด ไม่รู้จะเก็บงำความลับอะไรกัน ยันตายมาหลายปี ก็ไม่ยอมคายความลับ" ท่าทางของบิดาดูรักและเชื่อฟังมารดามาก 


    "ท่านแม่สุดยอดเลยเจ้าค่ะ กุมหัวใจท่านพ่อได้ทีเดียว แล้วตกลงท่านชื่ออะไรกันหรือเจ้าคะ"

    คราวนี้บิดาเป็นผู้ตอบ "ข้าคืออวี๋ชวี่ ส่วนมารดาของเจ้าคืออวี๋ฮูหยิน — เจิ้งซูเจิน เรามีบุตรชายและบุตรสาวรวม 3 คน บุตรชายมีพี่ใหญ่ของเจ้าคืออวี๋เหวิน — เหวินชิงโหว และบุตรสาวข้าก็มีฟ่งเอ๋อและเจ้าเช่นไรเล่า เฟยเฟย"


    "มีพี่ชายซะด้วย มีแต่พี่สาวฝาแฝดแบบฟ่งเอ๋อมาซะนานแล้วฟ่งเอ๋อจะได้กลับมามั้ยคะ" 

    "ตอนนี้ฟ่งเอ๋อยังไม่อาจกลับมาได้ เจ้าจะต้องใช้ชีวิตในโลกนั้นผู้เดียวเสียก่อน แต่อีกไม่นาน ฟ่งเอ๋อจะตามเจ้ามา" อวี๋ชวี่กล่าว


    ที่อวี๋เฟิงฟ่งกลับไม่ได้ก็เพราะหญิงสาวยืนยันกับบิดามารดาว่า เธอจะช่วยภาสพงษ์ ธนาวินทร์ ธนินทร์ และอรสินีตามหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับเพนนี ว่าตอนนั้นเกิดอะไรกันแน่ เธอเป็นวิญญาณไม่ได้มีญาณวิเศษ เธอไม่ล่วงรู้เหตุการณ์ก่อนหน้านี้เสียหน่อย


    "น่าเสียดายจัง ไม่มีใครตามมา ละคุณหนูเพนนีแบบใช้ชีวิตยังไง เฮ้อ! แล้วถ้าใครถามจะบอกว่าอะไรล่ะคะ ฟ่งเอ๋อหายไปไหน" เพนนีบ่นขึ้น


    "เจ้าเพียงบอกว่าฟ่งเอ๋อไปปฏิบัติธรรมที่วัดประจำราชวงศ์หมิน ต่อจากนี้เจ้าจะอยู่ในแคว้นเทียนหมิน ห้ามลืมเป็นอันขาด"


    "ยุคจีนโบราณ แล้วข้าจะไหวหรอเจ้าคะ ข้าไม่เก่งภาษาจีนเสียด้วย"


    "เฟยเฟย พ่อเชื่อว่าเจ้าทำได้ ศึกษาสิ่งนี้อาจจะยาก แต่เจ้าก็ก้าวพ้นมันไปได้ เจ้าเป็นคนเก่ง เฉลียวฉลาด หัวไว"


    เจิ้งซูเจินผู้เป็นมารดาย้ำเตือน "ฝีปากกล้าด้วย บุตรสาวคนนี้ของเรา ที่สำคัญ แม่อยากย้ำเจ้า เฟยเฟย เจ้าไปอยู่โลกนั้น ห้ามลืมตัวตนเป็นอันขาด เจ้าคือเฟยเฟย — อวี๋เฟิงเฟย บุตรสาวคนเล็กของตระกูลอวี๋ ไม่ใช่ เพนนี พนิตพร "


    "โอเค ในเมื่อท่านแม่ย้ำเตือนขนาดนี้ ต่อจากนี้ไป โลกนี้จะขาดคนชื่อเพนนี พนิตพรไปชั่วคราว ฉันจะเป็นอวี๋เฟิงเฟย บุตรสาวคนเล็กของตระกูลอวี๋เอง เอาล่ะ! เพนนี เอ๊ย! ไม่ใช่สิ อวี๋เฟิงเฟย แม่นางอวี๋แบบเธอพร้อมจะลุย แสดงความเฉลียวฉลาด และฟาดฟันฝีปาก กับพวกคนยุคจีนโบราณในราชวงศ์หมินนี้แล้ว มาลองดูกันสักตั้ง ฝีปากแบบข้า ไม่แพ้ใครแน่ ข้านี่แหล่ะนัมเบอร์วัน ตัวเต็งแคว้นเทียมหมิน มาแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ" อวี๋เฟิงเฟยได้แต่คิดแล้วก็หัวเราะออกมา


    อวี๋เฟิงเฟย พร้อมปฏิบัติการไขคดีนี้แล้ว

    คล้ายกับเรื่องอวี๋เฟิงเฟย หญิงกล้าเหนือชะตาลิขิต ที่คุณอ่าน