สิเภาลองผลักประตูออกมาข้างนอก เพราะอยากรู้ว่าอัสนนท์ล๊อกกุญแจไว้จริงหรือไม่
ประตูไม่ได้ล๊อก !!
เธอเดินผ่านห้องโถงไปยังนอกชานตากอากาศ เวลาน่าจะสักประมาณสามทุ่มเศษ สิเภาคาดเดาเพราะเธอไม่มีนาฬิกา
แถมมือถือยังถูกอัสนนท์ยึดไป มองไปรอบๆ เรือนพักในตอนนี้ ยามดึกสงัดบนเรือนไม้ช่างสงบน่าอยู่เหลือเกิน ถ้าไม่ติดอยู่ตรงสถานที่ที่น่าอยู่แห่งนี้
กลายเป็เรือนจำสำหรับเธอ
เมื่อคิดว่าอาจจะต้องอยู่ที่นี่นานไป ไม่รู้เมื่อไรพวกเขาจะยอมปล่อยเธอไป ความรู้สึกอ้างว้างหวาดกลัวเกาะกินความรู้สึกในทันที
แม่คือคนเดียวที่เธอเป็ห่วง ถ้าไม่มีเธอ แม้มีแม่บ้านและคนในบ้านอีกหลายคน แต่ไม่มีใครรู้ใจแม่เท่าเธออีกแล้ว ส่วนป๊า..แทบไม่ต้องเอ่ยถึง
ป๊าไม่เคยสนใจใยดีแม่มาสิบกว่าปีแล้ว พวกเขาอยู่ด้วยกันแค่ในนาม เพื่อผลประโยชน์และความมีหน้ามีตาในสังคม
บ้านหลักที่อยู่จริงๆ ของป๊าคือคอนโดในตัวเมือง อาศัยอยู่กับผู้หญิงคนใหม่ที่ชื่อ 'ยุพาภรณ์' เป็นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงในจังหวัด เธอเป็คนกว้างขวางไม่ต่างจากพ่อ และเป็หัวคะแนนคนสำคัญที่มีส่วนผลักดันให้พ่อได้ตำแหน่งที่หวังไว้ในทุกรอบของการเลือกตั้งส่วนท้องถิ่น
แม่เลี้ยงของสิเภาเป็คนเก่งเืใหม่ไฟแรง กล้าฝัน และทะเยอทะยาน ผิดกับ 'คุณสิชล' แม่ของเธอที่เป็แม่บ้านธรรมดา จบการศึกษาแค่ขั้นพื้นฐานดำเนินชีวิตเรียบง่าย แต่งตัวตามวัย ไม่ได้หวือหวา บ่อยครั้งที่แม่พร่ำบ่นกับพี่เลี้ยงและสาวใช้ที่บ้านว่าท้อแท้ไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่ต้องสู้ทนอยู่ต่อไป เหตุผลเพียงข้อเดียวที่เธอยังมีกำลังใจอยู่ต่อได้ก็เพื่อเธอ ลูกสาวคนเดียวที่เป็ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตที่เหลืออยู่
"ฉันหวังว่าคงไม่มีใครคิดหนีออกไปจากที่นี่ เพื่อออกไปเจอป่าที่มืดและมีแต่สัตว์ร้ายชุกชุมด้านนอกหรอกนะ เธอคงจำหนทางแสนลำบากตอนที่เข้ามาได้ดี ไม่ได้ขู่ให้กลัวนะ แค่เวทนาไม่อยากเห็นเพื่อนร่วมโลกต้องมาเน่าตายกลางป่าก็เท่านั้นเอง" เสียงอัสนนท์ดังแทรกความเงียบสงัดขึ้นมา ทำเอาหญิงสาวที่คิดกำลังอะไรเพลินๆ ต้องสะดุ้งออกจากภวังค์
"ไม่ต้องมายุ่งเื่ของฉัน เก็บความเห็นใจไปเวทนาปากเน่าๆของนายดีกว่า" หญิงสาวสวนกลับทันควันด้วยความหมดความอดทนกับคำพูดที่ไม่รื่นหู
อัสนนท์จับตัวเธอมาเพื่อเรียกร้องให้บิดาของเธอยอมเจรจาเื่ซื้อขายที่ดินก็พอเข้าใจได้ แต่ถ้าเขาจะพูดดีกับเธอก็ใช่ว่าแผนการที่วางไว้จะเสียหาย เธออาจจะเต็มใจให้ความร่วมมือกับเขามากขึ้นก็ได้ แต่ตรงกันข้ามทุกครั้งที่พูดกับเธอ จะพ่นถ้อยคำสาดเสียเทเสียใส่ ทำให้ความเกลียดชังที่เธอมีต่อเขายิ่งเพิ่มเป็ทวีคูณ
"ก็เพราะปากดีแบบนี้ไง ฉันถึงไม่อยากญาติดีด้วย อย่ายโสให้มันมากเกินไป ถ้าฉันไม่พอใจขึ้นมาล่ะก็.."
"ก็ฆ่าฉันเสียตอนนี้เลยสิ ฉันเบื่อจะอยู่ร่วมโลกกับคนใจร้ายอย่างนายแล้ว"สิเภาพูดพลางกลืนลูกสะอื้นในลำคอ ความน้อยใจทำให้เธอเผลอผลักไหล่หนาของชายหนุ่มตรงหน้า เขาแทบไม่ะเืสักนิด
"อย่ามาท้าทาย คิดว่าฉันไม่กล้าหรือไง ถ้าเธอตุกติกคิดหนี หรือสร้างความรำคาญใจ ฉันไม่ไว้แน่" อัสนนท์ประกาศเพื่อกำหราบไม่ให้เธอคิดกล้าขัดขืนหลบหนี
สิเภามองหน้าชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเคียดแค้น ตอนนี้เธอรู้สึกมืดแปดด้านหมดหนทางหนี เธอเดินคอตกไปยังห้องพัก อัสนนท์มองตามด้วยความสงสาร เขาเล่นบทโจรลักพาตัวที่ใจร้ายกับเธอเกินไปหรือเปล่า จึงเผลอเดินตามหลังไปจนถึงหน้าประตู สิเภาหันมาเห็นเข้าก็ใ ทำท่าจะปิดประตูใส่หน้า แต่ถูกง้างประตูไว้เสียก่อน
"ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะพิศวาสคนอย่างเธอหรอกนะ ฉันแค่เข้ามาถามว่าขาดเหลืออะไร จะให้คนขับรถไปซื้อมาให้เพิ่ม" อัสนนท์ถามด้วยท่าทีสงบเพราะไม่้าให้สิเภาเครียดจนเกินไป
พูดดีก็เป็นี่นา ถ้าไม่ทำหน้าตาถมึงทึง คิ้วขมวดตลอดเวลา เขาก็จัดเป็ผู้ชายหน้าตาดีที่ชวนมองเลยเหมือนกัน
"ฉันเริ่มมีอาการปวดหน่วงท้องน้อย คิดว่าน่าจะเป็ปวดท้องรอบเดือน คงไม่เกินคืนนี้แหละ จะวานนายช่วยหาผ้าอนามัยให้หน่อยได้ไหม"
"หึ.. รอบเดือนของผู้หญิงอ่ะนะ มันต้องซื้อมากขนาดไหนถึงจะพอใช้ ฉันจะให้คนไปหาซื้อให้" อัสนนท์รับคำ
"เอาพรุ่งนี้ก็ได้ สามวันใช้แค่สี่ห้าแพคก็พอแล้ว ขอบใจนะ ตอนนี้ฉันขอพักก่อน" สิเภาพูดจบก็ปิดประตู
อัสนนท์เดินออกมางงๆ เหมือนคนไม่มีสติ
เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องไปใจดีกับตัวประกันจอมดื้อรั้นขนาดนั้น!!
แถมรับปากไว้แล้วด้วยว่าจะหาของที่่เธอ้าใช้มาให้
'ใจอ่อนให้คู่ต่อสู้ มีแต่แพ้กับตายเท่านั้น จำไว้สิ' อัสนนท์สะกดใจตัวเอง
(จบตอน)