หลังจากลงจากเวทีแล้ว อาจารย์หลี่ก็พูดชมฉีเล่ออันอย่างที่คิดกลับกันกับเหยียนหล่าง อาจารย์หลี่ไม่ได้แสดงอาการยินดีแม้แต่น้อย กระทั่งเขาพาทั้งสองคนไปทักทายประธานบริษัทผู้จัดงานเหยียนหล่างเพิ่งจะมีโอกาสได้พักหายใจ
“เด็กทั้งสองคนแสดงได้ไม่เลวเลย!” ประธานบริษัทผู้จัดงานหัวเราะกล่าวชมว่า “เยี่ยมมาก!”
อาจารย์หลี่รีบกล่าวว่า “ผู้จัดการหวังชมเกินไปแล้วพวกเขายังเด็ก”
ผู้จัดการหวังหัวเราะร่วนพูดต่ออีกว่า “เสี่ยวหล่าง ่นี้พ่อเธอเป็ยังไงบ้าง?ฉันฝากความคิดถึงไปถึงพ่อเธอด้วย”
อาจารย์หลี่ตะลึงงันงานเลี้ยงเมื่อคืนประธานไม่ได้ไปร่วมงานเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเหยียนหล่างจะรู้จักกับประธาน! ส่วนฉีเล่ออันเห็นสถานการณ์ตอนนี้ก็แอบร้องในใจว่าแย่แล้วไม่แน่ว่าเหยียนหล่างคนนี้อาจใช้ความสัมพันธ์เหล่านี้ล้างมลทิน?
เมื่อเหยียนหล่างถูกทัก สีหน้าของเขาก็กลับมาเป็ยิ้มแย้มแจ่มใสพูดตอบประธานหวังอย่างมีมารยาทว่า “พ่อผมสบายดีครับ ขอบคุณอาหวังที่ห่วงใย”
ประธานหวังพยักหน้าอย่างพอใจผู้ช่วยที่อยู่ด้านข้างพูดอะไรบางอย่างกับเขา ประธานหวังพูดว่า “เสี่ยวหล่าง...ยังมีอาจารย์คนนี้ร่วมทานอาหารกลางวันด้วยกันเถอะ”
เดิมทีฝ่ายผู้จัดงานไม่สนใจพวกเขาคิดไม่ถึงว่าประธานจะเชิญด้วยตัวเอง แน่นอนว่าอาจารย์หลี่แสดงความยินดีเต็มใบหน้าแต่เหยียนหล่างพูดโพล่งขึ้นมาว่า “อาหวัง ตอนเที่ยงเพื่อนผมมีธุระพวกเราคงไปไม่ได้”
หลังจากพูดจบ ทุกคนตะลึงลาน ฉีเล่ออันรู้ว่าเหยียนหล่างจะต้องลงมือกับเขาอีกครั้งแต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้!
แต่อาหวังกลับรู้สึกว่าเหยียนหล่างน่ารักและบริสุทธิ์ปฏิเสธตนเพราะเพื่อน จึงพูดว่า “ให้เพื่อนของเธอไปทำธุระ เธอกับอาจารย์มาก็พอแล้วไม่ใช่หรือ?เธอเนี่ยนะ ยังทึ่มทื่อเหมือนสมัยเด็ก!”
ประโยคนี้พูดได้สนิทสนมมากเมื่อได้จังหวะอาจารย์หลี่เหล่มองฉีเล่ออันแวบหนึ่ง ฉีเล่ออันตอบว่า “ใช่ครับให้ผมออกไปทำธุระคนเดียวก็พอครับ”
ดวงตาของเหยียนหล่างโค้งเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว
ทั้งสามคนพูดคุยกันจบ การแสดงชุดสุดท้ายบนเวทีก็จบลงประธานหวังต้องขึ้นไปกล่าวขอบคุณ ส่งสายตาให้พวกเหยียนหล่างและคนอื่นๆเมื่อประธานหวังเดินขึ้นไป อาจารย์หลี่พูดกับเหยียนหล่างอย่างดีใจว่า “เสี่ยวหล่างเธอรู้จักกับประธานหวัง? ทำไมไม่บอกอาจารย์เร็วกว่านี้!”
เหยียนหล่างหัวเราะเขาเหลือบมองฉีเล่ออันแล้วพูดว่า “อาหวังเป็เพื่อนของพ่อ ผมรู้จักเขาั้แ่เด็กแล้ว”
งานเลี้ยงที่กำลังจะมีขึ้นเป็โอกาสดีที่จะพบปะทำความรู้จักคนอาจารย์หลี่ไม่ปล่อยโอกาสนี้แน่นอน เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว จากนั้นพูดกับฉีเล่ออันว่า“เสี่ยวอัน เธอกลับไปเก็บของที่โรงแรมก่อน พวกเราจะกลับเที่ยวบินคืนนี้”
ถ้าเป็ชาติก่อนฉีเล่ออันต้องโกรธกับสถานการณ์นี้แน่แต่เขาเกิดใหม่อีกครั้งแล้ว เข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาก เขาก็ไม่ดื้อรั้น กล่าวว่า “ครับผมกลับไปก่อน”
อาจารย์หลี่พอใจกับ ‘ท่าที’ ของฉีเล่ออันมากฉีเล่ออันหันหลังเดินออกไปทันที
เขาโยน ‘ความกลมเกลียว’ของอาจารย์หลี่และเหยียนหล่างไว้เื้ั แต่ไม่คิดว่าเพิ่งจะออกจากหลังเวทีจะมีคนมาขวางฉีเล่ออันไว้
“ฉีเล่ออัน!” คนที่มาคุ้นหน้ามากเขาพูดกับฉีเล่ออันว่า “ทำไมเพิ่งจะออกมา! พี่เว่ยรอนายนานมาก!”
ฉีเล่ออันนึกขึ้นมาได้ว่าเขาเป็ผู้ช่วยของเว่ยฉางเฟิง!
ผู้ช่วยของเว่ยฉางเฟิงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?ไม่สิ เว่ยฉางเฟิงเขา...
ครั้งนี้ฉีเล่ออันเอ๋อไปแล้วจริงๆผู้ช่วยเห็นท่าทางของเขาก็หลุดหัวเราะออกมา “ไปกันเถอะเธอคงไม่ปฏิเสธแม้แต่พี่เว่ยหรอกนะ?”
เห็นได้ชัดว่าผู้ช่วยเพิ่งจะได้ยินฉีเล่ออันคุยกับประธานหวังตอนนี้ฉีเล่ออันรู้สึกมึนงงเดินตามผู้ช่วยเข้าไปในร้านกาแฟแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้า
ร้านกาแฟแห่งนี้อยู่ชั้นสอง เนื่องจากเป็ร้านที่เพิ่งมาเปิดใหม่ภายในร้านจึงไม่มีลูกค้า ฉีเล่ออันเดินเข้ามาก็เห็นเว่ยฉางเฟิงที่นั่งอยู่ด้านใน เว่ยฉางเฟิงสวมเสื้อกันหนาวสีเหลืองข้าวโพดบนเสื้อกันหนาวมีโลโก้สกรีนอยู่ สวมกางเกงยีนข้างมือยังมีหมวกแก็บที่นักแสดงชอบใช้วางอยู่
เว่ยฉางเฟิงกำลังคุยอะไรบางอย่างกับคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามใบหน้ามีรอยยิ้มเป็ธรรมชาติ ฉีเล่ออันอดสังเกตคนที่นั่งตรงข้ามเว่ยฉางเฟิงไม่ได้ เขาอายุมากกว่าเว่ยฉางเฟิงไม่มากสวมชุดสูทหรูหรา ท่าทางเคร่งขรึม
สายตาที่เขามองเว่ยฉางเฟิงมีความรักเอาใจใส่ทำให้ฉีเล่ออันรู้สึกประหลาดใจ
คนคนนั้นคล้ายกับรู้สึกถึงสายตาของฉีเล่ออันหันหน้ามามองเขา ในแววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจฉีเล่ออันราวกับถูกกดดันจากคนที่เหนือกว่า ร่างกายแข็งเกร็งชั่วขณะหนึ่ง
แต่คนคนนั้นก็หันไปทางอื่นเร็วมากเขาพูดกับเว่ยฉางเฟิงสองสามประโยค เว่ยฉางเฟิงหันมามองฉีเล่ออัน
สายตาของเว่ยฉางเฟิงมีรอยยิ้ม ผู้ช่วยดันฉีเล่ออันไปกระซิบว่า “หืม? มองอะไร?”
ฉีเล่ออันถึงจะรู้สึกตัวแล้วเดินเข้าไป
ตอนนี้คนที่อยู่ตรงข้ามเว่ยฉางเฟิงลุกขึ้นฉีเล่ออันได้ยินประโยคสุดท้ายที่เขาพูดกับเว่ยฉางเฟิง “คืนนี้กลับบ้านเร็วหน่อยไปกินข้าวด้วยกัน”
ฉีเล่ออันสับสน คนคนนี้เป็ใคร?ทำไม...ทำไมคุยกับเว่ยฉางเฟิงอย่างสนิทสนม?
เว่ยฉางเฟิงพยักหน้า เขาส่งชายคนนั้นก่อนจากนั้นค่อยหันมาพูดกับฉีเล่ออันว่า “เสี่ยวอัน ไม่เจอกันนาน”
ก็ไม่ได้นานขนาดนั้นไหม...
ความรู้สึกในใจของฉีเล่ออันสับสน เว่ยฉางเฟิงถามว่า“ดื่มอะไรไหม? ฉันไปชงให้นาย”
สิ่งที่เว่ยฉางเฟิงพูดคือ ‘ฉันไปชงให้นาย’ ไม่ใช่ ‘ฉันเลี้ยงนาย’ ฉีเล่ออันยืนอึ้ง เว่ยฉางเฟิงกลอกตาเขาพูดว่า “ถือว่าเป็การขอบคุณที่นายดูแลฉันคราวก่อน”
ฉีเล่ออันเข้าใจแล้วว่าเว่ยฉางเฟิงพูดถึงตอนที่ตัวเองเมานึกถึงท่าทางตอนเมาของเว่ยฉางเฟิง ฉีเล่ออันก็กลั้นขำไม่อยู่เว่ยฉางเฟิงพาฉีเล่ออันไปยังเคาน์เตอร์ พูดว่า “ให้นายดื่มเครื่องดื่มสักแก้ว เด็กๆชอบกินแบบนั้น”
ฉีเล่ออันอยากโต้กลับว่าตนไม่ใช่เด็กแต่ก็ต้องเงียบไว้ ภายในร้านกาแฟแห่งนี้ไม่มีลูกค้าคนอื่น มีเพียงผู้ช่วยที่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ที่โต๊ะข้างประตู ฉีเล่ออันสังเกต เว่ยฉางเฟิงพูดหยอกล้อว่า “อีกหน่อยนายต้องมาอุดหนุนร้านฉันนะ”
ที่แท้ร้านนี้เป็ของเว่ยฉางเฟิง
ชาติก่อนฉีเล่ออันเคยได้ยินว่าเว่ยฉางเฟิงมีธุรกิจอะไรสักอย่างในใจเขารู้สึกหวานคล้ายกับว่าทั้งสองคนมีความลับร่วมกันเว่ยฉางเฟิงชงเครื่องดื่มให้ฉีเล่ออันที่เคาน์เตอร์ ท่าทางคล่องแคล่วไม่ถึงสองนาที เครื่องดื่มของฉีเล่ออันก็เสร็จแล้วเครื่องดื่มสีฟ้าในแก้วทรงสูงมีฟองอากาศเล็กๆ อยู่ด้านใน เว่ยฉางเฟิงพูดว่า“ชิมสิ”
ฉีเล่ออันหยิบขึ้นมาชิมคำหนึ่ง รสหวานจากน้ำซึมซาบเข้าสู่หัวใจ
“เป็ยังไงบ้าง?”เว่ยฉางเฟิงมองฉีเล่ออันอย่างรอคอย
ฉีเล่ออันกินอีกคำหนึ่ง พูดว่า “อยากกินอีก”
เว่ยฉางเฟิงหัวเราะร่าฉีเล่ออันพบว่าคนที่อ่อนโยนแบบนี้หัวเราะแล้วน่ามองเป็พิเศษ
ผู้ช่วยที่อยู่ห่างออกไปมองทั้งสองคนก็ก้มหน้าเล่นมือถือต่อเว่ยฉางเฟิงหันไปล้างอุปกรณ์ที่เพิ่งใช้ชงเครื่องดื่มเมื่อสักครู่ ฉีเล่ออันรีบบอกว่า“ผมช่วย!”
เว่ยฉางเฟิงส่ายหน้า พูดว่า “วันนี้มาขอบคุณนายจะให้นายช่วยได้ยังไง”
ฉีเล่ออันนั่งอยู่บนเก้าอี้ มองเว่ยฉางเฟิงที่เอาของที่ล้างเสร็จแล้ววางทีละชิ้นจากนั้นหันหน้ามาถามฉีเล่ออันว่า “เที่ยงนี้อยากกินอะไร?”
มีแวบหนึ่งที่ฉีเล่ออันอยากบอกว่าอยากไปกินข้าวที่บ้านนายแต่เขายังคงพูดว่า “เป็ดย่างไหม ได้ยินว่าเป็ดย่างเมือง B มีชื่อเสียงมาก”
เว่ยฉางเฟิงพยักหน้า บอกผู้ช่วยให้จองที่นั่งให้สองคนจากนั้นพูดกับฉีเล่ออันว่า “เมื่อสักครู่นายร้องเพลงเพราะมาก”
ได้รับคำชมจากเว่ยฉางเฟิงฉีเล่ออันก็หน้าแดงอย่างไร้สาเหตุ เขาพูดว่า “แค่...แค่พอได้...”
เว่ยฉางเฟิงหัวเราะแต่ไม่ได้พูดอะไร
ผู้ช่วยมาบอกกับทั้งสองคนว่า “จองที่นั่งเรียบร้อยแล้วจะไปเลยไหม?”
เว่ยฉางเฟิงดูเวลาแล้วบอกกับผู้ช่วยว่า“ไปกันเถอะ”
ผู้ช่วยหยิบกุญแจที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์แล้วพูดว่า“ฉันลงไปขับรถก่อน อีกเดี๋ยวจะโทรหา”
เว่ยฉางเฟิงพยักหน้า เมื่อผู้ช่วยเดินจากไปฉีเล่ออันรีบดื่มเครื่องดื่มที่เว่ยฉางเฟิงชงให้กับมืออีกไม่กี่อึก เว่ยฉางเฟิงหัวเราะว่า “กินไม่หมดก็ไม่ต้องกินแล้ว”
เครื่องดื่มใส่โซดาเข้าไปฉีเล่ออันคิดจะพูดก็เรอเอิ๊กออกมา สีหน้าเขายังไม่ทันแดงด้วยความอาย เว่ยฉางเฟิงก็พูดอย่างจริงจังว่า“อืม หลังจากนี้ถ้าจะเลี้ยงข้าวคนอื่นต้องให้กินเครื่องดื่มก่อนจะได้ประหยัดเงิน”
ฉีเล่ออัน “...”
ขณะเว่ยฉางเฟิงกำลังพูดล้อฉีเล่ออันก็ดื่มเครื่องดื่มอึกสุดท้ายหมด
เว่ยฉางเฟิ่งหัวเราะพลางส่ายหน้าจากนั้นก็ไปล้างแก้ว
เสียงริงโทนดังขึ้น ฉีเล่ออันเพิ่งรู้ว่าเสียงริงโทนของเว่ยฉางเฟิงเป็เพลงภาษาอังกฤษที่เพราะมากเว่ยฉางเฟิงไม่คิดจะรับสาย พูดกับฉีเล่ออันว่า “เสี่ยวอัน รับสายให้ที”
เป็ผู้ช่วยโทรเข้ามาบอกตำแหน่งที่รถจอดอยู่ทำให้ทั้งสองคนเก็บของเสร็จก็ลงไป มือถือของเว่ยฉางเฟิงคือไอโฟนรุ่นแรกภาพหน้าจอโทรศัพท์เป็ภาพวิวภาพหนึ่ง ฉีเล่ออันวางสายแล้วบอกกับเว่ยฉางเฟิงว่า “รถมาจอดรอแล้ว”
เว่ยฉางเฟิงล้างแก้วเสร็จแล้ว กำลังใช้กระดาษเช็ดมือพอดีได้ยินก็เดินออกมาทั้งยังเช็ดมืออยู่พร้อมกับพูดว่า “อืม ไปกันเถอะ”
ฉีเล่ออันช่วยเว่ยฉางเฟิงหยิบหมวกที่วางอยู่บนโต๊ะ เว่ยฉางเฟิงหัวเราะ เขาโยนกระดาษลงถังขยะสวมหมวกแล้วเดินนำฉีเล่ออันออกจากร้านกาแฟ
ทั้งสองคนเดินลงบันไดทางบันไดหนีไฟ หลบคนที่กรูกันเข้ามาที่ที่จอดรถชั้นใต้ดินรถบูอิค[1]สีขาวคันหนึ่งกะพริบไฟสองครั้งเว่ยฉางเฟิงเปิดประตูด้านหลังแล้วเข้าไปนั่ง
ฉีเล่ออันรู้ว่าตัวเองต้องนั่งข้างคนขับทำได้เพียงนั่งด้านหลังกับเว่ยฉางเฟิงอย่างกระอักกระอ่วน ผู้ช่วยขับรถออกจากที่จอดไม่สนใจบรรยากาศเย็นเยือกในรถ แต่ฉีเล่ออันยังรู้สึกว่าร่างกายร้อนผ่าวไปทั้งตัว
และในเวลานี้เองเว่ยฉางเฟิงแค่นเสียงหัวเราะเขาถามฉีเล่ออันว่า “พี่น่ากลัวมากเหรอ?”
ฉีเล่ออันพูดอย่างลนลานว่า “หา?พี่เว่ย...พี่เว่ยไม่น่ากลัว!”
“แล้วเธอตื่นเต้นอะไร?”แววตาเว่ยฉางเฟิงกำลังหัวเราะ
หน้าฉีเล่ออันค่อยๆ แดงขึ้น เขารู้สึกว่าตัวเองยิ่งร้อนขึ้น
ผู้ช่วยที่นั่งอยู่ด้านหน้ายังอดแซวไม่ได้ว่า“เป็เพราะพี่เว่ยของพวกเราหล่อเกินไป!”
เว่ยฉางเฟิงหยิบมือถือขึ้นมาอ่านข่าวพูดอย่างไม่รีบร้อนว่า “เขาเป็ผู้ชาย เป็อย่างที่นายแซวที่ไหนกัน”
ผู้ช่วยหัวเราะแล้วขับรถต่อไปฉีเล่ออันที่อยู่ในบทสนทนาของทั้งสองคนก็ผ่อนคลายมากขึ้น
คิดไม่ถึงว่า...ชาตินี้ตนจะได้ใกล้ชิดกับเว่ยฉางเฟิงขนาดนี้...
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/d2046ddc3319552b928779826a7f3833
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่เปลี่ยนเทพบุตรคนนั้นเป็สามีที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #เปลี่ยนเทพบุตรคนนั้นเป็สามี#readAwrite ด้วยน้า
[1] บิวอิคก์ หรือ บูอิค (อังกฤษ: Buick) เป็ยี่ห้อรถยนต์ระดับหรูของสหรัฐอเมริกาในเครือเจเนรัลมอเตอร์(จีเอ็ม) รถยนต์บิวอิคก์มีจำหน่ายอย่างเป็ทางการในสหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก จีนและอิสราเอล บิวอิคก์ขึ้นชื่อว่าเป็ยี่ห้อรถยนต์ที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาที่ยังคงอยู่รถยนต์ของบิวอิคก์เกือบทุกรุ่นยังมีส่วนคล้ายกับรถยนต์จากยี่ห้ออื่น ๆ ในเครือจีเอ็มทางด้านสถาปัตยกรรมของรถยนต์อีกด้วย