ช่างมนตราผ่าโลกเวทมนต์

    บทที่ 42 เพลิงมนตราและรูน

           ลุงประดิษฐ์ลูบเคราแพะของตัวเองก่อนจะอธิบาย "เพลิงมนตรา ก็คือเพลิงที่มีพลังทำลายล้างสูงกว่าเปลวเพลิงมานาทั่วไปจนไม่อาจเทียบได้ เพลิงมนตราบางชนิดก็มีความพิเศษเหนือจินตนาการ ทำให้ผู้วิเศษที่ได้ครอบครองเหนือกว่าผู้วิเศษระดับเดียวกันไปไกลโข ไม่ว่าจะเป็นเปลวเพลิงวิเศษที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เปลวเพลิงของสัตว์วิเศษระดับสูง หรือเปลวเพลิงที่ผู้วิเศษเหนือฟ้ารังสรรค์ขึ้นมา เพลิงมนตราแบ่งเป็นสามชนิดใหญ่ๆ ก็คือ..."


           "เพลิงธรรมชาติ... เกิดจากมานาธาตุไฟที่รวมตัวกันอย่างหนาแน่นในสถานที่พิเศษหลายร้อยหลายพันปีจนในที่สุดก็เกิดเป็นเพลิงมนตราขึ้นมา เพลิงชนิดนี้ดุร้าย ป่าเถื่อน เหมือนดังธรรมชาติที่ต้องการลงโทษผู้วิเศษ"


           "เพลิงสัตว์วิเศษ... เกิดจากสัตว์วิเศษที่มีสังกัดหรือสายเลือดธาตุไฟระดับสูง ทำให้มันสามารถปล่อยเปลวเพลิงที่เหนือกว่าเพลิงเวทมนตร์จากผู้วิเศษปกติไปหลายขุม ถึงแม้จะเรียกชื่อมันว่าเพลิงสัตว์วิเศษ แต่ก็มีพืชบางชนิดที่สามารถให้กำเนิดเปลวเพลิงสัตว์วิเศษได้เช่นกัน"


           "ส่วนเพลิงประดิษฐ์หรือเพลิงผู้วิเศษน่ะหรือ... มันเกิดจากการลองผิดลองถูกด้วยวิธีพิสดารของเหล่าผู้วิเศษอันบ้าคลั่ง แม้ในด้านความร้อนบริสุทธิ์พวกมันอาจจะสู้เพลิงธรรมชาติหรือเพลิงสัตว์วิเศษไม่ได้เลย แต่สิ่งที่ทำให้มันน่ากลัวคือ 'ความพิเศษ' ที่ถูกออกแบบมาเฉพาะทาง บางดวงสามารถหลอมโลหะที่เพลิงอื่นหลอมไม่ได้ บางดวงถูกสร้างมาเพื่อนำทางให้แก่ผู้หลงทาง"


           "แม้ว่าโลกของผู้วิเศษจะมีเปลวเพลิงมากมายมหาศาลหลายร้อยหลายพันชนิด แต่ก็มีเปลวเพลิงเพียงหยิบมือเท่านั้นที่อยู่เหนือกว่าเปลวเพลิงมนตราทั่วไป โดยมีผู้วิเศษจัดทำ 'ทำเนียบเพลิงมนตรา' ขึ้นมา ในทำเนียบมีเปลวเพลิงด้วยกันทั้งหมดสี่สิบเก้าชนิด และเปลวเพลิงธรรมชาติระดับสูงทั้งหมดล้วนอยู่ในทำเนียบ แม้ว่าจะมีเพลิงสัตว์วิเศษและเพลิงผู้วิเศษส่วนน้อยที่จะเบียดตัวเองเข้าไปในตารางทำเนียบเพลิงนี้ได้... เป็นไง มีคำถามมั้ย"


           "เยอะเลยลุง ผมมีอะไรไม่เข้าใจเยอะมาก" ภัทรเกาหัวแกรกๆ "สรุปว่าเพลิงมนตราคือเพลิงที่ดีกว่าเพลิงเวทมนตร์ที่ผู้วิเศษร่ายคาถากันถูกมั้ยครับ แล้วทำเนียบเพลิงมนตราคือยังไง ใครเป็นคนกำหนด กำหนดด้วยกฎเกณฑ์อะไร แล้วผู้วิเศษเหนือฟ้าคืออะไร ทำไมถึงมีคำว่าเหนือฟ้าด้วยครับ"


           ลุงประดิษฐ์เผลอเอามือปิดปากโดยไม่รู้ตัว คิดเล็กคิดน้อยอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบ "ข้าลืมไปว่ามันเป็นความลับ ข้าถูกสั่งมาว่าห้ามเผยแพร่กับคนอื่น และเอ็งก็ยังไม่ถึงเวลาที่ควรรู้ แต่ต้องบอกไว้อย่างหนึ่ง..."


           ลุงประดิษฐ์ก้มลงมาเพื่อกระซิบข้างหูภัทร "ความจริงผู้วิเศษไม่ได้สิ้นสุดแค่ระดับหกหรอกนะ..."


           ก่อนจะผละออกไปแล้วเปลี่ยนเรื่องอธิบายต่อ "เอาเป็นว่าทำเนียบเปลวเพลิงเกิดจากผู้วิเศษในยุคก่อน มีทั้งหมดสี่สิบเก้าชนิด แบ่งเป็นเพลิงธรรมชาติสามสิบเอ็ดชนิด เพลิงสัตว์วิเศษสิบสามชนิด และเพลิงผู้วิเศษห้าชนิด โดยเพลิงที่อยู่ในทำเนียบทั้งหมดเป็นระดับหกขึ้นไป และกว่าครึ่งได้สูญหายไปตามกาลเวลาแล้ว หรือไม่ก็รอช่วงเวลาเกิดใหม่อยู่"


           ภัทรตกใจกับคำตอบของลุงประดิษฐ์มาก เหนือกว่าระดับหกไม่ใช่ว่ามี เจ็ด แปด เก้า เลยเหรอ? แล้วผู้นำประเทศสีมาของเรายังมีระดับหกแค่คนเดียว! ภัทรคิดไม่นานก็ถอนหายใจ คิดไปก็ไม่ได้ประโยชน์จึงถามต่อ


           "แล้วทำไมถึงมีแค่สี่สิบเก้า ไม่มีห้าสิบไปเลยล่ะครับจะได้พอดี แล้วเพลิงเกิดใหม่ได้ด้วยเหรอครับ"


           "ข้าจะไปรู้เหรอ ไอ้พวกเทียนหลงมันชอบตั้งอะไรแบบนี้อยู่แล้วตามความเชื่อแปลกๆ ของพวกมัน และแน่นอนเมื่อทีเพลิงที่ดับไปก็ต้องมีเกิดใหม่ขึ้นมา ถึงได้เรียกว่าเพลิงธรรมชาติยังไงเล่า"


           "แล้วลุงมีเพลิงวิเศษกับเขาบ้างมั้ยครับ" ภัทรทำหน้าคาดหวัง


           "จะบอกว่ามีก็มีอยู่" ลุงประดิษฐ์ล้วงเข้าไปในเสื้อช่างของแก คลำหาไปมาอยู่พักหนึ่ง ก็หยิบตลับทองเหลืองที่สีดูเก่าและสกปรกจากคราบน้ำมันขึ้นมาอันหนึ่ง


           "ไอ้หนู เขยิบถอยไปหน่อย ข้าจะโชว์ให้ดู"


           ภัทรเดินถอยไปหลายก้าวอย่างว่าง่าย เมื่อเห็นว่าภัทรอยู่ไกลจนปลอดภัยแล้ว แกก็เปิดตลับออก เปลวเพลิงสีเหลืองสว่างก็พวยพุ่งออกมาจากตลับนั้น เมื่อเพลิงสีเหลืองออกมาด้านนอก อุณหภูมิในห้องก็ร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วจนเจ้าจิ๊ดริดวิ่งหนีออกไปแอบนอกห้อง ไม่ถึงหนึ่งนาทีลุงก็ปิดตลับแล้วโยนเก็บไว้ที่เดิม


           "มันคือเพลิงอะไรเหรอครับลุง" ภัทรเดินกลับมาที่เดิมด้วยสายตาวิบวับ


           "มันคือเพลิงหลวงราชภัณฑ์ เพลิงประดิษฐ์ระดับสองขั้นกลาง ทางหน่วยงานจะจัดหาให้แก่ช่างหลวงที่มีคุณงามความดี มันมีความร้อนสม่ำเสมอ ทำให้หลอมโลหะได้ในปริมาณมาก เพียงแต่หากไปใช้ในการต่อสู้กับคนร้ายก็อาจจะธรรมดาเกินไปซะหน่อย"


           "แล้วผมมีโอกาสได้รับมันมั้ยครับ"


           "ข้าว่าอย่าไปเอามาเลยจะดีกว่า เพราะมันถูกประทับตราเอาไว้ เอาไปใช้เพื่อยกระดับพลังไม่ได้ แถมห้ามใช้เพื่อการอื่นนอกราชการอีก จะเอาก็ไปเอา 'เพลิงเตาไฟสีอิฐ' ของสมาคมช่างมนตราจะดีกว่า ถึงจะเป็นเพลิงระดับสองขั้นต้น แต่ใช้งานสะดวกกว่าเยอะ โดยวิธีการได้รับคือเอ็งต้องเลื่อนขั้นเป็นช่างมนตราระดับสองให้ได้แค่นั้นเอง"


           "อย่างนั้นเหรอครับ เข้าใจแล้ว... ผมจะต้องเป็นช่างมนตราระดับสองให้ได้ จะได้เอามาอวดลุง"


           "ฮ่าๆ ดีๆ การมีเป้าหมายเป็นเรื่องที่ดี แต่เอ็งต้องไปฝึกเขียนรูนมาก่อน" ลุงหยิบหนังสือหน้าปกขาดๆ แถมหายไปหลายหน้าส่งให้ภัทร "นี่หนังสือฝึกรูน ไปอ่านแล้วลองเขียนรูนพื้นฐานดูนะ"


           "ได้เลยครับ" ภัทรรับหนังสือมาพลิกดู มันมีอยู่ไม่กี่หน้า เขาเห็นอักษรแปลกๆ ขนาดใหญ่และคำอธิบาย ซึ่งไม่รู้ว่าเนื้อหาที่มีมันครบรึเปล่า


           "แต่ก่อนอื่น เอ็งจะต้องมีของที่ใช้จุดไฟเวทมนตร์ของเอ็งก่อน อยากให้ข้าทำรูปแบบไหนให้ดีล่ะ"


           "ผมมีไฟแช็กที่ติดตัวมาตอนผมอยู่โลกชาวสามัญ พอจะใช้ได้มั้ยครับ" ภัทรล้วงกระเป๋าหยิบไฟแช็กโลหะแบบใส่น้ำมันส่งให้ลุงประดิษฐ์


           ลุงประดิษฐ์หยิบขึ้นมาพลิกดูก่อนจะพยักหน้า "พอจะใช้ได้ชั่วคราวซักปี หลังจากนั้นค่อยทำใหม่ตอนเอ็งถึงระดับหนึ่งแล้วก็ได้ เอาล่ะ ถ้าเอ็งจะฝึกเขียนรูน เอ็งไปนอนห้องข้างๆ ก็ได้นะ เพราะมันทำให้สัญญาณเตือนภัยดังถ้าจะฝึกในนี้ เดี๋ยวข้าจะถลุงแร่ให้"


           "ได้ครับ ขอบคุณมากนะครับ จิ๊ดริด เราไปกันเถอะ"


           "จิ๊ด!" เจ้าหนูขนน้ำตาลแดงเกาะไหล่เขา กลับไปห้องที่เคยประกอบพลั่วยุทธวิธี โดยมีลุงประดิษฐ์ยิ้มส่ง


           ภัทรเข้ามาในห้องก็ให้ขนมเจ้าจิ๊ดริดก่อนจะเริ่มอ่านหนังสือฝึกรูน ด้วยความเก่าทำให้คำอธิบายหายไปหลายหน้า บางหน้าด้านในก็หลุดหายไปแล้วเช่นกัน มีเพียงหัวข้อวิธีเขียนรูนเวทมนตร์ รูนพื้นฐาน กับอักษรรูนหลายชนิด ภัทรจึงเริ่มอ่านจากวิธีเขียนรูน


           สิ่งที่สำคัญในการเขียนรูนมีสองอย่าง หนึ่ง... วัสดุที่ใช้จะต้องเป็นโลหะเวทมนตร์เพื่อให้สามารถทนต่อพลังเวทมนตร์ของรูนได้ สอง... ต้องเขียนด้วยแท่งหรือลิ่มสลักรูน มิเช่นนั้นจะไม่สามารถสลักได้หรืออาจจะเกิดความผิดพลาดเมื่อใช้งาน


           รูนเริ่มต้นที่แนะนำสำหรับมือใหม่ประกอบด้วย รูนเสริมแกร่ง รูนสงบ และรูนซ่อมแซม ภัทรเงยหน้าขึ้นมองก่อนหยิบชิ้นส่วนทองแดงของพลั่วยุทธวิธีที่ไม่ได้ประกอบขึ้นมา ส่วนลิ่ม... ภัทรหยิบ 'แท่งสลักโบราณ' ขึ้นมา เขาไม่ได้หยิบมันขึ้นมาใช้งานเลยนับตั้งแต่เรื่องวันนั้น และนี่คือการใช้งานครั้งแรก


           "ไหนดูซิ ต้องส่งเวทมนตร์เข้าไปในแท่ง..." ภัทรปล่อยพลังเวทมนตร์ของเขาผ่านฝ่ามือเข้าไปในแท่งสลัก แต่พบว่ามันไม่เสถียรเอาเสียเลย


           "อืม อาจจะต้องใช้วิธีอื่นช่วย จริงสิ! วิชาช่างไง"


           "หัตถ์คว้ามนตรา" ฝ่ามือของภัทรมีเส้นแสงสีทองแดงเชื่อมกันจากปลายนิ้ว เขาใช้มือข้างนั้นจับแท่งสลัก ปรากฏว่ากระแสเวทมนตร์เกิดความเสถียรขึ้น แท่งสลักเปิดลวดลายสว่างจางๆ สีขาวอ่อนขึ้นมาตรงปลายแหลม


           "งั้นเริ่มจากรูนเสริมแกร่ง"


           ภัทรเริ่มจรดแท่งรูนลงบนแผ่นทองแดงเวทมนตร์พลางท่องความสามารถของรูนในหนังสือ "รูนเสริมแกร่งคือรูนที่ช่วยให้พื้นผิวของสิ่งที่สลักลงไปแข็งแรงขึ้นเมื่อใช้งาน ในระดับเริ่มต้นจะทำให้ของที่ถูกสลักแตกหักเสียหายได้ยากขึ้น... เอาล่ะ ลากเส้นคร... บ..."


           จู่ๆ ภัทรก็รู้สึกหน้ามืดเหมือนขาดน้ำตาล เขาพบว่าพลังเวทในร่างกายเหือดแห้งจนเกือบหมด ส่วนแผ่นทองแดงที่สลักรูนหน้าตาบูดเบี้ยวก็ดูแข็งแรงขึ้นทันตา ภัทรรีบหยิบน้ำยาฟื้นพลังที่ริศทำทิ้งไว้ให้ขึ้นมาดื่ม ก่อนจะนั่งทำสมาธิ อาการจึงค่อยๆ ดีขึ้น ความรู้สึกผิดก็แล่นขึ้นมาในใจ "แม้แต่ตอนนี่ พี่ริศก็ยังคงช่วยเรา... ไม่ได้ๆ จะยอมแพ้ไม่ได้ เพื่อกำไลของพี่ริศ สู้ตาย!"


           จากนั้นภัทรก็ทำการฝึกต่ออีกหลายครั้ง และลองเปลี่ยนรูนดูบ้าง แต่เที่ยวนี้เขาไม่ประมาท เขาถือหินเวทมนตร์เพื่อฟื้นพลังขณะเขียนไปด้วย จนในที่สุดเขาก็สามารถเขียนรูนได้ทั้งสามชนิด ก่อนที่เขาจะอ่อนเพลียจากการใช้มานาเกินตัวจนหลับไป


           ลุงประดิษฐ์เดินเข้ามาในห้องจิ๊ดริด รีบวิ่งไปหาลุง


           "เบาๆ เดี๋ยวไอ้หนูตื่น" จิ๊ดริดเหมือนจะเข้าใจ มันหมุนรอบตัวลุงครั้งหนึ่งก่อนจะกลับไปนอน


           ลุงทำการห่มผ้าให้ภัทร ก่อนจะสังเกตเห็นแผ่นทองแดงที่มีการสลักรูนไว้ เขาหยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะขมวดคิ้ว


           "นี่มัน..." ไม่รอช้าลุงถ่ายพลังเวทลงไป แผ่นทองแดงที่ยับย่นก็กลับคืนรูปเป็นแผ่นเรียบดังเดิม


           "เป็นไปได้ยังไงกัน..." ลุงมองสำรวจไปทั่วห้องก่อนจะสายตาไปหยุดที่แท่งสลักโบราณ เนตรพิมพ์เขียวสว่างวาบขึ้นในดวงตาทั้งสองข้าง พร้อมกับ 'หัตถ์สีเงิน' ที่ปรากฏขึ้นมาจับแท่งสลัก ข้อมูลมากมายไหลบ่าสู่ดวงตาของลุง เพียงไม่นานลุงก็ต้องรีบหลับตาเพราะทนรับพลังของมันไม่ไหว


           "ไอ้หนูนี่ ตาถึงใช่เล่น" ลุงยิ้มมุมปากก่อนจะวางแท่งสลักลง ห่มผ้าให้ภัทรให้เรียบร้อยแล้วเดินออกจากห้องไป

    คล้ายกับเรื่องช่างมนตราผ่าโลกเวทมนต์ ที่คุณอ่าน