มื้อค่ำที่ผ่านไปแบบเหมือนจะดี(?) ทำให้ท่านประธานหยางเงียบขรึมไปมาก หลังส่งแขกเสร็จอีกฝ่ายก็เข้าไปหมกตัวในห้องทำงานเหมือนกับว่ากำลังหนีอะไรบางอย่าง ทิ้งให้ภรรยาพึ่งแต่งเข้าตระกูลอย่างเขาไว้คนเดียวท่ามกลางความเปล่าเปลี่ยวและเงียบสงัดของเรือนหอ
กู่ฉิงฉิงตัดสินใจไม่ยุ่งหรือสนใจในกิจกรรมทางความรู้สึกของพระเอกกับอีกสองหนุ่มนั่น เนื่องจากมันไม่เกี่ยวอะไรกับเขาทั้งสิ้น เขามันแค่ตัวประกอบฉากที่มาเข้าฉากชั่วคราวหมดหน้าที่รับเงินแล้วก็จากไปเพียงเท่านั้น
เขาเดินเข้าห้องใช้โอกาสนี้จับจองห้องน้ำและแช่น้ำอุ่นในอ่างอย่างสบายใจ ทำอาหารสำหรับคนสี่คนที่สามคนเป็พวกกินจุนี่เล่นเอาปวดเมื่อยกล้ามเนื้อไปหมด ได้แต่นวด ๆ ขัดถูกล้ามเนื้อแขนและขาจนกระทั่งรู้สึกผ่อนคลายจึงลุกขึ้นจากอ่างและคว้าผ้าขนหนูมาเช็ดตัวให้แห้งก่อนจะจัดแจงสวมชุดนอนผ้าฝ้ายแขนสั้นและขาสั้นสีขาวแบบเข้าชุดกันและเดินออกมา
ในห้องยังไม่มีวี่แววท่านประธานหยางจะเข้ามาแต่อย่างใด เกรงว่าคงหลบไปทำใจเื่เจี้ยนเหยาหยาสักพักล่ะมั้ง น่าสงสารอยู่หรอกโดนคู่แข่งกระทุ้งแผลไปซะขนาดนั้น เขาเองก็รู้สึกเห็นใจแต่ก็ไม่รู้จะช่วยเหลืออะไรได้ ขนาดตัวเองยังเอาไม่รอด
สุดท้ายเมื่อทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนนุ่มและอุณหภูมิกำลังเย็นสบายพอดี เขาก็หลับไปแบบไม่รู้ตัว
ส่วน 'สามี' น่ะหรอ จะเข้ามานอนเมื่อไหร่ก็ตามสบายเอาที่สะดวกเลยแล้วกัน...
ยามเช้าอันแสนคุ้นเคยมาเยือน เขาตื่นตามนาฬิกาชีวภาพในร่างกายของพนักงานบริษัที่ต้องแหกตาตื่นแต่เช้าเป็กิจวัตร
นิสัยนี้แก้ได้ยากเหมือนมันฝังรากลึกลงไปในดีเอ็นเอไปเสียแล้ว
นาฬิกาบนมือถือบอกเวลาเจ็ดโมงเช้าพอดี เขาหันกลับไปมองข้างเตียงพบแต่ความว่างเปล่า ผ้าปูที่นอนด้านข้างค่อนข้างเรียบ เกรงว่าเมื่อคืนหยางเฟยหลงคงไม่ได้กลับมานอนกับเขา
กู่ฉิงฉิงลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองเรียบร้อยก่อนจะเลือกเสื้อผ้าแบบอยู่บ้านสวมใส่สบาย เขาไม่ต้องแต่งตัวให้มากมายในเมื่อเขากลายเป็คนว่างงานแล้วนี่นา ในหัวตอนนี้คิดแต่เื่ประเภทว่า มื้อเช้าจะทำอะไรกินดีระหว่างข้าวต้มหรืออาหารเช้าแบบอเมริกัน
เมื่อเปิดประตูห้องนอนออกมาก็พบทางเดินที่เงียบไร้เสียง ประตูห้องนอนอีกสองห้องก็ปิดสนิท
ห้องนอนสามห้องจัดเรียงเป็รูปตัวยูคว่ำ ห้องนอนหลักอยู่ตรงกลาง และห้องนอนสำรองอีกสองห้องขนาบซ้ายขวา
กู่ฉิงฉิงลองเดินไปบิดลูกบิดประตูห้องนอนทางด้านซ้ายมือของตนก่อน พบว่าไม่ได้ล็อก เขาค่อย ๆ แง้มประตูทีละน้อย โชคดีที่บานพับหยอดน้ำมันและได้รับการดูแลอย่างดีมันเลยไม่เกิดเสียงดังให้เขาหน้าแหกขึ้นมา
ที่นอนว่างเปล่า ไร้คนอาศัย
ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วเขาจึงถือโอกาสสำรวจห้องนอนนี้ไปด้วยในตัว มันกินเวลาไม่มากนักหรอกเนื่องจากเมื่อวานเขาไม่ใช้เวลาสำรวจนานสักเท่าไหร่ แค่พบว่าไม่มีจากุชชี่เขาก็ไม่เลือกแล้ว
ห้องนอนสำรองห้องนี้ขนาดเล็กกว่าห้องนอนหลักนิดหน่อย เตียงขนาดควีนไซส์ มีตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ติดผนังแบบบิลด์อิน ห้องน้ำในตัวที่มีอ่างอาบน้ำแบบธรรมดา อุปกรณ์ของใช้ในห้องเตรียมพร้อมสำหรับคนที่้าเข้าพักอาศัยได้ทันที และทั้งหมดเป็ของใหม่ หยางเฟยหลงคงจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดอยู่เป็ประจำเนื่องจากในห้องไม่มีฝุ่นแม้แต่นิดเดียว
ระหว่างที่เดินสำรวจห้อง กู่ฉิงฉิงไม่รู้ตัวเลยว่า ชายหนุ่มในชุดกางเกงสแลคที่ยังไม่ถอดจากเมื่อวานกับเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมจนหมด แสดงแค่อกหนั่นแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ เปล่งออร่าความเซ็กซี่ของบุรุษเพศออกมาจนล้น กำลังยืนพิงขอบประตูมองตนอยู่เงียบ ๆ
ในสายตาหยางเฟยหลง กู่ฉิงฉิงเหมือนลูกแมวขี้สงสัยตัวน้อยที่สำรวจบริเวณบ้านใหม่ของตนอย่างสนอกสนใจ รูปร่างหน้าตาที่จัดได้ว่างดงามอย่างมากบวกกับนิสัยที่ไม่เป็ไปตามข้อมูล ทำให้เขารู้สึกสนใจอย่างประหลาด การมองอีกฝ่ายเงียบ ๆ แบบนี้ในยามเช้าช่วยกลบความหดหู่บางอย่างในจิตใจที่เกิดจากเหตุการณ์เมื่อคืนได้เป็อย่างดี
กู่ฉิงฉิงที่เดินสำรวจห้องจนทั้งหันกลับมาทางประตูก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อพบว่าเ้าของบ้านยืนกึ่งเปลือยโชว์กล้ามอกที่ชวนน้ำลายหกอยู่
" แฮ่ม อรุณสวัสดิ์ครับ "
" อรุณสวัสดิ์ ตื่นเช้านะ เมื่อคืนหลับสบายไหม "
" สบายครับ เอ่อแล้วคุณล่ะ ผมไม่เห็นว่าคุณกลับไปนอนที่ห้องเลยนะครับ "
อืม นายทำฉันพลาดรางวัล 0.01% ไปนะพ่อพระเอก ฮึ่ม!
" โอ้ เธออยากให้ฉันไป 'นอน' ด้วยอย่างนั้นรึ "
" ครับ แต่ในความหมายว่า 'นอน' แบบตรงตัวนะครับ ครอบครัวคุณจะได้ไม่สงสัยว่าทำไมเราแยกกันนอนในคืนย้ายเข้าหอ "
หยางเฟยหลงฟังแล้วขมวดคิ้วมุ่น เขารู้ดีว่าไม่มีใครจะกล้ามาสำรวจที่พักของเขาได้แต่มันก็ไม่แน่เสมอไปว่าข่าวอาจจะหลุดไปตอนไหนก็ได้ อย่าลืมว่าเขายังคงจ้างคนมาทำความสะอาดอยู่เสมอ เมื่อคืนเขาทำพลาดและจะไม่มีวันพลาดแบบนี้อีก เขาจะอดทนจนกว่าอำนาจการบริหารทั้งหมดจะอยู่ในมืออย่างสมบูรณ์
" ขอโทษด้วยสำหรับเมื่อวาน เมื่อคืนฉันทำงานดึก เลยไม่อยากกวนเธอ "
" ครับ ผมเข้าใจ "
เข้าใจว่านายกำลังเลียแผลน่ะ เห็นใจ ๆ ฉันไม่โทษนายหรอกหยางเฟยหลง
" งั้นผมไปทำอาหารเข้าให้ก่อนนะครับ คุณอยากได้แบบไหนระหว่างข้าวต้มกับอาหารเช้าแบบอเมริกัน "
หยางเฟยหลงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ
" ข้าวต้มแล้วกัน "
ชายหนุ่มอยากกินอะไรร้อน ๆ สักหน่อย ให้กระเพาะที่รับแอลกอฮอล์มากไปได้ผ่อนคลายลงบ้าง
" ครับ คุณก็อาบน้ำแต่งตัวตามลงไปนะครับ "
ก่อนที่กู่ฉิงฉิงจะเดินออกไป และพบว่าประตูห้องนอนสำรองฝั่งตรงข้ามเปิดไว้ แวบแรกที่มองไปด้านในสภาพค่อนข้างยุ่งเหยิงและแอบเห็นขวดเหล้าที่เหลืออยู่ครึ่งขวดวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง ก่อนจะละสายตาและเดินลงไปชั้นล่างเพื่อเตรียมมื้อเช้าให้ตนเองและหยางเฟยหลง
ข้าวต้มทำเป็ข้าวต้มทะเลใช้วัตถุดิบที่เหลือจากเมื่อวานมาประกอบอาหาร ของทะเลนั้นเสียง่าย ในเมื่อเหลืออีกนิดหน่อยเขาจึงเอามาใช้ให้หมด ๆ ไป
ข้าวต้มถูกเคี่ยวจนส่งกลิ่นหอมฉุยไปยังชั้นสองเมื่อหยางเฟยหลงเดินออกมาจากห้องหลังแต่งตัวเรียบร้อย ก็ได้กลิ่นหอมนั้นทันที น้ำย่อยเริ่มหลั่งออกมา ทำให้ท้องส่งเสียงร้องจนเ้าของอับอาย ดีที่ไม่มีใครอยู่ตรงนี้ได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่งั้นไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
" มาทานสิครับ ถ้าไม่พอ ยังมีในหม้อนะครับ "
ข้าวต้มสองชามถูกจัดวางไว้บนโต๊ะ ในฝั่งตรงกันข้าม
" เสียดายไม่มีปาท่องโก๋ ไม่งั้นคงอร่อยกว่านี้ "
กู่ฉิงฉิงพูดพึมพัมออกมาเบา ๆ
หยางเฟยหลงทำหน้าสงสัย ข้าวต้มนี่กินกับปาท่องโก๋มันจะเข้ากันหรอ เขาไม่เคยกินอะไรแบบนี้มาก่อน
" อร่อยครับ ไว้โอกาสหน้าผมจะทำให้ลอง คราวนี้วัตถุดิบไม่มีผมเลยทำปาท่องโก๋ไม่ได้ ทานกันเถอะครับ "
กู่ฉิงฉิงพูดโต้ตอบกับสีหน้าแสดงความสงสัยของหยางเฟยหลงเื่ปาท่องโก๋กับข้าวต้ม
" อืม "
คู่สามีภรรยาก้มศีรษะลงทานอาหารกันเงียบ ๆ ไม่มีการพูดคุยระหว่างกันหวานชื่นแบบคู่แต่งงานใหม่ปกติ ในห้องอาหารมีแต่เสียงช้อนกระทบชาม เสียงเคี้ยวกลืนเพียงแค่นั้น
หยางเฟยหลงค้นพบว่าภรรยาของตนเองมีฝีมือในการทำอาหารอย่างมาก ข้าวต้มทะเลนี้อร่อยและไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อย ระดับฝีมือไม่ต่างกับเชฟตามภัตตาคารเลยทีเดียว แต่มันมีรสชาติบางอย่างที่พิเศษที่ทำให้เขา เอิ่ม เรียกว่าถูกปากดีกว่า ท้ายที่สุดก็ทำให้เขากินไปถึงสองชามใหญ่ เป็ครั้งแรกที่เขาเจริญอาหารขนาดนี้
" วันนี้ต้องไปทำงานไหมครับ "
กู่ฉิงฉิงลุกขึ้นเก็บชามไปล้างในครัวก่อนจะถามออกมา
" ไม่ล่ะ ฉันหยุดสามวัน อีกอย่างฉันทำงานจากที่บ้านได้ "
กู่ฉิงฉิงเข้าใจว่า หยางเฟยหลงผู้บ้างานต้องจำใจหยุดอยู่บ้านเพื่อสร้างภาพให้คนในตระกูลเห็นว่าเขาและภรรยาที่พึ่งแต่งงานมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพื่อไม่ให้ฝ่ายที่จ้องเล่นงานหาเื่ได้
" ครับ "
กู่ฉิงฉิงหันไปจัดการทำความสะอาดครัวต่อ จากนั้นจึงเดินออกมายังส่วนห้องนั่งเล่นที่หยางเฟยหลงหอบโน๊ตบุ๊คออกมาทำงานไปด้วย
อย่างน้อยอีกฝ่ายก็ยังมีมารยาทไม่หมกตัวในห้องทำงานจนไม่เห็นหน้าค่าตา
กู่ฉิงฉิงมองสำรวจพระเอกที่เขาชื่นชมทำงาน อันที่จริงถ้าไม่ติดว่าการอยากได้พระเอกจะทำให้เขาพบหายนะ เขาก็อยากจะอ่อยอีกฝ่ายอยู่หรอกนะ ทุกอย่างตรงสเป๊กเขาไปหมดไม่ว่าจะหน้าตา นิสัย รวมถึง..ตรงนั้น...จากการพรรณนาของผู้เขียนที่ทำให้ผู้อ่านเืหมดตัวไปหลายสิบลิตรจนเติมเืกันไม่หวาดไม่ไหว
เอาเถอะของที่ไม่ใช่ของเขาก็ไม่ใช่ของเขา เขายังรักชีวิตตัวเองมากกว่าอยู่ดี
กู่ฉิงฉิงเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับสามีก่อนจะเอ่ยปากถาม
" ทนายคุณจะมาจัดการเื่เงินห้าสิบล้านวันนี้นะครับ "
เมื่อวานมัวแต่เสียเวลาขนของเขาจึงปฏิเสธและเลื่อนนัดมาเป็วันนี้แทน
" อืม "
" อีกอย่างผมมีเื่ธุรกิจมาเสนอ ไม่รู้ว่าประธานหยางจะสนใจไหม ธุรกิจเล็ก ๆ แต่กำไรงามนะครับ "
หยางเฟยหลงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจระคนสงสัย ไม่มีข้อมูลว่าบุตรชายคนเล็กของตระกูลกู่สนใจในการทำธุรกิจมาก่อน ยกเว้นแต่ว่าเที่ยวเล่นผลาญเงินไปวัน ๆ
" พอดีผมได้สูตรเครื่องปรุงมาจำนวนหนึ่ง รับประกันว่าถ้าทำออกขายจะต้องตีตลาดได้อย่างแน่นอน "
กู่ฉิงฉิงกล้าพูดแบบนี้เนื่องจากของที่มาจากระบบนั้นทุกอย่างอยู่ในระดับเยี่ยมยอด แม้เขาเองจะไม่ได้ลองทำขึ้นมาชิม แต่ก็มั่นใจไปแล้วเจ็ดถึงแปดส่วน
" เธอมีตัวอย่างไหม "
กู่ฉิงฉิงส่ายหัว เขาจะเอาเวลาที่ไหนไปทำ พึ่งข้ามมิติมาก็แต่งงานและย้ายเข้าบ้านใหม่
" ฉันจะเชื่อได้อย่างไรถ้าไม่มีตัวอย่าง ฉันเป็นักธุรกิจนะ ฉันไม่ลงทุนอะไรที่ไม่แน่นอน "
กู่ฉิงฉิงฟังแล้วก็รู้สึกโมโหน้อย ๆ แต่เขาก็เข้าใจ
เขาและหยางเฟยหลงต่างคือคนแปลกหน้า อีกทั้งประวัติเดิมของเ้าของร่างนี้ก็ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างกู่ไม่กลับ
อันที่จริงนั้นเขาไม่อยากร่วมมือกับใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะหยางเฟยหลงหรือกู่เกา เนื่องจากหนึ่งปีให้หลังหยางเฟยหลงกับเขาก็ต้องหย่าขาดจากกัน เขาไม่อยากสร้างความผูกพันเอาไว้ ส่วนกู่เกาหรือบิดาของเ้าของร่างนี้ ตอนนี้มีลูกชายคนใหม่ซึ่งเป็ตัวขี้อิจฉาที่จะมาแย่งตำแหน่งผู้สืบทอดและทรัพย์สมบัติของตระกูลจากลูกชายที่ถูกต้องตามกฎหมาย การส่งสูตรอันมีค่าของเขาไปให้ก็ไม่ต่างจากส่งเนื้อเข้าปากเสือ ถ้าให้เลือก เขายอมเลือกร่วมมือกับหยางเฟยหลงจะดีกว่า อย่างน้อยอีกฝ่ายก็ไม่ใช่พวกชอบเอารัดเอาเปรียบจนเกินงาม แม้ว่าการทำธุรกิจจะมีฝ่ายที่ได้เปรียบและฝ่ายที่เสียเปรียบแต่เขามั่นใจว่าหยางเฟยหลงจะไม่เอาเปรียบเขาเท่ากับระดับกู่เกาแน่ ๆ
ที่สำคัญ ถ้าเขาตั้งโรงงานและผลิตขึ้นมาเอง เขานั้นไม่มีเส้นสายและช่องทางในการวางขายสินค้า อีกทั้งจะต้องระวังพวกไม่ประสงค์ดีที่จ้องขโมยสูตรหรือกดดันให้ขายสูตรอีก ถ้าพบว่าตนไม่มีแบ็คอัพหนุนหลัง ตอนนี้ยังมีแค่หลังจากเขาสิ้นสถานะสมรสกับหยางเฟยหลงล่ะ นั่นก็เป็อีกเื่
ดังนั้นการขอความร่วมมือจากหยางเฟยหลงหมายความว่าเขาได้แบ็คอัพเป็หยางกรุ๊ป หรือต่อให้เป็แค่หยางเฟยหลงคนเดียวไม่ใช่ตระกูลหยาง มันก็เพียงพอให้เขาไม่ต้องกังวลเื่ยิบย่อยพวกนี้
" ผมจะให้สูตรไปสี่สูตร เป็ซอสสองสูตรและสูตรซุปเบสของหม้อไฟสองสูตร คุณลองไปหาคนทำขึ้นมาและลองชิมดู ถ้าคุณตกลง คุณกับผมค่อยมาคุยสูตรที่เหลือกันครับ "
" เธอมีสูตรในมือเยอะนักหรือไงกัน "
หยางเฟยหลงเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย
สูตรเครื่องปรุงเหล่านี้นี้ต้องอาศัยการศึกษา วิจัย ลองผิดลองถูกอย่างน้อยหลายเดือนถึงหลายปี ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่าย ๆ อันที่จริงเมื่อกู่ฉิงฉิงบอกตนว่าจะให้สี่สูตรแก่เขาฟรี ๆ นี่ก็สร้างความประหลาดใจให้ไม่น้อย ถ้าเกิดมันดีจริงอย่างที่เ้าตัวว่า หมายความว่ามันจะสร้างเม็ดเงินจำนวนมากให้แก่เขา
สูตรเครื่องปรุงและซุปเบสสี่สูตรนี้มีค่ามหาศาลแต่เ้าตัวกลับให้มาง่าย ๆ นั่นหมายความว่าเ้าตัวยังมีหมัดเด็ดที่ซ่อนไว้อีกมาก ส่วนสิ่งที่ปล่อยออกมานั้นไม่มีค่าอะไรสักเท่าไหร่ แต่ใครจะรู้ว่าในใจของกู่ฉิงฉิงนั่นคร่ำครวญขนาดไหน ตัวทำเงินสี่สูตรเชียวนะ ถ้าไม่คิดว่าต้องล่อเหยื่อมาติดเบ็ดเขาไม่มีวันโยนอะไรให้แม้แต่สูตรเดียวเหอะ!
ต่างคนต่างความคิด สุดท้ายทั้งสองก็เงียบจมจ่อมกับความคิดของตนเองไปสักพัก ก่อนที่หยางเฟยหลงจะเป็ฝ่ายเอ่ยปากเป็คนแรก
" ตกลง เธอเขียนสูตรมา ถ้ามันดีจริงอย่างที่เธอพูด ฉันจะพิจารณาเื่ลงทุน "
" ขอบคุณครับ "
กู่ฉิงฉิงกล่าวขอบคุณเสียงหวาน แม้ในใจจะหลั่งเืก็ตาม
แต่เอาเถอะนึกถึงอนาคตเข้าไว้ เงินที่จะได้มายังมีอีกมาก นี่แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น