เทพมังกรครองพิภพไซอิ๋ว

    ตอนที่ 45 ตื่นตระหนก

     “อะไรนะ? ใช้ร่างกายของคนเพียงคนเดียวเข้ารับกระสุนปืนใหญ่งั้นเรอะ?” เหอหยงฝูที่กำลังมองฉินอวิ๋นที่เข้ามารายงานอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย “กระสุนปืนใหญ่ลูกนั้นพึ่งจะระเบิดกำแพงเมืองจนกระจุยแล้ว แล้วยังยิงใส่พี่น้องตายกันหลายคน เจ้ายังคิดที่จะบอกว่ามีคนใช้เพียงแค่กำปั้น ก็สามารถหยุดกระสุนปืนใหญ่เอาไว้ได้แล้วอย่างงั้นหรือ?” ภายในแววตาเหอหยงฝูยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความสงสัยอย่างไม่พอใจ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แต่ฉินอวิ๋นซึ่งถือเป็นคนสนิทของเขา หากว่ากันตามหลักแล้วย่อมไม่มีทางหลอกลวงเขาอยู่แล้ว ภายใต้อาการเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็ยังได้ให้ฉินอวิ๋นไปเชิญเจวี๋ยหวู่หมิงมาพบ เมื่อในเวลานั้นที่ฉินอวิ๋นได้รีบวิ่งออกไปอย่างเร่งร้อน ก็พบว่ามีฝูงชนรายล้อมเจวี๋ยหวู่หมิงเอาไว้เสมือนกับพบพานเทพผู้ชี้ทาง ทันทีที่พบเด็กหนุ่มที่เป็นวีรบุรุษเช่นนี้ บนใบหน้าที่มีแต่ความอ่อนเยาว์มิจางหาย ถึงกับทำให้ฉินอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะตะลึงลานกันอยู่บ้าง แต่หางตาก็ได้รีบหันไปหยุดมองอยู่ที่ด้านบนรอยหมัดประทับอยู่บนกระสุนปืนใหญ่ นี่จะต้องเป็นเรื่องจริงอย่างไม่ต้องสงสัย! ฉินอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะมุมปากกระตุกเล็กน้อย จนไม่กล้าที่จะดูแคลนเจวี๋ยหวู่หมิงจากเปลือกนอกกันเท่านั้น การก้าวออกไปทางด้านหน้า ฉินอวิ๋นจึงได้กล่าวออกมาด้วยความเคารพ : “จอมยุทธ์น้อยท่านนี้ ข้าก็คือเชียนฮู่ฉินอวิ๋น ท่านนายทัพเหอได้ขอเชิญท่านไปพบสักครา” เขาก็นึกถึงนิสัยประหลาดของผู้กล้าในยุทธภพ เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะไม่รับปาก ยังคงมีแต่จะยิ่งแสดงสีหน้าเคารพออกมายิ่งกว่า เจวี๋ยหวู่หมิงหันไปมองฉินอวิ๋น มีหรือที่จะไม่ถึงจุดประสงค์ที่เขามายังที่นี่ เดิมที เขาก็ไม่คิดที่จะเดินลุยโคลนตมในสงครามสายนี้ รวมไปจนถึงไม่ต้องการที่จะมีข้อพิพาทกับทางโลกเลยด้วยซ้ำ แต่ทันทีที่เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังของประชาชนเหล่านั้น แล้วยังมีตว่อเอ๋อ เจวี๋ยหวู่หมิงก็ได้แต่ส่ายหน้า ถอนหายใจแล้วตอบ: “เอาเถอะ จัดหาสถานที่ให้กับประชาชนพวกนี้ด้วย เชิญนำทางได้เลย” ในเมื่อตว่อเอ๋อก็ตกอยู่ภายใต้ภัยสงครามนี้ไปแล้ว และเขาก็ต้องทำความปรารถนาของกู่ยี่ให้เสร็จสิ้น เช่นนั้นหากไม่ยื่นมือเข้ายุ่งเกี่ยวก็คงจะไม่ได้แล้ว ฉินอวิ๋นเองก็ลอบเบิกบาน รีบให้คนทางหนึ่งจัดสรรเส้นทางหลบหนีให้แก่เหล่าประชาชน ทางหนึ่งก็พาเจวี๋ยหวู่หมิงมุ่งหน้าไปยังทางด้านของประตูเมืองทางทิศตะวันออก เจวี๋ยหวู่หมิงได้ลูบหัวของตว่อเอ๋อเบา ๆ แล้วบอกไปว่า: “พี่จะไปทำธุระก่อนสักครู่ รอจนทัพศัตรูถอยทัพแล้ว เจ้าก็หนีกันไปก่อน พวกเรา หากมีวาสนาคงจะได้พบพานกันอีก” ตว่อเอ๋อถึงแม้ว่าจะไม่ยินยอม แต่นางก็รู้ว่าหากอยู่ที่นี่ต่อไปก็มีแต่จะเป็นตัวถ่วงเจวี๋ยหวู่หมิงเท่านั้น จนในที่สุดก็ทำได้แต่พยักหน้าโดยที่มีน้ำตาเอ่อคลอเบ้า เหอหยงฝูได้ละสายตามองไปบนใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของเจวี๋ยหวู่หมิง ภายในแววตายังแฝงเอาไว้บรรยากาศของการตรวจสอบอยู่ “นี่ก็คือท่านรองนายทัพเมืองหวู่หลิงเหอหยงฝูของพวกเรา ใต้เท้าเหอ” ฉินอวิ๋นยื่นมือแล้วกล่าวแนะนำ เจวี๋ยหวู่หมิงหันไปมองเหอหยงฝู แล้วจึงพยักหน้าเล็กน้อย ซึ่งนับว่าเป็นการทักทายกันแล้ว ด้วยท่าทีเช่นนี้ ได้ทำให้เหอหยงฝูที่เดิมก็ไม่สบอารมณ์อยู่แล้ว เจวี๋ยหวู่หมิงเองก็รู้ว่าเหอหยงฝูไม่พอใจ แต่กับมนุษย์ธรรมดาแบบนี้ ก็แทบจะไม่อาจส่งผลกระทบอะไรต่อจิตใจของเขาได้อยู่แล้ว ถ้าหากไม่ใช่เพราะทำเพื่อตว่อเอ๋อแล้ว มีหรือที่เขาจะถูกบีบให้มาอยู่ในจุดนี้ได้ ถึงแม้จะรู้สึกเลื่อมใสในความสัตย์ซื่อกล้าหาญของเหอหยงฝูอยู่บ้าง แต่ก็แค่นี้เท่านั้น โดยที่ไม่รอให้เหอหยงฝูเอ่ยปาก ก็ได้ยินเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจจากทหารคนสนิทที่อยู่ทางด้านหลัง : “กู่ยี่? เจ้าไม่ใช่พลทหารสำรองจากเมืองจินหลิงที่มีนามว่ากู่ยี่หรอกงั้นหรือ?” เจวี๋ยหวู่หมิงหันไปมองทหารคนสนิทผู้นั้นกล่าว ก็หาเขาจนพบภายในเศษเสี้ยวความทรงจำของกู่ยี่ได้ คนคนนี้เองก็เป็นผู้ที่มาจากจินหลิงเหมือนกัน ครั้งหนึ่งได้เคยมีวาสนาพบเจอกับตัวเอง แต่ก็แค่พยักหน้าตอบโต้กันเท่านั้น “พลทหารสำรอง?” เหอหยงฝูนิ่งเงียบ พึมพำเสียงเบา แล้วกล่าว: “ในเมื่อเป็นพลทหารสำรอง อย่างนั้นก็ถือว่าเป็นกำลังพลในความรับผิดชอบของข้า” “ท่านนายทัพ นี่กลับหาได้เป็นพลทหารสำรองโดยทั่วไปไม่ เขาเป็นถึงผู้ที่สามารถตีกระสุนปืนใหญ่กลับไปได้ในหมัดเดียว……” ฉินอวิ๋นยังไม่ทันจะกล่าวจบ เหอหยงฝูก็ยกมือตัดบทแล้วกล่าว: “ในสนามรบ ผู้เยี่ยมยุทธ์เพียงคนเดียว ยังคงยากที่จะเปลี่ยนสถานการณ์รบได้ กู่ยี่ เจ้ากลับไปยังกองของเจ้าเถอะ!” ว่ากันจนถึงที่สุดแล้ว เขาก็แทบไม่เชื่อเลยว่าเจวี๋ยหวู่หมิงจะสามารถใช้กำลังเพียงหนึ่ง เข้าต้านทานกระสุนปืนใหญ่เอาไว้ได้ ตามความคิดการคาดการณ์ของเขากระสุนปืนใหญ่ลูกนั้น จะต้องถูกยิงโดยที่มีดินปืนไม่มากพอ ในตอนที่ดีดเข้าใส่กำแพงเมือง จึงมีพลังทำลายที่ถูกลดทอนลงเป็นอย่างมาก เมื่อเป็นแบบนี้ มือดีในยุทธภพโดยส่วนใหญ่ ก็จะสามารถใช้ศัสตรา เข้ารับไว้ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งมือของเจวี๋ยหวู่หมิงยังไม่ได้มีบาดแผลเลยแม้แต่น้อย ต่อให้ตั้งสมมุติฐานว่าเจวี๋ยหวู่หมิงไม่ได้ใช้อาวุธศัสตรา เขาก็ยังคิดว่าเป็นคนอื่นที่เยินยอเกินความเป็นจริง ความจริงแล้วเจวี๋ยหวู่หมิงกลับไม่ได้มีความร้ายกาจถึงเพียงนั้นเลยด้วยซ้ำ เป็นที่แน่นอนว่า นี่ก็เป็นเพียงแนวคิดที่มาจากเหอหยงฝูเท่านั้น เจวี๋ยหวู่หมิงแทบจะไม่ได้สนใจสายตาของคนธรรมดาอย่างเหอหยงฝูอะไรอยู่แล้ว อีกทั้งยังคร้านที่จะอธิบาย ยิ่งไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปสนใจคำพูดของเหอหยงฝูที่ให้เขากลับไปยังกองของเขาด้วย “ที่ด้านนอกมีกองกำลังมากแค่ไหน? แล้วผู้นำทัพเป็นผู้ใด?” ในระหว่างที่กระสุนปืนใหญ่ลอยมา เจวี๋ยหวู่หมิงก็ยืนอยู่บนหัวเมืองโดยที่ไม่แยแสสนใจเลยแม้แต่น้อย จากนั้นก็ได้หันไปเหม่อมองทางด้านของทัพศัตรูแล้วเอ่ยถามออกมา เพียงแต่พบว่ากองทัพที่อยู่ทางด้านนอกถึงกับมีแต่จะยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉินอวิ๋นหันไปมองเหอหยงฝูที่ถูกเจวี๋ยหวู่หมิงทำให้มีโทสะจนริมฝีปากเขียวคล้ำ แต่ก็ยังคงฝืนหันไปตอบต่อเจวี๋ยหวู่หมิง “ผู้นำของกองทัพด้านนอกก็คือบุตรชายคนโตของหนู่เอ่อร์ฮาชื่อแห่งฉู่อิง (แมนจู) ” “บัดนี้ กำลังพลที่กำลังบุกโจมตีเมืองอยู่นั้นก็คือกองธงเหลืองหนึ่งในภายใต้สังกัดของเจี่ยหล่าเอ๋อร์เจิน” เจวี๋ยหวู่หมิงพยักหน้าตอบรับ แล้วถาม : “ข้าจะไปฆ่าเจี่ยหล่าเอ๋อร์เจินผู้นี้ก่อน จากนั้นค่อยไปฆ่าเจ้าฉู่อิงนั้นอีกครา เช่นนี้จะพวกมันจะถอยทัพกันหรือไม่?” “อา?” ฉินอวิ๋นถูกคำพูดของเจวี๋ยหวู่หมิงทำให้เลอะเลือนไปแล้ว “เจ้าหนู นี่กลับไม่ใช่การแสดงตามเรื่องสามก๊กในหนังสือหรอกนะ อย่าได้ไปนึกถึงการบุกทะลวงผ่านทหารม้านับหมื่นเพื่อไปเด็ดหัวชนชั้นแม่ทัพอะไรพวกนั้นเชียว สงครามตามความเป็นจริงนั้น กลับหาได้ง่ายดายเหมือนอย่างที่เจ้าพูดถึงไม่” เหอหยงฝูได้ยกมุมปากเย้ยออกมา โดยที่แทบจะไม่เชื่อในคำพูดของเจวี๋ยหวู่หมิงแม้สักครึ่งคำ อีกทั้งยังเกิดความรู้สึกเหยียดหยามอย่างถึงขีดสุด การอวดอ้างใหญ่โตมีใครที่ทำไม่ได้กัน แม้ผู้ที่กล้าหาญได้ยิ่งอย่างเขา ก็ยังไม่กล้าเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมาเลยด้วยซ้ำ เด็กน้อยผู้นี้ที่ดูไปแล้วผอมแห้งแรงน้อย เกรงว่าขอแค่ไม่ถูกผู้อื่นจัดการก็นับว่าโชคดีมากพอแล้ว นายกองที่อยู่โดยรอบเมื่อได้ฟังเจวี๋ยหวู่หมิงพูดมาเช่นนี้ ต่างก็ยิ่งมีแต่จะอ้าปากตาค้างกันเท่านั้น จนถึงขั้นที่พูดอะไรไม่ออกกันเลยทีเดียว “ไม่แน่ว่าเจ้าหนูผู้นี้วิปลาส?” พวกเขาต่างก็ไม่เคยได้ประจักษ์เห็นภาพที่เจวี๋ยหวู่หมิงเข้าต้านทานกระสุนปืนใหญ่จนเป็นที่น่าแตกตื่นกัน แน่นอนว่าก็ย่อมต้องเห็นเจวี๋ยหวู่หมิงเป็นเพียงคนบ้าที่เอาแต่กล่าววาจาเหลวไหลคนหนึ่งเท่านั้น...

    คล้ายกับเรื่องเทพมังกรครองพิภพไซอิ๋ว ที่คุณอ่าน

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    58.22M 2245
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498