ตอนที่ 45 เล่ม 1 ขัดขวางพิธีบูชายัน
พลังปีศาจทำให้จิตใจของพวกเขาต้องเผชิญกับภาพหลอนและเสียงกระซิบที่พยายามทำให้พวกเขาหวาดกลัวและสั่นคลอน
ความท้าทายทางจิตใจนี้ทำให้พวกเขาต้องใช้ความเข้มแข็งทางจิตใจและความมั่นคงในการตัดสินใจเพื่อเอาชนะความกลัวและความสงสัย พวกเขาต้องรักษาความสงบและความเชื่อมั่นในตนเอง เพื่อไม่ให้จิตใจถูกครอบงำโดยพลังมืด
เมื่อพวกเขาเดินลึกเข้าไปในเขตอำนาจของนิกายทมิฬพิศวง พวกเขาพบกับโครงสร้างที่ซับซ้อนและทางเดินที่คดเคี้ยว
ห้องลับที่ลึกที่สุดนี้เต็มไปด้วยสัญลักษณ์และเครื่องหมายของปีศาจ พวกเขารู้สึกถึงพลังที่แผ่ออกมาจากผนังและพื้นดิน ความมืดมิดที่นี่หนาทึบและหนักอึ้ง เหมือนกับจะกลืนกินทุกสิ่งที่เข้ามาใกล้
การเผชิญหน้ากับพลังมืดและการท้าทายทางจิตใจนี้ทำให้พวกเขาต้องใช้ทุกสิ่งที่พวกเขาได้ฝึกฝนมา ทั้งวิชาพลังปราณ การควบคุมจิตใจ และความสามารถในการร่วมมือกัน พวกเขาต้องสร้างเกราะป้องกันทางจิตใจและร่างกายเพื่อปกป้องตัวเองจากพลังมืดที่พยายามทำลายพวกเขา
ความมืดและพลังปีศาจที่แผ่ซ่านในพื้นที่นี้ทำให้พวกเขารู้สึกถึงความยากลำบากและความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความสามัคคี พวกเขาสามารถก้าวผ่านอุปสรรคและเผชิญหน้ากับนิกายทมิฬพิศวงในที่สุด
เมื่อเหว่ยเหลียงและสหายมาถึงชั้นที่เก้าของเหวห้วงลึกอเวจี 9 ชั้น พวกเขาพบกับห้องบูชายันต์ที่หงเยว่กำลังทำพิธีอยู่ ห้องนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศที่มืดมิดและน่าสะพรึงกลัว แสงสลัวที่มาจากคบเพลิงที่ตั้งอยู่รอบๆ ห้องส่องแสงพอให้เห็นเงาของเครื่องบูชาที่วางเรียงรายบนแท่นบูชาขนาดใหญ่
กลิ่นคาวเลือดที่แผ่กระจายอยู่ในอากาศทำให้รู้สึกหวาดกลัวและหายใจลำบาก ความหนาของกลิ่นนั้นเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงการทำพิธีบูชายันต์ที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายและน่าสะพรึงกลัว แท่นบูชาถูกปกคลุมด้วยคราบเลือดที่หยดไหลลงมา สะท้อนแสงสลัวอย่างน่ากลัว
เครื่องบูชาที่ตั้งอยู่บนแท่นประกอบไปด้วยกระดูกและเลือดของสัตว์และมนุษย์ กะโหลกที่วางเรียงรายอยู่บนแท่นเหมือนกับเป็นการเตือนถึงความโหดเหี้ยมของนิกายทมิฬพิศวง กระดูกที่ถูกจัดวางอย่างพิถีพิถันเต็มไปด้วยร่องรอยของการทารุณกรรมและความทุกข์ทรมาน
แสงสลัวที่สะท้อนจากผนังห้องทำให้เห็นภาพลวงตาของเงาปีศาจที่เคลื่อนไหวไปมา ความมืดมิดและบรรยากาศที่หนาทึบสร้างความรู้สึกอึดอัดและหวาดกลัว
การตกแต่งภายในห้องเต็มไปด้วยสัญลักษณ์และเครื่องหมายของนิกายทมิฬพิศวง เส้นสายและลวดลายที่สลักอยู่บนผนังทำให้รู้สึกถึงพลังปีศาจที่แผ่ซ่านออกมา
เสียงกระซิบที่ไม่รู้จักที่มาดังแว่วในห้อง สะท้อนกลับไปกลับมาเหมือนกับเสียงวิญญาณที่ถูกกักขัง เสียงเหล่านี้สร้างความกดดันและความรู้สึกหวาดกลัวให้กับผู้ที่เข้ามาในห้องนี้ ทุกย่างก้าวที่เหว่ยเหลียงและสหายเดินเข้าไปในห้องนั้นเต็มไปด้วยความระมัดระวังและความตื่นตัว
แท่นบูชาที่ตั้งอยู่กลางห้องเป็นจุดเด่นที่สร้างความหวาดกลัวและความเคารพในเวลาเดียวกัน พลังที่แผ่ออกมาจากแท่นบูชานั้นทำให้รู้สึกถึงการทำพิธีที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายและอำนาจปีศาจ
แสงที่สะท้อนจากแท่นบูชาทำให้เกิดเงาที่เคลื่อนไหวเหมือนกับเป็นการเตือนถึงความอันตรายที่อยู่ใกล้
เมื่อเหว่ยเหลียงและสหายเข้ามาในห้องบูชายันต์ พวกเขาเห็นหงเยว่ยืนอยู่กลางแท่นบูชาที่เต็มไปด้วยเครื่องบูชาที่ทำจากกระดูกและเลือด กลิ่นคาวเลือดลอยอบอวลในอากาศ สร้างความหวาดกลัวและความขยะแขยง แต่พวกเขาไม่มีเวลามัวคิดมาก เพราะหงเยว่และผู้ฝึกฝนของนิกายทมิฬพิศวงก็พร้อมที่จะต่อสู้
หงเยว่: "ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าเข้ามาขัดขวางพิธีบูชายันต์นี้ พวกเจ้าจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต!"
เหว่ยเหลียง: "พวกเราจะไม่ยอมให้เจ้าทำร้ายผู้บริสุทธิ์ พวกเราจะหยุดเจ้าให้ได้!"
การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือด หงเยว่ปล่อยพลังปราณมืดออกมาเป็นคลื่นแรงที่พุ่งเข้าหาเหว่ยเหลียงและสหาย พวกเขาต้องใช้พลังปราณในการสร้างเกราะป้องกันและตอบโต้การโจมตีด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ
เหว่ยเหลียง: "ทุกคน ร่วมมือกันใช้พลังปราณของเราในการป้องกันและโจมตี! เราจะเอาชนะพวกมันให้ได้!"
เจ้าอ้วนน้อย: "ข้าจะใช้กระบองลูกตุ้มใหญ่โจมตีพวกมัน! ระวังตัวกันด้วย!"
เจ้าอ้วนน้อยฟาดกระบองลูกตุ้มใหญ่ของเขาไปที่ผู้ฝึกฝนของนิกายทมิฬพิศวง ทำให้พวกมันกระเด็นออกไป เขาใช้พลังปราณในการเสริมพลังโจมตี ทำให้การฟาดกระบองนั้นมีพลังทำลายสูง
ฉงเหม่ย: "ข้าจะใช้ลูกตุ้มโซ่หม้อยาประดับเพชรในการโจมตีระยะไกล!"
ฉงเหม่ยเหวี่ยงลูกตุ้มโซ่หม้อยาของเธอไปที่หงเยว่ ลูกตุ้มพุ่งตรงไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทำให้หงเยว่ต้องถอยหลังและใช้พลังปราณมืดในการป้องกัน
อี้ตงมู่: "ข้าจะใช้กระบี่บินทั้งห้าโจมตีพวกมันจากทุกทิศทาง!"
อี้ตงมู่ปล่อยกระบี่บินทั้งห้าออกไป กระบี่บินพุ่งเข้าหาศัตรูจากทุกทิศทาง ทำให้ผู้ฝึกฝนของนิกายทมิฬพิศวงต้องกระจายตัวและป้องกันตัวเอง
เหลียนฮัว: "ข้าจะใช้พลังปีศาจช้างลวดลายมังกรในการโจมตีจากระยะไกล!"
เหลียนฮัวใช้พลังปราณในการสร้างพลังปีศาจช้างลวดลายมังกร พลังนั้นพุ่งตรงไปที่หงเยว่ ทำให้เขาต้องถอยหลังและใช้พลังปราณมืดในการป้องกัน
การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือดและท้าทาย แต่ด้วยความร่วมมือและการใช้วิชาพลังปราณของพวกเขา เหว่ยเหลียงและสหายสามารถตอบโต้และทำให้ศัตรูอ่อนแรงลง
เหว่ยเหลียง: "ทุกคน! รวบรวมพลังปราณของเราและโจมตีพร้อมกัน!"
พวกเขารวบรวมพลังปราณและปล่อยออกมาเป็นคลื่นแรงที่พุ่งเข้าหาหงเยว่และผู้ฝึกฝนของนิกายทมิฬพิศวง พลังปราณที่รวมกันนั้นมีพลังทำลายสูง ทำให้ศัตรูอ่อนแรงลงและไม่สามารถต้านทานได้
ในที่สุด พวกเขาสามารถเอาชนะหงเยว่ได้ หงเยว่ล้มลงและพลังปราณมืดของเขาก็สลายไป
เหว่ยเหลียง: "พวกเราทำได้แล้ว! ตอนนี้เราต้องทำลายแท่นบูชายันต์นี้!"
พวกเขาใช้พลังปราณในการทำลายแท่นบูชายันต์ แท่นบูชาที่เต็มไปด้วยเครื่องบูชาที่ทำจากกระดูกและเลือดถูกทำลายเป็นชิ้นๆ พลังมืดที่แผ่ออกมาก็สลายไป
เจ้าอ้วนน้อย: "ข้าดีใจที่เราทำสำเร็จ! พวกเราช่วยผู้บริสุทธิ์และทำลายแผนการร้ายของนิกายทมิฬพิศวงได้!"
ฉงเหม่ย: "ข้าเชื่อว่าพวกเราจะสามารถผ่านทุกอุปสรรคไปได้ด้วยกัน"
อี้ตงมู่: "ขอบใจทุกคนที่ร่วมมือกัน ข้าเชื่อว่าพวกเรามีความสามารถที่จะเผชิญกับทุกอย่าง"
เหลียนฮัว: "ข้ารู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมทางกับพวกเจ้า ขอบใจที่อยู่เคียงข้างกัน"
หลังจากที่ทำลายแผนการร้ายของนิกายทมิฬพิศวง เหว่ยเหลียงและสหายได้รับข่าวจากนิกายพันธมิตรเกี่ยวกับดินแดนเกาะลอยฟ้าโบราณที่มีทั้งหมด 16 ชั้นฟ้า
ดินแดนนี้ถูกกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ซ่อนเร้นและเต็มไปด้วยพลังปราณบริสุทธิ์ที่ไม่มีที่ใดเปรียบเทียบได้
เกาะลอยฟ้าโบราณนี้ลอยอยู่เหนือเมฆ หมู่เกาะที่แยกตัวออกจากโลกมนุษย์มานานนับพันปี กล่าวกันว่าเป็นดินแดนที่เทพเจ้าและเซียนในยุคโบราณเคยใช้เป็นสถานที่ฝึกฝนและบำเพ็ญเพียร
พื้นที่แต่ละชั้นของเกาะลอยฟ้านี้มีความแตกต่างกันออกไป ทั้งในเรื่องของสภาพแวดล้อม สัตว์ร้ายที่เฝ้าระวัง และสมุนไพรที่หายาก
การเดินทางไปยังดินแดนนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ชั้นฟ้าทั้ง 16 ชั้นต้องผ่านการทดสอบและความท้าทายมากมาย แต่หากสามารถผ่านไปได้ ศิษย์จะได้รับการเสริมสร้างพลังปราณอย่างมหาศาล ทั้งยังเป็นโอกาสในการค้นพบสมุนไพรหายากที่สามารถใช้ในการปรุงยาบำรุงและรักษาโรคต่างๆ
ในเช้าวันหนึ่งที่นิกายเลิศภพใต้ บรรยากาศในห้องโถงใหญ่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง เหว่ยเหลียงและสหายได้รับการเรียกตัวจากอาจารย์ใหญ่เพื่อมารับฟังภารกิจใหม่ พวกเขารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียงเพื่อรอฟังคำสั่ง อาจารย์ใหญ่ยืนอยู่ที่แท่นสูง มีสีหน้าเคร่งขรึมและจริงจัง