“ คนที่ฆ่าอี้หาน พี่คิดว่าหรงเอ๋อร์น่าจะเดาได้แล้ว “
“ นายอำเภออี้เฟิง “
“ อืม แต่ก็ยังมีเื่ที่ยังอธิบายไม่ได้รวมถึงยังขาดหลักฐาน “ เช่นนั้นก็คงให้เ้าตัวนั่นแหละที่ใช่เป็หลักฐานในการมัดตัว
“ เช่นนั้น เกรงว่าคงต้องมีเื่คุยกับอี้เฟิงเสียแล้ว “ เลี่ยงหรงคิดว่าตนเหมาะกว่าอยู่บ้าง เพราะยังมิแน่ใจว่าอี้เฟิงเคยเห็นใบหน้าของชินอ๋องบ้างหรือเปล่า ถ้ารู้จักขึ้นมานั่นจะทำให้เ้าตัวโผล่หางออกมายาก
“ ลำบากเ้าแล้ว “
“ มิเป็ไรขอรับ “
“ อย่าฝืนมากละ “ ข้าจะฝืนอันใดกัน ดูน่าสนุกเสียด้วยซ้ำไป
“ พรุ่งนี้แค่คุยกันเล็กน้อย หากมีเื่อันใดต้องรบกวนพี่เหลียงแล้ว “
“ ตอนนี้เริ่มมืดแล้ว เ้าพักผ่อนเถิด “ จบคำพูดก็เอนกายลงนอนทันที เพราะยังไงเสียคดีก็ใกล้จะจบลงแล้ว
วันรุ่งขึ้น
เหลียงซานตื่นเช้ามากกว่าปกติเพื่อมาเตรียมตัวทำอาหารให้กับเลี่ยงหรง เมื่อทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ให้เสี่ยวซานไปตามนายอำเภออี้เฟิงให้มาที่พักในยามซื่อให้บอกไปว่าแม่ทัพเลี่ยงมีเื่จะพูดด้วย
พอเลี่ยงหรงตื่นขึ้นมาก็ให้มาทานอาหารเช้าก่อน
“ ทานเยอะๆเล่า “
“ พี่ตักให้ข้าเยอะเกินไปแล้ว “
“ ก็หรงเอ๋อร์ผอมลงอีกแล้ว “ นอกจากมื้อเช้าแล้วเลี่ยงหรงก็มิได้ทานอาหารมากนัก บางทีก็เหนื่อยแล้วก็เครียดด้วย ทำให้ตอนมาอยู่ที่นี่วันแรกๆจึงทานอาหารได้น้อย
“ ปิดคดีโจรได้ข้าคงกลับมาเป็อย่างเดิมแน่นอน “ แต่จะได้พักมั้ยก็อีกเื่
“ หึๆ พ่อครัวตำหนักพี่ทำอาหารอร่อยมาก หรงเอ๋อร์อยากมาพี่ต้อนรับเสมอ “
“ พ่อครัวจวนข้าก็ทำอาหารอร่อย “ ถึงฝีมือจะไม่อร่อยเท่าพี่ก็เถอะ แต่ก็ทานได้ก็อยู่ดี
ยามซื่อ
“ คารวะท่านแม่ทัพขอรับ ข้าน้อยเห็นทหารมาแจ้งว่าท่านแม่ทัพมีเื่จะพูดกับข้า “
“ อืม นั่งก่อนเถิด “ เหลียงซานออกไปข้างนอกแต่ก็ทิ้งเสี่ยวซานไว้ข้างใน ยังไงเสียตนก็ได้ยินอยู่แล้ว จึงนั่งจิบชาฟังดีกว่า
“ ข้าน้อยได้ยินมาว่าท่านแม่ทัพเจอเข้ากับพวกโจรแล้ว ไม่ทราบว่าเจอแร่ทองคำหรือยังขอรับ “ เลี่ยงหรงยิ้มมุมปากก่อนจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งตามปกติ
“ แน่นอนว่าข้าเจอแล้ว “ เมื่อเห็นแววตาของอี้เฟิงดูหวั่นไหวก่อนจะกลับมาทำหน้าเหมือนกับมิมีอันใดเกิดขึ้น
“ โชคดีแล้ว นึกว่าจะมิได้กลับมาเสียแล้ว “
“ แต่ข้าคิดว่าบางทีก็น่าเสียดาย “
“ เสียดายอันใดหรือขอรับ “
“ ก็ที่ว่าน้องชายของเ้าตายแล้วยังไงเล่า ท่านว่าหรือไม่นายอำเภออี้เฟิง “ เอ่ยถามออกไปด้วยใบหน้าสงบนิ่งมีกลิ่นอายความเ็าออกมาอยู่หน่อยๆ ทำเอารอยยิ้มของอี้เฟิงหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
“ นั่นสิ น่าเสียดาย “
“ ท่านว่า เสียดายที่โดยฆ่าตายหรือเสียดายที่มิได้ “ แววตาของอี้เฟิงแข็งกาวขึ้นมา ใบหน้าถึงตึงขึ้นมาทันที แต่ก็ใช่เวลามินานนักใบหน้าของอี้เฟิงก็ดูสงบมากขึ้น นั่นแสดงว่าเ้าตัวเริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้น แต่ภายในใจคงร้อนรนน่าดู
เพราะการที่เลี่ยงหรงถามออกมาเช่นนี้ก็มิต่างอันใดราวกับว่าไปรู้เื่บางอย่างมา
“ ข้าไปพบสิ่งที่น่าสนใจในจวนของพวกโจรเสียด้วย “ เสี่ยวซานที่ได้ยินเลี่ยงหรงกล่าวเช่นนี้ก็หยิบถุงใบชาที่เจอในห้องครัวของโจร และอีกอันหนึ่งมาจากจวนของอี้เฟิง
“ … “
“ ข้าไปเจอในจวนของโจร แล้วอันนี้ไปเจอที่จวนของเ้า “
“ ก็แค่ใบชาก็เหมือนกันนั่นแหละ “ คำตอบที่อี้เฟิงตอบมาเริ่มมิมีความนอบน้อมเหมือนคราวแรกเสียแล้ว คงกำลังคิดหาคำแก้ตัวอยู่เสียมากกว่า
“ เช่นนั้น เอกสารนี้เหล่าเป็อย่างไร “ เป็เอกสารที่ให้เยว่ซินไปค้นเมื่อวันแรก
“ เอกสารนั่นอาจจะเป็ของอี้หานก็ได้นะขอรับ “
“ หืม ไยถึงคิดว่าเป็ของอี้หานละ “
“ ลายมือแบบนี้มีแต่อี้หานเท่านั้นแหละ “
“ เช่นนั้นอี้หานเองก็มีความผิดร่วมมือกับโจร มีการลักลอบทั้งแร่ทองคำ แร่สีขาว และยังมีคดีที่เด็กหายตัวไปอีก น้องชายเ้านี่มิธรรมดาเลยทีเดียว “ เลี่ยงหรงพูดไปเรื่อยๆแต่มีกดน้ำเสียงลง
“ นั่นแหละ คงเป็เช่นนั้น “ เพราะทุกอย่างล้วนถูกชี้ไปที่อี้หานหมด เลยทำให้ใครบางคนมันรอดอยู่ถึงทุกวันนี้ไง
“ พูดปดต่อหน้าข้า มิคิดว่าข้าจะมิรู้หรืออย่างไรอี้เฟิง “
“ ละ เหลวไหล “ สติเริ่มมิอยู่กับเนื้อกับตัวแล้วสิ เอาละร้อนรนมากกว่านี้อีกหน่อยสิ “ ข้าน้อยไม่เข้าใจตามที่ท่านกล่าวมาสักนิด “
“ งั้นเ้าไม่เข้าใจตรงไหนรึ เื่โจร ลักลอบขายแร่ คดีเด็กหายตัวไป หรือว่าเ้าฆ่าอี้หานกันละ “ เลี่ยงหรงเอ่ยถามออกมาราวกับว่าเื่ที่สนทนากันอยู่เป็เพียงเื่ธรรมดาๆเพียงเท่านั้น ผิดกับอี้เฟิงทีใบหน้าเริ่มซีดเผือดลงไปทุกที แต่ก็คุมควบตนเองไว้ได้อยู่
“ ท่านแม่ทัพการที่ท่านกล่าวหาข้าน้อยแบบนี้ เกรงว่าต้องมีหลักฐานมายืนยันเสียด้วย “ เลี่ยงหรงกระตุกยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยันราวกับว่ากำลังสนุกเื่ตรงหน้า
“ นั่นสินะ เช่นนั้นท่านสนใจไปคุยกับท่านเหลียงซานดีหรือไม่ “ อี้เฟิงทำท่าจะปฏิเสธแต่จู่ๆ ก็เห็นใบหน้าของบุรุษที่เดินออกจากห้องไปก่อน
เหลียงซาน
นั้นสิใช่นามของชินอ๋องหรอกรึ
สีหน้าของอี้เฟิงเริ่มตึงขึ้นเรื่อยๆ เริ่มทำตัวไม่ถูก เกรงว่าคนที่อยู่ด้านหลังของแม่ทัพคงเป็องครักษ์ของชินอ๋องเป็แน่
“ จะว่าไปข้าเองก็มีเื่สงสัย หวังว่าเ้าจะตอบออกตามตรง “ อี้เฟิงตอนนี้เริ่มใกล้หมดความอดทนลงเต็มที
“ พวกโจรบอกมาว่าเ้ากับอี้หานมิค่อยจะถูกกันเท่าไหร่นัก อืมคงเพราะเ้าสอบจอหยวนมิได้ “
ตึง !!
อี้เฟิงทุบไปที่โต๊ะอย่างแรง เก็บอาการไม่อยู่เสียแล้ว
“ เหลวไหลคำพูดของโจรท่านก็เชื่อรึ “ เปล่าหรอก พวกมันมิได้พูดสักนิด แค่ถามจี้เฉยๆ
เลี่ยงหรงยักไหล่อย่างมาไม่ใส่ใจ
“ แถมอี้หานยังได้รับความไว้วางใจ เป็ที่เคารพ เกิดในตระกูลใหญ่ แถมยังจะได้หมั้นกับสตรีนางหนึ่งด้วย “ ยิ่งคำพูดสุดท้ายของเลี่ยงหรงทำเอาอี้เฟิงกำหนัดแน่น
ดูท่าเื่นี้จะจี้ใจสุดสินะ
“ แล้วอย่างไร อี้หานนั้นก็ตายไปแล้ว คนชั่วเช่นนั้นจะทำอันใดได้ “
“ เป็เ้าที่คิดมากเสียแล้ว “
“ ฟังเื่ที่มิเป็ความจริงเช่นนี้ ข้าน้อยคงถูกใส่ความ ข้าคงต้องขอตัวไปทำงานก่อน “ หึ ภายนอกก็ดูเสแสร้งได้เก่งมิเบาแต่พอถูกจี้เท่านั้นแหละก็ร้อนรนอย่างเห็นได้ชัดเลย
อี้เฟิงเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่แม้แต่จะทำความเคารพชินอ๋องเสียด้วยซ้ำ มิรู้ว่าเพราะกลัวหรือมีความผิดเยอะจนเกินไปกันแน่
เหลียงซานเองก็ได้ยินเื่ทั้งหมดลงแล้ว เกรงว่ามินานนักหรอก
“ คงแค้นหรงเอ๋อร์น่าดู “ เสี่ยวซานริมน้ำชาให้แก่เหลียงซาน โดยชานี้เป็หนึ่งในชาโปรดของเหลียงซานเลยก็ว่าได้
“ พี่คิดจะทำอย่างไรต่อ “ หมายถึงหลังจากจับตัวอี้เฟิงได้
“ อยู่แล้วว่าต้องเอาให้ถึงตาย “ อี้เฟิงยังพอมีประโยชน์อยู่ที่เหลียงซานสนใจมากที่สุดยังคงเป็ผู้ที่สร้างประตูกลไกนี้ขึ้นมาเสียมากกว่าที่น่าสนใจ ส่วนที่เหลือพอมีหลักฐานมาหน่อยก็หลักฐานก็สมบูรณ์แล้ว
ยามจื่อ
อี้เฟิงเมื่อเห็นว่าตนนั้นคงจะมิรอดแล้ว คงต้องวางแผนหลบหนีให้ได้ แต่เกรงว่าคงจะยากไปสักหน่อย ทั้งชินอ๋อง และแม่ทัพเลี่ยง อีกคงมีแค่ทางเดียวแล้วที่สามารถจะไปได้ ไม่อยากให้ทั้งอี้จิ้งและอี้ชิงติดร่างแหไปด้วย จึงให้พ่อบ้านส่งจดหมายไปหาทั้งสองให้ไปพบกันที่เหมืองแร่ในยามจื่อ
มิรู้ว่าทั้งสองจะยอมไปด้วยหรือไม่ แต่ทั้งสองคนก็ถือได้ว่าเป็ผู้สมรู้ร่วมคิด เมื่อถูกจับได้ก็คงรอดได้ยาก
อี้เฟิงออกมาในยามดึกเพื่อทำการหลบหนีโดยใช้กลไกประตูที่ตนนั้นบังเอิญไปได้ยินอี้หานใช่งานประตูนี้ ถ้าผ่านประตูนี้ออกไปได้ตนก็จะปลอดภัยแล้ว แต่ว่ารอนานแล้วก็ยังมิเห็นเงาของทั้งสองคนเลย หรือว่าจะเกิดอันใดขึ้น
ทำเช่นไรดีระหว่างไปหาหรือออกไปเลย
ตอนนี้อี้เฟิงรู้สึกสับสนเป็อย่างมาก จากที่ปกติจะค่อนข้างใจเย็น ปั้นหน้าเก่ง แต่หลังจากพบแม่ทัพเลี่ยงก็เสียศูนย์ไปเลย
สุดท้ายอี้เฟิงก็มิอาจตัดใจไปเพียงคนเดียวจึงกลับเข้าไปจวนของอี้จิ้งก่อน ในยามนี้จวนมืดค่ำเสียแล้ว จึงยากต่อการมองเห็นอยู่บ้าง แต่ด้วยความเคยชินที่มีต่ออี้จิ้งทำให้อี้เฟิงมาอยู่ที่หน้าเรือนของอี้จิ้งเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
จึงเคาะประตูอยู่สองสามที แต่ก็มิมีเสียงตอบรับกลับมา อี้เฟิงรู้สึกใจคอไม่ดีจึงพุลุ่งพล่านเข้าไปในเรือนของอี้จิ้ง ก็เห็นนางสลบอยู่บนพื้นที่ถูกมัดมือมัดเท้าเอาไว้ จึงรีบไปปลุกนางโดยทันที
อี้จิ้งที่รู้สึกตัวขึ้นมาก็พูดด้วยเสียงสั่นๆว่าประมาณว่าอี้ชิงหนีไปแล้ว อี้เฟิงเห็นว่าต้องรีบไปก็เลยพาอี้จิ้งมาที่เหมืองแร่ไปยังประตูลับ ทำการเปิดประตูกลไกออกมาแล้วเดินไปยังสุดปลายทาง ใกล้จะเห็นทางออกแล้ว
แต่ทันใดนั้นเลย...
“ จะไปไหนหรือ “ น้ำเสียงที่ดูขี้เล่นแต่แฝงไปจิตสังหารของเหลียงซาน ทำเอาอี้เฟิงถึงกับทำอันใดมิถูกเป็ไปได้อย่างไรที่นี่มีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้กลไกของประตูลับแห่งนี้
“ กรี๊ด “ อี้จิ้งถูกทหารล้อมรอบตัวเอาไว้ก่อนจะถูกจับมัดเชือกอีกครั้ง คราวนี้อี้เฟิงทำอันใดมิได้แล้วนอกจากยอมแต่โดยดี
“ พี่อี้เฟิง พี่อี้ชิง “ หันไปมองตามเสียงที่คุ้นๆก็เห็นเป็อี้ชิงที่ถูกจับมัดเช่นเดียวกับอี้จิ้งตอนนี้มาพร้อมกับรองแม่ทัพอู๋ซวนและทหารอีกจำนวนหนึ่ง
“ เ้าอาจจะยังมิรู้ว่าพวกโจรมันได้ตายกันหมดลงแล้ว “ หลังจากการปะทะในครั้งนั้นก็มีบางคนที่ยังมิตายจึงได้ถูกสอบปากคำ ถึงจะมิได้เื่ราวอันใดมากนักแต่ก็ไขเื่ที่สงสัยได้บางเล็กน้อย
อย่างแรกเลย กระท่อมร้างที่เลี่ยงหรงไปเจอ ตรงนั้นเป็ของอี้เฟิงที่สร้างเอาไว้เมื่อนานมาแล้วในมักจะใช้ในการล่าสัตว์ แล้วผู้ที่ใช้ในเวลาต่อมาก็คืออี้หาน
อย่างที่สอง จวนที่อยู่ในป่า จวนนี้แต่เดิมเป็ของนายท่านที่อี้หานมักจะพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง
อย่างที่สาม เื่ของแร่ พวกโจรได้รับความสั่งจากอี้หานให้ไปเอาแค่แร่สีขาวที่มีมาแค่แร่นี้เพียงแร่เดียว แต่อี้เฟิงก็สั่งให้มีการขนแร่ทองคำออกให้เอาไปไว้ในจวน เพราะงั้นในจวนจึงเคยมีแร่ทองคำมาก่อน พออี้หานรู้เข้าก็โกรธจึงมีการทะเลาะกัน สุดท้ายอี้เฟิงจึงต้องขนแร่ทองคำออกจากจวน
นี่คือสิ่งที่ได้สอบปากคำพวกโจรมาก็ก่อนจะสังหารทั้งหมด เว้นแต่คนที่พอพูดรู้เื่ขึ้นมาหน่อยให้กรองยาสลบขนาดรุนแรง (ขนาดรุนแรงจะหลับห้าถึงเจ็ดวัน )
“ คงมิต้องพูดกันเยอะแล้ว “ เหลียงซานได้สั่งให้เสี่ยวซาน เสี่ยวเยว่ จับอี้เฟิงมัดให้เรียบร้อย ก่อนจะไปขังไว้ในคุก อี้จิ้งและอี้ชิงเองก็เช่นเดียวกัน
ระหว่างที่เหลียงซานและเลี่ยงหรงกำลังเดินเข้าไปในคุกก็ได้ยินเสียงของสตรีกำลังด่าทอใครสักคนอยู่ ใครที่ว่าก็มิพ้นอี้เฟิงอย่างแน่นอน
“ เป็เพราะท่านแท้ๆเลยข้าจึงมีสภาพเยี่ยงนี้ “ อี้ชิงกล่าวอย่างโมโห อย่างน้อยถ้านางได้แต่งกับท่านรองแม่ทัพละก็ชีวิตของนางคงต้องดีแน่
“ เ้าอย่ามาทำเป็ปากดีไปหน่อยเลย สตรีที่ไม่บริสุทธิ์เช่นเ้า คิดหรือว่าจะมีผู้ใดเอา “ คำพูดของอี้เฟิงทำเอาอี้ชิงถึงกับกรี๊ดออกอย่างกับคนบ้า ใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยว
“ น่ารำคาญ เ้าหุบปากสักที “ อี้จิ้งเริ่มจะรำคาญแล้ว สำหรับนางถ้าอี้หานมิตายละก็ชีวิตของนางก็คงจะสุขสบายเช่นกัน
“ อยู่ในคุกเสียงก็ยังดีอยู่นี่ “
“ จะฆ่าข้าก็ฆ่าซะสิ “ อี้เฟิงพูดอย่างไม่กลัวตาย เพราะคงรู้ชะตากรรมของตนดี
“ มิต้องรีบหรอก เอาล่ะเปิ่นหวางอยากรู้เสียจริงว่าเ้าไปรู้จักประตูกลไกนั้นได้อย่างไร “ การที่ปล่อยอี้เฟิงเอาไว้โดยยังมิจัดการทันทีก็เพราะ้าจะทดสอบว่าอี้เฟิงรู้เื่นี้ด้วยหรือไม่ แต่เห็นจากการใส่สัญญาณตรงประตูแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าคงเข้ามาบ่อยจนถึงกับจำได้
“ ข้าแอบไปได้ยินอี้หานมันใช้งานเข้าพอดี “
“ แล้วเ้ารู้หรือไม่ว่าผู้ใดเป็คนสร้างมันขึ้นมา “ เหลียงซานอยากรู้เื่นี้มากที่สุด ในนิยายก็มิได้บอกว่าเอาไว้ด้วย แถมยังอยู่ฝั่งศัตรูเช่นนี้ย่อมเป็ปัญหามิน้อย
“ คงเป็พวกนายท่านที่ว่า ข้ามิรู้หรอก “
“ หืม “ ถ้าเทียบกับอี้หาน อี้เฟิงผู้นี้มิค่อยรู้เื่ราวอันใดมากนักโดยเฉพาะข้อมูลของพวกนายท่าน น่าเสียดายจริงๆนั่นแหละที่อี้หานตายแล้ว
เหลียงซานเองก็ให้องครักษ์ไปค้นจวนของทั้งสามคนอย่างละเอียด เมื่อพบสิ่งใดน่าสงสัยหรือมีส่วนเกี่ยวข้องให้รายงานโดยทันที